LOGIN“แล้วไงครับ วันนี้แขกคนสำคัญของดาไม่มาเหรอ ดาถึงได้เจียดเวลามาคุยกับผมได้” คำพูดเหมือนจะงอนๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความหยอกเย้า
“เอ..ผู้กำกับไปราชการต่างจังหวัดคะ ส่วนเฮียกรยังไม่เห็น แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มานะคะ”
เสียงตอบรวนๆ ปนงอน เมื่อคนถามไม่ได้แสดงความหึงหวงแถมยังมาหยอกเย้าถึงแขกขาประจำของเธอเสียอีก แขกประจำของเธอ รู้กันดีว่ามีเพียง 3 คน เพราะนอกนั้นลินลดาลาขาดที่จะรับคนอื่นเพิ่มด้วยเหตุผลที่ว่าเธอแก่แล้ว ทว่าก็ยังมีแขกขาจรและขาประจำอีกมากที่ยินดีจะทุ่มให้ถ้าเธอยอม แต่ก็อีกนั่นแหละ ใครๆ ก็คงสู้แรงทุ่มของภควัฒน์ไม่ไหว สุดท้ายแขกขาประจำของเธอก็คงเหลือ 3 คนเหมือนเดิม
สำหรับผู้กำกับบัญชาและเสี่ยพงศกรเป็นแขกที่เธอขอไม่ให้ภควัฒน์เข้ามาก้าวก่าย เพราะว่ากิจการของเธอต้องการคนมีสีมาคุ้มครอง และเสี่ยพงศกรก็ยังเป็นคนที่ช่วยเหลือทางด้านการเงินจนทำให้เธอมีทุกวันนี้ ซึ่งภควัฒน์ก็เข้าใจและจะไม่ยุ่งหาก 1 ตำรวจและ 1 เสี่ยนี้จะมา แต่จะว่าไม่ยุ่งก็ไม่ได้เพราะหาก 2 หนุ่มเหลือน้อยทั้งสองคนนั้นเปิดศึกชิงเธอกันเมื่อไร สุดท้ายแล้วภควัฒน์ก็จะได้ไปทุกครั้ง
“งั้น.. คืนนี้ ดาไปกับผมนะ”
ดวงตาคมเข้มที่บอกเคล้าความหล่อเหลาเมื่อครั้งยังหนุ่มทอดมองมาที่เธออย่างแสนรัก สายตาที่ทำให้ใบหน้าเหมือนจะมีเลือดฝาดขึ้นครามครัน ทว่า..เธอยังอยากที่จะหลีกไกลความเจ็บปวดที่มีแต่จะทวีเพิ่มมากขึ้นๆ ทุกวัน
“ถ้าปฏิเสธ..”
“ไม่รักก็ได้ แต่อย่าปฏิเสธเลยนะ” ฝ่ามือบีบกระชับมากขึ้นอย่างขอร้องให้เธอยอม
“และถ้ารักจะปฏิเสธได้ไหมคะ”
“ยิ่งรักก็ยิ่งไม่ควรปฏิเสธ”
“โธ่! อย่างนี้ ดาก็เสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องซิคะ”
“ดาก็รู้ ผมไม่มีวันยอมให้ดาเสียเปรียบหรอก จะยอมให้ได้เปรียบอยู่ร่ำไป”
ความจริงใจที่สื่อออกมาจากดวงตาคู่นั้น มันทำให้ลินลดาถึงกับพูดไม่ออก เพราะอย่างนี้ไงที่เรียกว่า “ความเจ็บปวดที่อยากหลีกไกล” ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ ยิ่งรู้สึกรักก็ยิ่งเจ็บ เธอรู้ว่าภควัฒน์จะมีความสุขถ้าเธอยอมตามใจเขา แต่ครอบครัวของเขาล่ะจะยอมได้หรือที่ต้องเกี่ยวดองเป็นครอบครัวเดียวกับแม่เล้าอย่างเธอ ตระกูลเก่าแก่ “บริรักษ์” คนรวยในย่านนี้และเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเขต ครอบครัวของเขาจะยอมรับเธอหรือ โดยเฉพาะแม่เล้าเปื้อนคาวที่มีเรือพ่วงลำโตอย่างเธอ
.
.
