เข้าสู่ระบบปรินดา หรือ แก้ม นักศึกษาบัญชีปีสุดท้าย ชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อบิดาถูกโกงจนสิ้นเนื้อประดาตัวและถูกฆ่าตาย ทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้เธอรับกรรมเพียงลำพัง โดยมีแม่เลี้ยงใจยักษ์คอยบงการชีวิต ทางเลือกของเธอมีเพียงสองทาง... คือยอมเป็นเมียน้อยของ เสี่ยสมยศ หรือยอมขายศักดิ์ศรีเพื่อหาเงินมาชดใช้หนี้ แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เมื่อเสี่ยสมยศล้มป่วย และผู้ที่ก้าวเข้ามาสะสางบัญชีหนี้สินครั้งนี้คือ ดรัณนายหัวหนุ่มที่ลูกชาย เขาบินด่วนมาจากภาคใต้ ดรัณเป็นนายหัวเจ้าของสัมปทานรังนกผู้มีใบหน้าคมเข้มดุดันและนิสัยดิบเถื่อน เขาไม่ได้มาเพื่อทวงคืนแค่ตัวเงิน แต่เขามาเพื่อเคลมสินค้าที่แม่เลี้ยงของเธอเสนอขายให้ ภายใต้สัญญา 5 เดือน ปรินดาต้องย้ายเข้าไปอยู่ในเพนเฮ้าส์หรูของเขาในฐานะผู้หญิงของนายหัวดรัณ ค่ำคืนแรกที่แสนเจ็บปวดและหอมหวานพิสูจน์ให้เขาเห็นว่า... เธอไม่ใช่หญิงขายบริการอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง ความบริสุทธิ์ของเธอทำให้หัวใจที่ด้านชาของนายหัวหนุ่มเริ่มสั่นคลอน จากลูกหนี้ที่ต้องทนรองรับอารมณ์ กลายเป็นความอบอุ่นที่โหยหา... ดรัณเริ่มเปิดใจเล่าถึงชีวิตบนเส้นด้ายในโลกมืดที่พัทลุง ขณะที่ปรินดาเองก็เริ่มมองเห็นเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้หนวดเคราและสายตาที่น่าเกรงขาม
ดูเพิ่มเติม“หนียังไง เงินไม่มีติดตัวสักบาท”
“เฮ้อ!!! ฉันว่าแกต้องสู้กับงานที่นี่สักตั้ง ยอมเสียตัวครั้งเดียว... พอได้เงินค่อยหนี”
“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไปพบเสี่ยสมยศ...” ปรินดาตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสวยสั่นระริกด้วยความขมขื่น
“เชื่อฉันนะแก้ม ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้แกต้องมาทำงานเปลืองตัวแบบนี้หรอก แต่มันไม่มีทางเลือกจริงๆ ลำพังตัวฉันเองก็เพิ่งเริ่มงานที่นี่ได้แค่วันสองวัน ไม่งั้นฉันคงมีเงินให้แกยืมหนีไปแล้ว”
ปรินดา...ระบายลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ หัวใจดวงน้อยหนักอึ้งราวกับถูกหินทับ ไม่ใช่ว่าเธอจะคล้อยตามคำหว่านล้อมของเพื่อนรัก แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่าเธอไม่มีทางเลือกต่างหากที่บีบคั้นจนหายใจไม่ออก ครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่เธอจะยอมเอาตัวเข้าแลก หลังจากได้เงินมาเธอจะหนีไปให้ไกล ไปตายเอาดาบหน้ายังดีกว่ากว่ายอมตกนรก
ทางเลือกของเธอมันช่างริบหรี่... ระหว่างยอมเป็นเมียเก็บของเสี่ยสมยศ หรือจะยอมขายเรือนร่างเพื่อเอาเงินมาชดใช้หนี้ที่เธอไม่ได้ก่อ
ในยามที่มืดแปดด้าน ข่าวการล้มป่วยอย่างกะทันหันของเสี่ยสมยศ กลับกลายเป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีทางรอด
ภาพความทรงจำอันโหดร้ายย้อนกลับมาเตือนสติ บิดาของเธอถูกหุ้นส่วนโกงเงินจนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งแม่เลี้ยงที่ใจร้ายกลับเลือกทางลัดด้วยการกู้หนี้นอกระบบจนดอกเบี้ยพอกพูน กิจการรถมือสองถูกยึด ครอบครัวไร้ที่ซุกหัวนอน หนำซ้ำผู้เป็นบิดายังต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือลูกน้องของเจ้าหนี้เพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ย ทิ้งเธอไว้กับแม่เลี้ยงที่มองเธอเป็นเพียงสินค้าเท่านั้น
