Beranda / โรแมนติก / นที (โปรด) รัก / บทที่ 8 ชีวิตที่ต้องดิ้นรน

Share

บทที่ 8 ชีวิตที่ต้องดิ้นรน

Penulis: 23.19น.
last update Tanggal publikasi: 2025-10-18 02:05:11

“ค่ะ ได้เดี๋ยวไปตามนัดค่ะ ขอบคุณนะคะ”

เสียงหวานเจือสั่นเครือเล็กน้อยเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่นักพูดจบก็วางสายลงทันที ดวงตาที่ฉายแววอ่อนล้ามีประกายเล็กน้อย แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หล่อนลุกออกจากเตียงนอนโล่ง ๆ ตรงไปยังประตูห้องนอน ทันทีที่เปิดออกแสงแรกของยามเช้าก็ส่องเข้ามาเผยให้ดวงหน้าหวานที่ตอนนี้ดูซีดกว่าเมื่อคืนเสียอีก

อัจฉราหายใจเข้าเบา ๆ รับเอาไอดินหลังจากฝนตกหนักเมื่อคืนเข้าปอดเบา ๆ แล้วจึงออกไปจากห้องคนใช้เงียบ ๆ ตอนนี้ยังเช้ามาก ยังไม่มีใครตื่น ตะวันพึ่งจะขึ้นพ้นฟ้าได้ไม่นานแต่ก็ใช่ว่าจะสดใสอย่างที่ควรจะเป็น แม้พายุจะผ่านไปแล้วแต่ท้องฟ้ายังคงอึมครึมด้วยเมฆสีเทา

อัจฉรากับกระเป๋าเป้ใบเก่งสะพายไหล่ เดินตรงเข้าไปในห้องครัวก่อนที่จะออกไปอย่างที่ตั้งใจ หญิงสาวตรงไปยังอ่างล้างจาน เธอถอดปิ่นโตใบน้อยออกจากเถา เผยให้เห็นภาชนะที่เปื้อนคราบอาหาร ก่อนจะจัดการล้างน้ำยาเงียบ ๆ ตามด้วยน้ำเปล่าจนสะอาดเอี่ยม

เสร็จแล้วก็เช็ดให้พอแห้งด้วยผ้าเช็ดจานผืนสะอาด ประกอบเข้ากลับทรงเหมือนเดิม เอาไปวางไว้บนเคาน์เตอร์หินอ่อนในจุดที่หล่อนคิดว่าน่าจะเด่นที่สุดแล้วหากเจ้าของมันมาเจอ... แม้ว่าจะไม่แน่ใจว่าเขาจะเห็นหรือเปล่าก็ตาม

อัจฉราคิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบา ๆ เบื่อกับตัวเองเหมือนกันที่แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ก็เก็บเอาไปคิด เอาไปหวังลม ๆ แล้ง ๆ เธอส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป ก่อนจะตัดสินใจใช้ประตูหลังครัวเป็นทางผ่านออกไปจากตัวบ้านเงียบ ๆ ในที่สุด

ทว่าทันทีที่ได้สัมผัสกับอากาศเย็นเยือก กายสาวก็ขนลุกฮือไปทั้งตัว จนกลีบปากอิ่มต้องเม้มเข้าหากัน คิ้วขมวดแน่นจนแทบจะมัดกันเป็นปม ไหล่ห่อบางอย่างไม่รู้ตัว แต่ระหว่างทางเดินออกจากเขตของบ้านเลิศธารินทร์ ก็ไม่ลืมที่จะหยิบมือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงชื้นออกมากพิมพ์ข้อความลางานส่งผู้เป็นนายหญิงของบ้านให้เรียบร้อย

ก้มหน้าก้มตาพิมพ์โดยที่ไม่หันกลับไปมองข้างหลังเลยแม้แต่น้อย โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของหล่อนได้ตกอยู่ในสายตานทีทั้งหมด ชายหนุ่มยืนกอดอกอยู่หลังหน้าต่างสูงจรดเพดานภายในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและเนี้ยบแสดงออกถึงบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของ

ดวงตาคู่คมของเขาทอดมองออกไปผ่านรอยแยกของผ้าม่าน เขาเฝ้ามองการมีอยู่ของอัจฉราเงียบ ๆ ตลอดจนร่างของหล่อนหายลับไปจากสายตาหลังบานประตูเหล็กที่ปิดสนิทลง

นทียืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ เขาตัดสินใจละสายตาไปมองทัศนียภาพที่มืดครึ้มของท้องฟ้าแทน ก่อนที่จะตัดสินใจออกจากห้องนอนไปเงียบ ๆ หลังจากใช้เวลาดื่มด่ำไปกับสิ่งต่าง ๆ เสียงฝีเท้าบนทางเดินหินอ่อนของเขาเบา แต่ทุกฝีก้าวล้วนหนักแน่นและทรงพลัง

ชายหนุ่มเดินลงมาจากบันไดโดยที่ยังคงสวมชุดนอนจากเมื่อคืนวานอยู่ ทรงผมของเขาที่ปกติมักจะจัดทรงเนี้ยบตอนนี้ดูยุ่งนิด ๆ แต่ก็ยิ่งดึงเสน่ห์ดิบ ๆ ดูน่ามองยิ่งขึ้น

ขณะที่เขาเดินตรงเข้าไปในส่วนของห้องครัวทันที เพราะรู้สึกว่าอยากดื่มกาแฟเสียหน่อย แต่เมื่อเขาเปิดไฟให้ทั้งห้องสว่าง ภาพที่เห็นก็ทำให้เผลอชะงักไปเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มบางเบา พร้อมกันนั้นก็เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์กลางของครัว

สายตาคู่เฉียบจ้องมองไปที่ปิ่นโตเถาน้อยไม่วางตา คราบน้ำที่ยังไม่แห้งสนิทดีบ่งบอกว่าพึ่งล้างเสร็จมาใหม่ ๆ อาหารจากอ้ายใจที่เขาต้องการจะกำจัดทิ้งเป็นปกติ เลยเลือกที่จะส่งต่อให้อัจฉรา... ดูเหมือนว่าเธอกินมันจนหมดไปแล้วจริง ๆ โดยที่ไม่รู้ตัวว่ามันไม่ใช่ของเขาสินะ

นทียื่นมือออกไปคว้าปิ่นโตใบน้อยมาถือ สัมผัสของมันใต้ฝ่ามือส่งความรู้สึกเย็นเฉียบแต่ไม่ได้ทำให้เขาสะท้านแต่อย่างใด กลับกันแทนที่จะเอามาดูใกล้ ๆ หรือว่าเอาไปเก็บให้พ้น เขากลับเลือกที่จะโยนมันทิ้งลงไปในถังขยะใกล้ ๆ อย่างไม่ใส่ใจ เพราะสำหรับเขามันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยแม้แต่น้อย... อาหารถูกจัดการไปแล้ว ภาชนะก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

“เมื่อคืนหายไปไหนมา”

เสียงเย็นชาที่คุ้นหูเป็นอย่างดีดังขึ้นมาเงียบ ๆ ทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว อัจฉราหันหลังกลับไปมองอรไพลินผู้เป็นแม่ที่มายืนอยู่บนบันไดขึ้นสุดท้ายเมื่อไหร่ไม่รู้ การปรากฏตัวของอีกฝ่ายทำให้คนที่พึ่งจะกลับเข้าบ้านมาได้ไม่นาน และกำลังจะออกไปอีกรอบแล้วตกใจไม่น้อยเลย ถึงจะไม่ได้แสดงออกไปมากก็ตาม

