Home / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

Share

บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

last update publish date: 2026-10-14 23:36:40

 

“ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”

แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”

“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”

เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว

“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”

“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”

“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”

“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”

“เจ้า…”

“เกิดอะไรขึ้น”

เสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง ทำให้แม่ครัวที่กำลังจะพูดต่อรีบหันไปมอง

หญิงวัยกลางคนในชุดแม่ครัวสะอาดเรียบร้อยเดินเข้ามา นางมีใบหน้าคมเข้ม ท่าทางสุขุม และสายตาที่ทำให้คนรอบข้างไม่กล้าพูดเล่น นางคือ จางซูเหนียง แม่ครัวใหญ่ผู้ดูแลการจัดเตรียมวัตถุดิบในห้องเครื่องส่วนนี้ แม่ครัวคนเดิมรีบก้มศีรษะ

“เรียนแม่ครัวใหญ่ นางกำนัลสองคนจากเรือนท้ายวังมาขอผักที่คัดออกเจ้าค่ะ ข้ากำลังบอกว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ แต่พวกนางกลับยืนยันจะเอาไปให้ได้”

จางซูเหนียง หันมามอง อวี้เหนียง กับ เสี่ยวชุน “พวกเจ้าต้องการผักไปทำอะไร”

อวี้เหนียง ย่อกายคำนับอีกครั้ง “ข้าน้อยหลินอวี้เหนียงเจ้าค่ะ ส่วนนางคือเสี่ยวชุน ข้าน้อยขอผักที่ถูกคัดออกเพราะรูปร่างไม่สวยหรือขนาดไม่เหมาะกับการจัดสำรับ เพื่อนำไปทำผักดองกินกันในเรือนท้ายวัง”

“ผักดอง” จางซูเหนียง ทวนคำด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ในวังมีอาหารให้พวกเจ้ากินอยู่แล้ว เหตุใดต้องทำอาหารเพิ่ม”

“อาหารที่จัดให้ในแต่ละมื้อย่อมมีเพียงพอเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยอยากนำความรู้ที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ผักที่ยังไม่เสียสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น หากทำอย่างถูกวิธี ก็อาจช่วยลดการทิ้งวัตถุดิบที่ยังใช้ได้”

“เจ้ารู้หรือว่าการเก็บอาหารในวังต้องระวังเพียงใด หากมีสิ่งใดผิดพลาด ผู้ที่ต้องตอบคำถามไม่ใช่เจ้าคนเดียว”

“ข้าน้อยทราบเจ้าค่ะ จึงมาขออนุญาตก่อน และยินดีทำตามกฎทุกประการ”

จางซูเหนียง มองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนถามต่อ “แล้วเจ้าจะเอาไปเท่าไร”

“ข้าน้อยขอเพียงพอสำหรับทดลองทำหนึ่งชุดก่อนเจ้าค่ะ ไม่ต้องเป็นผักจำนวนมาก หากท่านไม่อนุญาตให้รับไป ข้าน้อยก็จะไม่ฝืน”

คำตอบนั้นทำให้แม่ครัวคนเดิมชำเลืองมอง อวี้เหนียง อย่างไม่ค่อยพอใจ นางคงคาดว่าเด็กสาวจะดื้อดึงหรืออ้อนวอน แต่กลับไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับเงื่อนไขและยกสิทธิ์ตัดสินใจให้ผู้มีอำนาจอย่างชัดเจน จางซูเหนียง หันไปมองตะกร้าผักที่คัดแยกไว้

“ผักที่คัดออกบางส่วนยังต้องเก็บไว้ให้คนงานในครัว หากให้เจ้าไปทั้งหมด แล้วคนอื่นจะทำอย่างไร”

“ข้าน้อยไม่ขอทั้งหมดเจ้าค่ะ ขอเพียงส่วนที่ท่านตรวจแล้วว่าไม่จำเป็นต้องใช้ หากมีผู้รับผิดชอบต้องการนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ข้าน้อยก็จะไม่ขัดข้อง”

“เจ้าพูดราวกับผักทุกใบมีค่ามากนัก”

“สำหรับคนที่ต้องใช้เงินซื้ออาหาร ผักทุกใบย่อมมีค่ามากเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ตอบโดยไม่ต้องคิดนาน “แต่สำหรับข้าน้อย ผักเหล่านั้นยังมีค่าอีกอย่างหนึ่ง คือทำให้ข้าน้อยได้ฝึกฝีมือ หากทำสำเร็จ ข้าน้อยก็จะรู้ว่าผักชนิดใดเหมาะกับการดอง หากล้มเหลว ก็จะได้รู้ว่าต้องปรับปรุงตรงไหน”