“ที่เดิมครับ”
คิ้วดกเข้มเลิกขึ้นเพียงนิด ทว่าใบหน้าหล่อเหลายังไม่ละจากเอกสารในมือ คำรายงานของนุติเหมือนเป็นเพียงสิ่งที่ผ่านมาและผ่านไป เพราะสิ่งที่เขาต้องจัดการอย่างเร่งด่วน! คือเอกสารในมือมากกว่า คนที่นุติส่งไปให้เป็นคนขับรถของบิดาก็เหมือนจะเป็นแหล่งข่าวที่สามารถติดตามได้ตลอดเวลาว่าบิดาทำอะไร ที่ไหน กับใคร และอย่างไร ซึ่งสิ่งที่ทำนี้ไม่ใช่การจับผิดแต่เป็นเพียงการเฝ้าระวังความปลอดภัยก็เท่านั้น
ดวงตาคมเข้มละจากเอกสารมองตรงไปยังโน๊ตบุ๊คตรงหน้า ภาพสกีนเซเวอร์ปรากฏเป็นภาพครอบครัวของเขาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่มและจนถึงก่อนที่เขาจะเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ภาพความสุขของสามคนพ่อแม่ลูก สิ่งที่สามารถรักษาไว้ได้มีเพียงภาพบันทึกความทรงจำเหล่านี้เท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วที่มารดาของเขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ครอบครัวก็ไม่เคยได้พร้อมหน้าอีกเลย
พ่อ..คนสำคัญเพียงคนเดียวที่ต้องดูแลอย่างดี แม้ว่าท่านจะออกเที่ยวบ้างตามประสาผู้ชายเขาก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร แต่ระยะ 3 ปีที่ผ่านมานี้ สถานที่ที่ท่านจะไปในค่ำคืนกลับกลายเป็น “ลินลดาคาเฟ่” สถานที่นั้นเพียงแห่งเดียว และเรื่องราวความพึงพอใจที่ท่านมีต่อ “ลินลดา” แม่เล้าคนสวยจึงไม่กลายเป็นความลับสำหรับเขาอีกต่อไป ทว่าความพึงพอใจกับความสุขเพียงชั่วคราวของบิดาดูจะไม่ใช่ประเด็นหากท่านจะไม่คิดที่จะ..แต่งงานใหม่
..ปิ๊ก..
ดินสอในมือหักเป็นสองท่อนตามแรงอารมณ์ของคนถือ ทำเอานุติรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นบางเหลือบมองนาฬิกาติดฝาผนังไม่กล้าแม้แต่จะขยับมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเอง
“4 ทุ่มครึ่ง” ท้องที่ร้องประท้วงเพราะเลยเวลาอาหารมานานทำให้ดวงตานั้นต้องหลุบต่ำอย่างสำรวมกิริยา ทว่าก็ยังไม่พ้นสายตาเข้มๆ ที่มองมาอยู่ดี
“เฮ้อ! ขอโทษทีนุ ลืมเวลาไปเลย หิวล่ะซิ”
“โธ่! คุณคินไม่น่าถามเลยนะครับ ไส้จะขาดอยู่แล้ว”
“อืม..จะขาดก็แปลว่ายังไม่ขาดน่ะซิ งั้นหิ้วท้องไปอีกสักครึ่งชั่วโมงละกัน วันนี้ฉันอยากจะไปกินไก่ในเล้าเสียหน่อย” คิ้วเข้มเลิกสูงดูเชิงแต่เมื่อเห็นเลขาหนุ่มยังคงยืนเฉย ริมฝีปากรั้นๆ นั้นจึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
“หรือว่านายไม่อยากไปก็ตามใจ ชวนไปกินไก่ไม่ไป อยากจะกลับไปกินอาหารญี่ปุ่นที่บ้านก็ตามใจ”
ภคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยไม่สนใจที่จะปิดอุปกรณ์ใดๆ ที่เปิดค้างอยู่ ราวกับว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะทำ
“คุณคิน! คุณคิน! รอเดี๋ยวซิครับ รอผมปิดคอมก่อน โธ่!”
