LOGINหลังจากนั้น ฝนและผม เราแอบคบกันมาเรื่อย ๆ
เราคบกันแบบใส ๆ มีแอบจับมือหรือจุงมือกันบ้าง แต่มันก็เหมือนเป็นปกติของพวกเราตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว
พอเข้าช่วงม.ปลาย รุ้งและฝนดูโดดเด่นยิ่งกว่าแต่ก่อนมาก
ชุดนักเรียนม.ปลายทำให้พวกเธอดูน่ารักและมีเสน่ห์
เสื้อนักเรียนขนาดพอดีตัวสวมไว้ในกระโปรงสีกรมท่า ทำให้เห็นรอบเอวบาง ๆ รับกับสะโพกของเด็กวัยรุ่นที่กำลังเติบโตเป็นสาว
ผมเองก็เช่นกัน ตัวผมเริ่มสูงขึ้น จนหัวของสองสาวฝาแฝดอยู่แค่ระดับคางของผมเท่านั้น
แต่พฤติกรรมของพวกเราทั้งสองคนก็ไม่ค่อยแตกต่างจากเดิมนัก เพราะพวกเราทั้ง 3 คนก็ใกล้ชิดกันมาตลอดอยู่แล้ว
มีเพียงสายตาที่ฝนและผมมองกันเท่านั้น ที่ดูลึกซึ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ช่วงเวลานั้น ถ้าผมทำอะไรให้ฝน ผมต้องทำให้รุ้งด้วยเช่นกัน ซึ่งฝนก็เต็มใจและไม่มีท่าทีน้อยใจหรือหึงหวงเลย
เราเดินจุงมือกันบ้าง เดินขวงแขนกันบ้าง หรือบ้างครั้ง ผมก็ต้องเดินจุงมือรุ้งเหมือนกัน
ถ้าวันไหน เรานอนด้วยกันทั้ง 3 คน ผมมักจะถูกให้นอนตรงกลางเสมอ รุ้งและฝนจะนอนหันหน้ามาซุกที่ไหล่ของผม
ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นปกติแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว
แต่ตอนนี้ กับฝน ความรู้สึกมันต่างออกไป
เรายังแอบเก็บเรื่องที่เราคบกันไว้เป็นความลับอยู่
ช่วงปลาย ๆ ม.5 ก่อนจะขึ้นม.6 ตอนปิดเทอมฤดูร้อน
ผมซื้อของขวัญวันเกิด เป็นโบว์ผูกผมสีขาวให้รุ้งและฝนในวัดนเกิดอายุ 18 ปี พอดี
วันหนึ่ง
แม่และป๊าพารุ้งไปทำธุระในตัวเมือง เหลือเพียงฝนและผมกันอยู่ 2 คนที่บ้าน
ตอนนั้นช่วง บ่าย ๆ ท่าทางเหมือนฝนจะตก ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูร้อน
แม่โทรมาบอกผม ให้ช่วยเก็บผ้าเพราะทางนี้ฝนตกแล้ว และคิดว่าใช้เวลา สักพักใหญ่ ๆ กว่าจะเสร็จธุระ
ผมทำตามที่แม่บอกทันที
จากนั้นผมก็เดินไปหาฝนที่ห้องของเธอ ผมเคาระประตูห้องก่อนจะเปิดเข้าไป
ฝนสวมเสื้อแขนกุดสีขาวยาวจนคุมกางเกงขาสั้นสีเทาอ่อน เธอนั่งอยู่ขอบเตียงกำลังอ่านนิยาย
เรื่อง ‘นอสทัลเจีย…ครั้งนั้นผมยังไม่ลืม’ อยู่
“แม่บอกว่า อีกพักใหญ่ ๆ เลยกว่าจะกลับ”
ผมบอกเธอ ก่อนเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ จนแขนและต้นขาของเราแนบชิดกัน
บรรยากาศตอนนั้นค่อนข้างเป็นใจ
ฝนค่อย ๆ โน้มหัวลงมาซบที่ไหล่ของผม กอดแขนผม แล้วอ่านนิยายต่อ
ผมได้กลิ่นหอมเหมือนแป้งเด็กอ่อน ๆ จากตัวเธอ
มันทำให้ใจผมเต้นแรงขึ้น
ผมค่อย ๆ เอื่อมมือข้างหนึ่งไปโอบที่เอวของเธอ แล้วอีกข้างวางไว้ที่ต้นขาขาว ๆ ของเธอ
