เข้าสู่ระบบ"ดุจังเลยครับ" สิงห์ยิ้มที่มุมปาก
"งั้นก็รีบกินรีบกลับเลยค่ะ" "พี่ล้อเล่นน่า" "หนูง่วงเเล้วอ่ะ" หญิงสาวยกมือปิดปากหาวหวอดๆ "นอนก็ได้นะเดี๋ยวพี่กินเสร็จล็อคประตูให้ครับ" "แน่ใจนะว่าพี่จะไม่แอบทำอะไรหนู" "มองพี่เป็นคนแบบนั้นหรอครับ" "เปล่าค่ะ ถ้างั้นกินเสร็จแล้วฝากเก็บด้วยนะคะ" "ได้ครับ" เธอเดินไปปิดม่านกั้นก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อโดยที่ปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งกินข้าวอย่างเงียบๆ เวลาผ่านไปเท่าไหร่ไม่รู้ ม่านฟ้างัวเงียตื่นมาอีกทีเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากทางด้านนอกจนเธอต้องตื่นมาอีกรอบ 00.00 น. "ใครคะ" " " เงียบ "ถามว่าใครคะ" " " เงียบ "หรือว่าพี่สิงห์ลืมของหรอคะ" แอด... หญิงสาวเปิดประตูออกไป แทนที่จะเป็นสิงห์ตามที่เธอคาดเดาแต่คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอกลับเป็นขุนพล ชายหนุ่มยืนกอดอกนิ่งไม่พูดสักคำ เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะดันตัวเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ "พี่จะทำอะไรคะ" " " "พี่เป็นอะไรคะ แล้วดึกป่านนี้มาทำอะไรคะ" "พี่ต้องเป็นคนตอบหรือไง" "ก็ใช่นะสิคะ" "พี่ควรจะถามเรามากกว่านะ" "คะ?" เธอเอียงคอถาม "ไปไหนมา" "คือ..." "พี่ถามว่าไปไหนมาตั้งหลายอาทิตย์!" เสียงเข้มเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน เขาจ้องมองในตาสวยอย่างหาคำตอบ ดูสิว่าหญิงสาวจะตอบเขาว่าอย่างไร เมื่อครู่เขาเห็นทั้งหมด ตอนแรกชายหนุ่มดีใจมากที่เห็นบ้านพักเธอก็เปิดไฟ แต่พอจะเข้ามาถามเขากลับเห็นผู้ชายเดินออกจากบ้านของเธอไป เขารู้สึกโกรธมากแต่กลัวว่าหากเข้ามาตอนนั้นเรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่ เขาจึงรอสักพักค่อยหาโอกาสถามเธอเองจะดีกว่า "หนูไป...เอ่อ..." "ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร" " " เงียบ ที่เขาถามเพราะว่าเห็นหน้าไม่ชัดมันค่อนข้างมืดมาก ม่านฟ้าหลบตาเขาเพราะไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังเท่าไหร่ เดิมทีเธอกะว่าจะอยู่แบบเงียบๆไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าขุนพลกำลังจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ "ตอบพี่มาครับ" "พี่สิงห์ค่ะ ลูกชายคนเล็กของท่านนายพล..." "ว่าไงนะ" "พี่รู้จักพี่สิงห์ด้วยหรอคะ" "รู้สิ รู้จักดีเลยล่ะ" "พี่มาหาหนูเพราะเรื่องแค่นี้เองหรอคะ" "เรื่องแค่นี้หรอ" ขุนพลเดินตรงเข้าหาอีกฝ่ายจนเธอต้องถอยหนีไปชิดกำแพงอีกฝั่ง "พี่จะทำอะไรคะ" "ไอ้นั่นมันตัวอันตราย เธออยู่ห่างจากมันไว้ก็ได้นะ" เขาหมายถึงสิงห์นั่นเอง ม่านฟ้าทำหน้างงเพราะเธอไม่เห็นว่าสิงห์จะอันตรายอย่างที่เขาว่าเลยสักนิด "หนูไม่..." "ดื้อจังเลยนะ" คราวนี้เขาก้าวเข้าหาเธอระยะประชิดตัว ชายหนุ่มถือวิสาใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพงเอาไว้ "พี่จะ..." จุ๊บ ริมฝีปากหนาฝังลงที่แก้มของอีกฝ่ายอย่างฉวยโอกาส เขาหอมข้างซ้ายทีขวาทีโดยที่หญิงสาวยืนนิ่งอึ้งไปหลายวินาที "พี่อย่า..." "ทำไม...