Share

9

last update Tanggal publikasi: 2024-11-09 21:37:19

จิ้นเหอร้องเรียกและไม่ยอมลดละติดตามร่างอรชรในชุดพลิ้วเบาที่ลอยตัวอยู่ไม่ห่างจากสายตาของเขาแม้เป็นคืนเดือนเสี้ยว ด้วยวิชาการรบและชั้นเชิงการต่อสู้ที่ไม่เป็นรองผู้ใดทำให้หนึ่งในแม่ทัพใหญ่แห่งองค์ซ่งไท่จู่ผู้เกรียงไกรที่แม้มิอาจลอยตัวเหยียบปลายไม้ได้หากก็สามารถกระโดดข้ามจากไม้ต้นหนึ่งไปยังอีกต้นอย่างว่องไว

“หยุดเดี๋ยวนี้...อย่าคิดว่าจะหนีพ้น!”

จิ้นเหอตะโกนและเสียงกังวานที่แหวกความมืดไปนั้นทำให้ร่างอรชรในชุดพลิ้วไหวที่ลอยตัวลงบนพื้นหยุดนิ่งอยู่ด้านหน้าห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว นางหันกลับมาและแสงสว่างจากจันทรานั้นมิเพียงพอจะให้เขาเห็นหน้าชัดเจนหากก็ทำให้แม่ทัพผู้กล้าแกร่งซึ่งดึงดาบออกจากฝักต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าผู้ที่เขาตามติดมานั้นเป็นอิสตรี แม่ทัพหนุ่มอึ้งไปเพียงเสี้ยวความรู้สึกทว่ายังกุมดาบในมือมั่นด้วยประหวัดนึกได้ว่านางผู้อยู่ตรงหน้ามิใช่หญิงธรรมดาด้วยนางมีวิชาตัวเบา

“บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเป็นใคร เมื่อกี๊เจ้าแอบดูข้าจากหลังคาโรงเตี๊ยมใช่หรือไม่”

เขาถามเสียงกังวานในความหมองของราตรี ฟางซินถอยหลังไปหนึ่งก้าว นางไม่อาจตอบเขาได้เพราะเกรงว่าจิ้นเหอจะจำได้หากได้ยินเสียงของนางจึงหยุดยืนนิ่งและมองบุรุษงามสง่าผู้มีชั้นเชิงวิทยายุทธอย่างที่นางคาดไม่ถึง เขามิใช่จอมยุทธ์ก็จริงแต่สามารถวิ่งตามนางมาติด ๆ ได้เช่นนี้นับว่ามิใช่ธรรมดาเลย

“ว่ายังไง...ทำไมไม่ตอบข้า หรือว่าเจ้ากลัว”

ฟางซินเอียงหน้าเล็กน้อย นางจับผ้าปิดหน้าเอาไว้และคิดในหนแรกว่าจะใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงลอยหายไปต่อหน้าแต่มีบางอย่างสะกดความรู้สึกของนางมารไว้ หากเป็นคนอื่นนางอาจใช้พลังลมปราณทำลายกำลังและปล่อยทิ้งให้นอนทุรนทุรายกลางป่า แต่นี่คือจิ้นเหอ ซึ่งนางมิอาจทำเช่นนั้นได้ นางมารหมื่นบุปผานิ่งนึกทั้งที่ปกติมิเคยใช้เวลานานหากครั้งนี้กลับเกิดความลังเลในการตัดสินใจทว่าก็มิอาจปล่อยให้เขาล่วงรู้ได้ว่าหญิงสามัญที่เขาช่วยเหลือไว้แท้แล้วคือผู้เยี่ยมฝีมือในยุทธจักร

“เจ้า...”