ความใกล้ชิดและบรรยายกาศ ทำให้ผมค่อย ๆ ลูบต้นขาของเธอเบา ๆ เพื่อดูท่าทีของเธอ
ฝนไม่มีท่าทีขัดขืนใด ๆ
จากนั้น ผมก็ก้มลงไปหอมแก้มเธอทันที
เธอเอียงหน้ารับ และอมยิ้มเขิน ๆ
ผมรู้สึกว่าเธอน่ารักมาก ๆ น่ารักจนผมรู้สึกอยากสัมผัสเธอมากกว่านี้อย่างบอกไม่ถูก
ผมค่อย ๆ จับคางฝนให้เธอหันมาทางผม มือของเธอยังคงถือหนังสือนิยายอยู่
เรามองตากันอยู่ครู่หนึ่ง
ผมขยับใบหน้าเข้าไปช้า ๆ
ฝนหลับตาลง เหมือนรู้ว่า ผมกำลังจะทำอะไร
ผมเห็นท่าทีที่เป็นใจของฝนแบบนั้น มันยิ่งปลุกความรู้สึกบางอย่างของผู้ชายให้ตื่นขึ้น
ก่อนที่ริมฝีปากของเราจะประกบกัน
และนั้น เป็นจูบแรกของเรา
กลิ่นของเธอ อบอวนอยู่รอบ ๆ ตัวผม
รสชาติของจูบเธอ หอมหวานจนฝังอยู่ในใจของผม
จากนั้นผมก็ค่อย ๆ ประครองฝนให้นอนราบไปบนเตียง ทั้ง ๆ ที่เรายังจูบกันอยู่
ผมถอนปากออกมาเล็กน้อย
ก่อนที่ผมจะพูบางอย่างที่ผมแทบจะไม่ได้ทันคิดออกมา
“ฉัน...อยากสัมผัสฝนมากกว่านี้”
ฝนมองหน้าผม หน้าเธอแดงมาก ตากลมโตของเธอหยาดเยิ้มจนดูเป็นประกาย
เธอเพียงพยักหน้าเล็กน้อย
แต่นั้นกลับทำให้ผม...ไม่มีวันลืม
ยิ่งเวลาผ่านไปผมก็เริ่มหวั่นไหวกับรุ้งมากขึ้นเรื่อย ๆแม้นิสัยของเธอต่างกับน้องสาวฝาแฝดอย่างเห็นได้ชัดแต่เธอก็ทำให้หัวใจผมเต้นแรงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เธอบอก ว่า‘ชอบผมมานานแล้ว’ซึ่งเหมือนกันกับฝนผมพยายามนึกย้อนไปเรื่องราว ก่อน ๆ ว่าเรื่องไหนบ้างที่เธอประทับใจในตัวผม และเริ่มชอบผมแต่ผมก็นึกไม่ออก เพราะพวกเราช่วยเหลือกันและกันตลอดผมก็มักจะรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ทุกครั้ง เวลาที่รุ้งเข้าหามาผมด้วยท่าทีที่ร่าเริง น่ารักสดใส หรือเรียกผมให้ไปหาเธอบางวันตอนเช้า ก่อนจะไปโรงเรียน ฝนจะฝากให้รุ้งมาปลุกผมที่ห้องแต่พอฝนเข้ามาตาม เธอมักจะเห็นรุ้งนอนกอดแขนผมแล้วหลับอยู่ด้วยกันมันเป็นแบบนั้นจนผมไม่รู้ว่า รุ้งเข้ามาอยู่ในหัวใจผมอีกคน ตั้งแต่เมื่อไร?แน่นอนว่า ผมยังคงชอบฝนอยู่และก็เริ่มรู้สึกว่า ผมขาดรุ้งไปไม่ได้เช่นกันผมรู้สึกสบายใจและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เวลาเห็นสีหน้าของรุ้งที่ดูร่าเริง และฝนที่ดูอ่อนโยน ใกล้ ๆ ผมคืนวันเสา
เช้าวันต่อ ๆ มา… พวกเราทั้ง 3 คนเดินไปโรงเรียนด้วยกันเหมือนเช่นเคยปกติแล้ว ผมจะเกิดตามพวกเธอ แต่หลังจากที่เราตกลงคบกันแล้ว รุ้งก็เดินเกาะแขนผมตลอด"รุ้ง ทำแบบนั้นมันดูน่าสงสัยไปหรือเปล่า?" ฝนเตือนพี่สาวฝาแฝดเสียงเบา ๆ"งั้น ฝนก็จับมือกรด้วยสิ" รุ้งตอบกลับเสียงร่าเริง ก่อนจะจัดแจงให้ผมและฝนเดินจับมือกันอีกข้างพวกเราเดินแบบนั้นไปสักพักขณะที่จะไปขึ้นรถประจำทางจู่จู่ ก็เจอป้าคนรู้จักในหมู่บ้านที่เคยเห็นพวกเรามาตั้งแต่เด็ก ๆ ปั่นจักรยานผ่านมา"ไปโรงเรียนกันเหรอ?" ป้าคนรู้จักเอ่ยทัก"เดินเกาะกันเหมือนตอนเด็ก ๆ เลยนะ น่ารักเชียว พี่น้อง 3 คนนี้"จากนั้นเธอก็ปั่นจักรยานผ่านไปรุ้งหันมายิ้มให้ผมและฝนสายตาเธอบอกว่า 'แค่ทำตัวเป็นธรรมชาติก็พอ'เมื่อถึงโรงเรียน เราทำทุกอย่างเหมือนปกติรุ้งและฝนถูกเพื่อนสาวห้องอื่น ๆ และรุ่นน้องทักทายตั้งแต่หน้าประตูส่วนผมก็เดินตามหลังพวกเธอไปห้องเรียนตามเคยช่วงตอนพักกลางวันปกติแล้ว บางวันเราจะแยกย้ายกันไปตามกลุ่มเพื่อนของตัวเอง กลุ่มเพื่อนสาวของรุ้ง 2-3 คน จะเป็นกลุ่มที่ชอบสิ่งบันเทิงของวัยรุ่นสมัยนั้น พวกเธอดูดี และท่าทางดูน่ารัก แต่รุ้งดูโดดเด่นที่สุด
หลังจากที่บรรยากาศในห้องเริ่มดีขึ้นฝนก็เลยเอ่ยถามขึ้นมา“แล้วเรา...จะเอายังไงต่อกันดี?”ทั้งสามคนเงียบอีกครั้ง ก่อนฝนจะเสนอขึ้นมา“งั้น…เราคบกันแบบสามคนเลยดีไหม?”ผมและรุ้งหันไปมองเธอพร้อมกัน ฝนกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย แต่สายตายังมั่นคง“ฉันไม่อยากทิ้งรุ้งไว้คนเดียว...”เธอมองผมและพูดต่อ“...และ…นู๋ก็ชอบพี่กรมาก ๆ เหมือนกัน”รุ้งมองน้องสาวครู่หนึ่ง แล้วหันมาทางผม“นายล่ะ…คิดว่ายังไง?”ผมหายเข้าเฮือกใหญ่“ฉัน…อยากให้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแบบนี้…”ผมมองฝนและรุ้ง“...ถ้าพวกเธอโอเค…ฉันก็โอเค”รุ้งพยักหน้าช้า ๆ“งั้น…ตกลง”ฝนก็พยักหน้าตาม"ฉันไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดี...ที่มีแฟนพร้อม ๆ กันทั้ง 2 คนแบบนี้"ผมพูดแทรงขึ้นมา"ก็ทำเหมือนที่นายเป็นนั้นแหละ""เป็นพี่กรเหมือนเดิมล่ะคะ"ทั้งสองคนพูดพร้อม ๆ กัน"ละ...แล้วพวกเธอล่ะ?"ผมเอ่ยถามต่อ"ถ้าเป็นรุ้ง นู๋เต็มใจค่ะ..."&
เมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น...ฝน ตัวจริงเดินเข้ามา แล้วรู้ว่าคนข้างหน้าผมคือ รุ้งบรรยากาศในห้องก็เงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหายใจของกันและกันผมยังนอนหงายอยู่บนเตียง แขนทั้งสองข้างปิดหน้าตัวเอง หัวใจเต้นแรงจนเจ็บอกกางเกงขาสั้นถูกดึงลงอยู่ที่ขาข้างหนึ่งรุ้งคุกเข่าอยู่ระหว่างขาของผม ริมฝีปากยังมีคราบขาวจาง ๆ เปื้อนอยู่เป็นร่องรอยบอกให้รู้ว่า ผมและเธอพึ่งผ่านอะไรมาฝนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู สายตาสลับไปมาระหว่างผมกับรุ้ง“ทำไม…รุ้งถึง…”เสียงของฝนดังขึ้นเบา ๆ แต่ฟังดูหนักอึ้งรุ้งเงยหน้าขึ้น หันมองน้องสาวฝาแฝดของเธอ“ก็เพราะกรคิดว่าฉันเป็นฝนนะสิ…”ผมรีบดึงกางเกงขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก แล้วนั่งตัวตรง“ฉะ…ฉัน คิดว่าเป็นฝน…”คำพูดหลุดออกมาจากปากผม โดยที่ผมจำไม่ได้เลยว่าพูอะไรออกไปฝนหันมามองผม ท่าทางของเธอดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมาดวงตาหลังเลนส์แว่นฉายความสับสนปนความเจ็บปวดเบา ๆผมรู้สึกเหมือนถูกอะไรบีบหัวใจไว้แน่นผมอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต
ฝนค่อย ๆ ปล่อยมือออก จนผมสามารถถอดกางเกงในเธอออกมาได้เผยให้เห็นจุดลับของเธอ เนินโหนกขาวเนียนที่ไร้ขน ร่องตรงกลางที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน ปิดสนิท แต่เริ่มเปียกชื้นขึ้นเล็กน้อย“มัน…สวยมาก” ผมพืมพำเบา ๆฝนพยายามหุบขาด้วยความเขินอาย แต่ผมกดขาเธอไว้เบา ๆเธอเลยยกแขนข้างทั้งสองข้างบังหน้าตัวเองไว้แทน แล้วปล่อยด้านล่างของเธอให้แบออกอย่างเปิดเผย“นะ…นู๋ อายจัง”ผมค่อย ๆ โน้มตัวลงมาระหว่างขาของเธอกลิ่นหญิงสาวเข้าไปในจมูกผม มันทำให้ผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกมือทั้งสองข้างของผมจับต้นขาของเธอไว้ก่อนที่ผมจะค่อย ๆ จูบลงที่กลีบเนื้อขาว ๆ ของเธอเบา ๆทันทีที่ริมฝีปากของผมสัมผัสผิวบาง ๆ ของเธอฝนก็สะดุ้งตัวทันทีเธอแอ่นสะโพกขึ้นเล็กน้อยฝนยังคงเอาแขนทั้งสองข้างก่ายปิดหน้าอยู่ เธอหลับตาปี๋ ก่อนใบหน้าจะเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่กำลังถาโถมเข้ามา“อืม~”ฝนเม้มปาก กลั้นเสียงครางไว้
สายฝนค่อย ๆ ตกลงมากระทบกับหลังคาจนเกิดเป็นเสียงดังท้องฟ้าที่เคยสว่าง ค่อย ๆ มืดครื้มเหมือนเป็นใจจะสร้างบรรยากาศฝนนอนนิ่ง แขนทั้งสองข้างวางไว้บนอก มือยังคงกำหนังสือนิยายแน่นเหมือนเป็นที่ระบายความตื่นเต้นเดียวที่เธอมีตอนนี้ผมค่อย ๆ ใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่แขนเธอเบา ๆ หยิบหนังสือที่เธอถือไว้ออกมืออีกข้างของผมท้าวกับเตียงไว้เพื่อรับน้ำหนักตัวเองผมค่อย ๆ ก้าวเข่ามาคร่อมตัวฝน ผมนำทางมือของเธอให้มาโอบที่คอผมไว้ ขณะที่ยังจูบเธออยู่จากนั้น ผมก็ค่อย ๆ ใช้ลิ้นแทรกเข้าไปในปากของฝนช้า ๆเธอยอมให้ผมทำแบบนั้น และเธอก็ค่อย ๆ ทำตาม จนลิ้นของเราพันกันในโพรงปากไม่รู้ว่าทำไมผมถึงทำแบบนั้นผมแค่ทำมันไปตามสัญชาตญาณและมันก็สั่งให้ล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเธอต่อผมค่อย ๆ ล้วงมื้อเข้าไป สัมผัสผิวนุ่มลื่นที่หน้าท้องของเธอ ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาจนถึงหน้าอกที่มีชุดชั้นในนุ่ม ๆ ขวางอยู่ฝนสะดุ้งเล็กน้อยผมบีบมันเบา ๆ จนเธอต้องดึงมือข้างหนึ่งที่กำลังโอบคอผมอยู่ ลงมาจับที่ข้อมือผมไว้จากน