พี่ไม่ใช่คนแรกแล้วหรอ" "ไม่ใช่นะคะ" "พี่ทำมากกว่าหอมยังได้แต่พี่ไม่ทำ" เขาขยับตัวให้ออกห่างจากคนตัวเล็กอย่างอ้อยอิ่ง ม่านฟ้าหน้าแดงก่ำด้วยความอาย ถึงเธอจะไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วแต่นับตั้งแต่วันที่พ่อเลี้ยงสารเลวนั่นพรากเอาของรักไปจากเธอไป เธอก็ไม่เคยเสียมันให้ใครอีกเลย "พี่ทำแบบนี้ทำไมคะ" "พี่อยากให้เธอเลิกยุ่งกับหมอนั่นซะ" "ทำไม..." "ที่หายไปเพราะไปอยู่กับมันมาใช่ไหม" "ค่ะ" เธอพยักหน้ารับ "ว่าแล้วเชียว ในที่สุดก็เดินตามรอยคนก่อนหน้าจนได้..." "อะไรกัน ตอมรอยใคร นี่พี่หมายถึงใครคะ" เธอขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงงงวย เขาใช้คำรุนแรงกับจิตใจเธอเกินไปแล้วนะ มีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอกัน! "ไหนบอกว่าจะไม่ให้ใครง่ายๆ ทำไมถึงยอมมันง่ายๆล่ะ" "พี่ขุนพล มันจะมากไปแล้วนะ" เธอมองเขาอย่างผิดหวัง "มากไปหรอ พี่ยังไม่ได้ทำเหมือนที่มันทำกับเธอเลยนะ" "พี่!" เธอง้างฝ่ามือขึ้น "เอาสิ ตบเลย" "พี่ออกไปได้แล้วหนูจะพักผ่อน" "ไม่ครับ คืนนี้พี่จะอยู่ที่นี่..." "ไม่ได้ค่ะ" "ทำไมจะไม่ได้ ไอ้นั่นมันยังเข้ามาได้เลย" "แต่มันไม่เหมือนกันค่ะ" "นี่ยอมรับแล้วใช่ไหมว่ามีอะไรกับมันแล้ว" "ไม่ใช่นะ ไปกันใหญ่แล้วค่ะ" "งั้นมานี่" เขาคว้าข้อมือเล็กดึงให้เซตามไปที่เตียงก่อนจะทับลงมาบนตัวอีกฝ่าย "พะ พี่อย่าทำอะไรบ้าๆนะ" "ทำไม...กลัวพี่แต่ไม่กลัวมันอย่างนั้นสิ" "พี่พูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ ปล่อยยยย" เธอดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขาไปมา แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งโมโหและรักเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม มือใหญ่ถือวิสาสะบีบแก้มของเธอให้เผยอริมฝีปากก่อนจะบดจูบเธออย่างเร่าร้อน "อื้อออออ" จ้วบ จ้วบ "อื้อๆๆๆ" เธอดิ้นสุดกำลังแต่ไม่เป็นผล ชุดที่เธอใส่นอนก็ล่อเสือล่อจระเข้ดีเสียจริง หญิงสาวดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างใหญ่และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นฝ่ายคุมเกมส์ได้ทั้งหมด จ้วบ จ้วบ ปากเริ่มซนซุกไซร้ตามซอกคอขาวก่อนจะสร้างรอยเอาไว้ให้เธอเจ็บใจเล่น หญิงสาวหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บเข้ามาแทรก มือใหญ่ปัดป่ายตามตามอันนุ่มนิ่มที่มีเพียงแค่ชุดบางๆแค่เพียงสะกิดเบาๆคนถูกกระทำก็แทบจะดิ้นตาย