จิ้นเหอกล่าวได้แค่นั้นก็ต้องผงะด้วยถูกจู่โจมอย่างรวดเร็วฉับพลันจากอีกฝ่ายที่ใช้ชายผ้าแพรจากชุดของนางตวัดพันรอบมือข้างถือดาบ นางออกแรงเพียงน้อยดาบเล่มใหญ่ก็หลุดจากมือของแม่ทัพหนุ่มซ้ำยังตวัดชายผ้าที่รัดข้อมือดึงเขาจนล้มกลิ้งไปอีกทางก่อนที่นางจะลอยตัวคล้ายจะเข้ามาทำร้ายแต่กลับมิใช่เพราะเมื่อจิ้นเหอที่ล้มลงเกลือกบนพื้นเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าร่างอรชรนั้นหยุดนิ่งอยู่ตรงที่เขายืนเมื่อครู่ และเมื่อเขาเพ่งมองก็ต้องตกใจเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าสตรีผู้นั้นคือหมาป่าตัวใหญ่ที่นอนส่งเสียยงครางฟืดฟาดหายใจรวยริน แสงจันทร์น้อยนิดหากเขาก็เห็นว่าลำตัวของมันอาบด้วยเลือด หญิงผู้นั้นตวัดผ้าหลุดจากมือของเขา นางหันกลับมาก่อนจะลอยตัวขึ้นสู่ปลายไม้ด้วยวิชาตัวเบาซึ่งจิ้นเหอมิเคยพบเห็นผู้ใดใช้วิชาการต่อสู้แบบจู่โจมได้อย่างฉับพลันและเฉียบขาดเช่นนี้มาก่อน

“แม่นาง...แม่นาง...เจ้าเป็นใคร...กลับมาก่อน”

แม่ทัพหนุ่มรูปงามรีบลุกขึ้นและเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นร่างนั้นลอยละลิ่วหายไปท่ามกลางแสงจันทร์เสี้ยว จิ้นเหอหันกลับไปมองสัตว์ร้ายที่เกือบเอาชีวิตเขา...นี่นางช่วยชีวิตเขาหรือนี่ แต่ก็ไม่เข้าใจเลยว่าสตรีผู้ทำตัวประหนึ่งคิดปองร้ายเพราะแอบฟังเขาคุยกับหวังซื่อที่โรงเตี๊ยมใยจึงเปลี่ยนใจช่วยเขาให้พ้นภัยกระทันหัน แต่นางช่วยเขาจริงล่ะหรือ จิ้นเหอยืนนิ่งนึกอยู่ชั่วครู่ก็คิดได้ว่านี่อาจเป็นแผนล่อหลอกเขาออกจากที่พักหรือไม่ เขารีบเก็บดาบคู่ใจลงฝักก่อนรีบกลับไปยังโรงเตี๊ยมด้วยนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา และเมื่อไปถึงเขาก็เข้าไปในโรงเตี๊ยมทางด้านหน้าโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นความผิดปกติและตรงไปยังห้องพักที่อยู่ติดกับห้องของเขา จิ้นเหอยืนนิ่งอีกสักครู่ขณะชั่งใจ เขาปัดฝุ่นทรายออกจากลำตัวก่อนเคาะประตูห้อง

“ฟางซิน...ฟางซิน”

เขาเรียกนางสักครู่ประตูจึงถูกเปิดออก ฟางซินเมื่อเห็นเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

“จิ้นเหอ...ท่านเรียกข้ามีอะไรหรือ?”

นางถามขณะจิ้นเหอมองเข้าไปในห้องนั้นและกวาดสายตาไปทั่ว สีหน้าของเขาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

                “ฟางซิน...เมื่อครู่นี้เจ้าเห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติบ้างหรือไม่”

นางส่ายหน้า “ไม่นี่คะ ข้าไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติ มีอะไรอย่างนั้นหรือ?”