“เมื่อคืนลืมของที่บ้านใหญ่เลยแวะกลับไปเอาหลังเลิกพาร์ทไทม์ แล้วฝนมันดันตกหนักพอดี คุณนทีเขากลับมาเห็นเลยให้เนยนอนค้างห้องคนใช้ไปก่อน”

อัจฉราตอบคำถาม หล่อนพูดยาวทีเดียวด้วยความจริงแทบจะไม่มี เธอไม่ได้ตั้งใจจะหลอก แต่เพราะเรื่องที่ว่าเข้าไปคุยกับเฮียโจ้... เจ้าหนี้ของพ่อ มันเป็นเรื่องที่หล่อนตัดสินใจเองโดยไม่ได้ปรึกษาก่อนเลยไม่ต้องให้อีกฝ่ายมารับรู้

อรไพลินขมวดคิ้ว แววตาฉายแววสงสัยระคนไม่เชื่อ แต่พอลูกสาวกล้าที่จะอ้างชื่อของ ‘นที’ สีหน้าที่คล้ายจะตำหนิเมื่อครู่ก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงความหมางเมินเอาไว้ตามฉบับ แต่แล้วคิ้วโก่งดั่งคันศรก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นการแต่งกายของลูกสาวที่ผิดแปลกไปไม่เหมือนทุกวัน

“แล้วนี่จะไปไหนอีก ไม่ไปทำงานหรือไงฮะ?”

อัจฉราไม่แปลกใจเลยกับคำถามของอีกฝ่ายราวกับรู้อยู่แล้ว หล่อนเพียงแค่ก้มลงมองเสื้อผ้าของตัวเองที่ตอนนี้สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงยีนเอวสูงสีฟ้าเข้ม ดวงหน้าสวยจัดที่บัดนี้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต ใช้กลบความล้าเอาไว้ได้มิดชิดเงยหน้ามองไปยังผู้เป็นแม่อีกครั้ง ทั้งยังแอบผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนที่จะปริปากบอก

“เนยลางานที่บ้านใหญ่แล้ว... เต็มวัน... ลาตรงกับคุณหญิงเลย เนยไปนะ”

อัจฉราว่า หล่อนพูดจบก็ไม่รอคำตอบหรือคำตำหนิที่อาจจะได้ยินจากปากของผู้เป็นมารดาให้เสียฤกษ์แต่เช้าตรู่ ทิ้งอีกฝ่ายให้ยืนตาโตอย่างไม่พอใจที่อัจฉราตัดบทอย่างไม่ไว้หน้า มองดูลูกสาวแสนรักที่ตอนนี้เหมือนจะกลายเป็นลูกชังไปอีกคนหายไปจากสายตา

ขณะที่อัจฉราสาวเท้าฉับ ๆ เดินออกไปตามทางในซอยอย่างรวดเร็ว อากาศชื้นและยังคงครึ้มเพราะพายุเข้าเมื่อคืนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวนัก แต่อัจฉราไม่มีเวลามาสนใจอีกแล้ว หล่อนออกไปเรียกวินมอเตอร์ไซค์ที่เคยรังเกียจที่จะซ่อนนักหนาหน้าปากซอย แต่ตอนนี้ชินจนคล่องแคล่วเป็นขาประจำไปแล้ว

คนขับวินเจ้าประจำที่คุ้นหน้ากันเป็นอย่างดีก็รีบขับออกจากท่า มาหยุดตรงหน้าพร้อมกับยื่นหมวกกันน็อกให้อย่างรู้งานทันที ไม่ลืมที่จะทักทายอย่างเป็นกันเอง

“วันนี้ไปไหนแต่เช้าเลยเนี่ย? ไม่ไปพร้อมแม่เหรอ?”