ขุนพลไล่ต่ำลงมายังไหปลาร้าคู่สวยและลากลิ้นร้อนผ่านเนินอกอวบที่เอ่อล้นพ้นจากขอบชุดมาหลอกล่อเขา เขาค่อยๆจูบมันทุกสัดส่วนเท่าที่คนอย่างเขาจะหาเจอ ริมฝีปากร้อนระอุกดจมฝังผิวที่เต่งตึง "อื้อออ อ๊ะอย่าาาา" "พี่ไม่ไหวแล้วครับ..." "พี่จะทำกับหนูแบบนี้ไม่ได้นะ อ๊ะ อื้อออ" เขาดึงขอบชุดที่อยู่ตรงหน้าอกลงมาเผยให้เห็นอกอวบซ่อนรูปด้านใน เขาไม่รอช้าครอบครองมันด้วยความกระหาย "อ๊ะ ซี๊ดดดดด" จ้วบ จ้วบ "อื้อออ อ๊ะ" ปลายลิ้นร้อนดูดกินเนินสวาทอันอวบอิ่มอย่างเอาแต่ใจและเร่าร้อน คนใต้ร่างถึงกับเด้งตัวขึ้นด้วยความเสียว ขุนพลพรมจูบไปทุกอณูจนคนตัวเล็กไม่รู้ตัวว่าชุดนอนถูกถอดมันออกไปตอนไหน ขุนพลจ้องมองเรือนร่างสาว อกอวบที่พอดียอดประทุมถันอมชมพูเต่งตึง สะโพกเว้าโค้งอย่างสวยงาม เขาฝังริมฝีปากลงไปยังหน้าท้องแบนราบของคนตัวเล็ก บดขยี้อกอวบขาวผ่อง ปากหนาลิ้มรสมันด้วยการตวัดลิ้นอย่างชำนาญจนคนใต้ร่างสั่นสะท้านด้วยความสยิว ร่างบางหอบหายใจเหนื่อยหนักๆพลางส่งเสียงครางไม่ขาดสาย"พ่อคะ! ปลดมันเลยค่ะ!" พิศมัยเสริมขึ้นเสียงแหลม "ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ไม่ควรอู่ในกองทัพ!"หมวดภรัณยืดอกตรง ยืนวันทาหัตถ์ทำความเคารพอย่างสงบนิ่ง เตรียมจะเอ่ยปากรับผิดชอบ...ทว่า เสียงก้าวขาหนักแน่นของขุนพลกลับดังขึ้นขัดจังหวะ อดีตนายทหารเสือเดินก้าวเข้ามาข้างหน้า ทอดสายตามองท่านนายพลและลูกสาวด้วยนัยน์ตาคมกริบดุดันจนท่านนายพลเดชาถึงกับชะงักกึกไป!"คำสั่งคุ้มกันส่วนตัว... หรือคำสั่งบีบบังคับให้ออกเดทกับลูกสาวท่านกันแน่ครับท่านนายพล?"น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของขุนพล ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน!"แกเป็นใคร?!" นายพลหน้าซีดลงเล็กน้อย ตวาดกลับด้วยความหงุดหงิด "นี่มันเรื่องภายในกองทัพ คนนอกอย่างแกไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกแซง!"ขุนพลยิ้มมุมปากเบาๆ ยื่นซองเอกสารตราครุฑสีทองวางลงบนโต๊ะทำงานของท่านนายพลอย่างสงบนิ่ง"ผมคือ ขุนพล อดีตผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษชายแดน..." ขุนพลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และซองเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าท่าน... คือสายตรงจาก ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อนร่วมรุ่นของผม ที่เพิ่งลงนามย้ายหมวดภรัณกลับเข้าสู่หน่วยรบหลัก และขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ
ภรัณยิ้มรับด้วยความพองโตในหัวใจ แม้ในใจลึกๆ จะมีความปรารถนาอยากกอดอยากชิดใกล้หญิงสาวผู้เป็นดวงใจมากเพียงใด แต่สุภาพบุรุษและเกียรติของนายทหารผู้ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีก็ทำให้เขาสะกดกั้นความรู้สึกไว้ ชายหนุ่มกุมมือเธอแนบแก้มเบาๆ อย่างนุ่มนวลที่สุด ไร้ซึ่งความฉวยโอกาสหรือการล่วงเกินใดๆ"คืนนี้ช่างฟ้าขึ้นไปนอนบนห้องให้สบายใจเถอะครับ" ภรัณเอ่ยเสียงหวานอบอุ่น "ผมจะนอนเฝ้าบ้านอยู่ตรงโซฟานี้เอง ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่ในระเบียบ ไม่ล่วงเกินหรือทำอะไรให้ช่างฟ้าและคุณพ่อต้องหนักใจแน่นอนครับ"ทอฟ้ามองเห็นความสุภาพ ซื่อตรง และความเป็นสุภาพบุรุษแท้จริงในดวงตาของนายทหารหนุ่ม ความกังวลและความเหนื่อยล้าตลอดหลายสัปดาห์พลันละลายหายไปจนสิ้น เธอโน้มตัวลงประจูบจุมพิตแก้มของภรัณเบาๆ เป็นตราประทับขอบคุณ"ฝันดีนะคะหมวดภรัณ... พักผ่อนให้สบายนะคะ" ทอฟ้ากระซิบข้างหูด้วยความขวยเขิน ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งขึ้นบันไดไม้ชั้นบนไปทันทีภรัณเอามือจับแก้มข้างที่โดนหอม หลุดยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้สัก ซุกกายใต้ผ้าห่มหนากลิ่นหอมอบอุ่น สายลมยามดึกพัดพริ้วพาเอาความสงบและสายใยรักอัน
ที่ระเบียงชั้นบน... ทอฟ้า ในชุดเสื้อยืดสบายๆ เพิ่งเดินออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ริมระเบียง เธอชะงักกึกทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งของหมวดภรัณยืนตากฝนอยู่หน้าร้าน สายตาของทั้งคู่สบประสานกันท่ามกลางม่านฝนยามดึก"หมวดภรัณ...?" ทอฟ้าพึมพำเสียงแผ่วพร่า หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกตะลึง "มาทำไมป่านนี้... ฝนตกหนักขนาดนี้นะ..."ยังไม่ทันที่ทอฟ้าจะได้เดินก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของ ขุนพล ก็เดินก้าวออกมาจากมุมมืดหน้าร้าน ชายหนุ่มในวัยห้าสิบกว่ายืนกอดอก นัยน์ตาคมกริบดุดันประดุจพญาเสือจ้องมองนายทหารหนุ่มรุ่นลูกที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางสายฝน โดยมี ทัพฟ้า เดินถือแป๊บเหล็กตามออกมาคุมเชิงอยู่ข้างๆ"หมวดภรัณ..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มต่ำทรงพลังสู้เสียงฝน "เที่ยงคืนป่านนี้... ทหารที่ต้องอยู่เวรคุ้มกันลูกสาวท่านนายพลอย่างแก มาทำอะไรที่นี่?"ภรัณยืดอกตรง สู้สายตาคมกริบของอดีตนายทหารเสืออย่างไม่เกรงกลัว เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แฉะชุ่มน้ำฝนต่อหน้าขุนพลและทอฟ้าที่กำลังวิ่งลงมาจากบันได!"ผม... ถอนตัวจากภารกิจนั้นแล้วครับท่าน!" ภรัณเค้นเสียงตะโกนตอบฝ่าสายฝนคำตอบนั้นทำให้ทอฟ้าชะงักกึกอยู่บนบันไดขั้นสุดท้าย! นัยน์ต
"ถ้าหมหมวดจัดการภารกิจของหมวดเสร็จสิ้น และยังคงมั่นใจว่าหัวใจของหมวดอยู่ที่นี่..." ทอฟ้าทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มหวานสว่างไสวทาบทาใบหน้า "เมื่อนั้นค่อยกลับมาคุยกันนะคะ... แต่ในระหว่างนี้ ขอให้หมวดตั้งใจทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูพิศมัยให้ดีที่สุดเถอะค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างนอบน้อม