“มีคนลอบฟังข้ากับหวังซื่อคุยกัน เป็นผู้หญิง ข้าตามนางได้ทันแต่นางผู้นั้นเป็นผู้มีวรยุทธ์ ข้าเกรงว่าอาจเป็นพวกเดียวกับไอ้พวกหมู่คนพาลที่ล้อมจะทำร้ายเจ้า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางมารหมื่นบุปผา   83

    “ต่อชีวิตเช่นนั้นหรือ?”“มันเป็นคัมภีร์ที่มีทั้งความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดหากซุกซ่อนไว้ด้วยความแหลมคมอย่างที่สุด ครั้งหนึ่งฟางซินช่วยชีวิตท่านไว้ด้วยการถ่ายพลังลมปราณให้และพลังที่ไหลวนในตัวของท่านคือลมหายใจสุดท้ายของนาง”“แต่ตอนนี้ฟางซินอ่อนแอเหลือเกิน”“คนที่ต้องสังเวยชีวิตให้การฝึกวรยุทธ์จากคัมภีร์เฟิงเหลยคือผู้ตัดขาดตัวเองจากคนอื่นโดยปราศจากการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ พวกเขาคิดเพียงว่าเมื่อสูญเสียสิ่งหนึ่งไปคือสูญสิ้นทั้งหมดหากทว่ามิใช่ แม้ฟางซินยอมสละทุกอย่างต่อท่านหากนางก็ยังมิสิ้นลมหายใจ นั่นเป็นเพราะนาง...ยังมีท่าน...แม่ทัพเฉิง จงพาฟางซินเดินทางไปยังบูรพทิศในยามตะวันทอแสง ท่านต้องอยู่เคียงข้างนางเสมอ อย่าได้ทอดทิ้งฟางซินเพราะท่านคือผู้นำพาหัวใจของนางและนางก็เปรียบเสมอโคมทองส่องสว่างในหัวใจของท่านไปยังสุดเขตแดนเพื่อตามหาปัญญาชนในสายลมหนาว พวกเขาจะรับรู้เรื่องราวของพวกท่านโดยมิต้องเอ่ยปากบอกเล่าใดๆ”“ปัญญาชนในสายลมหนาว...หนทางนั้นยาวไกลหรือไม่กว่าที่ข้าและฟางซินจะได้พบ”“หากท่านพร้อมยอมเสียสละเพราะมันอาจหมายถึงตลอดชีวิตของท่าน...และนาง”“เสียสละเช่นนั้นหรือ”“จิ้นเหอ...ท่านจะทำอะไร”ฟางซ

  • นางมารหมื่นบุปผา   82

    “เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว ฟางซิน”เสียงที่เปล่งออกมายังความประหลาดใจแก่จิ้นเหอด้วยเป็นสรรพเสียงที่ดังกังวานไปถึงเบื้องนอกเมื่อครู่ นางอยู่ในนี้แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีคนเข้ามาในหอตะวันตก“นั่งก่อนเถิด...เจ้าทั้งสอง”นางเชื้อเชิญพลางผายมือเรียวบางไปเบื้องหน้า แม่ทัพหนุ่มก้าวไปหยุดอยู่ห่างออกมาสามสี่ก้าวก่อนค่อย ๆ วางร่างของฟางซินลงก่อนเขาจะหย่อนตัวนั่งเคียงข้างหญิงสาว จิ้นเหอพินิจร่างบอบบางของผู้อยู่เบื้องหลังเตาเหล็ก เจ้าของใบหน้างดงามราวเด็กสาวและแววตาน้ำตาลแวววาวเจิดจรัสราวกับมีรัศมีบางอย่างเปล่งออกมา“ฟางซินบอกข้าว่าท่านคือเทพพยากรณ์”“เรียกข้าว่าจิว”นางกล่าวขณะหยิบกลีบดอกไม้โรยลงในเตาบังเกิดควันพวยพุ่งก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว“ฟ้าดินเท่านั้นลิขิตชีวิต ข้ารู้เท่าที่ข้ารู้แต่มิอาจล่วงรู้ความลับสวรรค์”“เช่นนั้นท่านก็คงรู้แล้วว่าที่เรามาที่นี่ก็เพื่อสิ่งใด...ข้าคือ เฉิงจิ้นเหอ แม่ทัพแห่งองค์ซ่งไท่จู่”“แม่ทัพเฉิง ข้าเคยบอกฟางซินแล้วว่าวันหนึ่งนางต้องกลับมาหาข้า”“และเป็นดังเช่นท่านกล่าวไว้จริงๆ”ฟางซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา ทว่าน่าประหลาดที่รู้สึกถึงเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมากกว่าเก่าเมื่อเข้