เสี่ยสมยศ อดีตนักการเมืองท้องถิ่นผู้ทรงอิทธิพลและเจ้าของธุรกิจสีเทามากมาย กำลังนอนรอความตายอยู่ในห้องพักฟื้นที่เต็มไปด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์คอยคุมเข้ม
กริ๊ง... กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ดรัณ...ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้มีใบหน้าคมเข้มภายใต้ไรหนวดดุจชายชาวแขกขาว รีบคว้าสายขึ้นมารับทันทีเพื่อไม่ให้เสียงนั้นรบกวนบิดาที่กำลังหลับใหล
“สวัสดีค่ะ ดิฉันปรินดา... จะมาขอเข้าเยี่ยมท่านสมยศ ไม่ทราบว่าท่านอยู่ห้องไหนคะ”
“เธอมาถึงแล้วเหรอ?” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจของคนปลายสายทำให้ปรินดาชะงักไปครู่หนึ่ง เธอไม่คุ้นเสียงนี้เลย หรือนี่จะเป็นลูกน้องคนสนิทของเสี่ย? เพราะแม่เลี้ยงกำชับนักหนาว่าให้มาเยี่ยมและเซ็นสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่
“ค่ะ ดิฉันรออยู่ที่ชั้นล่าง จะให้ขึ้นไปเลยไหมคะ” หญิงสาววัยยี่สิบปีในชุดนักศึกษาที่ดูเรียบง่ายแต่ยังคงความเซ็กซี่ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันลงไปรับเธอเอง”
ดรัณวางสายด้วยแววตามาดร้าย เขาเพิ่งบินด่วนกลับจากเกาะส่วนตัวทางภาคใต้เพื่อมาดูอาการบิดา และดูเหมือนว่างานนี้เขาต้องพักเรื่องธุรกิจที่นั่นไว้ชั่วคราว เพื่อมาสะสางเรื่องราวทางนี้ให้เรียบร้อย
ไม่นานนัก ลิฟต์โดยสารก็เปิดออก ปรินดาที่นั่งรออยู่ถึงกับลืมหายใจ เมื่อชายหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อเดินตรงเข้ามาหา ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่กลับแฝงไปด้วยความดิบเถื่อนดุดัน
“เธอ... ชื่อปรินดาใช่ไหม” คนตรงหน้าเอ่ยถามพลางใช้สายตาคมกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาจำเธอได้แม่นจากรูปถ่ายในมือถือที่แม่เลี้ยงของเธอเสนอขายให้เขาพร้อมกับรับเงินก้อนโต
ดรัณยอมรับกับตัวเองลึกๆ ว่าเขาถูกใจผู้หญิงตรงหน้ามากกว่าในรูปเสียอีก แม้แม่เลี้ยงจะบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า แต่แววตาใสซื่อที่ดูตระหนกนั่นกลับทำให้เขาขัดใจ
“ค่ะ ฉันปรินดา”
“ผมชื่อดรัณ... เป็นลูกชายของคุณสมยศ และวันนี้ผมจะเป็นคนร่างสัญญาใหม่ให้คุณเอง”
ปรินดามองชายตรงหน้าด้วยความมึนงง สมองหมุนคว้างด้วยความสับสน เท่าที่เธอรู้มา เสี่ยสมยศมีเพียงลูกสาวคนเดียวไม่ใช่หรือ แล้วชายหนุ่มท่าทางภูมิฐานแต่ดูอันตรายคนนี้มาเป็นลูกชายของเสี่ยสมยศตอนไหนกัน
ดรัณพาเธอเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยเพียงครู่เดียว ปรินดาที่เห็นสภาพร่างผอมโซของเสี่ยสมยศก็รู้สึกสลดใจจนต้องขอตัวออกมา
“ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ แล้ววันหลังจะมาเยี่ยมใหม่”
“แล้วเรื่องสัญญา... เธอพร้อมจะเซ็นตอนไหนดี” น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