หมุนตัวเดินก้าวขึ้นบันไดบ้านไม้ไปอย่างสง่างาม ไร้การเหลียวหลังกลับมามองภรัณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา หยาดน้ำตาผสมผสานไปกับไอฝนที่ไหลผ่านแก้ม ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินอย่างหมดแรง หัวใจตื่นรู้และเจ็บปวดอย่างที่สุด ทว่าในความเจ็บปวดนั้น เขากลับยิ่งรักและเคารพในตัวหญิงสาวคนนี้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า!ยามดึก... สายฝนซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดจากชายคาบ้านเป็นระยะม่านฟ้าเดินก้าวเข้ามาในห้องนอนของลูกสาว ร่างบางของคุณแม่วัยสี่สิบกว่ายังคงงดงามละมุนละไม เธอนั่งลงบนเตียงข้างๆ ทอฟ้าที่กำลังนั่งทอดสายตามองแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ม่านฟ้าขยับเข้าไปโอบรั้งลูกสาวคนโตเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกอย่างนุ่มนวลทอฟ้าซบหน้าลงกับแผงอกอบอุ่นของแม่ หยดน้ำตาที่เพียรสะกดกั้นมานานหลายวัน บัดนี้ไ
"เสาร์นี้..." ภรัณกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เอ่ยถามด้วยความหวังอันริบหรี่ "เสาร์นี้ที่เราเคยมีนัดไปทานข้าวในเมืองตามที่คุณพ่ออนุญาต... เรายังไปกันเหมือนเดิมได้ไหมครับ?"ทอฟ้าทอดสายตามองเขานิ่งๆ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วยิ้มหวานฉ่ำ"คงต้องขอโทษด้วยนะคะหมวดภรัณ พอดีวันเสาร์นี้ฟ้าติดงานด่วนค่ะ มีลูกค้านำรถบรรทุกสิบล้อเข้ามาทำเครื่องยนต์ใหญ่สองคัน ฟ้าคงต้องอยู่อู่นักทำยาวทั้งวัน... หมวดเอาเวลาว่างไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุณหนูพิศมัยให้เต็มที่เถอะนะคะ จะได้ไม่เสียงานหลวง""ช่างฟ้า...""ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฟ้าขอตัวไปทำงานต่อนะคะ อะไหล่สิบล้อยังรอใส่อยู่ค่ะ"ทอฟ้าโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องเครื่องรถกระบะ ปล่อยให้หมวดภรัณยืนตื่นตะลึงและโดดเดี่ยวอยู่หน้าร้าน ชายหนุ่มเอื้อมมือไขว่คว้าได้เพียงสายลมว่างเปล่าขุนพลและม่านฟ้าที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่บนระเบียงชั้นสอง สบตากันด้วยความถอนหายใจยาว ม่านฟ้ากุมมือสามีไว้แน่น รู้ดีว่าลูกสาวของเธอได้เลือกเส้นทางที่จะ 'ปกป้องหัวใจตัวเอง' แล้วอย่างเด็ดเดี่ยวที่สุดหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ข่าวคราวเรื่องการติดส้นและชิดใกล้ระหว่างหมวดภรัณกับคุ