  • นางมารหมื่นบุปผา   81

    หวังซื่อถาม หลวนคุนลุกขึ้นยืนและยืดไหล่หลังตรงอย่างสง่า เขาเชิดหน้าขึ้น“ข้าจะบอกทุกคนว่า....ลุงของข้าประมือกับนางมารหมื่นบุปผา ต่างคนต่างพลาดพลั้งเสียทีต่อกันทำให้ลุงของข้าและประมุขพรรคมารต่างสิ้นลมด้วยกันทั้งคู่”คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบด้วยยอมจำนนต่อสติปัญญาของหลวนคุน ทุกคนรู้ว่าเขามิได้ปกป้องตัวเองด้วยเกรงถูกมองว่าเณรคุนเพราะหากมิทำเช่นนี้ก็จะเกิดข้อสงสัยแก่ผู้ที่มีใจภักดิ์ดีต่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่สิ้นลมไปแล้วอย่างไป่เจี้ยนได้ ขณะนั้นจิ้นเหอกลับกอดฟางซินแนบแน่นยิ่งขึ้น เขากระซิบกับนางด้วยเสียงแม้ห้าวหนักทว่าอ่อนหวานยิ่งนัก“ฟางซิน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หวงซานนี้จะถล่มฤาแผ่นฟ้าจะแหลกสลายลง หากข้าก็จะขออยู่เคียงข้างเจ้า...มิหนีไปไหน”หลังจากนั้นมินานที่หลวนคุนเป็นผู้นำทุกคนกลับไปยังพรรคเฟิงอี้ ทั้งแม่ทัพเฉิงจิ้นเหอ หวังซื่อผู้ติดตาม หยางเซิงไต้ซือ รวมทั้งเหมยเหม่ยที่คอยดูแลฟางซินซึ่งนางอ่อนแรงลงทั้งจากลมปราณปรวนแปรและจากการใช้กำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดต่อสู้กับทั้งไป๋เจี้ยนและมี่อิง นางทิ้งพรรคบุปผาสวรรค์ที่บัดนี้ยังมิมีผู้ใดขึ้นเป็นประมุขไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอตะวันตก

  • นางมารหมื่นบุปผา   80

    แม่ทัพหนุ่มร้องด้วยความตกใจก่อนคว้าร่างของหญิงสาวที่ทรุดฮวบไว้ในอ้อมแขน นางลืมตาขึ้นมอง สติของนางยังคงอยู่หากแต่จิ้นเหอนั้นกอดร่างเล็กบอบบางไว้แนบแน่น“ฟางซิน...เจ้าเป็นอะไร”“ลมปราณในกายของนางกำลังปรวนแปร มันค่อย ๆ ทำลายตัวเองทีละน้อย”หยางเซิงไต้ซือตอบขณะก้าวเข้ามา จิ้นเหอแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“นี่เป็นเพราะนางฝึกพลังลมปราณจากคัมภีร์เล่มนั้น และเป็นเพราะข้าที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ มิมีวิธีใดเลยหรือที่จะช่วยรักษาชีวิตของนางไว้ให้ยืนยาวกว่านี้”ไต้ซือเฒ่าระบายลมหายใจขณะทำสีหน้าครุ่นคิด“เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินมี่อิงเอ่ยถึงเทพพยากรณ์ ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวบุคคลผู้นี้ ผู้ซึ่งอาจช่วยฟางซินได้”“แต่ท่านไต้ซือบอกกับข้านี่มิใช่หรือว่าผู้ฝึกวิชาจากคัมภีร์ฟ้าคำรามหากสูญเสียพรหมจรรย์แล้วจะมิมีทางช่วยให้พ้นจากความตายได้”เหมยเหม่ยรีบเข้ามาดูอาการของฟางซินที่นอนหายใจรวยรินในอ้อมกอดของจิ้นเหอ หยางเซิงไต้ซือส่ายหน้า“ที่ข้าบอกจ้าเช่นนั้นเพราะมันเป็นเรื่องเล่ามาช้านาน ข้าเองมิเคยแน่ใจว่าเทพพยากรณ์มีอยู่จริง คนทั้งยุทธภพร่ำลือถึงบุคคลผู้มีญาณวิเศษ มองเห็นอนาคต บางคนว่าเป็นหนุ่มรูปงามราวเทพบ

