Home / รักโบราณ / นางกำนัลสายดอง / ดิน แสง และไหใบเก่า

Share

ดิน แสง และไหใบเก่า

last update publish date: 2026-10-14 22:20:58

เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้ว

ดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็ก

ดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”

เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”

“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”

“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”

“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”

เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื่องอาหารแล้วหรือ”

“แน่นอนเจ้าค่ะ เรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญ หากมีผักปลูกไว้เอง เราก็จะประหยัดเงินได้มากขึ้น”

“ข้ารู้ว่าอาหารสำคัญ แต่พวกเราเพิ่งมาถึงวันแรก เจ้ายังไม่ทันได้จัดเตียงให้เรียบร้อย ก็คิดจะปลูกผักเสียแล้วหรือ”

อวี้เหนียง ยิ้มให้สหาย “หากรอให้ทุกอย่างพร้อมเสียก่อน บางทีเราอาจต้องรอไปอีกนานเจ้าค่ะ”

เสี่ยวชุน มองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้าอย่างจนใจ “ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่าในหัวของเจ้ามีสิ่งใดบ้าง นอกจากผักกับอาหาร”

อวี้เหนียง หัวเราะเบา ๆ ไม่ได้ถือสาคำพูดนั้น

หลังจากสำรวจสวนเสร็จ นางจึงหันไปสนใจอาคารเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังเรือน ประตูของอาคารนั้นถูกคล้องด้วยเชือกเก่า แทนที่จะใช้แม่กุญแจอย่างห้องเก็บของทั่วไป บริเวณชายคามีไหดินเผาวางเรียงอยู่หลายใบ บางใบแตกเสียหาย บางใบถูกหญ้าขึ้นคลุมจนแทบมองไม่เห็น

“ตรงนั้นน่าจะเป็นห้องเก็บของเก่า” เสี่ยวชุนมองตาม

“ห้องเก็บของอีกแล้วหรือ หากข้างในมีแต่ฝุ่น ข้าขอไม่เข้าไปแล้วนะ”

“เราควรตรวจดูให้ทั่วก่อน เผื่อมีสิ่งของที่ยังใช้ได้เจ้าค่ะ”

อวี้เหนียง แก้เชือกที่ผูกประตูไว้ แล้วผลักบานไม้เข้าไปอย่างระมัดระวัง ภายในมีชั้นไม้เก่าตั้งชิดผนัง ด้านล่างเต็มไปด้วยตะกร้าหวายและไหหลายขนาด กลิ่นอับชื้นรุนแรงกว่าห้องพัก แต่กลับไม่มีร่องรอยของสัตว์เข้ามารบกวนมากนัก

อวี้เหนียงหยิบผ้าผืนหนึ่งมาปัดฝุ่นออกจากไหใบใกล้มือ แล้วตรวจดูรอยร้าวอย่างละเอียด “ใบนี้ใช้ไม่ได้ ปากไหบิ่นมากเกินไป…” นางเลื่อนไปตรวจอีกใบ “ใบนี้ก็แตกตรงก้นแล้ว…”

เสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่ด้านหลัง “ข้าบอกแล้วว่าอย่าคาดหวังมากเกินไป ของที่ถูกทิ้งไว้นานขนาดนี้จะเหลืออะไรให้ใช้ได้กัน”

“ยังมีอีกหลายใบเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ไม่ยอมแพ้ นางตรวจไหทีละใบ จนกระทั่งพบไหเคลือบสีเขียวหม่นใบหนึ่งซึ่งยังคงสภาพดี เมื่อเคาะเบา ๆ ก็ได้ยินเสียงแน่น ไม่พบรอยแตกร้าวตามขอบหรือก้นไห นางยกมันขึ้นด้วยความระมัดระวัง “ใบนี้ยังใช้ได้”

เสี่ยวชุน เดินเข้ามาดูใกล้ ๆ “จริงด้วย ยังสมบูรณ์อยู่เลย”

“ถ้าล้างให้สะอาดและตากจนแห้ง ก็น่าจะนำกลับมาใช้ได้เจ้าค่ะ” อวี้เหนียงวางไหลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม ก่อนค้นหาต่อ ไม่นานก็พบไหอีกสองใบที่มีสภาพดีพอ ๆ กัน รวมถึงฝาไหหลายชิ้นและตะกร้าหวายเก่าอีกสองใบ

“ดูสิ เสี่ยวชุน เรายังมีของใช้เหลืออยู่ไม่น้อยเลย” เสี่ยวชุน ยกฝาไหขึ้นมาดู ก่อนเอียงคอ “แต่ไหเหล่านี้เอาไว้ทำอะไรหรือ หากใช้ใส่น้ำก็หนักเกินไป หากใช้เก็บข้าวสารก็คงไม่เหมาะนัก”

อวี้เหนียง มองไหเคลือบสีเขียวในมือ ดวงตาค่อย ๆ เปล่งประกายขึ้น “ใช้หมักผักดองอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ”

“ผักดอง”

“ใช่แล้ว ไหที่เคลือบดีและมีฝาปิดสามารถใช้ถนอมอาหารได้ หากเราทำผักดองเก็บไว้ ก็จะมีอาหารกินในวันที่งานยุ่ง หรือวันที่ไม่สะดวกออกไปหาของกิน”

เสี่ยวชุนมองไหตรงหน้า แล้วหันกลับมามองสหาย “เจ้าคิดจะทำผักดองในวังหลวงจริง ๆ หรือ”

“เหตุใดจะไม่ได้เล่า ผักดองเป็นอาหารที่เก็บไว้ได้นาน ทั้งยังช่วยเพิ่มรสชาติให้กับข้าวต้มและอาหารจืด ๆ ได้ด้วย”

“แต่เรายังไม่มีผัก ไม่มีเครื่องปรุง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะไปหาของเหล่านั้นจากที่ใด”

“เรื่องนั้นค่อยคิดหาทางอีกที อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีไหแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวชุน ยกมือกุมขมับ “เจ้านี่ช่างมองโลกในแง่ดีเสียจริง”

“ไม่ใช่มองโลกในแง่ดีหรอกเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงตอบพลางยิ้ม “ข้าเพียงคิดว่า หากเรามีสิ่งใดอยู่ในมือแล้ว ก็ควรใช้สิ่งนั้นให้เกิดประโยชน์ที่สุด”

คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวชุนเงียบไปชั่วขณะ ก่อนมองไหทั้งสามใบอีกครั้ง “หากทำได้จริง ต่อไปพวกเราก็อาจมีอาหารกินโดยไม่ต้องใช้เงินมากนัก”

“ใช่เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้า แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่ง” อวี้เหนียง หันมามอง “ข้อแม้อะไรหรือเจ้าคะ”

“หากผักดองที่เจ้าทำออกมารสชาติไม่ดี เจ้าต้องเป็นคนกินให้หมด ห้ามโยนมาให้ข้าเด็ดขาด”

อวี้เหนียงหลุดหัวเราะ “ตกลงเจ้าค่ะ แต่หากอร่อย เจ้าต้องช่วยข้าชิมด้วย”

“เรื่องชิมนั้นข้าถนัดนัก”

ทั้งสองหัวเราะด้วยกันอีกครั้ง ก่อนช่วยกันยกไหที่ยังใช้ได้ออกไปวางในพื้นที่โล่งข้างเรือน พวกนางตักน้ำจากบ่อมาล้างคราบฝุ่นและเศษดินออกทีละใบ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดด้านในอย่างระมัดระวัง แล้ววางคว่ำไว้ให้แห้งรับลม

แม้จะเป็นเพียงงานเล็กน้อย แต่สำหรับ อวี้เหนียง แล้ว มันกลับทำให้นางรู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เรือนที่ใครต่อใครมองว่าไร้ค่า อาจยังมีประโยชน์ซ่อนอยู่ สิ่งของที่ถูกทิ้งไว้อาจกลับมาใช้งานได้ หากมีคนสักคนยอมก้มลงตรวจดูให้ดี และสถานที่ซึ่งไม่มีผู้ใดอยากมาอยู่แห่งนี้ บางทีอาจกลายเป็นที่ที่นางสามารถสร้างสิ่งของของตนเองขึ้นมาได้

เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ อวี้เหนียง จึงกลับเข้าไปสำรวจห้องเก็บของอีกครั้ง นางตรวจดูชั้นไม้ด้านในสุด ก่อนพบถุงผ้าสีหม่นวางอยู่ในตะกร้าเก่า หญิงสาวหยิบมันขึ้นมา เขย่าเบา ๆ แล้วได้ยินเสียงเม็ดเล็ก ๆ กระทบกัน นางรีบคลี่ปากถุงออกดู

ภายในเป็นเกลือที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แม้จะไม่มากพอสำหรับการทำผักดองจำนวนมาก แต่ก็ยังเพียงพอสำหรับการทดลองครั้งแรก อวี้เหนียงยกถุงเกลือขึ้นมารับแสง ดวงตาเป็นประกายราวกับเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่า

“เสี่ยวชุน ดูนี่สิ!” เสี่ยวชุนซึ่งกำลังรวบรวมเศษไม้หันกลับมา “อะไรอีกหรือ อย่าบอกนะว่าเจ้าพบไหเพิ่มอีกแล้ว”

“เกลือเจ้าค่ะ!”

“เกลือ”

“ใช่แล้ว แม้จะเหลือไม่มาก แต่ก็น่าจะพอใช้ได้ หากเราได้ผักมาอีกหน่อย…” อวี้เหนียงมองไหสามใบที่ล้างสะอาดแล้ว ก่อนหันมายิ้มให้สหาย “ถ้าได้ผักมาอีกหน่อย พรุ่งนี้เราจะเริ่มทำผักดองกัน”

เสี่ยวชุนมองถุงเกลือในมืออวี้เหนียง แล้วมองไหทั้งสามใบอย่างครุ่นคิด “เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราต้องไปขอผักจากห้องเครื่องหรือ”

“เจ้าค่ะ เราจะลองถามดูว่ามีผักเหลือจากการเตรียมอาหารหรือไม่ หากเป็นผักที่ยังดีอยู่แต่ไม่เหมาะสำหรับจัดขึ้นโต๊ะ บางทีพวกเขาอาจแบ่งให้เราได้”

“ข้าหวังว่าพวกเขาจะยอมให้เรานะ”

“หากไม่ลองถาม เราก็ไม่มีทางรู้เจ้าค่ะ”

อวี้เหนียง เก็บถุงเกลือไว้อย่างดี ก่อนเดินออกมายืนมองสวนที่ยังรกอยู่ แม้เรือนพักจะเก่า แม้เตียงจะชำรุด และแม้พวกนางจะถูกส่งมายังสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดต้องการ แต่นางกลับเริ่มมองเห็นหนทางบางอย่างอยู่ตรงหน้า

นางยังไม่มีเงินมากพอช่วยบิดาให้พ้นหนี้สิน ยังไม่รู้ว่าชีวิตในวังจะต้องเผชิญเรื่องใดอีก แต่หากใช้ความรู้ที่มารดาถ่ายทอดไว้สร้างอาหารขึ้นมาได้ นางก็อาจประหยัดเงินและค่อย ๆ ตั้งหลักได้

อวี้เหนียงยกมือแตะถุงเกลือเบา ๆ ในความทรงจำของนาง มารดาเคยกล่าวไว้ว่า การถนอมอาหารมิใช่เพียงการเก็บสิ่งของไว้ให้นานที่สุด แต่คือการรู้จักใช้สิ่งที่มีอยู่ให้คุ้มค่า ไม่ปล่อยให้ของดีต้องสูญเปล่าเพียงเพราะไม่มีผู้ใดเห็นคุณค่าของมัน

นางไม่รู้ว่าคำสอนนี้จะพาตนไปได้ไกลเพียงใด แต่พรุ่งนี้ นางจะเริ่มต้นจากไหสามใบ ผักเพียงเล็กน้อย และเกลือหนึ่งถุง

บางทีชีวิตในวังหลวงของหลินอวี้เหนียง อาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อยเช่นนี้เอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางกำนัลสายดอง   กลิ่นจากรอยร้าว

    เมื่อผักทั้งหมดถูกเตรียมเรียบร้อย อวี้เหนียง จึงนำไปคลุกกับเกลือตามสัดส่วนที่กำหนด ค่อย ๆ กลับผักให้เครื่องปรุงกระจายทั่วถึง แล้วจึงจัดลงในไหเคลือบใบหนึ่งอย่างระมัดระวัง นางกดผักให้แน่นพอประมาณ ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างมากเกินไป จากนั้นเติมน้ำดองที่เตรียมไว้ตามวิธีที่นางจำได้เสี่ยวชุน ยืนถือผ้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งสิ่งของให้เมื่ออวี้เหนียงต้องการ “ไหนี้พอหรือไม่”“พอสำหรับผักชุดนี้”“แล้วอีกสองไหเล่า”“เราจะยังไม่ใช้ทั้งหมด หากมีไหเสียหรือผักชุดแรกต้องแก้ไข อย่างน้อยเราก็ยังมีภาชนะเหลือไว้ทดลองใหม่”“เจ้าคิดเผื่อความล้มเหลวไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยหรือ”“การเตรียมใจรับความผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าเราไม่หวังว่าจะสำเร็จ”อวี้เหนียง ตอบพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดขอบไหให้แห้ง ก่อนวางฝาลงอย่างระมัดระวัง นางยกไหขึ้นตรวจดูอีกครั้ง แล้วจึงใช้เศษผ้าผูกไว้รอบปากภาชนะเพื่อช่วยป้องกันฝุ่น จากนั้นหยิบกระดาษเล็ก ๆ มาเขียนวันที่และรายละเอียดของผักชุดแรก ก่อนผูกติดไว้กับหูไหเสี่ยวชุน มองไหใบนั้นด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อครู่มันยังเป็นเพียงภาชนะเก่า ๆ ที่วางทิ้งไว้ในห้องเก็บของ แต่ตอนนี้กลับดูราวกับเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้น

  • นางกำนัลสายดอง   รอยร้าวใต้ฐานไห

    ความหวังในไหดองเมื่อวางตะกร้าผักลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า อวี้เหนียง ก็เริ่มจัดการทันที นางตักน้ำสะอาดใส่อ่างใบใหญ่ ล้างผักทีละหัวอย่างละเอียด ตรวจดูตามซอกใบและรอยตำหนิ จากนั้นจึงแยกผักแต่ละชนิดออกจากกันเสี่ยวชุน ยืนกอดอกมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอดถามไม่ได้ “เจ้าล้างผักพวกนี้สะอาดกว่าตอนข้าล้างหน้าตอนเช้าเสียอีก ต้องพิถีพิถันถึงเพียงนั้นเลยหรือ”“ต้องสิ”“แต่เดิมมันก็เป็นผักที่คนอื่นคัดออกมาแล้วนะ”“เพราะคนอื่นคัดออก ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ต้องตรวจดูอีกครั้ง ผักที่มีรอยช้ำอาจซ่อนความเสียหายไว้ข้างใน หากนำไปดองรวมกับผักดี ก็อาจทำให้ทั้งไหเสียไปด้วย” อวี้เหนียงหยิบหัวไชเท้าขึ้นมาตรวจดู ก่อนตัดส่วนที่ช้ำออกอย่างระมัดระวัง “การดองไม่ใช่เพียงใส่เกลือแล้วปิดฝารอ หากเลือกผักผิดตั้งแต่ต้น ต่อให้ใช้เครื่องปรุงดีเพียงใดก็อาจไม่ได้ผล”เสี่ยวชุน มองกองผักแล้วพยักหน้าช้า ๆ “ฟังดูยุ่งยากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก”“ถ้าอยากกินของที่เก็บไว้ได้นาน ก็ต้องยอมเสียเวลาในตอนแรก”“แล้วถ้าเราไม่เสียเวลา แต่เอาไปต้มกินเสียเลยล่ะ”“เช่นนั้นเราก็จะไม่มีผักดอง”“เจ้าช่างตอบได้ตรงประเด็นจริง ๆ” อวี้เหนียง หัวเราะ ก่อนส่งมีดเ

  • นางกำนัลสายดอง   บัญชีและผักกาดขาวสามหัว

    “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยขอเสนอให้ลงบัญชีทุกชิ้นเจ้าค่ะ”แม่ครัวชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าว่าอะไรนะ”“ผักที่ข้าน้อยได้รับจะต้องผ่านการตรวจจากผู้รับผิดชอบเสียก่อน ข้าน้อยจะไม่หยิบเอง ไม่เลือกเอง และจะไม่แตะต้องผักที่ยังอยู่ในรายการสำหรับทำอาหารเจ้านาย หากท่านเห็นว่าควรบันทึกจำนวน น้ำหนัก หรือชนิด ข้าน้อยก็ยินดีให้ลงบัญชีทั้งหมดเจ้าค่ะ” อวี้เหนียงหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ “หากวันใดมีผักเสียหาย หรือมีผู้ตรวจพบว่าข้าน้อยนำวัตถุดิบที่ไม่ควรนำออกไปใช้ ข้าน้อยก็พร้อมรับผิดชอบตามกฎของวัง ไม่ขอปัดความผิดให้ผู้ใด”เสี่ยวชุน หันมามองสหายด้วยความตกใจ นางรู้ว่า อวี้เหนียง เป็นคนใจเย็น แต่ไม่คิดว่าจะกล้าพูดกับแม่ครัวในห้องเครื่องอย่างมีเหตุผลเช่นนี้ แม่ครัวผู้ถูกโต้กลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเท้าเอว“พูดได้ดีนี่ แล้วใครจะเป็นคนเสียเวลามานั่งลงบัญชีให้เจ้า ห้องเครื่องมีงานมากพออยู่แล้ว”“ถ้าเป็นเรื่องการจดบันทึก ข้าน้อยสามารถทำเองได้เจ้าค่ะ ขอเพียงให้ผู้รับผิดชอบตรวจสอบและลงชื่อรับรองก่อนนำออกไป”“เจ้าคิดว่ากระดาษกับหมึกเป็นของที่หาได้ง่ายหรือ”“ข้าน้อยจะใช้กระดาษของตนเอง และเขียนให้สั้นที่สุดเจ้าค่ะ”“เ

  • นางกำนัลสายดอง   ประตูห้องเครื่อง

    แสงอรุณยามเช้าสาดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนท้ายวัง เผยให้เห็นฝุ่นบางเบาที่ลอยอยู่ในอากาศ หลังจากช่วยกันทำความสะอาดเรือนจนพอจะอยู่อาศัยได้เมื่อคืนวาน หลินอวี้เหนียง ก็ตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างนักนางล้างหน้าด้วยน้ำเย็นจากตุ่มดินเผา รวบผมให้เรียบร้อย แล้วหยิบกระดาษแผ่นเล็กที่พับเก็บไว้ออกมาตรวจดูอีกครั้ง สิ่งที่เขียนอยู่บนนั้นมีเพียงไม่กี่คำผักกาดขาว หัวไชเท้า แตงกวา เกลือ และน้ำสะอาดนางจ้องรายการของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับกระดาษเก็บเข้าแขนเสื้อ เมื่อคืนก่อน นางเพิ่งบอก เสี่ยวชุนไปว่าหากได้ผักมาอีกสักหน่อย พวกนางก็จะเริ่มทำผักดองได้ ทว่าคำพูดนั้นฟังดูง่ายดายเกินไปเมื่อคิดถึงความจริงตรงหน้าที่นี่คือวังหลวงแม้แต่ฟืนสักท่อน น้ำแกงสักถ้วย หรือผักสักกำ ก็ล้วนมีที่มาและมีผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น ไม่ใช่นางอยากได้สิ่งใดแล้วจะเดินไปหยิบมาใช้ได้ตามใจชอบแต่ถึงอย่างนั้น นางก็ไม่มีเวลามัวลังเลบิดาของนางยังรอเงินที่นางจะส่งกลับไปให้ทุกเดือน ส่วนไหดองสามใบที่ทำความสะอาดไว้เมื่อคืนก็ยังวางเรียงอยู่มุมเรือน หากไม่เริ่มลงมือเสียที ความหวังที่จะหาเงินเพิ่มจากฝีมือตัวเองก็คงเป็นเพียงคำพูดลอย

  • นางกำนัลสายดอง   ดิน แสง และไหใบเก่า

    เมื่อทำความสะอาดห้องพักเสร็จ ทั้งสองจึงออกไปสำรวจพื้นที่รอบเรือน อวี้เหนียงเดินไปยังสวนด้านข้างอย่างสนใจ นางใช้ปลายเท้าเขี่ยวัชพืชที่ขึ้นหนาแน่น ก่อนก้มลงจับดินขึ้นมาบี้เบา ๆ ระหว่างนิ้วดินยังร่วนพอสมควร แม้มีเศษใบไม้ทับถมมาก แต่ไม่แข็งกระด้างจนปลูกพืชไม่ได้ นางเงยหน้ามองทิศทางของแสงแดด สังเกตว่าช่วงเช้าจนถึงบ่าย พื้นที่สวนได้รับแสงส่องถึงอย่างทั่วถึง ข้างรั้วด้านหลังยังมีรางน้ำเก่าซึ่งเชื่อมต่อกับบ่อน้ำขนาดเล็กดวงตาของ อวี้เหนียง เริ่มเป็นประกาย “ดีจริง ๆ …”เสี่ยวชุน ที่กำลังพยายามดึงเถาวัลย์ออกจากรั้วหันมามอง “อะไรดีหรือ”“สวนแห่งนี้ยังใช้ปลูกผักได้เจ้าค่ะ”“ปลูกผัก” เสี่ยวชุนมองไปรอบ ๆ “ในสภาพนี้น่ะหรือ ข้าว่าต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะกำจัดวัชพืชหมด”“ถึงจะใช้เวลาหลายวัน แต่หากเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานก็ใช้ได้แล้วเจ้าค่ะ” อวี้เหนียง ก้มลงเด็ดใบหญ้าต้นหนึ่งขึ้นมาดู ก่อนโยนลงในตะกร้าเก่า “ดูดินตรงนี้สิ ยังมีความชื้นอยู่บ้าง อีกทั้งยังมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกล หากปลูกผักที่โตเร็วเอาไว้กินเองได้ ต่อไปเราก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารจากห้องเครื่องทุกมื้อ”เสี่ยวชุน ชะงักมือ “เจ้าคิดไปถึงเรื

  • นางกำนัลสายดอง   เรือนร้างท้ายวัง

    ทางเดินด้านหลังวังหลวงทอดยาวคดเคี้ยวผ่านแนวกำแพงสีเทาอ่อน สองข้างทางมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ทว่าพอยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงผู้คนและความคึกคักจากเขตตำหนักชั้นในก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกทีหลินอวี้เหนียง ถือสัมภาระเดินตามเจ้าหน้าที่ผู้นำทาง ส่วน เสี่ยวชุน เดินอยู่ข้างกาย พลางหันกลับมองทางที่เพิ่งผ่านมาเป็นระยะ ราวกับหวังว่าจะมีใครเรียกพวกนางกลับไปเสียก่อน“อวี้เหนียง เจ้าว่าพวกเราต้องเดินอีกนานเท่าใด”“ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่ดูจากทางแล้ว คงใกล้ถึงแล้วกระมังเจ้าค่ะ”“ใกล้ถึง” เสี่ยวชุน ชะเง้อมองไปข้างหน้า ก่อนถอนหายใจยาว “เหตุใดเรือนพักของคนอื่นจึงอยู่ใกล้ตำหนัก ส่วนของพวกเรากลับต้องเดินไกลถึงเพียงนี้ หรือวังหลวงกลัวว่าพวกเราจะเดินเล่นมากเกินไป จึงตั้งใจส่งมาไว้ไกล ๆ กันนะ”อวี้เหนียงเหลือบมองนาง ก่อนเอ่ยเตือนเสียงเบา “ระวังคำพูดด้วย หากผู้ใดได้ยินเข้า เกรงว่าพวกเราจะมีงานเพิ่มอีกเจ้าค่ะ”เสี่ยวชุน รีบยกมือปิดปากทันที “ข้าลืมไปแล้วว่าตนเองอยู่ในวังหลวง มิใช่ตลาดสดหน้าบ้าน”อวี้เหนียง หลุดยิ้มเล็กน้อย แม้ตนเองจะกังวลไม่ต่างกัน แต่การมีสหายร่วมทางที่พูดจาชวนหัวเราะอยู่ข้างกาย ก็ช่วยให้ความเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status