Mag-log inเสียงเพลงปลุกเร้าอารมณ์ที่ดังลอดออกมาจนถึงบานประตูใหญ่ดั่งใครกำลังครวญครางกับกิจกรรมหฤหรรษ์ในยามค่ำคืน ส่งผลชายหนุ่มมากหน้าหลายตาต้องชะงักหยุดเดินก่อนที่จะพาตัวเองเข้าไปด้านใน ชายร่างใหญ่สองนายยืนคุมอยู่บริเวณประตูทำหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัวเพื่อไม่ให้เดือดร้อนหากมีการจับกุมของเจ้าหน้าที่
“นายอายุถึง 18 หรือเปล่า”
แววตาใสซื่อหันมาถาม นุติถึงกับสะอึกรับมุขดอกนี้ของเจ้านายไม่ทันมือเกาศีรษะตัวเองไปมาเพราะไม่ทันที่จะตอบและก็ไม่ทันที่จะรั้งเจ้านายไว้ได้ทัน เมื่อคนที่ทำให้งงนั้นเปิดประตูรถและเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในทิศทางของเสียงเพลง โดยไม่รอเขาสักนิด แถมฝ่ามือนั้นยังเหวี่ยงมาข้างหลังทำท่าจะกดรีโมตล็อครถ นุติรีบถลาลงจากรถตาหูเหลือกก่อนจะรีบถลันตามเจ้านายที่ถึงจะหล่อจนสาวละลายแต่ก็เอาแต่ใจ “ฉิบ” อย่างฉุดไม่อยู่
“จับมือฉันไว้ถ้ากลัวหลง”
นุติถลึงตามองภคินที่ยังเล่นไม่เลิกอย่างงอนๆ ยามอยู่ในบริษัท เขาเห็นภคินเป็นเจ้านายที่ดีพร้อม ทั้งเก่งทั้งฉลาดรอบรู้เรื่องราวได้สารพัด แต่ในยามหน้าที่หมดไป ภคินก็คือเพื่อนที่ยังติดต่อกันอยู่จนถึงปัจจุบัน น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเขากับภคินนั้นเคยเรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยม และไม่คิดว่าวงโคจรของโลกจะทำให้พวกเขาได้เจอกันแต่มาอยู่ในสถานะของเจ้านายและลูกน้อง
นับตั้งแต่บิดาของเขาประสบปัญหาในธุรกิจจนต้องกลายเป็นบุคคลล้มละลายจนเลือกที่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัวจากไปอย่างไม่มีวันกลับก็ทำให้เขาต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย โชคดีที่ท่านภควัฒน์ยื่นมือให้ความช่วยเหลือให้ทุนเรียนต่อ โดยแลกกับการที่เขาจะต้องมาคอยเป็นผู้ช่วยจัดเตรียมเอกสารสำหรับงานประจำวันซึ่งเขารู้ดีว่ามันเป็นทางช่วยเหลือที่ไม่คิดเลยว่าจะมีใครยื่นมือเข้าช่วยและให้โอกาสได้มากขนาดนี้ การจัดเตรียมเอกสารสำหรับท่านภควัฒน์ก็ไม่ต่างอะไรกับการฝึกงานเป็นผู้บริหารในอนาคต