  • นางมารหมื่นบุปผา   79

    มี่อิงตื่นตระหนกเมื่อรู้สึกปวดปลาบตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงท้ายทอย ความเจ็บปวดนั้นราวกับมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงอยู่บนหัวของนาง“อะ...อะไรกันนี่...อะไรกัน!!”ครานี้นางเป็นฝ่ายอุทานขึ้นบ้างเมื่อโลหิตมิใช่หยาดเดียวหยดลงมาอาบเต็มใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความหวั่นกลัวและเจ็บปวด มี่อิงพยายามจะถอดมาลาประดับผมออกแต่สายเกินไปเมื่อนางรู้ตัวแล้วว่ากำลังต้องพิษร้ายจากมาลาของประมุข นางกรีดร้องเสียงดัง“กรี๊ด!...ทำไมเป็นเช่นนี้...ฟางซิน...เจ้าใช่ไหม...เจ้าวางยาพิษในมาลานี่ใช่ไหม!”“มิใช่ข้าดอกมี่อิง” ฟางซินตอบด้วยน้ำเสียงอันแน่วนิ่ง “หากแต่นี่คือสิ่งที่ผู้มิใช่ประมุขมิมีวันรู้เกี่ยวกับการได้ครอบครองเสื้อคลุมและมาลาของประมุขพรรคบุปผาสวรรค์”“มะ...มิรู้เช่นนั้นรึ...มิรู้อันใด...โอย...ข้ามิรู้สิ่งใด”มี่อิงร่ำร้องและพยายามถอดมาลาออกจากหัวของนางเพราะความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ใบหน้าบิดเบี้ยวของนางอาบด้วยโลหิตแดงฉานที่ไหลหลั่งลงอาบเสื้อคลุมขนาดที่คนติดตามคอยรับใช้ยังถอยหนีด้วยความสะพรึงกลัว ฟางซินก้าวไปหยุดตรงหน้าบันไดซึ่งทอดตัวขึ้นไปสู่บัลลังค์ทองงาช้าง นางส่ายหน้าไปมาขณะมี่อิงซวนเซจนล้มนั่ง โลหิตมากม

