เข้าสู่ระบบ...........
[4]
ผิดไหมที่ฉันไม่หย่า
...........
เสียงอาเจียนดังเล็ดลอดออกมาจากรั้วของเรือนไม้หอม เรือนที่สร้างเพื่อละอองดาวโดยเฉพาะ นางวิภานิ่วหน้าสงสัย เพราะจำได้ว่าลูกสะใภ้ป่วยไข้ตั้งแต่วันก่อน มดหมอหรือก็หามารักษาแล้ว แต่เหตุใดเล่าสาวเจ้ายังไม่ทุเลา
“เสียงดังเชียวค่ะคุณ” นางเจรียงที่ยืนอยู่ด้านหน้าผู้เป็นนาย ท้วงทักพลางผลักรั้วไม้เตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างสองบ้านออก เพื่อให้นายของตนได้ก้าวเข้าไป
“ฉันว่ามันชักยังไงๆ แล้วนะ ยัยดาวนี่อาการแปลกๆ เหมือน...”
“ท้องแน่ๆ เลยค่ะคุณภา”
นางเจรียงต่อประโยคนั้นของเจ้านายด้วยสิ่งที่นางกำลังคิดอยู่
“จริงหรือพี่!” วิภาถามกลับอย่างดีใจ นางเจรียงพยักหน้าว่าต้องจริงแท้แน่นอน วิภาจึงเร่งฝีเท้าเพื่อก้าวเข้าไปในอาณาเขตเรือนไม้หอม เรือนหอของลูกชายคนโต นางอยากรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่นางเจรียงคิดอ่านนั้นจะเป็นจริงหรือไม่
สาวใช้นามว่านกเอี้ยงรีบเดินออกมารับหน้าคุณผู้หญิงของบ้านจตุรศิลป์ หล่อนมีถาดสำรับอาหารที่นายสาวเจ้าของเรือนยังไม่ได้รับประทาน ถือติดมือมาด้วย
“ยัยดาวเป็นอะไรฮึแม่นก ไม่สบายยังไม่หายอีกรึ”
“สงสัยจะหายยากค่ะ นกว่าคุณผู้หญิงไปดูคุณดาวเถอะค่ะ เธอไม่ยอมกินอะไรเลย บ่นแต่ว่าเหม็น อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่เอา นกวิ่งไปห้องครัวรอบที่สามแล้วแต่ยังหาสำรับที่ถูกใจมาให้คุณดาวไม่ได้เลยค่ะ”
นกเอี้ยงเอ่ยเสียงอ่อย วิภาเลยสั่งเจรียงให้ไปเอาข้าวเปล่ากับยำอะไรก็ได้ที่รสออกเปรี้ยวสักหน่อยมาให้ลูกสะใภ้
นางเจรียงรับคำแล้ววกกลับไปตึกใหญ่เพื่อจัดการตามที่เจ้านายสั่งทันที
“แล้วตาโยไปไหน ไปทำงานเหรอ” วิภาถามนกเอี้ยงอีกครั้ง เพราะตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นลูกชายที่ตึกใหญ่ เลยสงสัยว่าเขาอาจจะนอนที่นี่และบางทีอาจเข้าบริษัทแล้ว
“ไม่ทราบค่ะ เมื่อคืนคุณโยค้างบนตึกค่ะไม่ได้ค้างที่เรือนนี้กับคุณดาว แต่หนูว่าคงไม่ได้ไปทำงานมั้งคะ เพราะวันนี้วันเสาร์”
นกเอี้ยงตอบเสียงแผ่วกว่าเดิม นางวิภาพยักหน้าเข้าใจ บางทีเขาอาจจะไปบ้านโน้น ไม่รู้ว่าลูกชายจะทำร้ายลูกสะใภ้นางไปถึงไหน เมียเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่เคยมาดูแลกันบ้างเลย
นายกับบ่าวเดินตามกันขึ้นเรือนไม้หอม ละอองดาวนอนแบ็บอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอิดโรย แม่สามีเห็นแล้วก็ไม่สบายใจ ยิ่งรู้ว่าลูกชายไม่ได้สนใจไยดีลูกสะใภ้ นางก็นึกโกรธขึ้นมาครามครัน
“แม่ดาว หล่อนยังเป็นไข้หวัดไม่หายรึ”
“คุณแม่...ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ” ละอองดาวยันกายที่ปวดร้าวไปทั้งร่างขึ้นมานั่งอย่างทุลักทุเล รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย อาการที่เป็นตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมหลายเท่า บางทีอาจเป็นผลมาจากแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มตอนอยู่ที่สิงคโปร์ เธอไม่น่าดื่มมันเลย