ยิ่งเธอเสียใจ... เธอยิ่งยิ้มหวานยิ่งเธอเจ็บปวด... เธอยิ่งนิ่งเงียบ"ถ้าพี่ฟ้าไม่ชอบ ก็บอกปะป๊าสิ" ทัพฟ้าเอ่ยเสียงเข้ม "ปะป๊าแค่ยกหูโทรศัพท์สายเดียวถึงเพื่อนเก่าในกองทัพ คำสั่งย้ายหมวดภรัณก็ยกเลิกได้แล้ว ทำไมต้องยอมให้ยายคุณหนูนั่นเอาหมวดไปใช้อย่างกับคนรับใช้ด้วย?""อย่าทำแบบนั้นนะทัพ!" ทอฟ้าหันมามองน้องชาย สายตาหวานเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ปะป๊าสละยศทหาร ใช้ชีวิตเป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์อย่างสงบสุขมาเป็นสิบๆปี เพื่อพวกเรา เพื่อครอบครัว เราจะไม่เอาเรื่องไร้สาระพวกนี้ไปรบกวนปะป๊า และพี่ก็จะไม่ใช้เส้นสายของใครไปแทรกแซงหน้าที่ของหมวดภรัณด้วย""แต่หมวดภรัณกำลังโดนยัยนั่นจีบอยู่นะพี่!" ทัพฟ้าโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโหแทนพี่สาว "เมื่อเย็นพวกลุงกันลุงทศขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าบ้านพักรับรอง เห็นยัยคุณหนูพิศมัยนั่นเดินเกาะแขนหมวดภรัณชวนไปกินข้าวในเมือง หมวดก็ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแต่ก็ต้องเดินตามไป เพราะเป็นคำสั่งดูแลความปลอดภัย!"หัวใจของทอฟ้ากระตุกวูบอย่างรุนแรง ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วแผงอกราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าใบหน้าสวยงามยังคงเรียบเฉย ไร้ร่องรอยการสั่นไหว เธอค่อยๆวา
"นังลูกไม่รักดี! แกรีบเก็บกระเป๋าแล้วออกไปจากบ้านฉัน!" ผู้เป็นแม่พูดไปพร้อมกับปาดน้ำตา "แต่แม่ ลุงเด่นชัยมันปล้ำฉันนะแม่ไล่ลูกตัวเองออกไปแล้วมันล่ะ?" ม่านฟ้ามองผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ "แค่แกออกไปจากที่นี่ ทุกอย่างมันจะดีขึ้น" ดาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ โดยไม่ได้สนใจลูกสาวที่กำลังร้องไห้สะอ
ฮึก! ออกไป... ฉันส่ายหน้า ยกมือไหว้ลุงเด่นชัยด้วยเสียงสั่นเครือ นอกจากเขาจะไม่เห็นใจแล้ว ยังใช้สายตาเจ้าเล่ห์มองมาที่ร่างเปลือยเปล่าของฉันด้วยท่าทางที่หื่นกระหาย "หนูมายั่วฉันเองนี่ วันนี้แม่หนูไม่อยู่...เรามาเล่นเกมกันเถอะ" "เกมอะไร! ฉันไม่เล่นอะไรทั้งนั้น ฮึก!" "อย่าดื้อกับลุงสิ รู้ไหมกว่าลุง
เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ทั้งสองข้างของม่านฟ้าเอาไว้ ดวงตาคมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างล่วงรู้ความคิด เธออาจจะไม่เหมือนแก้วตาผู้หญิงที่เขาเคยรักก็ได้ "พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ" เธอเอามือแตะที่หน้าผากของอีกฝ่าย "พี่ไม่เป็นไรครับ" "แน่ใจนะคะ ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนั่งรอที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวหนูทำเสร็จแล้วยกไปให้ค่ะ" "ขอ
3วันผ่านไป... ม่านฟ้าถูกขังอยู่ภายในห้องเป็นเวลา3วันเต็มโดยที่สิงห์ยังเมตตาเอาข้าวและน้ำมาให้ตลอด เธอคาดเดาความคิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย ทุกครั้งที่เขาเจอเธอ มันเหมือนว่าเขาเป็นคนหลายบุคลิกและยิ่งไปกว่านั้นเขายังบอกเธอว่าท่านนายพลก็ไม่สามารถมาช่วยเธอได้ นั่นทำให้เธอแน่ใจว่าสองพ่อลูกอาจจะมีความสัมพัน