ตลอดเวลา 5 ปีที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยจนจบปริญญาโท เส้นทางธุรกิจที่ได้เรียนรู้มันทำให้เขาสามารถปลีกตัวไปสร้างบริษัทเป็นของตัวเองได้เลยหากวันหนึ่งที่เขาจะมีเงินทุนเพียงพอ และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ที่ท่านภควัฒน์วางมือและมอบอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารให้แก่บุตรชายเพียงคนเดียว เส้นทางของเขาและภคินจึงเดินทางมาบรรจบกันอีกครั้ง เพื่อนที่เป็นนายใครจะว่าอย่างไรเขาไม่รู้ แต่สำหรับเขาแล้ว ภคิน..เป็นมากกว่านั้นเพราะเขาเป็นคนที่จะต้องตอบแทนและดูแลให้ดีที่สุด เพราะถ้าไม่ได้ภคินก็คงไม่มีวันที่ท่านภควัฒน์จะรู้จักนายนุติ
“นายมองฉันเหมือนอยากจะกินฉันเข้าไปทั้งตัวแน่ะว่ะ เจ้านุ”
คำพูดสัพยอกพร้อมแววตาหวานเชื่อมที่มองมาทำให้นุติผวาเฮือกกระโจนไปอีกทางอย่างไม่ไว้วางใจเจ้าของดวงตาคมเข้มที่เปลี่ยนเป็นหวานหยาดเยิ้มเพียงแค่เข้ามาถึงข้างใน
“คุณคิน ยะ..อย่าบอกนะว่า คุณคินเพิ่งมาค้นพบตัวเองตอนนี้”
“ไอ้บ้า! นุ นายนี่มันทำงานมากเสียจนเบลอแล้วมั้ง นี่นายเป็นฉันเป็นเก้งตั้งแต่เมื่อไรว่ะ”
“ก็ตั้งแต่คุณคินมองผมอย่างกับอยากจะกินเมื่อกี้น่ะครับ”
“นายนี่มัน..”
เสียงทุ้มเข่นเขี้ยวต้องหยุดลงเพราะเจ้าของสถานที่กำลังก้าวมาเยือน เรือนร่างอวบอิ่มที่เห็นทำให้ดวงตาคมถึงกับกระตุกวาบ “เธอสวยจริงๆ” นั่นคือสิ่งที่คิดขึ้นมาได้ ผู้หญิงตรงหน้าไม่มีส่วนไหนที่บ่งบอกเลยว่าไม่สวยและไม่น่าเชื่อว่าเธอจะอายุมากกว่าเขา “ลินลดา..แม่เล้าสาวสวยแห่ง ลินลดาคาเฟ่ สมคำเล่าลือจริงๆ มิน่า..”
“สวัสดีค่ะ เพิ่งเคยมาครั้งแรกใช่ไหมคะ ดาไม่เคยเห็นพวกคุณเลย” ใบหน้างามแย้มยิ้มส่งมาซึ่งนุตินั้นเหมือนจะละเมอยิ้มค้างไม่หุบเมื่อเห็นสิ่งสวยงามตรงหน้า
“ลินลดาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ..เอ่อ..”
น้ำเสียงขาดห้วงใส่จริตอย่างต้องการให้เขาบอกชื่อ ใบหน้าสวยหวานรับกับดวงตาคมที่ดูแพรวพราวไปด้วยจริตจะกร้านอย่างผู้หญิงกลางคืนจะพึงมียังคงแย้มยิ้ม
“เธอดูแตกต่าง แตกต่างไปจากผู้หญิงอย่างว่าที่เคยเห็น”
