Mag-log inหลังจากที่ผมได้ยินความลับจากปากของฝน
ผมรู้สึกเหมือนโลกจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ตัวเบาอย่างบอกไม่ถูก
“นะ…นี้ ล้อเล่นใช่ไหม?”
ผมพูดตะกุกตักกักเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ฝนก้มหน้าลง แก้มแดงขึ้น ท่าทางเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
เธอสายหน้าช้า ๆ ก่อนจะพูดต่ออีกเล็กน้อย
"นู๋แค่อยากบอกพี่กรเฉย ๆ"
ฝนนิ่งไปสักพัก ท่าทางของเธอดูเหมือนจะเตรียมใจที่จะมาบอกกับผมมาสักพักหนึ่งแล้ว
ผมรวบรวมความกล้า เดินไปยืนข้างหน้าเธอ
ฝนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา
จากนั้นเธอก็เอามือมาปิดหน้าตัวเองทันทีเหมือนไม่อยากให้มอง
”นู๋ไม่น่าพูดออกมาเลยใช่มั้ย…นู๋ขอโทษ! “
เธอพูดออกมาเสียงสั่น
ผมลูบหัวเธอเบา ๆ
จนฝนค่อย ๆ คลายมือที่ปิดหน้าตัวเองออก แล้วเงยหน้ามองผมอีกครั้ง
เธอทำปากเบะเหมือนจะร้องไห้ สายตาเธอมองออกด้านข้างเหมือนไม่กล้าสบตา เธอแกว่งขาเบา ๆ อยู่ข้างเตียงเหมือนทำตัวไม่ถูก
ผมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ รวบรวมความกล้าอีกครั้งก่อนจะพูดออกมาต่อหน้าเธอ
“ขอโทษที่ไม่ได้พูดความจริงตั้งแต่แรกนะ” ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย
“จริง ๆ แล้ว…ฉันก็ชอบฝนเหมือนกัน”
‘พูดไปแล้ว…นี้ผมพูดไปแล้วจริง ๆ หรอเนีย?!’ ผมคิดในใจ
ฝนตัวแข็งทื่อทันที ก่อนจะเริ่มเบะปากมองผมแล้วร้องไห้ออกมา
“หือ…หืออ…พี่กร!…”
ผมตกใจและรีบเอื่อมมือไปแตะไหล่เธอทันที
ผมปลอบเธออยู่สักพักจนเธอสงบลง
ผมวางมือบนแก้มเธอเบา ๆ แล้วใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้เธอ
ดวงตากลมโตมองผมผ่านเลนส์แว่นตา
ตอนนั้นผมใจเต้นแรงมาก ๆ เหมือนกับว่าผมกำลังฝันอยู่
ผมยิ้มให้เธอเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอยิ้มกลับแล้วหันหน้าหนีเพื่อหลบตาผม
ผมเคยเห็นท่าทางของฝนเวลาเขินมาก่อน
แต่เมื่อรู้ว่าเธอชอบผมเหมือนกัน
ภาพที่ผมเห็นเธอเขิน ช่างเป็นภาพที่น่ารักแบบทวีคูณ จนผมหน้าแดงขึ้นมา
ผมรวบรวมความกล้าอีกครั้ง เพื่อที่จะคุยกับเธอ
ผมเอื่อมมือทั้งสองข้างไปจับที่ใบหน้าเธอเบา ๆ เพื่อให้หันมามองผม
เราสบตากัน
“แล้วเรา…จะเอายังไงต่อกันดี?” ผมเอ่ยถาม
“นู๋…ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“งั้น…เรามาคบกันไหม?”
ฝนเบิกตากว่าขึ้น มองหน้าผมครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามผม
“แล้วพ่อกับม๊าจะว่าพวกเราไหม?”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน…”
"แล้วเราควรจะบอกรุ้งดีไหม?" ฝนเอ่ยถามอีกครั้ง
สายตาของเธอบอกว่า เธอไม่อยากมีความลับกับฝาแฝดเธอเลย
ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเธอ
"ฉันคิดว่า อาจจะยังก่อน..."
ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย
“…เราเก็บเรื่องนี้ เป็นความลับของเราก่อนดีไหม?”