“มีงานด่วนค่ะ เลยออกมาก่อน เดี๋ยวพี่ไปส่งหนูสถานีรถไฟฟ้าหน่อยนะคะ ขอซิ่ง ๆ เลย เดี๋ยวคนเยอะหนูไปไม่อยากเบียด”

อัจฉราตอบกลับพร้อมกับส่งยิ้มที่แทบจะกลืนไปกับสีหน้าเรียบเฉย พร้อมกับสวมหมวกกันน็อกไปด้วย เสร็จแล้วก็ขึ้นไปซ้อนท้ายพี่วินด้วยความคล่องแคล่วทันที

“โอเคเลย! รีบแบบนี้พี่จัดซิ่ง ๆ ให้!”

วินรับจ้างรับปาก รอจนกระทั่งผู้โดยสารขาประจำของตนนั่งจนมั่นคงดีแล้ว เขาก็ไม่รอช้าบิดรถออกไปจากหน้าปากซอยทันทีตามความประสงค์ของลูกค้าสาว

สายลมชื้นหอบเอากลิ่นฝนจาง ๆ ตีเข้าใบหน้าจนเส้นผมสีแดงนอกหมวกบางส่วนพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่อัจฉราเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงที่เคยรักสวยรักงามคนนี้ไปเสียแล้ว

ระหว่างทางหล่อนนั่งได้มั่นคงแม้ว่าการจราจรจะแน่นหนาจนคนขับต้องขับซอกแซกไปมาแค่ไหนก็ตาม แต่หญิงสาวก็ทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ต่างไปจากวันแรกของเธออย่างลิบลับที่แค่นั่งก็เกือบจะตกรถแล้ว

ความต่างนี้เป็นเครื่องย้ำเตือนใจที่ชัดเจนที่สุดของอัจฉรา ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้เธอไม่เคยลืมเลยว่าชีวิตตัวเองตกต่ำลงมาแค่ไหน ทำให้แม้แต่เรื่องง่าย ๆ มันก็ยังคอยย้ำเตือนใจกันเสมอมา

ขณะที่กำลังปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับภวังค์เพียงชั่วครู่ ด้วยการขับขี่ที่ชำนาญของวินมอเตอร์ไซค์ ในที่สุดล้อก็หยุดหมุนอยู่ใต้สถานีรถไฟฟ้าที่ตอนนี้กำลังเป็นชั่วโมงเร่งรีบของหลายชีวิตพอดี หล่อนลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกส่งคืนไปให้พี่วินที่รอรับอย่างรู้ใจ

โดยไม่ลืมที่จะจ่ายค่าโดยสารให้... นาทีที่เปิดกระเป๋ายอมรับว่าใจหายทุกที แต่ก็ได้แค่เก็บความรู้สึกนั้นเอาไว้ในใจ

“ขอบคุณนะคะ พี่”

อัจฉราจ่ายค่ารถเสร็จแล้ว ความเร่งรีบของผู้คนรอบข้างช่วยดึงเธอให้กลับคืนมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง ไม่รอช้าที่จะเข้าไปรวมกับกลุ่มคนมากมายที่พบเห็นได้ในนาทีนี้ ทั้งวัยทำงาน เด็กนักเรียน หรือนักศึกษา ทุกคนต่างมีชีวิตที่ต้องดำเนินกันหมด เพียงแค่บทบาทอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละตัวบุคคลเท่านั้น

อัจฉราเร่งฝีเท้าจนมาถึงบันไดเลื่อน ทันทีที่หล่อนก้าวเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปยืน ความรู้สึกวูบวาบประหลาดก็เข้ามาทักทายกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนมือต้องรีบยื่นออกไปจับราวบันไดเลื่อนเอาไว้มั่น หมอกมืดเข้ามาบดบังการมองเห็นจนใจหายวาบ แต่โชคดีที่พาเท้าทั้งสองข้างขึ้นมาเหยียบขั้นบันไดได้ทัน หญิงสาวยืนนิ่ง ตอนนี้หล่อนไม่รู้ว่ากำลังลืมตาอยู่หรือว่าหลับตากันแน่

พยายามหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกำหนดลมหายใจ ยืนนิ่ง ๆ จนในที่สุดการมองเห็นก็กลับมาเป็นปกติ อัจฉราถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้ กะพริบตาถี่ ๆ ไล่ความรู้สึกพร่าเลือนออกไป แต่เหมือนจะรู้ตัวว่าการพักผ่อนน้อยติดต่อกันหลายวันและความเครียดสะสมจะออกอาการมาเล่นงานกันเสียแล้ว

อัจฉรากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตั้งสติให้มั่น แม้ว่าจะเริ่มรู้สึกล้าชัดเจนขึ้นกว่าเก่ามากก็ตาม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้... เธอมีงานที่ต้องไปทำต่อ เป็นงานที่คนรู้จักอุตส่าห์ช่วยหาให้อีกแรงด้วย หากหายไปเฉย ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามมีหวังได้ถูกมองไม่ดีแน่ จนครั้งหน้าเขาไม่อยากจะช่วยขึ้นมาเธอจะซวยเอา

หญิงสาวยึดความคิดนี้ มันอาจจะสุดโต่งไปบ้าง แต่ในโลกของเธอที่เงินมันเป็นแกนขับเคลื่อนชีวิต ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นเช่นนี้จริง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนที่เธอต้องมาเป็นคนที่แบกรับสภาพหนี้หลักแสน

ทั้งยังมีเงื่อนไขแสนโหดที่เธอจะต้องหาไปคืนให้ทันภายในสามเดือน ไม่อย่างนั้นจะต้องกลายเป็นเด็กเลี้ยงของเจ้านี้ สถานการณ์มันจึงตกมาเป็นเรื่องบังคับอย่างช่วยไม่ได้ ที่ต่อให้จะลาป่วย หรือลาตายยังต้องคิดหนักเลยซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดยเฉพาะงานนี้... งานที่ได้โอกาสไปโมเดลลิ่งนางแบบภาพนิ่งนำเสนอสินค้า... เงินค่าจ้างที่จะได้มันคุ้มกว่าการทำงานเป็นคนใช้เต็มวันจริง ๆ อัจฉราคิดมาดีแล้ว และจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด หล่อนถึงได้กล้าลางานหลักมาแบบนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [2/2]

    คำถามด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่นนั่นร้ายกาจไม่ใช่เล่น คำพูดของเธอในครั้งนี้กระทบใจนทีอย่างจัง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตั้งใจพูดหรือไม่ก็ตาม รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้า บรรยากาศที่เคยร้อนระอุเย็นเยียบขึ้นถนัดตา“หึ... กล้าถามขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่สิ้นฤทธิ์”น้ำเสียงทุ้มกดต่ำลงอย่างอันตราย เรียบเหมือนผิวน้ำที่กำลังโหมคลื่นใหญ่อยู่ก้นบึ้ง ปลายนิ้วโป้งกดลงบนริมฝีปากอิ่มของอัจฉราด้วยแรงที่ทำให้กลีบเนื้ออ่อนนุ่มนั้นเผยอออกและอุทาน ‘โอ๊ย’ ออกมาด้วยความเจ็บก่อนจะพลิกร่างเล็กกลับขึ้นมาและคร่อมเธอเอาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนว่าทั้งคู่จะเปลือยเปล่า โน้มหน้าลงไปจนปลายจมูกชนกัน ผสานลมหายใจที่ร้อนระอุเข้ากับจังหวะหายใจที่ขาดห้วงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอัจฉรา“เธอมองว่าฉันเป็นคนดีมาตลอดเหรอ? หึ... นั่นแหละที่ทำให้เธอไม่แตกต่างจากคนอื่น... มองแค่ผิวเผิน... ใจง่ายไปเอง ทั้งที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรให้ด้วยซ้ำ”นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว แต่ก็มีชั่วแวบหนึ่งที่มันฉายประกายอย่างซับซ้อน คล้ายกับความเจ็บปวดจากบางอย่าง ทว่าก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว นทีกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความหวาดหวั่