“ดิฉันพร้อมค่ะ... จะให้เซ็นตอนนี้เลยก็ยังได้” เธอบอกปัดหวังจะรีบทำให้จบๆ ไป
“งั้นไปทำสัญญาที่คอนโดผม อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก”
“ก็ได้ค่ะ... แต่ดิฉันขอแวะไปหาเพื่อนก่อน สักบ่ายโมงกว่าๆ ดิฉันจะเข้าไปค่ะ” ปรินดาตอบพลางถอนใจเฮือกใหญ่ ในใจนึกค้านว่าแค่เซ็นชื่อ ทำไมต้องไปถึงคอนโดส่วนตัวของเขาด้วย
“ห้ามมาช้าเด็ดขาด เพราะผมขี้เกียจรอ!” เขาสำทับเสียงแข็งก่อนจะเดินจากไป
ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง
หลังจากการเซ็นสัญญาที่ดูเหมือนจะเป็นการกู้ยืมธรรมดาผ่านพ้นไป ปรินดาก็แทบจะล้มทั้งยืนเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของดรัณว่า... สัญญาที่เธอลงชื่อไปนั้น คือสัญญาที่แม่เลี้ยงของเธอขายเธอให้กับเขาเพื่อแลกกับเงินก้อนโต และนังผู้หญิงใจร้ายนั่นก็ได้หนีไปเสวยสุขกับสามีใหม่แล้ว ทิ้งหนี้สินและพันธะสวาทนี้ไว้ให้เธอรับกรรมแต่เพียงผู้เดียว
“ฉันไม่รู้มาก่อนว่าแม่ฉันมารับเงินคุณมาแล้ว!” เธอโพล่งออกมาด้วยความตกใจ
“ยังไงแม่เธอก็ขายเธอให้ฉันแล้ว เพราะฉะนั้น... อยู่ที่นี่กับฉันซะ!”
“ฉันยังไม่พร้อม! ฉันไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย เสื้อผ้าของใช้ก็อยู่ที่บ้าน... ฉันต้องกลับไปหาแม่ ขะ...ขอเวลาฉันกลับไปเตรียมตัวก่อนนะคะ” ปรินดาพยายามหาทางหนีทีไล่ น้ำตาแห่งความอัดอั้นเริ่มเอ่อคลอ
“เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องห่วง อยากได้อะไรฉันจะพาไปซื้อ ส่วนแม่เลี้ยงของเธอ... ป่านนี้คงหนีไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ลองโทรถามดูสิ”
ปรินดาสั่นเทาไปทั้งร่าง มือบางรีบกดโทรศัพท์หาแม่เลี้ยงทันที แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงโอเปอเรเตอร์ที่บอกว่า “เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้” ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาทับร่างทำให้เธอพูดไม่ออก นี่เธอโดนหลอกมาขายให้ผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้จริงๆ หรือ
“คือ... เรื่องเงินที่แม่เอาไป ฉันจะหามาคืนให้ แต่ว่าตอน...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น!” ดรัณตวาดเสียงดังสนั่นจนร่างบางสะดุ้งสุดตัว เธอเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คืนแรกในในคอนโดแห่งนี้ช่างเงียบเหงาและน่าหวาดหวั่น ปรินดาในชุดนอนผ้าแพรบางเบาสีอ่อนสวมทับด้วยเสื้อคลุมที่เขาซื้อมาโยนให้ใส่ เธอยืนมองตัวเองในกระจก มือบางลูบไล้เส้นผมดำขลับที่แผ่สยายอยู่เต็มแผ่นหลัง เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ใบหน้าสวยดูหมองเศร้าแต่เธอก็บอกตัวเองว่าต้องอดทน
หญิงสาวก้าวเท้าออกจากห้องนอนเล็กภายในคอนโดหรู สายตาเหลือบมองประตูห้องนอนใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความหวั่นใจ เธอรู้ดีว่าจากนี้ไปชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับดรัณ ไม่ว่าเขาจะดีหรือร้าย เธอก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง มีหน้าที่เพียงรองรับอารมณ์ของเขาเท่านั้น