ฝนมองตาผมอย่างใสซื่อ
“ค่ะ”
ผมก้มลงจูบที่หน้าพากของฝนเบา ๆ เธอหลับตาลงและรับจูบของผมไว้
ตอนนั้น เราแทบจะไม่ได้คิดอะไรไปไกล เราแค่คิดกันว่า เรามีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน เราชอบกัน เพียงแค่นั้น
แต่จู่จู่
เสียงประตูก็เปิดขึ้น รุ้นเดินเข้ามาในชุดนอนเสื้อยืดโอเวอร์ไซด์และกางเกงขาสั้น
“พวกเธอทำอะไรกัน” รุ้งพูดขึ้นขณะเช็ดฝนที่เปียกหมาด ๆ ด้วยผ้าขนหนู
ภาพที่รุ้งเห็นคือ ผมกำลังจับหน้าของฝนที่มีคราบน้ำตาอยู่
ผมตกใจมาก คิดว่าจะโดนจับได้ซะแล้ว
“นี้นายแกล้งฝนอีกแล้วใช่ไหม?”
รุ้งเดินเข้ามาพร้อมกับชกท้องผมเบา ๆ แลัวพลักผมให้ล้มลงไปนอนคว่ำบนเตียง
“ไอหมอนี้มันแกล้งอะไรเธอ ฝน?”
รุ้งเอ่ยถามฝน ขณะที่ปีนขึ้นมานั่งคร่อมบนหลังผม แล้วเอาหมอนมาตีผมไม่หยุด
“ดะ…เด๋วสิ ฉันยัง…”
หมอบฟาดลงมาจนผมพูดแก้ตัวไม่ได้
ฝนมองภาพที่ผมกำลังโดนพี่สาวเธอเอาหมอนฟาดอยู่สักพัก ก่อนจะค่อย ๆ หัวเราะออกมาเบา ๆ
ทำให้บรรยากาศดูสนุกสนานขึ้นมาทันที
ยิ่งเวลาผ่านไปผมก็เริ่มหวั่นไหวกับรุ้งมากขึ้นเรื่อย ๆแม้นิสัยของเธอต่างกับน้องสาวฝาแฝดอย่างเห็นได้ชัดแต่เธอก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เธอบอก ว่า‘ชอบผมมานานแล้ว’ซึ่งเหมือนกันกับฝนผมพยายามนึกย้อนไปเรื่องราว ก่อน ๆ ว่าเรื่องไหนบ้างที่เธอประทับใจในตัวผม และเริ่มชอบผมแต่ผมก็นึกไม่ออก เพราะพวกเราช่วยเหลือกันและกันตลอดผมก็มักจะรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ทุกครั้ง เวลาที่รุ้งเข้าหามาผมด้วยท่าทีที่ร่าเริง น่ารักสดใส หรือเรียกผมให้ไปหาเธอบางวันตอนเช้า ก่อนจะไปโรงเรียน ฝนจะฝากให้รุ้งมาปลุกผมที่ห้องแต่พอฝนเข้ามาตาม เธอมักจะเห็นรุ้งนอนกอดแขนผมแล้วหลับอยู่ด้วยกันมันเป็นแบบนั้นจนผมไม่รู้ว่า รุ้งเข้ามาอยู่ในหัวใจผมอีกคน ตั้งแต่เมื่อไร?แน่นอนว่า ผมยังคงชอบฝนอยู่และก็เริ่มรู้สึกว่า ผมขาดรุ้งไปไม่ได้เช่นกันผมรู้สึกสบายใจและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เวลาเห็นสีหน้าของรุ้งที่ดูร่าเริง และฝนที่ดูอ่อนโยน ใกล้ ๆ ผมคืนวันเสา
เช้าวันต่อ ๆ มา… พวกเราทั้ง 3 คนเดินไปโรงเรียนด้วยกันเหมือนเช่นเคยปกติแล้ว ผมจะเกิดตามพวกเธอ แต่หลังจากที่เราตกลงคบกันแล้ว รุ้งก็เดินเกาะแขนผมตลอด"รุ้ง ทำแบบนั้นมันดูน่าสงสัยไปหรือเปล่า?" ฝนเตือนพี่สาวฝาแฝดเสียงเบา ๆ"งั้น ฝนก็จับมือกรด้วยสิ" รุ้งตอบกลับเสียงร่าเริง ก่อนจะจัดแจงให้ผมและฝนเดินจับมือกันอีกข้างพวกเราเดินแบบนั้นไปสักพักขณะที่จะไปขึ้นรถประจำทางจู่จู่ ก็เจอป้าคนรู้จักในหมู่บ้านที่เคยเห็นพวกเรามาตั้งแต่เด็ก ๆ ปั่นจักรยานผ่านมา"ไปโรงเรียนกันเหรอ?" ป้าคนรู้จักเอ่ยทัก"เดินเกาะกันเหมือนตอนเด็ก ๆ เลยนะ น่ารักเชียว พี่น้อง 3 คนนี้"จากนั้นเธอก็ปั่นจักรยานผ่านไปรุ้งหันมายิ้มให้ผมและฝนสายตาเธอบอกว่า 'แค่ทำตัวเป็นธรรมชาติก็พอ'เมื่อถึงโรงเรียน เราทำทุกอย่างเหมือนปกติรุ้งและฝนถูกเพื่อนสาวห้องอื่น ๆ และรุ่นน้องทักทายตั้งแต่หน้าประตูส่วนผมก็เดินตามหลังพวกเธอไปห้องเรียนตามเคยช่วงตอนพักกลางวันปกติแล้ว บางวันเราจะแยกย้ายกันไปตามกลุ่มเพื่อนของตัวเอง กลุ่มเพื่อนสาวของรุ้ง 2-3 คน จะเป็นกลุ่มที่ชอบสิ่งบันเทิงของวัยรุ่นสมัยนั้น พวกเธอดูดี และท่าทางดูน่ารัก แต่รุ้งดูโดดเด่นที่สุด
หลังจากที่บรรยากาศในห้องเริ่มดีขึ้นฝนก็เลยเอ่ยถามขึ้นมา“แล้วเรา...จะเอายังไงต่อกันดี?”ทั้งสามคนเงียบอีกครั้ง ก่อนฝนจะเสนอขึ้นมา“งั้น…เราคบกันแบบสามคนเลยดีไหม?”ผมและรุ้งหันไปมองเธอพร้อมกัน ฝนกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย แต่สายตายังมั่นคง“ฉันไม่อยากทิ้งรุ้งไว้คนเดียว...”เธอมองผมและพูดต่อ“...และ…นู๋ก็ชอบพี่กรมาก ๆ เหมือนกัน”รุ้งมองน้องสาวครู่หนึ่ง แล้วหันมาทางผม“นายล่ะ…คิดว่ายังไง?”ผมหายเข้าเฮือกใหญ่“ฉัน…อยากให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแบบนี้…”ผมมองฝนและรุ้ง“...ถ้าพวกเธอโอเค…ฉันก็โอเค”รุ้งพยักหน้าช้า ๆ“งั้น…ตกลง”ฝนก็พยักหน้าตาม"ฉันไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดี...ที่มีแฟนพร้อม ๆ กันทั้ง 2 คนแบบนี้"ผมพูดแทรงขึ้นมา"ก็ทำเหมือนที่นายเป็นนั้นแหละ""เป็นพี่กรเหมือนเดิมล่ะคะ"ทั้งสองคนพูดพร้อม ๆ กัน"ละ...แล้วพวกเธอล่ะ?"ผมเอ่ยถามต่อ"ถ้าเป็นรุ้ง นู๋เต็มใจค่ะ..."&
เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น...ฝน ตัวจริงเดินเข้ามา แล้วรู้ว่าคนข้างหน้าผมคือ รุ้งบรรยากาศในห้องก็เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหายใจของกันและกันผมยังนอนหงายอยู่บนเตียง แขนทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเอง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอกกางเกงขาสั้นถูกดึงลงอยู่ที่ขาข้างหนึ่งรุ้งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของผม ริมฝีปากยังมีคราบขาวจาง ๆ เปื้อนอยู่เป็นร่องรอยบอกให้รู้ว่า ผมและเธอพึ่งผ่านอะไรมาฝนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู สายตาสลับไปมาระหว่างผมกับรุ้ง“ทำไม…รุ้งถึง…”เสียงของฝนดังขึ้นเบา ๆ แต่ฟังดูหนักอึ้งรุ้งเงยหน้าขึ้น หันมองน้องสาวฝาแฝดของเธอ“ก็เพราะกรคิดว่าฉันเป็นฝนนะสิ…”ผมรีบดึงกางเกงขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก แล้วนั่งตัวตรง“ฉะ…ฉัน คิดว่าเป็นฝน…”คำพูดหลุดออกมาจากปากผม โดยที่ผมจำไม่ได้เลยว่าพูอะไรออกไปฝนหันมามองผม ท่าทางของเธอดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมาดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายความสับสนปนความเจ็บปวดเบา ๆผมรู้สึกเหมือนถูกอะไรบีบหัวใจไว้แน่นผมอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต
ฝนค่อย ๆ ปล่อยมือออก จนผมสามารถถอดกางเกงในเธอออกมาได้เผยให้เห็นจุดลับของเธอ เนินโหนกขาวเนียนที่ไร้ขน ร่องตรงกลางที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน ปิดสนิท แต่เริ่มเปียกชื้นขึ้นเล็กน้อย“มัน…สวยมาก” ผมพืมพำเบา ๆฝนพยายามหุบขาด้วยความเขินอาย แต่ผมกดขาเธอไว้เบา ๆเธอเลยยกแขนข้างทั้งสองข้างบังหน้าตัวเองไว้แทน แล้วปล่อยด้านล่างของเธอให้แบออกอย่างเปิดเผย“นะ…นู๋ อายจัง”ผมค่อย ๆ โน้มตัวลงมาระหว่างขาของเธอกลิ่นหญิงสาวเข้าไปในจมูกผม มันทำให้ผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกมือทั้งสองข้างของผมจับต้นขาของเธอไว้ก่อนที่ผมจะค่อย ๆ จูบลงที่กลีบเนื้อขาว ๆ ของเธอเบา ๆทันทีที่ริมฝีปากของผมสัมผัสผิวบาง ๆ ของเธอฝนก็สะดุ้งตัวทันทีเธอแอ่นสะโพกขึ้นเล็กน้อยฝนยังคงเอาแขนทั้งสองข้างก่ายปิดหน้าอยู่ เธอหลับตาปี๋ ก่อนใบหน้าจะเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่กำลังถาโถมเข้ามา“อืม~”ฝนเม้มปาก กลั้นเสียงครางไว้
สายฝนค่อย ๆ ตกลงมากระทบกับหลังคาจนเกิดเป็นเสียงดังท้องฟ้าที่เคยสว่าง ค่อย ๆ มืดครื้มเหมือนเป็นใจจะสร้างบรรยากาศฝนนอนนิ่ง แขนทั้งสองข้างวางไว้บนอก มือยังคงกำหนังสือนิยายแน่นเหมือนเป็นที่ระบายความตื่นเต้นเดียวที่เธอมีตอนนี้ผมค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่แขนเธอเบา ๆ หยิบหนังสือที่เธอถือไว้ออกมืออีกข้างของผมท้าวกับเตียงไว้เพื่อรับน้ำหนักตัวเองผมค่อย ๆ ก้าวเข่ามาคร่อมตัวฝน ผมนำทางมือของเธอให้มาโอบที่คอผมไว้ ขณะที่ยังจูบเธออยู่จากนั้น ผมก็ค่อย ๆ ใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของฝนช้า ๆเธอยอมให้ผมทำแบบนั้น และเธอก็ค่อย ๆ ทำตาม จนลิ้นของเราพันกันในโพรงปากไม่รู้ว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้นผมแค่ทำมันไปตามสัญชาตญาณและมันก็สั่งให้ล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอต่อผมค่อย ๆ ล้วงมื้อเข้าไป สัมผัสผิวนุ่มลื่นที่หน้าท้องของเธอ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาจนถึงหน้าอกที่มีชุดชั้นในนุ่ม ๆ ขวางอยู่ฝนสะดุ้งเล็กน้อยผมบีบมันเบา ๆ จนเธอต้องดึงมือข้างหนึ่งที่กำลังโอบคอผมอยู่ ลงมาจับที่ข้อมือผมไว้จากน