  • นางมารหมื่นบุปผา   78

    “ท่านมีบุญคุณต่อข้าใยจะมิสำนึก แต่หากมิทำเช่นนี้แล้วก็มิมีวันที่จะหยุดความทะเยอทะยานของท่านได้ อภัยให้ข้าด้วย...ท่านลุง”หลวนคุนนั่งคุกเข่าและวางคันธนูลงข้างลำตัว ไป๋เจี้ยนเหยียดปากทั้งน้ำกบดวงตา“ข้ามินึก...ทั้งที่มีคนเตือนข้าแล้วว่าให้ระวังคนใกล้ตัว...ข้านึกไปมิถึง...นึกมิถึงเลยจริง ๆ ว่าที่แท้...คนใกล้ตัวก็คือ...เจ้า...”เจ้าสำนักเฟิงอี้ตาเหลือกถลนเมื่อผ่อนลมหายใจสุดท้ายด้วยมิทานทนต่อความเจ็บปวดจากดอกศรที่ปักเข้าบนอกด้านซ้ายพอดิบพอดีก่อนจะล้มตึงลงนอนคว่ำหน้าดวงตาเบิกค้างและผู้ที่ตกใจมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นมี่อิงที่ผงะงันและถอยไปเบื้องหลัง“ไป๋เจี้ยน...”จิ้นเหอครางชื่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่ขาดใจตายลงต่อหน้าอย่างมิน่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ขณะฟางซินปรี่เข้าไปหา ทั้งสองกอดกันแนบแน่นราวกับได้เกิดใหม่“หลวนคุน...ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”หวังซื่อเอ่ยกับหลวนคุนแต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงมี่อิงกังวานขึ้น“ถึงมิมีไป๋เจี้ยนแล้วแต่พวกเจ้าหยุดข้ามิได้ดอก!”นางมารดอกไม้เงินเหยียดยิ้มเยาะก่อนหันไปยังคนสนิทอีกสองคนที่ยังไม่ยอมออกไปจากห้องโถงใหญ่ดังคนอื่น ๆ ที่แตกตื่นวิ่งหนีออกไปเกือบสิ้น หญิงสา

  • นางมารหมื่นบุปผา   73

    จิ้นเหอซึ่งอยู่ในท่านั่งหลังติดกำแพงหิน มือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กภายในคุกใต้ดินที่มีเพียงแสงคบเพลิงส่องสว่างในความหมองมัวลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจประตูกรงขัง เขาเห็นหญิงงามในชุดเสื้อคลุมสีแดงสามถึงสี่คนยืนอยู่หน้าประตู หนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาและกล่าวขึ้นว่า “ลุกขึ้น แม่ท

  • นางมารหมื่นบุปผา   72

    “นางมารเฒ่าเอ๊ย...ตายไปแล้วยังทิ้งปริศนาไว้ให้ข้าเจ็บอกเสียอีก”มี่อิงเข่นเขี้ยวโดยความโกรธแค้น ไป๋เจี้ยนนั้นยังสงบนิ่งทว่าใบหน้าก้เต็มไปด้วยความครุ่นคิด หลังพักฟื้นจนอาการดีขึ้นแล้วก็ได้รับข่าวดีจากมี่อิงว่านางมารหมื่นบุปผาถูกถอดออกจากตำแหน่งประมุขพรรคมารและซมซานออกจากพรรคในสภาพแทบหมดสิ้นวรยุทธ์ เขา

  • นางมารหมื่นบุปผา   71

    “คนใจคดเช่นเจ้าแม้แต่ผู้มีพระคุณยังคิดคดทรยศได้ นับประสาอะไรที่ข้าจะไว้เนื้อเชื่อใจบอกที่ซ่อนคัมภีร์แก่เจ้า”“แต่นี่เป็นทางเลืกสุดท้ายของเจ้าที่จะมีลมหายใจต่อไปนะเพ่ยหลิน!”เสียงห้าวกังวานที่ดังขึ้นทำให้เพ่ยหลินชะงักก่อนจะหันไปเห็นร่างสูงใหญ่เจ้าของโครงหน้ารูปเหลี่ยมทว่าเข้มคมและดวงตาวาววามใต้รูปคิ้วก

  • นางมารหมื่นบุปผา   70

    “มี่อิง...”เพ่ยหลินนิ่งอึ้ง นางเห็นประกายวาววับในดวงตาของนางมารดอกไม้เงินก้ให้บังเกิดความฉุกนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ นางคือผุ้ชุบเลี้ยงบุตรสาวบุญธรรมทั้งสองมาด้วยมือจึงรู้นิสัยของเด็กหญิงทั้งสองเป็นอย่างดี มี่อิงแตกต่างจากฟางซิน นางเป็นคนทะเยอทะยานใฝ่สูง มุทะลุและมิเคยใส่ใจต่อความใยดีของใครทั้งสิ้น แล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status