นุติถลาเข้ามาปิดโน๊ตบุ๊คของบอร์ดบริหารสูงสุดอย่างรวดเร็ว สายตามองลอดแว่นแยกแยะเอกสารที่จะสามารถเก็บเป็นหมวดหมู่ได้เร็วที่สุด เสียงเจ้านายที่เร่งเร้าอยู่ด้านนอกทำให้ยิ่งละล้าละลัง
“เฮ้ย! นุ เร็วๆ เข้า ทำอะไรชักช้า ฉันจะรีบ”
“คุณคินนะคุณคิน ไม่รู้จะแกล้งกันไปถึงไหน เฮ้อ!” ปากบ่นพึมพำแต่สายตาและมือทั้งสองข้างทำงานประสานกันเต็มที่
“คิดอะไรอยู่หรือคะ”“ลิล..ผมต้องขอโทษลิลอีกครั้ง และคุณดา.. ผมก็ทำกับเธอไว้มาก” อ้อมแขนกระชับร่างบางแนบข้างมากขึ้นเพราะความรู้สึกหนาวเหน็บในใจนั้นมากยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน“และตอนนี้คุณคินพร้อมที่จะไถ่โทษหรือยังคะ”“หือ..จะให้ไถ่โทษด้วยวิธีไหน”“วิธีของลิลค่ะ.. แค่คุณคินมอบตำแหน่งคืนให้ลิลก็พอ”“ตำแหน่ง?” สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามก้มมองคนในอ้อมแขนที่แหงนหน้าขึ้นมองอย่างแสนรัก ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ได้ในความหมาย “สรุปว่าตำแหน่งของลิลยังอยู่หรือเปล่าคะ” “เอ.. อยู่หรือไม่อยู่ดีนะ” จมูกโด่งก้มลงคลอเคลียใบหูเพราะคนที่แนบกระซิกอยู่นี้..มันน่านัก “คุณคิน.. ตำแหน่งของลิล” “อืม.. จะมาถามอะไรตอนนี้ล่ะลิล เลือกสถานที่หน่อยซิ” น้ำเสียงเชิงตำหนิเปล่งออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไร “ใครกันคะ ที่ไม่เลือกสถานที่ คุณคินนั่นแหละ” “อืม.. ใครว่าไม่เลือก ก็เลือกแล้วไง ก็ที่นี่น่ะ..ยังไม่เคย” “เซี้ยวใหญ่แล้วนะคะ ปล่อยลิลก่อน ลิลหายใจไม่ออก แล้วตอบคำถามลิลด้วย” “ไม่เอา.. ไม่ตอบ..
“แด๊ดคะ อยู่ไหนเอ่ย.. มาดูซิคะ ว่าลิลมีอะไรมาฝาก” เสียงหวานส่งมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเขม่นมอง เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงเข้ามานั้นมีผลกับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือกุมเข้าหากันแน่นยามเพ่งฝ่าความสลัวนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่หัวใจรุกเร้านี้ถูกต้องชัดเจน เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งกระพรวนตามที่เขาเข้าใจใกล้เข้ามาเรือนร่างภายใต้ชุดสาวชาวเขานั้นดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก เจ้าของร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับนำของที่หอบมาวางลงบนแคร่ ภคินแทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกเต็มตื้นของตัวเองไม่ให้ดึงร่างนั้นเข้ามากอดรัดไม่ไหว ฝ่าเท้าก้าวมั่นคงเข้าใกล้คนที่หัวใจสั่งให้ติดตามหา เสียงเครื่องเงินที่กระทบกันบนตัวเสื้อนั้นเงียบลงพร้อมๆ กับเจ้าของร่างที่ยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า ดวงตาหวานร้อนผ่าวไปด้วยความรู้สึกเต็มตื้นที่เหมือนจะตีขึ้นจากหัวใจ รอยยิ้มแสนจะคุ้นเคยของเขาที่เธอคิดว่าต้องมีวันนี้สักวัน วันที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็นวันที่เขาติดตามหาเธอ แม้ความคาดหวังของเธอจะคล้ายฝันเฟื่องที่คนอย่างเขา คนอย่
ดวงตาคมเข้มทอดมองวิถีชีวิตรายรอบ ชายหญิงชาวเขาที่เห็นคงเพิ่งกลับจากทำไร่เพราะผักหลายชนิดในตะกร้าสานที่แบกไว้ด้านหลังและเด็กๆ ที่วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ ภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ไม่มีอะไรเลย” ที่เห็นนั้น ภคินไม่อยากเชื่อในความรู้สึกของตัวเองว่าเขาจะคิดว่าได้เห็นสิ่งสวยงามทั้งที่ไม่มีตรงจุดไหนที่บ่งชี้ว่าสวยเลยสักนิด “ความสวยงามในจิตใจ” นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกกับตัวเอง“ลิล.. คงมีความสุขสินะที่ได้อยู่ที่นี่”ชายหนุ่มที่พึมพำกับตัวเองทำให้ปีเตอร์ที่เดินออกมายิ้มกับสิ่งที่คิดว่าไม่ผิด ต่อจากนี้เขาก็คงไม่ต้องได้ยินเสียงคนร้องไห้ในเวลากลางคืนอีกแล้ว “เอ่อ.. แล้วลูกสาวของคุณไปไหนหรือครับ ใกล้ค่ำแล้ว”“ไปที่หมู่บ้านด้านบนน่ะครับ นี่คงใกล้จะมาแล้ว เธอขึ้นไปตั้งแต่เช้าเอายาและหนังสือที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้เด็กชาวเขาด้านบนน่ะครับ ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเธอก็ช่วยผมสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวเขา ส่วนผมน่ะสอนภาษาอังกฤษ”“ทำไมเธอถึงสอนภาษาไทยล่ะครับ เอ่อ..ขอโทษนะครับที่ผมละลาบละล้วงถาม” ภคินเอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าหญิงต่างชาติจะสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ได้“ภรรยาผมเธอเป
เด็กชาวเขาหลายสิบคนที่กำลังนั่งล้อมวงอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายไม่ได้แตกต่างไปจากคนชาวเขา ทว่าเรือนกายสูงใหญ่และใบหน้าที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่แตกต่างไปจากคนเอเชียก็ทำให้ภคินไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปหาในทันที เพราะตั้งใจแล้วว่าจะตามหาดังนั้นใครก็ได้ที่ตอบคำถามได้เขาก็ไม่ควรจะพลาด“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มารบกวน ผมแค่ต้องการจะสอบถาม..”ภาษาอังกฤษในสำเนียงชัดเจนถูกส่งออกไปยังคนตรงหน้า เพราะยังไงเสียชายต่างชาตินี้ก็เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในกลุ่ม ซึ่งหากเขาต้องการจะสอบถามข้อมูลจากเด็กๆ ก็ควรจะขออนุญาตเสียก่อน“สวัสดีครับ ผมพูดไทยได้ ต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ”ภาษาไทยชัดเจนแม้จะดูแปล่งไปบ้างในสำเนียงแต่ภคินก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า ชายต่างชาติคนนี้ใช้ภาษาไทยได้ดีทีเดียว รอยยิ้มยินดีถูกส่งออกไปเพราะเขาคงไม่ได้สื่อสารกับเฉพาะเด็กๆ อีกแล้ว และดูท่าชายต่างชาติคนนี้คงจะสามารถให้ข้อมูลกับเขาได้มาก“ผมภคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผม..ปีเตอร์”ภาพของหญิงสาวที่เห็นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มทำให้ดวงตาสีเขียวหม่นแต่ทว่าคมเข้มตามวันเวลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ
สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้ภคินต้องส่ายศีรษะไปมาในความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ความถือตนว่ามีทุกอย่างจึงทำให้เหยียดคนที่ต่ำกว่า ทั้งที่ลินลดาก็ไม่เคยทำให้เขาต้องวุ่นวาย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าเท่านั้นหรือที่เขานึกรังเกียจ ตอนนี้เขารู้ในคำตอบนั้นแล้วว่า “ไม่ใช่” สิ่งที่เขาตั้งแง่รังเกียจก็คือ ศักดิ์ศรีที่มันค้ำอยู่บนบ่าเท่านั้น เขากลัวว่าบริรักษ์จะมัวหมองเพราะพ่อเอาผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษมาเชิดหน้าชูตา กลัวว่าเธอและลูกสาวจะเข้ามาชุบมือเปิบเหมือนผู้หญิงหิวเงินทั่วไปที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็ม จนลืมมองในเนื้อแท้ของคนแต่ละคนว่าไม่เหมือนกัน“คุณดาไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่มีค่าพอที่คุณดาจะขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณดากับลิล มันไม่ควรจะให้อภัยเลย แต่คุณดาก็ยังดีกับพ่อดีกับผม ผมขอโทษจริงๆ ครับ และผมจะไม่ขวางอีกแล้วหากพ่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณดา”ภคินที่ยกมือขึ้นไหว้เธอพร้อมกับสิ่งที่เขาบอกทำให้ลินลดาตื้นตันเสียจนไม่อาจยั้งหยาดน้ำตาไว้ได้ คนอย่างภคิน บริรักษ์ ยอมลดตัวลงมาเพื่อเธอกับลูก แค่นี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเขารักลูกสาวของเธอจริง“คุณคินคะ ดามีเรื่องที่อยากจะให้คุณคินรับรู้ไว้ค่ะ ดารักท่าน..เพราะท่านดีก