จางซูเหนียง นิ่งไปชั่วครู่ นางไม่ใช่คนที่เชื่อคำพูดสวยหรูได้ง่าย ๆ ตลอดหลายปีที่อยู่ในห้องเครื่อง นางพบคนมากมายที่อ้างว่าตนมีความสามารถ แต่เมื่อถึงเวลาทำงานกลับผลักภาระให้ผู้อื่น ทว่าหญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษ เพียงเสนอวิธีรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ ถึงอย่างนั้น จางซูเหนียง ก็ไม่ได้คิดจะสนับสนุนความคิดนี้เต็มที่

“เอาอย่างนี้ ข้าจะให้ผักที่ผ่านการคัดแล้วแต่ยังไม่เสียแก่เจ้าเพียงบางส่วน เจ้าต้องให้คนของห้องเครื่องตรวจดูและบันทึกจำนวนก่อนนำออกไป ห้ามนำวัตถุดิบที่อยู่ในรายการอาหารเจ้านายไปใช้เด็ดขาด”

“เจ้าค่ะ”

“อีกข้อหนึ่ง หากเกิดความเสียหาย มีผู้ร้องเรียน หรือมีผักเน่าเสียจากการเก็บรักษาของเจ้า เจ้าต้องรับผิดชอบเอง อย่าคิดว่าจะโยนความผิดกลับมาที่ห้องเครื่อง”

“ข้าน้อยรับทราบเจ้าค่ะ”

“และอย่ากลับมาขอเพิ่มทุกวันจนคนของข้าต้องเสียงาน”

“ข้าน้อยจะไม่รบกวนเกินจำเป็นเจ้าค่ะ”

จางซูเหนียง พยักหน้าให้แม่ครัวคนเดิม “เลือกผักที่ยังใช้ได้ให้พวกนางตามสมควร แล้วลงบัญชีไว้ให้เรียบร้อย”

แม้สีหน้าของแม่ครัวจะยังไม่พอใจ แต่นางก็ไม่กล้าขัดคำสั่งแม่ครัวใหญ่ “เจ้าค่ะ”

ไม่นานนัก ผักกาดขาวขนาดเล็กสามหัว หัวไชเท้าที่มีรอยถลอกสองหัว และแตงกวาที่คดงออีกหลายผลก็ถูกแยกใส่ตะกร้าของ อวี้เหนียง จำนวนไม่มาก แต่สำหรับนางแล้ว มันคือวัตถุดิบชุดแรกที่ได้มาด้วยการขออนุญาตอย่างถูกต้อง ก่อนออกจากห้องเครื่อง อวี้เหนียงยังไม่ลืมกล่าวขอบคุณ

“ขอบพระคุณแม่ครัวใหญ่ที่เมตตาเจ้าค่ะ ข้าน้อยจะใช้วัตถุดิบอย่างระมัดระวัง”

จางซูเหนียง เพียงโบกมือ “อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า รอให้เจ้าทำออกมาแล้วไม่เน่าเสียก่อนค่อยว่ากัน”

คำพูดนั้นฟังคล้ายคำตำหนิ แต่สำหรับ อวี้เหนียง กลับไม่ใช่เรื่องน่าขุ่นเคือง

“เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะจำไว้”

เมื่อเดินพ้นห้องเครื่อง เสี่ยวชุน ก็ถอนหายใจยาวราวกับเพิ่งผ่านการสอบปากคำมา “ข้าคิดว่าตัวเองจะไม่ได้กลับออกมาแล้วเสียอีก”

อวี้เหนียง หัวเราะ “พวกเราแค่ไปขอผัก ไม่ได้ไปขโมยตราหยกของฮ่องเต้เสียหน่อย”

“แต่สายตาของแม่ครัวใหญ่ทำเอาข้าแทบลืมหายใจ อีกนิดเดียวข้าก็จะสารภาพแล้วว่าที่จริงข้าอยากได้ขนมเพิ่มด้วย”

“โชคดีที่เจ้ายังไม่พูด”

“อวี้เหนียง!”

เสียงประท้วงของเสี่ยวชุนดังไปตามทางเดิน ก่อนจะค่อย ๆ เบาลงเมื่อทั้งสองกลับถึงเรือนท้ายวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status