Share

ตอนที่ 3 : อารามหนิงเหมย

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 01:25:34

ตอนที่

[3]

อารามหนิงเหมย

          เช้าวันรุ่งก็มีขึ้นรถม้าคันเล็กที่ดูเรียบง่ายที่จอดรออยู่ที่หน้าประตูข้างของจวนตระกูลลั่ว บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใสกลับดูหม่นหมองและเยียบเย็นไปถนัดตา

เฮเลนในร่างของลั่วเฉียวฮุ่ยก้าวขึ้นรถม้าด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง หญิงสาวเหลือบมองไปยังระเบียงทางเดินของเรือนใหญ่ที่ซึ่งมีเงาร่างของสามแม่ลูกตัวร้ายยืนส่งสายตาเยาะเย้ยและสะใจมาให้นางอย่างไม่ปิดบัง ทว่านางเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยม่านรถม้าลง

‘หัวเราะไปก่อนเถิด อีกไม่นาน พวกเจ้าจะต้องร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล!’

เลี่ยงซูก้าวตามขึ้นมาบนรถม้าด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจและเป็นห่วงเจ้านายของตนเองจับใจ ทันทีที่รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากจวน ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบออกมา

“คุณหนู นายท่านช่างใจร้ายกับท่านยิ่งนัก ทั้งที่คุณหนูเพิ่งจะจมน้ำมาแท้ ๆ ร่างกายยังไม่ทันได้พักฟื้นดี แทนที่จะตามท่านหมอมาตรวจดูอาการแต่กลับลงโทษให้ท่านต้องเดินทางไกลไปยังอารามบนภูเขาเช่นนี้” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ก่อนจะเริ่มซับน้ำตาที่เริ่มไหลรินไม่วายยังระบายความอัดอั้นต่อ

“แล้วไหนจะฮูหยินกับคุณหนูใหญ่อีกเล่า แผนการของพวกนางตื้นเขินถึงเพียงนั้น เหตุใดนายท่านถึงได้มองไม่ออกกัน ฮึก ทำไมนายท่านถึงได้เชื่อแต่คำพูดของพวกนาง ไม่เคยเชื่อใจคุณหนูเลยสักครั้ง…”

ลั่วเฉียวฮุ่ยมองสาวใช้ตัวน้อยที่กำลังร้องไห้เสียใจแทนตนเองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วยื่นมือไปลูบศีรษะของเด็กสาวเบา ๆ

“ใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเลี่ยงซู เจ้าสบายใจได้นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำกับพวกเราเช่นนี้ได้อีก”

“แต่ว่า...”

“การไปอารามหนิงเหมยเจ็ดวันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก คิดเสียว่าพวกเราไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกัน”

เลี่ยงซูได้แต่งุนงง แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและไม่ทุกข์ร้อนของผู้เป็นนาย นางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด ดูเหมือนว่าคุณหนูของนางจะเปลี่ยนไปแล้ว

อารามหนิงเหมยตั้งอยู่บนยอดเขาที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองหลวง เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสงบและความศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนมากมายต่างพากันเดินทางมาที่นี่เพื่อสวดมนต์ขอพรและแสวงหาความสงบทางใจ

เมื่อรถม้าของพวกนางมาถึง และผู้ดูแลได้ทราบว่านางคือคุณหนูรองแห่งจวนรองเจ้ากรมพิธีการที่ถูกบิดาส่งมาเพื่อ ‘สำนึกผิด’ พวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีดูแคลนอะไร เพียงแต่จัดหาเรือนพักเล็ก ๆ ที่สะอาดสะอ้านและเงียบสงบหลังหนึ่งให้พวกนางได้พักอาศัยเท่านั้น

ตลอดเจ็ดวันที่อยู่ที่นี่ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการอ่านตำรา ฝึกฝนร่างกายเบื้องต้นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายที่อ่อนแอหลังจากจมน้ำของร่างนี้ และเดินสำรวจไปทั่วบริเวณอาราม นางไม่ได้เข้าไปในโถงใหญ่เพื่อสวดมนต์หรือขอพรเหมือนคนอื่น ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทำเพียงแค่ยืนมองดูผู้คนจากที่ไกล ๆ ด้วยสายตาที่เรียบเฉย

นั่นเพราะนางไม่เคยเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะชีวิตที่ผ่านมาของนางได้สอนให้รู้ว่า...