ภคินมองใบหน้าสวยหวานนั้นอย่างอึ้งๆ กิริยาที่อ่อนหวานพร้อมจริตที่เธอปรุงแต่งขึ้นมานั้น เมื่อรวมๆ กันแล้วมันไม่ได้ดูน่าเกลียดทว่ามันกลับดูน่ามองน่าสัมผัส สมแล้วที่ “ลินลดาคาเฟ่” จะสามารถยืนหยัดมาได้กว่า 5 ปี แม้จะถูกกวาดล้างและต้องจ่ายค่าปรับบ่อยครั้งแต่ก็ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเธอมากกว่า ดังนั้นแล้วข่าวที่ได้รับมาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอและท่านผู้กำกับบัญชาก็ดูท่าว่าจะจริง
“ผมคินครับและนี่นุเพื่อนผม” เสียงทุ้มเอ่ยบอกในขณะที่ดวงตาคมเข้มยังไม่ได้ละไปจากใบหน้าสวยนั้นสักวินาทีเดียว
“เดี๋ยวเด็กจะเข้ามารับรายการอาหารและถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมแจ้งกับเด็กๆ ได้เลยนะคะ ดาต้องขอตัวก่อน แต่ถ้ามีอะไรให้รับใช้ก็ให้เด็กๆ ไปตามได้ค่ะ”
รอยยิ้มหวานส่งมาให้ไม่มีวี่แววเคอะเขินสักนิดทั้งที่เขาพยายามหว่านเสน่ห์อย่างสุดฤทธิ์ รอยยิ้มบาดใจที่สาวเล็กสาวใหญ่ถวิลหาแต่กับเธอคนนี้เหมือนจะเป็นเพียงสิ่งเคยชินของเธอเท่านั้น อย่างนั้นแล้วก็คงหมายถึงว่า การที่เธอเดินเข้ามาทักทายนั้นก็เป็นเพียงหน้าที่ของเธอที่ต้องทำอย่างนั้นซิ
“คิดอะไรอยู่หรือคะ”“ลิล..ผมต้องขอโทษลิลอีกครั้ง และคุณดา.. ผมก็ทำกับเธอไว้มาก” อ้อมแขนกระชับร่างบางแนบข้างมากขึ้นเพราะความรู้สึกหนาวเหน็บในใจนั้นมากยิ่งกว่าอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน“และตอนนี้คุณคินพร้อมที่จะไถ่โทษหรือยังคะ”“หือ..จะให้ไถ่โทษด้วยวิธีไหน”“วิธีของลิลค่ะ.. แค่คุณคินมอบตำแหน่งคืนให้ลิลก็พอ”“ตำแหน่ง?” สีหน้าเต็มไปด้วยคำถามก้มมองคนในอ้อมแขนที่แหงนหน้าขึ้นมองอย่างแสนรัก ก่อนจะระบายรอยยิ้มออกมาเมื่อรู้ได้ในความหมาย “สรุปว่าตำแหน่งของลิลยังอยู่หรือเปล่าคะ” “เอ.. อยู่หรือไม่อยู่ดีนะ” จมูกโด่งก้มลงคลอเคลียใบหูเพราะคนที่แนบกระซิกอยู่นี้..มันน่านัก “คุณคิน.. ตำแหน่งของลิล” “อืม.. จะมาถามอะไรตอนนี้ล่ะลิล เลือกสถานที่หน่อยซิ” น้ำเสียงเชิงตำหนิเปล่งออกมาอย่างไม่จริงจังเท่าไร “ใครกันคะ ที่ไม่เลือกสถานที่ คุณคินนั่นแหละ” “อืม.. ใครว่าไม่เลือก ก็เลือกแล้วไง ก็ที่นี่น่ะ..ยังไม่เคย” “เซี้ยวใหญ่แล้วนะคะ ปล่อยลิลก่อน ลิลหายใจไม่ออก แล้วตอบคำถามลิลด้วย” “ไม่เอา.. ไม่ตอบ..
“แด๊ดคะ อยู่ไหนเอ่ย.. มาดูซิคะ ว่าลิลมีอะไรมาฝาก” เสียงหวานส่งมาก่อนเจ้าตัวจะมาถึงทำให้ดวงตาคมเข้มต้องเขม่นมอง เจ้าของร่างบอบบางที่กำลังเดินตรงเข้ามานั้นมีผลกับทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ ฝ่ามือกุมเข้าหากันแน่นยามเพ่งฝ่าความสลัวนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าคำตอบที่หัวใจรุกเร้านี้ถูกต้องชัดเจน เสียงหัวใจเต้นรัวเร็วในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งกระพรวนตามที่เขาเข้าใจใกล้เข้ามาเรือนร่างภายใต้ชุดสาวชาวเขานั้นดูน่ารักน่าทะนุถนอมยิ่งนัก เจ้าของร่างบางก้าวเข้ามาพร้อมกับนำของที่หอบมาวางลงบนแคร่ ภคินแทบจะสะกดกลั้นความรู้สึกเต็มตื้นของตัวเองไม่ให้ดึงร่างนั้นเข้ามากอดรัดไม่ไหว ฝ่าเท้าก้าวมั่นคงเข้าใกล้คนที่หัวใจสั่งให้ติดตามหา เสียงเครื่องเงินที่กระทบกันบนตัวเสื้อนั้นเงียบลงพร้อมๆ กับเจ้าของร่างที่ยืนนิ่งตะลึงกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้า ดวงตาหวานร้อนผ่าวไปด้วยความรู้สึกเต็มตื้นที่เหมือนจะตีขึ้นจากหัวใจ รอยยิ้มแสนจะคุ้นเคยของเขาที่เธอคิดว่าต้องมีวันนี้สักวัน วันที่เขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าและเป็นวันที่เขาติดตามหาเธอ แม้ความคาดหวังของเธอจะคล้ายฝันเฟื่องที่คนอย่างเขา คนอย่
ดวงตาคมเข้มทอดมองวิถีชีวิตรายรอบ ชายหญิงชาวเขาที่เห็นคงเพิ่งกลับจากทำไร่เพราะผักหลายชนิดในตะกร้าสานที่แบกไว้ด้านหลังและเด็กๆ ที่วิ่งเข้าหาอย่างดีใจ ภาพพ่อแม่ลูกที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ไม่มีอะไรเลย” ที่เห็นนั้น ภคินไม่อยากเชื่อในความรู้สึกของตัวเองว่าเขาจะคิดว่าได้เห็นสิ่งสวยงามทั้งที่ไม่มีตรงจุดไหนที่บ่งชี้ว่าสวยเลยสักนิด “ความสวยงามในจิตใจ” นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกกับตัวเอง“ลิล.. คงมีความสุขสินะที่ได้อยู่ที่นี่”ชายหนุ่มที่พึมพำกับตัวเองทำให้ปีเตอร์ที่เดินออกมายิ้มกับสิ่งที่คิดว่าไม่ผิด ต่อจากนี้เขาก็คงไม่ต้องได้ยินเสียงคนร้องไห้ในเวลากลางคืนอีกแล้ว “เอ่อ.. แล้วลูกสาวของคุณไปไหนหรือครับ ใกล้ค่ำแล้ว”“ไปที่หมู่บ้านด้านบนน่ะครับ นี่คงใกล้จะมาแล้ว เธอขึ้นไปตั้งแต่เช้าเอายาและหนังสือที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้เด็กชาวเขาด้านบนน่ะครับ ตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่เมื่อเดือนก่อนเธอก็ช่วยผมสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวเขา ส่วนผมน่ะสอนภาษาอังกฤษ”“ทำไมเธอถึงสอนภาษาไทยล่ะครับ เอ่อ..ขอโทษนะครับที่ผมละลาบละล้วงถาม” ภคินเอ่ยถามเพราะไม่คิดว่าหญิงต่างชาติจะสอนภาษาไทยให้กับเด็กๆ ได้“ภรรยาผมเธอเป
เด็กชาวเขาหลายสิบคนที่กำลังนั่งล้อมวงอยู่กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แต่งกายไม่ได้แตกต่างไปจากคนชาวเขา ทว่าเรือนกายสูงใหญ่และใบหน้าที่บ่งบอกถึงชาติพันธุ์ที่แตกต่างไปจากคนเอเชียก็ทำให้ภคินไม่รอช้าที่จะก้าวเข้าไปหาในทันที เพราะตั้งใจแล้วว่าจะตามหาดังนั้นใครก็ได้ที่ตอบคำถามได้เขาก็ไม่ควรจะพลาด“สวัสดีครับ ผมขอโทษที่มารบกวน ผมแค่ต้องการจะสอบถาม..”ภาษาอังกฤษในสำเนียงชัดเจนถูกส่งออกไปยังคนตรงหน้า เพราะยังไงเสียชายต่างชาตินี้ก็เป็นผู้ใหญ่คนเดียวในกลุ่ม ซึ่งหากเขาต้องการจะสอบถามข้อมูลจากเด็กๆ ก็ควรจะขออนุญาตเสียก่อน“สวัสดีครับ ผมพูดไทยได้ ต้องการให้ผมช่วยอะไรครับ”ภาษาไทยชัดเจนแม้จะดูแปล่งไปบ้างในสำเนียงแต่ภคินก็ยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า ชายต่างชาติคนนี้ใช้ภาษาไทยได้ดีทีเดียว รอยยิ้มยินดีถูกส่งออกไปเพราะเขาคงไม่ได้สื่อสารกับเฉพาะเด็กๆ อีกแล้ว และดูท่าชายต่างชาติคนนี้คงจะสามารถให้ข้อมูลกับเขาได้มาก“ผมภคิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”“ครับ..ยินดีที่ได้รู้จัก ผม..ปีเตอร์”ภาพของหญิงสาวที่เห็นอยู่ในโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มทำให้ดวงตาสีเขียวหม่นแต่ทว่าคมเข้มตามวันเวลาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเ
สิ่งที่เห็นยิ่งทำให้ภคินต้องส่ายศีรษะไปมาในความผิดที่ตัวเองก่อไว้ ความถือตนว่ามีทุกอย่างจึงทำให้เหยียดคนที่ต่ำกว่า ทั้งที่ลินลดาก็ไม่เคยทำให้เขาต้องวุ่นวาย เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่าเท่านั้นหรือที่เขานึกรังเกียจ ตอนนี้เขารู้ในคำตอบนั้นแล้วว่า “ไม่ใช่” สิ่งที่เขาตั้งแง่รังเกียจก็คือ ศักดิ์ศรีที่มันค้ำอยู่บนบ่าเท่านั้น เขากลัวว่าบริรักษ์จะมัวหมองเพราะพ่อเอาผู้หญิงที่มีอาชีพพิเศษมาเชิดหน้าชูตา กลัวว่าเธอและลูกสาวจะเข้ามาชุบมือเปิบเหมือนผู้หญิงหิวเงินทั่วไปที่ถมเท่าไรก็ไม่เต็ม จนลืมมองในเนื้อแท้ของคนแต่ละคนว่าไม่เหมือนกัน“คุณดาไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมไม่มีค่าพอที่คุณดาจะขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณดากับลิล มันไม่ควรจะให้อภัยเลย แต่คุณดาก็ยังดีกับพ่อดีกับผม ผมขอโทษจริงๆ ครับ และผมจะไม่ขวางอีกแล้วหากพ่อจะเริ่มต้นใหม่กับคุณดา”ภคินที่ยกมือขึ้นไหว้เธอพร้อมกับสิ่งที่เขาบอกทำให้ลินลดาตื้นตันเสียจนไม่อาจยั้งหยาดน้ำตาไว้ได้ คนอย่างภคิน บริรักษ์ ยอมลดตัวลงมาเพื่อเธอกับลูก แค่นี้เธอก็มั่นใจแล้วว่าเขารักลูกสาวของเธอจริง“คุณคินคะ ดามีเรื่องที่อยากจะให้คุณคินรับรู้ไว้ค่ะ ดารักท่าน..เพราะท่านดีก
เมทินียิ้มรับกับคำถามนั้น พร้อมเจ้าของฝ่ามือแกร่งที่กอบกระชับฝ่ามือบอบบางของเธอแน่นขึ้น แววความรักที่ทั้งสองคนมีให้แก่กันและกันนั้นทำให้ผู้ถือหุ้นที่คิดจะส่งคำถามต่อต้องระงับไว้เพียงแค่นั้นในทันที เพราะคำตอบก็มีให้เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว“แล้วอย่างนี้สรรค์พิสุทธิ์จะต้องเปลี่ยนชื่อเป็นสิทธิลักษณ์เลิศหรือเปล่าครับ แล้วทิศทางการบริหารของคุณนุติจะเป็นในแบบไหนครับ”“เปลี่ยนครับ ผมจะไม่ใช้ชื่อของสรรค์พิสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดเว้นวรรคก่อนจะชำเลืองมองคนด้านข้างที่เหมือนรอคอยในคำตอบของเขาอยู่เหมือนกัน“แต่ผมจะใช้ชื่อว่า SS GROUP แทน S ตัวแรกแทนสำหรับ สรรค์พิสุทธิ์ และ S ตัวที่สองสำหรับแทน สิทธิลักษณ์เลิศครับ แต่หากว่าคุณพ่อตาและคุณภรรยาในอนาคตจะอนุญาตให้ S ตัวแรกเป็น สิทธิลักษณ์เลิศ ผมก็คงจะปฏิเสธไม่ได้”คำพูดสื่อความหมายนั้นเรียกเสียงปรบมือให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน เพราะมือขวาแห่งบริรักษ์ที่กำลังจะกลายเป็นเขยแห่งสรรค์พิสุทธิ์นี้มีกึ๋นมากมายแค่ไหน ก็ดูได้จากกิจการของบริรักษ์กรุ๊ปที่ว่ากันว่าทุกโปรเจคทุกงานที่ได้มาโดยง่ายนั้นล้วนมาจากฝีมือของผู้ชายคนนี้ทั้งสิ้น “ขอถามอีกหนึ่งคำถามครับ ถ้าคุณนุติมาบริหารง
ใบหน้าของท่านพิชาญยามได้รับข่าวว่าท่านนายกกฤตถูกจับกุมนั้นเขายังจำได้ดีว่ามันเต็มไปด้วยแววสั่นไหวมากมายขนาดไหน แววหวาดกลัวในบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่อาจรู้ได้ว่ามันคืออะไรแต่เมื่อท่านนายกกฤตให้การซัดทอดเรื่องราวทั้งหมดจึงเปิดเผย ว่าท่านพิชาญสมรู้ร่วมคิดกันรอบสังหารท่านภควัฒน์ เพียงเพื่อต้องการให้หนี
ลลิลก้มตัวลงและถลาไปตามแรงฉุดกระชากของใครบางคนที่เธอไม่รู้ รู้แต่ว่ามันเร็วมากที่เธอจะมองได้ทัน ร่างบางถูกเหวี่ยงเข้าไปในกอหญ้าคาข้างทางจนเนื้อตัวรู้สึกแสบจากรอยบาด ทว่าคนที่ทาบทับจากด้านบนก็กลับทำให้ลลิลรู้สึกเหมือนเลือดในกายจะหยุดไหลเวียนไปชั่วขณะ กายสั่นทั้งจากเสียงปืนที่เหมือนจะดังอยู่รอบๆ ตัวแ
“คุณคินไม่คิดว่าเรื่องมันง่ายไปหรือครับ ขนาดตำรวจยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเอาผิดผู้กำกับบัญชาได้ แต่นี่แค่ไอ้นายกหื่นนั่นยื่นมือเข้ามาช่วย เรื่องมันก็จบแบบง่ายๆ และหลักฐานก็มัดตัวผู้กำกับแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด”“มันง่าย ก็เพราะบังเอิญคนที่เราร้องขอดันเป็นคนประเภทเดียวกับมันไง ไอ้เรื่องเน่าๆ ที่มันทำร่ว
“ผมเชื่อว่าคุณคินจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้องลิลและตัวคุณคินเอง และผมก็มั่นใจว่าลินลดาและน้องลิลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย”เจ้าของร่างสูงที่เดินไปจนสุดแนวกระจกกั้นและทอดสายตามองตรงไปยังเรือนหลังเล็กทำให้นุติเลือกที่จะเดินออกไป เรื่องที่ภคินจะต้องตัดสินใจคงจะหนักหนาเพราะทั้งหมดนั้นม