“ถ้าค่อยยังชั่วจริงๆ แล้วทำไมหล่อนยังนอนแบ็บอยู่อย่างนี้ล่ะ ปกติเห็นยืนเถียงกับฉันฉอดๆๆ”
นางค่อนขอดจริงจังทำเอาละอองดาวอดคลี่ยิ้มเซียวๆ ส่งให้ไม่ได้
“ยัยนกเอี้ยงเอ๊ย ไปดูพี่เจรียงให้ฉันที มัวไปปลูกข้าวอยู่หรือไงนะ นานจริงเชียว”
นกเอี้ยงรีบไปตามคุณป้าเจรียงในทันที นึกดีใจที่จะได้เอาสำรับกับข้าวที่ถืออยู่ชุดนี้ไปเก็บในครัวเสียให้เรียบร้อย
วิภาหันมามองใบหน้าซีดเซียวของคนป่วยอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยบางอย่าง
“ตาโยไม่ได้มาดู สงสัยจะยุ่งเรื่องงานที่บริษัท”
มารดาผู้แสนดีเอ่ยเข้าข้างลูกชายให้ลูกสะใภ้ฟัง ละอองดาวน้ำตาซึม เมื่อคิดได้ว่าแม่สามีจงใจเอ่ยเช่นนั้นเพื่อทำให้เธอสบายใจ
“คุณโยไปบ้านคุณนุตค่ะ”
เธอเป็นฝ่ายแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นให้นางวิภาเข้าใจ และก็ได้รับอารมณ์บูดๆ ของนางตอบแทน เมื่อเช้านี้ สามีที่ไม่เคยรักใคร่ อุตส่าห์แวะมาดูอาการเธอและช่วยให้กำลังใจด้วยการแจ้งว่า ไม่อาจอยู่ดูแลจนถึงเวลาอาหารเช้าของเธอได้ เพราะต้องรีบไปกินมื้อเช้ากับสาวคนรัก ช่างมีน้ำใจจริงๆ
“นั่นไง! ฉันว่าแล้วเชียว ลูกหนอลูกไม่มีหัวคิดบ้างเลย!” มารดาผู้แสนดีประชดประชันลูกชายอย่างเต็มที่ สีหน้าท่าทางเอาเรื่องจริงจัง
“คนเขารักกันนี่คะคุณแม่ อย่าโมโหเพราะเรื่องดีๆ อย่างนี้เลย ดาวอยากให้คุณแม่ปล่อยวางแล้วยอมรับความรักของพวกเขานะคะ”
ละอองดาวเอ่ยออกมาจากใจจริง เธอพร้อมจะไปทุกเวลาหากว่าเขาต้องการ แต่นั่นก็ต่อเมื่อวาโยให้ในสิ่งที่เธอต้องการเช่นกัน
“ฉันก็ปลงแล้วนะแม่ดาว แต่จะทำยังไงได้ ตาโยคงโกรธฉันจนไม่ยอมให้อภัยแล้ว เฮ้อ!” นางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในทิฐิของลูกชายคนโต หลายปีมานี้นางอยู่กับความรู้สึกผิดมาตลอด ถ้าไม่ขัดขวางการแต่งงานของคู่รักตั้งแต่แรก นางคงไม่ต้องทรมานเพราะความหมางเมินของวาโย และที่สำคัญก็คือ สะใภ้โสเภณีที่นางรังเกียจก็คงไม่ได้มาเหยียบบ้านนี้เป็นแน่แท้ แต่ก็นั่นละนะ ละอองดาวไม่ผิด นางต่างหากที่ผิด ผิดมาตั้งแต่ต้น
“อุ๊บ!”
นางวิภาหลุดจากภวังค์เมื่อลูกสะใภ้ยกมือปิดปากกลั้นบางอย่างที่คงพุ่งขึ้นมาจากช่องท้อง นางแลหาถังขยะ เมื่อพบก็ส่งมันให้เจ้าหล่อนอย่างไว
ละอองดาวโก่งคออาเจียนอีกระลอก คราวนี้มันเล่นงานจนเธอไร้เรี่ยวแรงจะตะเกียกตะกายไปอาเจียนในห้องน้ำ เดือดร้อนแม่สามีต้องตักน้ำตักท่ามาให้บ้วนปาก
“ดีขึ้นไหมแม่ดาว...นี่น้ำ บ้วนปากอีกหน่อย”
นางรินน้ำในเหยือกให้ลูกสะใภ้ ละอองดาวทำตามที่แม่สามีสั่ง ฝ่ามือเหี่ยวย่นยังเพียรลูบหลังให้คนเจ็บไข้ไม่หยุดหย่อน เธอซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ต้องปล่อยให้มันรินไหลออกมา
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ ขอบคุณ....”
...........ส่งท้าย...........นอกเขตรั้วอัลลอยด์ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ร่างอวบอิ่มของใครบางคนยืนนิ่งอยู่ข้างรั้ว ดวงตาคู่คมเฝ้ามองความสุขของทุกคนที่นั่งอยู่ในสวนด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาเช่นกัน กว่าหนึ่งปีที่เธอไม่ได้พบพาน ลาจากพวกเขาไปราวกับล้มหายตายจาก พยายามซ่อนตัวจากทุกโอกาสที่พี่ชายคนดีจะล่วงรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่ในที่สุดเธอก็หวนกลับมาจนได้ กลับมาพร้อมกับเครื่องเตือนใจ ที่มีตัวตน“ขอให้พี่โยกับพี่ดาวมีความสุขมากๆ นะคะ อรทำบาปไว้กับพวกพี่มากมายเหลือเกิน ตอนนี้ตราบาปที่ว่ามันกำลังตามมาลงทัณฑ์อรแล้ว แต่อรจะ ไม่ต่อสู้กับมัน อรจะยอมรับความจริงและอยู่ต่อไปให้ได้ เหมือนอย่างที่พี่นุตเคยบอกอร หนูนุตคนดี...ขอให้หนูเป็นที่รักของทุกๆ คนแทนผู้หญิงอีกคนที่มีชื่อเหมือนหนูด้วย ขอให้ความสุขอยู่กับหนูและทุกๆ คนตลอดไป ลาก่อนนะคะ...ลาก่อน...”ร่างอวบอิ่มในชุดกระโปรงหลวมๆ สีเดียวกับเรือนผม ผละจากรั้วสูงของบ้านจตุรศิลป์ เรือนผมสีนิลสนิทกระจายทั่วแผ่นหลัง บางส่วนปลิวพลิ้วไปกับสายลมอ่อนบางในยามสายของวัน“เรากล
“พอแล้วๆ เดี๋ยวลูกแหวะนมออกมาพอดี”เมื่อภรรยาเตือน วาโยก็หยุดการกระทำ เขาวางแม่หนูน้อยลงกลางเสื่อ ก่อนจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นมาดื่มพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง“ยัยหนูนะยัยหนู หนูไม่อยากเดินบ้างเหรอลูก หนูขวบเศษแล้วนะ”ละอองดาวท้วงแม่หนูน้อยที่ยิ้มเผล่มาให้แทนคำตอบ พลางปัดเศษใบหญ้าที่ติดตามถุงเท้าคู่น้อยให้ลูกสาว เมื่อครู่เล่นคลานบนพื้นจนมอมแมม ยัยจอมซนเอ๊ย“ดาว ฉันว่า...เดี๋ยวฉันพายัยนุตไปด้วยดีกว่า เดี๋ยวมานะ”“เอ้า! จะพาไปไหนคะคุณโย”วาโยโปรยยิ้มอย่างมีความหวังให้ละอองดาว เขาอุ้มลูกสาวหายขึ้นไปบนตึกใหญ่และกลับลงมาในเวลาเพียงไม่กี่นาที และเพียงแค่ดวงตาของละอองดาวมองเห็นบางอย่างบนตัวลูก ก็ต้องยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดเสียงสะอื้นวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาที่รัก ละอองดาวลุกขึ้นยืนทั้งรีบปาดน้ำตาให้แห้งหาย แต่มันก็ยังไม่หยุดไหล และดูเหมือนว่าจะซึมออกมาจากหน่วยตาสีสนิมของสามีเช่นกัน“ดาว...ดูสิ ฉัน...ฉันสวมรองเท้าให้ลูกแล้วนะ ทำไม...เธอไ
จุมพิตหวานล้ำประดุจลำนำเพลงรักที่ขับขานอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเร่งเร้าจังหวะขึ้นตามแรงส่งของคนทั้งสอง ละอองดาวยอมละทิ้งความขุ่นเคืองทั้งหลายทั้งปวง เพื่อที่เธอจะได้รับเอาความสุขหวานล้ำที่สามีกำลังจะมอบให้ บทเพลงสวาทจึงเริ่มต้นตั้งแต่ตะวันเริ่มสาดแสงแต้มแต่งขอบฟ้า ส่วนจะสิ้นสุดตอนไหนของวันนั้น คงต้องให้นางฟ้าตัวน้อยๆ ในเปลเป็นคนตัดสิน เพราะเมื่อใดที่แม่หนูนุตคนดีส่งเสียงร้องไห้โยเยแล้วละก็ เห็นทีว่าสวรรค์บนดินของบิดามารดาคงต้องพังลงเพียงชั่วพริบตาเป็นแน่แท้...........