ชั้นบนสุดคือห้องทำงานลับที่เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวล่วง ชั้นที่เธออยู่นี้ถูกออกแบบให้กว้างขวางเหมือนบ้านหรูที่มีครบทุกอย่างที่นี่ไม่ต่างจากเพนเฮ้าท์หรู ๆ ส่วนชั้นถัดลงไปเป็นที่พักของกลุ่มลูกน้อง... ดูยังไงเธอก็ไม่มีทางหนีได้เลย
แกร๊ก...เสียงเปิดประตูห้องตรงข้ามทำให้ปรินดาสะดุ้งโหยง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดลำลองเผยให้เห็นแผงอกตึงแน่นภายใต้ผิวสีแทนก้าวออกมา ดรัณในวัยสามสิบห้าปีดูมีอำนาจและน่าเกรงขามจนปรินดาแทบจะหยุดหายใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกล้าที่จ้องมองมาอย่างมีความหมาย
รถตู้เสียหลักหมุนคว้างก่อนจะไถลตกข้างทางจนฝุ่นตลบอบอวล ไอ้เข้มที่สะบักสะบอมตะเกียกตะกายออกมาพร้อมกับจิกกลุ่มผมของปรินดาอย่างไร้ความปรานี มันกระชากร่างเธอให้ลุกขึ้นเพื่อใช้เป็นโล่มนุษย์“มึงลงมานี่ นังตัวดี! อย่าคิดหนีเชียวนะ!” ไอ้เข้มตะโกนก้อง มือหนึ่งล็อคคอแน่นจนเธอหายใจไม่ออก อีกมือถือปืนจ่อที่ขมับปรินดาเจ็บจนน้ำตาคลอ ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและความเชื่อมั่นในตัวสามีทำให้เธอรวบรวมความกล้า ในจังหวะที่ไอ้เข้มเผลอหันไปมองดรัณ หญิงสาวก็ตัดสินใจกัดเข้าที่แขนของมันสุดแรงเกิด“โอ๊ย! อีสารเลว!” ไอ้เข้มร้องลั่น สะบัดแขนออกด้วยความเจ็บปวด ปรินดาฉวยโอกาสทองนั้นผลักตัวออกแล้วออกวิ่งทันที ชุดเจ้าสาวที่ยาวเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการวิ่งหนี แต่เธอก็ไม่ยอมหยุดปัง! ปัง! เสียงปืนจากดรัณดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาไล่ยิงสกัดลูกน้องของไอ้เข้มไม่ให้ตามภรรยาของเขาไปได้ แต่ไอ้เข้มและสมุนร่างยักษ์อีกสองคนวันนี้มันกัดไม่ปล่อย พวกมันวิ่งตามจนทันปรินดาที่เสียหลักและเกือบจะล้ม“จับมันไว้!” ไอ้เข้มสั่งการ ลูกน้องคนแรกพุ่งเข้าหาแต่ปรินดาไม่ได้ยืนรอความตายเพียงอย่างเดียว เธอรวบรวมแรงเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของมันอย่างแรง
ลินลี่จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนรับสัมผัสที่น่ารังเกียจนั้นไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นคาวกามและรสชาติแห่งความอัปยศแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ขณะที่นายตี้ยังคงกดทับและขยี้เน้นจังหวะสุดท้ายเพื่อให้หยาดหยดแห่งกามารมณ์ไหลลึกเข้าไปในกายหล่อนจนหมดสิ้นเมื่อพายุสวาทสงบลง นายตี้ผละออกพลางหอบหายใจอย่างสุขสมแล้วไปทิ้งตัวนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ทิ้งให้ลินลี่นอนหายใจโรยรินในสภาพห้อยหัว เส้นผมสยายระพื้น ใบหน้าแดงก่ำจากแรงดันเลือดและคราบน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม นางเอกสาวพลางยกหลังมือขึ้นปาดริมฝีปากอย่างช้าๆ แววตาที่เคยพร่าเบลอกลับมานิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าเดิมเธอเดินไปกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ ก่อนจะล้วงเข้าไปหยิบขวดเล็ก ๆ ออกมาแล้วเทผงพิษสีขาวลงในแก้วน้ำเย็นจัด“ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ตี้... จะได้มีแรง” เธอบอกอย่างออดอ้อนเอาใจ ตากล้องหนุ่มที่กำลังเหนื่อยหอบจากการหักโหมพละกำลัง คว้าแก้วมรณะมากระดกน้ำเย็นเฉียบจนหมดรวดเดียวโดยไม่เฉลียวใจ ทว่าเพียงอึดใจเดียว... ร่างที่เคยคร่อมทับอยู่ก็เริ่มเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาของมันเบิกโพลง ลมหายใจติดขัด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ก่อนจะขาดใจตายคาอกของลินลี่ในสภาพเปลือยเปล่
กิตติกรหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะโน้มตัวลงสวมกอดร่างบางที่ยังคงสั่นเทา“พี่... ใจเย็นๆ นะคะ ของพี่ใหญ่ ลินลี่กลัวเจ็บ” เธอครางบอกเสียงสั่น ในขณะที่แววตาคนตรงหน้ามีแต่ความหื่นกระหายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ลินลี่ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เธอก็ไร้ซึ่งทางเลือก“ลินลี่ขอนะคะ พี่ห้ามเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดคลิปเด็ดขาด ถ้าลินลี่เห็น ลินลี่จะหนีพี่ไปไกล ๆ จนไม่ให้พี่เห็นลินลี่ได้อีก” เธอสั่งเสียงแข็ง หวังปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงเศษเสี้ยว“โธ่!!... น้องลินลี่จ๋า ใครจะกล้าทำแบบนั้นกับนางเอกในดวงใจล่ะครับ พี่แค่ชอบเก็บความทรงจำไว้ในหัวเท่านั้นแหละ รูปถ่ายที่ได้มาก็ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะจัดการกับชุดของเธอที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนร่างขาวเนียนปราศจากอาภรณ์อยู่บนเตียงกว้าง“พี่ไม่ใส่ถุงนะ พี่อยากได้สดๆ อยากสัมผัสลินลี่จริงๆ เดี๋ยวพี่เพิ่มให้ลินลี่อีกแสนหนึ่ง!”อำนาจเงินตราทำให้ลินลี่ต้องเงียบเสียงลง เธอพยักหน้าช้าๆ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด เขาไม่รอช้า พลิกร่างบางให้ดี
ภายในห้องโดยสารที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ทำงานแผ่วเบา ลินลี่จ้องมองสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาด้วยหัวใจที่เต็นรัวแรง ความใหญ่โตของ อาวุธร้ายของชายตรงหน้าทำให้เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลาย ความยิ่งใหญ่ที่ผงาดง้ำสู้แสงไฟจากหน้าปัดรถดูน่าเกรงขามจนอดีตนางเอกสาวแทบหยุดหายใจ“ทำไมของพี่... มันใหญ่ขนาดนี้ล่ะคะ สงสัยลินลี่ต้องปวดกรามแน่ ๆ ” เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางช้อนสายตามองคนที่กำลังขับรถด้วยแววตาที่สั่นระริก ทั้งหวาดหวั่นและท้าทายในคราวเดียวกัน“ไม่ชอบเหรอ ใหญ่ ๆ แบบนี้เสียวดีนะรู้มั้ย” หนุ่มใหญ่แค่นยิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ก่อนจะจับจ้องไปที่ใบหน้าสวยหวานที่กำลังตื่นตระหนก“รับรองเลยลินลี่จะต้องมีความสุข เวลาที่โดนพี่จับกระแทกแรงๆ ”“จริงเหรอคะ...” คำถามสั้นๆ ของลินลี่แฝงไปด้วยจริตที่เริ่มก่อตัวขึ้นตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แม้ในใจจะขยะแขยงเพียงใด แต่ภาพตัวเลขเงินหนึ่งแสนบาทที่เขาโอนให้นั้นกลับมีอำนาจเหนือกว่าศักดิ์ศรีที่ลินลี่ค่อยๆ โน้มตัวลงต่ำ หวีดหวิวไปกับลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มที่รดรินอยู่เหนือศีรษะ เธอรวบผมยาวสลวยไปไว้ด้านหลัง ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามความยา