Beranda / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / ประตูห้องเครื่อง

Share

ประตูห้องเครื่อง

last update Tanggal publikasi: 2026-10-14 23:36:02

 

แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนัก

นางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำ

ผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาด

นางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้า

ที่นี่คือวังหลวง

แม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบ

แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเล

บิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย ๆ

“เสี่ยวชุน ข้าจะไปห้องเครื่องสักหน่อย” อวี้เหนียง เอ่ยพลางหยิบตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กขึ้นมา

เสี่ยวชุน ที่กำลังผูกสายคาดเอวชะงัก มือหยุดค้างอยู่กลางอากาศ “ห้องเครื่องหรือ เจ้าไปทำอะไรที่นั่นแต่เช้า”

“ไปขอผักที่เหลือจากการคัดวัตถุดิบ”

“ขอผักเหลือ” เสี่ยวชุนทวนคำ ก่อนขมวดคิ้วจนแทบผูกกันเป็นปม “อวี้เหนียง เจ้าคิดว่าห้องเครื่องเป็นตลาดสดหรืออย่างไร อยากได้ผักก็เดินเข้าไปขอได้เลยหรือ ข้าได้ยินว่าพวกแม่ครัวที่นั่นเข้มงวดมาก แม้แต่คนในวังบางคนยังไม่กล้าไปวุ่นวายด้วย”

“ข้ารู้”

“แล้วเจ้ายังจะไปอีก”

“เพราะรู้ว่าพวกนางเข้มงวด ข้าจึงต้องไปขอให้ถูกต้อง ไม่ใช่แอบหยิบมาเสียหน่อย” อวี้เหนียง ยิ้มบาง ๆ ก่อนยกตะกร้าขึ้นให้ดู “ข้าต้องการเพียงผักที่ถูกคัดออกเพราะรูปร่างไม่สวย ใบหัก หรือหัวเล็กเกินไป แต่ยังสดและไม่เน่าเสีย ผักเหล่านั้นอาจไม่เหมาะนำไปจัดสำรับถวายเจ้านาย ทว่าหากนำมาดองก็ยังใช้ได้”

เสี่ยวชุน มองนางอย่างไม่แน่ใจ “เจ้าพูดเหมือนผักทุกต้นมีชีวิตของมันเองอย่างนั้นแหละ”

“ผักทุกต้นย่อมมีราคา เพียงแต่ราคาของมันอาจไม่เท่ากันในสายตาของแต่ละคน”

“ข้ารู้แต่ว่าตอนนี้ท้องข้ากำลังร้อง และในวังที่มีอาหารมากมายแห่งนี้ ข้ากลับต้องมานั่งคิดว่าจะขอผักเหลือจากใคร”

“ถ้าเราทำสำเร็จ วันหน้าก็อาจไม่ต้องนั่งบ่นเช่นนี้แล้ว”

“ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทำให้ไหดองพวกนั้นกลายเป็นเงินได้จริงหรือไม่”

แม้ปากจะบ่นไม่หยุด แต่ เสี่ยวชุน ก็ยังเดินตามนางออกจากเรือน

ทางเดินไปห้องเครื่องคึกคักกว่าที่ทั้งสองคาดไว้ ตั้งแต่คนแบกฟืน คนขนถังน้ำ ไปจนถึงขันทีที่ถือรายการวัตถุดิบต่างเร่งฝีเท้าไปมา กลิ่นข้าวสวยร้อน ๆ และน้ำแกงที่กำลังเคี่ยวลอยออกมาจากด้านในจนเสี่ยวชุนเผลอกลืนน้ำลาย

“หอมเหลือเกิน…” นางพึมพำแล้วหันไปมองอวี้เหนียง “เจ้าว่า ถ้าข้าขอซดน้ำแกงสักถ้วย พวกนางจะให้หรือไม่”

“เมื่อครู่เจ้ายังเตือนข้าอยู่เลยว่าอย่าคิดว่าห้องเครื่องเป็นตลาดสด”

“นั่นมันเรื่องของเจ้า ส่วนเรื่องของข้าเป็นเรื่องท้องไส้”

อวี้เหนียง หัวเราะเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปยังบริเวณคัดแยกผัก ที่นั่นมีตะกร้าผักวางเรียงอยู่หลายใบ แม่ครัวสองสามคนกำลังตรวจดูวัตถุดิบอย่างรวดเร็ว บ้างเด็ดใบที่ช้ำออก บ้างแยกหัวไชเท้าที่มีรอยตำหนิไว้ในตะกร้าอีกใบ

อวี้เหนียง ยืนรออยู่ด้านข้าง ไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ จนกระทั่งแม่ครัวคนหนึ่งหันมาเห็นนาง

“พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไรตรงนี้”

“ข้าน้อยเป็นนางกำนัลประจำเรือนท้ายวังเจ้าค่ะ มีเรื่องอยากขออนุญาตสักเล็กน้อย”

“เรือนท้ายวัง” แม่ครัวผู้นั้นกวาดสายตามองเสื้อผ้าของทั้งสอง ก่อนมองตะกร้าไม้ไผ่ในมืออวี้เหนียง “มีเรื่องอะไรก็รีบพูด ข้ายังมีงานอีกมาก”

อวี้เหนียงคำนับอย่างเรียบร้อย “ข้าน้อยอยากขอผักที่ถูกคัดออกจากการเตรียมสำรับเจ้าค่ะ ไม่ใช่ผักเน่าเสีย เพียงแต่รูปร่างไม่สวย ใบหัก หรือมีขนาดไม่เหมาะกับการจัดสำรับ หากท่านอนุญาต ข้าน้อยจะนำไปทำผักดองกินกันในเรือน”

แม่ครัวผู้นั้นฟังจบก็ขมวดคิ้วทันที “ไม่ได้!” คำปฏิเสธดังจน เสี่ยวชุน สะดุ้ง

“แต่ว่า ข้าน้อย…”

“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ของทุกอย่างในห้องเครื่องมีบัญชีของมัน ต่อให้เป็นผักที่คัดออกก็ต้องมีผู้ตรวจดู จะให้เจ้าเดินเข้ามาขอแล้วหอบกลับไปตามใจชอบได้อย่างไร”

“ข้าน้อยเข้าใจเรื่องบัญชีเจ้าค่ะ จึงตั้งใจมาขออนุญาตก่อน”

“ขออนุญาตแล้วอย่างไร เจ้าเป็นเพียงนางกำนัลจากเรือนร้างท้ายวัง มีสิทธิ์อะไรมากำหนดว่าผักกองไหนจะให้เจ้าใช้หรือไม่ใช้”

ถ้อยคำนั้นทำให้ เสี่ยวชุน หน้าเจื่อน นางรีบก้มหน้าลง ไม่กล้าสอดปากแม้แต่น้อย อวี้เหนียง กลับยังยืนนิ่ง สีหน้าสุภาพไม่เปลี่ยน

“ข้าน้อยไม่ได้คิดจะเลือกใช้วัตถุดิบตามใจชอบเจ้าค่ะ หากท่านเห็นว่าผักชนิดใดไม่ควรนำออกไป ข้าน้อยก็จะไม่แตะต้อง เพียงแต่ผักบางส่วนที่ถูกคัดออกเพราะรูปร่างไม่สวยนั้น ยังมีประโยชน์อยู่มาก หากต้องทิ้งไปทั้งที่ยังใช้ได้ก็น่าเสียดาย”

“น่าเสียดาย” แม่ครัวแค่นหัวเราะ “เจ้าเป็นใครถึงกล้ามาสอนพวกข้าว่าของในห้องเครื่องอะไรน่าเสียดายหรือไม่น่าเสียดาย หรือแท้จริงแล้วเจ้าตั้งใจจะนำของหลวงไปใช้ส่วนตัวกันแน่”

“ข้าน้อย…”

“อย่าคิดว่าหาผักเหลือมาอ้างแล้วจะเอาของหลวงไปใช้ได้ตามใจชอบ หากมีคนทำตามเจ้า วันหน้าคงไม่มีใครต้องซื้อผักกันแล้วกระมัง ทุกคนก็พากันมาขอของที่คัดทิ้งไปหมด”

คำกล่าวหานั้นทำให้อวี้เหนียงรู้ว่าหากยังอธิบายด้วยเหตุผลเดิม คงไม่มีทางเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้ นางจึงวางตะกร้าลงกับพื้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status