หนึ่งปีผ่านไปสายลมแห่งฤดูกาลเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่ามิสามารถพัดพาเอาความสุขออกไปจากรั้วจตุรศิลป์ มวลความสุขจึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของตัวบ้าน ทั้งบนระเบียง ในห้องนอน ในห้องครัว ในสวนสวย ทุกที่ที่สมาชิกในบ้านปรากฏตัวอยู่จะมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ได้ยินได้เห็นอยู่เสมอบัดนี้คุณนายวิภากำลังเห่อหลานชายตัวน้อยที่สะใภ้คนโปรดเพิ่งให้กำเนิด เจ้าหนูคนดีอายุได้เพียงหนึ่งเดือนเศษๆ ห่างจากหลานสาวราวขวบปี ซึ่งตอนนี้หลานสาวตัวน้อยกำลังถึงวัยน่ารักน่าชังแต่ก็ซุกซนเอาการ แต
แล้วตอนนี้เรื่องบาดหมางในใจทั้งหลายก็ได้สะสางไปแล้วจนเกือบหมด หล่อนน่าจะอภัยให้เขาเสียที เพราะพอได้มาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ บอกตรงๆ ว่าชักจะทนร่างกายดื้อด้านของตัวเองไม่ไหว มันคอยแต่จะสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรคุณภรรยาอยู่ร่ำไป โอย...อยู่ใกล้หล่อนแล้วเขาอดใจไม่ได้เลย“นั่นมันเรื่องของคุณนะคุณโย ปล่อยฉันก่อนสิตาบ้าเอ๊ย! มากอดอะไรแน่นอย่างนี้ หายใจไม่ออก” ละอองดาวดิ้นขลุกขลักเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีก“อย่าดิ้นนะดาว พอเถอะ ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ!” วาโยร้องบอกเสียงขรม หน้าอกอวบหยุ่นขนาดเกินมาตรฐานของภรรยา กำลังยั่วต่อมหื่นของเขาอย่างหนัก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้แม่หนูนุตเป็นเจ้าของมันอยู่ละก็ เขาจะคลุกวงในเสียให้รู้แล้วรู้รอด อดอยากปากแห้งมานานแล้ว“ปล่อยก่อนสิ แล้วจะหยุดดิ้น” ละอองดาวต่อรอง แต่สามีหนุ่มกลับส่ายหน้า “แล้วฉันจะหยุดดิ้นได้ไงก็ฉันหายใจไม่ออกนี่” เธอชี้แจง สามีหนุ่มเลยจำต้องปล่อยอย่างงอนๆ เขาลุกขึ้นนั่งแล้วดึงผ้าที่พันรอบศีรษะทิ้งไปอย่างเคืองๆ“เฮ้ย! คุณจะดึงออกทำไม แผลหาย
...........[24]วันชื่นคืนสุข...........เรือนไม้หอม วันเดียวกัน เวลาสามทุ่มเศษๆคุณแม่คนสวยกำลังพิจารณาลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปล หยาดน้ำตาของคนเป็นแม่รินไหลเงียบๆ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ป่านนี้นิลอรจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนหายไปอยู่ที่ไหน ไปทำงานอะไร แล้วทำไมถึงไม่ส่งข่าวมาบ้าง เจ้าหล่อนคงไม่ได้ทุกข์ตรมอยู่กับเรื่องชีวิตน้อยๆ ที่จากไปใช่ไหม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ความผิดบาปมันคงไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจเธอแน่นอนวาโยเดินเข้ามาหาภรรยาเมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนกำลังหลั่งน้ำตาอยู่ข้างเปลบุตรสาว เขาเข้ามานั่งในห้องนานแล้ว แต่หล่อนก็ยังทำเป็นมองไม่เห็น ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก เขาจะอดทนและมุ่งมั่นให้มากกว่านี้“ดาว...เป็นอะไร อย่าร้องไห้สิ” วาโยดึงร่างภรรยาให้ออกห่างจากเปล เขานั่งลงแล้วให้หล่อนนั่งบนตัก อารามลืมตัวทำให้ละอองดาวลืมที่จะปฏิเสธการใกล้ชิดกันอย่างนี้“ร้องไห้ทำไมคนดี บอกฉันได้ไหม” ว่าพลางเช็ดน้ำตาให้เมีย“ฉัน...ฉันนึกถึงนิลอร ฉันท