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 25 เจ้าของและผู้ถูกครอบครองที่อยากบินหนี [1/2]

    “อึก... อื้ออ...” สองมือยึดสะโพกเอาไว้มั่น ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ปล่อยธารรักอุ่นร้อนพุ่งเป็นสายหนาเคลือบแผ่นหลังเนียนที่บัดนี้เต็มไปตราประทับกลีบกุหลาบและรอยขบกัด สะท้านสะเทือนเพราะแรงรักที่เขาปรนเปรอให้ใจจริงนทีอยากที่จะปลดปล่อยเคลือบผนังกำมะหยี่ แต่เขาก็รักษาคำพูดของตัวเองพอที่จะไม่ลดตัวลงไปฝากน้ำรักของเขาในกายของหล่อน... ถ้าเกิดพลาด อัจฉราท้องขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่“อ่าห์... โคตรดี... เธอเป็นของฉันแล้วนะ เนย”เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดกับใบหูที่ร้อนผ่าวของคนใต้ร่าง หลังจากที่ปลดปล่อยจนสุดทางรัก ทรุดตัวลงนอนทับเธอ โดยระวังน้ำหนักไม่ให้ทับคนตัวเล็กกว่าจนร่างแหลกไปเสียก่อนเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปตามแนวสีข้างของเธอ จนมาถึงข้างแก้มที่ถูกปกคลุมด้วยเส้นผมสีแดงบดบังใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นสีหน้าที่สุดจนมองไม่เห็น“พูดอะไรบ้างสิ... หรือว่าโดนของฉันไปเลยจุกพูดไม่ออก”นทีถามเสียงเย้าแหย่ แต่แฝงความเป็นเจ้าของที่เพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม รู้สึกพึงพอใจที่สามารถยึดครองร่างกายเธอมาเป็นของเขาได้ด้วย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    พรึ่บ! นทีไม่สนท่าทีที่กลับมาขัดขืนงอัจฉรา เขากระชากกางเกงยีนและกางเกงในตัวจิ๋วลงไปกองรวมกันอยู่ที่ข้อเท้าเล็กอย่างไม่ปรานี เผยให้เห็นเงาสามเหลี่ยมที่ซ่อนอยู่หว่างขาขาว เท่านั้นยังไม่พอใจ กวาดสายตามองร่างเปลือยเปล่าตั้งแต่หัวจรดเท่าสายตาจวบจ้วงนั่นทำให้หญิงสาวหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวและความอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามถดตัวหนี ปิดบังตัวเองด้วยมือและแขนอย่างน่าสมเพช แต่มันกลับดูยั่วยวน กระตุ้นความอยากของนทีอย่างร้ายกาจคว้าข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างเอาไว้มั่น รับรู้ได้ถึงแรงต้านที่พยายามจะหนีบขาเข้าหากัน แต่พละกำลังที่มากกว่าก็สามารถจับเรียวขาสวยของเธอแยกออกจากกันได้ไม่ยาก เผยให้เห็นกลีบเนื้ออวบอูมที่บัดนี้ฉ่ำวาวแล้ว“ไม่นะ! อย่ามอง!”“แฉะแล้ว... อย่าหลอกตัวเองเลยเนย...”.นทีเลียกลืนน้ำลาย สายตาจับจ้องส่วนรับของอัจฉราอย่างกระหาย ความงามของเธอเกือบทำให้ลืมหายใจ นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์ รีบแทรกกายเข้าไประหว่างขาของเธอ รับรู้ถึงความปวดร้าวของตัวเองที่ร้องหาปลดปล่อยใต้เนื้อผ้า“คุณนที... ฮึก...”น้ำตาของเธอ... ร้องไห้อีกแล้ว ความปรารถ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 24 กายพิพากษา NC🔞