เมทินียิ้มรับกับคำถามนั้น พร้อมเจ้าของฝ่ามือแกร่งที่กอบกระชับฝ่ามือบอบบางของเธอแน่นขึ้น แววความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันและกันนั้นทำให้ผู้ถือหุ้นที่คิดจะส่งคำถามต่อต้องระงับไว้เพียงแค่นั้นในทันที เพราะคำตอบก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว“แล้วอย่างนี้สรรค์พิสุทธิ์จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิลักษณ์เลิศหรือเปล่าครับ แล้วทิศทางการบริหารของคุณนุติจะเป็นในแบบไหนครับ”“เปลี่ยนครับ ผมจะไม่ใช้ชื่อของสรรค์พิสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดเว้นวรรคก่อนจะชำเลืองมองคนด้านข้างที่เหมือนรอคอยในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน“แต่ผมจะใช้ชื่อว่า SS GROUP แทน S ตัวแรกแทนสำหรับ สรรค์พิสุทธิ์ และ S ตัวที่สองสำหรับแทน สิทธิลักษณ์เลิศครับ แต่หากว่าคุณพ่อตาและคุณภรรยาในอนาคตจะอนุญาตให้ S ตัวแรกเป็น สิทธิลักษณ์เลิศ ผมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้”คำพูดสื่อความหมายนั้นเรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะมือขวาแห่งบริรักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นเขยแห่งสรรค์พิสุทธิ์นี้มีกึ๋นมากมายแค่ไหน ก็ดูได้จากกิจการของบริรักษ์กรุ๊ปที่ว่ากันว่าทุกโปรเจคทุกงานที่ได้มาโดยง่ายนั้นล้วนมาจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น “ขอถามอีกหนึ่งคำถามครับ ถ้าคุณนุติมาบริหารง
ยิ่งเขาเร่งเร้าเธอ ยิ่งเหมือนเลือดในกายจะไหลเวียนไปมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความร้อนวูบวาบโลดแล่นไปทั้งกายโดยเฉพาะที่ดอกไม้งาม ความรู้สึกเหมือนประหนึ่งจะแตกสลายทว่ากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกต่อไป ร่างกายของเธอเหมือนกับว่าจะบางเบาจนสามารถโบยบินได้ รู้สึกได้ถึงแรงเร่งเร้าบางอย่างในตัวเหมือน
ภคินผละออกในทันทีที่พูดจบ เขาไม่อยากให้เธอพูดอะไรอีก “ขอโทษ” คำที่อยากเอ่ย แต่ทิฐิที่มีก็ยังมากพอที่จะค้ำปากตัวเองไม่ให้พูดออกไป “เกม” ที่เหมือนจะมีหัวใจของเขาเองที่เป็นเดิมพันกับความพ่ายแพ้ที่มองเห็นอยู่รำไร“ทำไมเธอต้องเป็นลูกของลินลดา”แม้ไม่อยากนึกถึงคำถามเดิมที่วกวนอยู่ในหัวใจ คำถามที่เหมือนเป
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ด้านในของตัวบ้านภคินต้องชะงักฝีเท้าที่จะก้าวเดิน ฝ่ามือแกร่งบีบกระชับเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว เมื่อสบสายตากับอีกฝ่ายหนึ่ง ผู้ชายที่นั่งอยู่กับเธอ เลือดลมเหมือนจะวิ่งริ้วขึ้นสู่ใบหน้าจนอยากจะถลาเข้าไปประเคนหมัดรุ่นๆ กระทบปลายคางสักหมัด หากไม่ติดที่ว่าสายตาที่มองสบมาอ
“ผมไม่สนใจหรอกนะครับสารวัตร ว่าไอ้เฒ่านั่นมันจะเอานังแม่เล้าไปเก็บไว้ที่ไหน ผมแค่ต้องการเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ มันกล้าส่งคนมายิงพ่อผม มันก็ควรต้องได้รับผลกรรมที่ก่อ และหากนังแม่เล้านั่นมันสมรู้ร่วมคิดด้วย ผมก็จะไม่ปล่อยมันทั้งสองคนไปแน่”ใบหน้าท่าทางที่แสดงออกว่าเกลียดคนที่เอ่ยถึงจนเข้ากระดูกดำพร้อม