“แล้วมันจะทำไมยะ ก็นี่มันลูกฉันฉันก็ต้องเข้าข้างสิ หล่อนเถอะ จะยอมคืนดีกับผัวหรือเปล่า ถ้าไม่ยอมฉันจะได้ให้ตาโยหาเมียใหม่!”“คุณแม่!” ละอองดาวเรียกแม่สามีเสียงดัง“อะไรยะ!?” คุณนายวิภาขานรับหน้าตาขึงขังจนวาโยเริ่มกุมขมับเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศจะคุ้นๆ ชอบกล“ป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ฮ่าๆๆ”ละอองดาวหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งป่วนประสาทแม่สามี ความจริงเธอกับคุณนายวิภาไม่ได้ลับฝีปากกันนานมากแล้ว เกือบจะตั้งแต่ตอนที่เธอเริ่มรู้ตัวว่าตั้งท้องยัยหนูนุตกระมัง“เอ้า! นี่คุณแม่แกล้งเหรอครับ ผมตกใจหมดเลย”วาโยท้วงมารดาจริงจัง ใบหน้าติดรอยยิ้มบางๆ“แกจะบ้ารึตาโย แม่แก่แล้วจะไปโกหกอะไรใครได้ แม่แค่อยากให้แกคืนดีกับเมียไวๆ ยัยหนูนุตจะได้ไม่ขาดความอบอุ่น แต่ถ้าแกจะเชื่อเมียว่าแม่โกหก แม่...แม่ก็ไม่มีอะไรจะพูด ฮึกๆ แค่กๆ โอย...แม่หายใจไม่ออกขอยาดมๆ”วาโยควานหายาดมจ้าละหวั่น ขณะที่สะใภ้ใหญ่ลุกไปยืนส่ายหน้าช้าๆ ที่ข้างเตียง คุณนายวิภาช่างมีความพยายามเป็นเลิศจริงๆเสียงคุณนายวิ
ความเงียบของห้องพักผู้ป่วยถูกรบกวนอีกครั้งด้วยเสียงของนางวิภา แม่สามีที่ไม่เคยชอบหน้าลูกสะใภ้ มาเยี่ยมเจ้าหล่อนอีกครั้งหลังจากกลับไปไม่กี่ชั่วโมง คราวนี้นางมีกับข้าวใส่ปิ่นโตมาด้วย“สามีไม่อยู่กลืนข้าวไม่ลงหรือยะแม่ดาว”แม่สามีค่อนแคะตามนิสัย ปกตินางจะจีบปากจีบคอประชดประชันจนสะใจ ถ้าวันไหนไม่ได้ปะท
“มาสิ เรามาช้าไปนิดเดียว โยเพิ่งกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เอง แต่เดี๋ยวคงมามั้ง เพราะเห็นบอกว่าจะมากินข้าวเย็นกับพี่”วีนุตตราเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ขณะที่นิลอรกับนางพยาบาลช่วยกันยกร่างผอมของคนป่วยขึ้นวางบนเตียง“อ้อ...ถึงว่าสิ อรไม่เห็นที่บริษัท”คราวนี้วีนุตตราเลิกคิ้วสูง สงสัยว่านิลอรจะเข้าใจผิด
“โอ...ขอโทษจริงๆ ครับ ผมเสียมารยาทเอง คุณไม่ใช่เจ้าหน้าที่สักหน่อย ถ้าอย่างนั้นผมขอไถ่โทษได้หรือเปล่า เราไปหาอะไรดื่มกันข้างนอกดีไหม” เขาเดินหน้าจีบเต็มพิกัด“ขอโทษด้วยนะคะ ฉันขอตัวไปหาเพื่อนก่อน รู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องปฏิเสธน้ำใจของคุณ ขอโทษจริงๆ ค่ะ” เธอเอ่ยขออภัยแล้วเร่งฝีเท้าให้ทันสามี แต่น่าแปล
----------นางบำเรอตีทะเบียน[1]โสเภณีตีตรา----------ณ โรงแรมสุดหรูแห่งหนึ่งใจกลางเมืองใหญ่ ซึ่งหนึ่งในห้องบอลรูมภายในได้ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเพื่อการกุศลของมูลนิธิอุ่นใจ มูลนิธิเพื่อเด็กด้อยโอกาส เหล่าดวงดาราทั่วฟ้าเมืองไทยต่างตบเท้าเข้างานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง หนึ่งในนั้นก็คือ ละอองดาว