    “คุณนทีอย่า!”อัจฉราประท้วงเสียงเครือ ดวงตาคู่ฉ่ำน้ำใส ไหวสั่นระริก ความร้อนซ่านประดับพวงแก้มใสราวกับผลตำลึงสุก ทั้งอายและอัปยศอย่างถึงที่สุด หลังจากที่นทีเปิดเผยร่างกายท่อนบนของเธอ มองเขาด้วยสายตาที่อ้อนวอน ผิดจากความดื้อรั้นก่อนหน้า“อย่านะคะ... ฮึก... เนยขอร้อง”เธอขอร้องทั้งน้ำตา ปลายจมูกรั้นแดงเรื่อ หายใจติดขัด ภาพตรงหน้าของนทีช่างดูน่าสงสาร เขากำลังทำร้านอัจฉราย่อมรู้ดี แต่ความต้องการของเขามันบดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปหมด สำคัญเขากำลังมองว่าความอ่อนแอของเธอมันน่าขย้ำให้จมเขี้ยว เหมือนสัตว์ตัวน้อย ๆ อ่อนแอ หวาดกลัว... สิ้นหวังแต่ก็ยังดิ้นรนที่จะขอร้อง“อย่าร้องไห้...”เขายื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่อาบหน้าคนใต้ร่างอย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบไม่ใกล้เคียงกับคำว่าปลอบใจเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใช่... นทีไม่ได้กำลังปลอบประโลม“คุณนที... เนยขอร้องนะ... อย่าทำแบบนี้เลย”ร่างเล็กตัวสั่น สัมผัสของปลายนิ้วที่เฉียดผ่านแก้มเนียนยามที่เขาเช็ดน้ำตาให้ แม้รู้ดีว่ามันคือการกระทำเสแสร้งที่สุด ทว่ากลับรู้สึกสะท้านใจอย่างอดไม่ได้ ยิ่งเปิดเปลือ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [2/2]

    “น่ารำคาญมากไหมคะ... ฮึก... เนยน่ารำคาญในสายคุณนทีมากไหมคะ?”นทีชะงักจริง ๆ ในครั้งนี้ ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ตอบคำถามแต่กลับจ้องใบหน้าที่เปื้อนหยาดน้ำใสจากตาของเธอ ก่อนที่รอยยิ้มร้ายกาจจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง น้ำตาของเธอ... ทำให้รู้สึกเดือดในใจอย่างประหลาดพร้อมด้วยเสียงหัวเราะต่ำ เขาปล่อยมือออกจากคางของเธอ ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา ก่อนที่เขาจะตอบคำถามของหล่อนด้วยน้ำเสียงเย็นจัดตรงข้ามกับสัมผัส“มาก... จนอยากปิดปากเธอให้เงียบเลยล่ะ”พูดจบก็ก้มลงประกบจูบอัจฉราอย่างแรง แบบไม่ให้เธอทันได้ตั้งตัว ดวงตาชุ่มน้ำเบิกกว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจท่ามกลางความรู้สึกเจ็บปวด ขณะที่นทีเลื่อนมือมาล็อกกรามของเธอเอาไว้ บังคับให้เงยหน้ารับจูบได้ถนัดมากขึ้น“อืม...”เสียงทุ้มคำรามในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย ที่กลีบปากนุ่มของหญิงสาวเม้มแน่น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เขาบีบกรามเธอแน่นขึ้นจนอัจฉราแย้มริมฝีปากออกด้วยความเจ็บ นทีใช้จังหวะนั้นสอดลิ้นร้อนเข้าไปลิ้มรสความเค็มของน้ำตาผสมกับความหวานหอมของคนใต้ร่างอย่างดุเดือดกวาดต้อนลิ้นเ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 23 เจ็บกว่าที่ใจไหว [1/2]

    อัจฉราหยุดฝีเท้าที่ปลายบันได แผ่นหลังบางตั้งตรงแม้จะสั่นไหวจากการร้องไห้ก็ตาม ดวงตาคู่สวยคมกล้าขึ้นเหนือความบอบบางที่เจ็บลึกสุดใจ “เนยไม่ได้หนี... แต่ถ้าจะหนีแล้วมันเรื่องอะไรของคุณนทีคะ?” เสียงหวานเครือย้อนถามคนข้างหลังโดยไม่หันไปมอง พูดจบหล่อนไม่รอคำตอบรับ หญิงสาวก็เคลื่อนไหวลงบันไดไปอีกครั้ง ทว่าเร็วไม่พอ ไม่ง่ายอย่างที่คิดนทีกล่าวไว้ไม่มีผิด “กล้าดีนี่!” หมับ! มือใหญ่ยื่นออกมาคว้าข้อมือเล็กของอัจฉราได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้นก็รวบร่างบางด้วยแขนอีกข้างที่ว่างเข้ามาหา ก่อนจะปล่อยมือออกจากข้อมือของหญิงสาว แล้วยกเธอขึ้นอุ้มทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามหรือแรงขัดขืน “คุณนที! ปล่อยเนยนะ!” “ปล่อยเหรอ?! จะให้ปล่อยไปไหนล่ะ? ไปเสนอตัวให้ไอ้เจ้าหนี้ของเธอทำเมียหรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน เขาจับร่างเล็กพาดบ่าอย่างมั่นคง ก่อนจะหันกลับขึ้นบันได ตรงไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าอยู่จากเมื่อครู่ ดวงตาสีนิลมืดครึ้มลงอย่างน่ากลัว ส

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 11 ออกลาย

    สภาพการจราจรที่ไม่คล่องตัวนักทำให้นทีกำพวงมาลัยรถแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่สายตาคอยชำเลืองมองคนข้าง ๆ ตลอด อัจฉรายังคงนอนซมไม่ได้สติ เธอเป็นลมไปนานเกินไปจนน่าเป็นห่วง นทีถอนหายใจออกอย่างหนัก เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปอังหน้าผากของเธออีกครั้ง ก่อนจะพบว่ามันยังไม่คลายร้อนลงเลย

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 10 ไฟสุมอก

    “ส่วนเอกสารโอเคแล้วนะ แต่เพราะเรามีนางแบบมาแทนวันนี้... เช็กสัญญาจ้างให้ชัดเจนด้วย โดยเฉพาะข้อใช้ภาพ อย่าให้พลาดเรื่อง NDA ทีหลัง เดี๋ยวมันเรื่องใหญ่”นทีตรวจสอบเอกสารสัญญาต่าง ๆ ตรงหน้าผ่านสายตาคู่เฉียบอย่างคล่องแคล่ว ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี จนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงในสายตาทนายคว

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 9 ดาวบริวาร

    ร่างบางของอัจฉราโผล่พรวดเข้ามาในสตูดิโอ จนคนทั้งห้องต้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน ลมหายใจของเธอหอบหนักราวกับคนกระหายอากาศ เหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าแสดงให้เห็นว่าหล่อนรีบแค่ไหน ระหว่างที่ต้องเดินทางมาที่นี่ แม้จะโดยสารด้วยรถไฟฟ้าแต่เพราะเป็นวันธรรมดาในเมืองใหญ่ จึงติดขัดไม่ค่อยเป็นดั่งใจนัก ถึงออกจากบ

  • นที (โปรด) รัก   บทที่ 7 หนังสือสองเล่ม

    ดวงตาคู่สวยของอัจฉราเบิกกว้าง หัวใจเต้นระรัวจากการกระทำและคำพูดที่ไม่คาดคิดของนทีเมื่อครู่ มือบางกำผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่อีกฝ่ายพึ่งโยนให้เมื่อครู่แน่น ขณะที่แววตาฉายแววสับสนและตกใจออกมาอย่างซ่อนไม่มิด สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทำ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ยังคงยืนนิ่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status