มนุษย์เท่านั้นที่จะสามารถกำหนดชะตากรรมของตนเองได้

จนกระทั่งในวันสุดท้ายก่อนที่พวกนางจะเดินทางกลับ...

“คุณหนูเจ้าคะ” เลี่ยงซูเอ่ยขึ้นเสียงเบานั่นทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องหันไปมองอย่างสงสัย

“คือว่า…ไหน ๆ พวกเราก็มาถึงที่นี่แล้ว เข้าไปขอพรในโถงพระสักนิดดีหรือไม่เจ้าคะ ว่ากันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อารามแห่งนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หากเราเอ่ยคำขอพรออกมาดัง ๆ คำขอนั้นก็อาจจะเป็นจริงได้เจ้าค่ะ”

ลั่วเฉียวฮุ่ยมองหน้าสาวใช้ที่เต็มไปด้วยความหวังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนจะยอมเดินตามเข้าไปในโถงใหญ่แต่โดยดี

ยามที่ยืนอยู่เบื้องหน้าองค์พระที่ดูเปี่ยมด้วยเมตตา นางไม่ได้คุกเข่าไม่ได้จุดธูปดังเช่นคนอื่น แต่กลับประสานมือไว้ที่เบื้องหน้าแล้วเอ่ยถ้อยคำด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน

“หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง ก็ขออย่าได้ลำเอียงเข้าข้างคนผิด และขอให้ข้าได้รับความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทว่าเย็นเยียบเข้าไปในใจของผู้ที่ได้ยินยิ่งนัก

หลังกล่าวจบก็หมุนตัวเดินออกจากโถงพระไปทันที ทิ้งให้เลี่ยงซูและผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต้องยืนอึ้งไปกับคำขอพรที่ไม่เหมือนใครของนาง

โดยที่ลั่วเฉียวฮุ่ยไม่รู้เลยว่าที่มุมหนึ่งของโถงพระนั้น มีสตรีสูงวัยผู้หนึ่งที่กำลังนั่งทำสมาธิอยู่กับหลานชายตัวน้อยและบ่าวรับใช้ ได้ยินทุกถ้อยคำที่นางกล่าวออกมาอย่างชัดเจน

“เป็นคำขอพรที่แปลกดีจริง ๆ” พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนที่รอยยิ้มที่น่าสนใจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าสตรีผู้นั้น

ถูกชะตายิ่งนัก

ขณะที่ลั่วเฉียวฮุ่ยและเลี่ยงซูกำลังจะเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับนั้น ที่ด้านหลังก็มีเสียงที่นุ่มนวลแต่ก็แฝงไว้ด้วยอำนาจของใครบางคนได้เรียกพวกนางเอาไว้

“เดี๋ยวก่อน...”

เมื่อกลับไปมองก็พบกับสตรีวัยกลางคนในอาภรณ์เรียบง่ายแต่ดูสง่ากำลังเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“ไม่ทราบว่าท่านได้รับความไม่เป็นธรรมอันใดมาหรือ?”

คำถามที่ไม่คาดคิดของอีกฝ่ายทำเอาลั่วเฉียวฮุ่ยถึงกับขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจและระแวดระวังในเวลาเดียวกัน...

สตรีผู้นี้เป็นใครกัน?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 14 : เซียวจวิ้น

    ตอนที่ [14]เซียวจวิ้น ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่เรือนฟู่เฉิงเพื่อดูแลกิจการที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ไปมาหาสู่ที่จวนตระกูลฉินเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการค้ากับฉินฮูหยินอยู่เสมอ นางแทบจะไม่ได้ย่างกรายเข้าไปใกล้เรือนใหญ่ของจวนตระกูลลั่วเลยหากไม่จำเป็น เมื่อกลับมาถึงจวนในตอนค่ำ นางก็จะตรงกลับไปยังเรือนของตนเองทันทีการที่นางเข้า ๆ ออก ๆ จวนอยู่ทุกวันแน่นอนว่าย่อมอยู่ในสายตาของผู้เป็นบิดาอย่างลั่วฉู่หวังแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่สงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะซักถามอะไรให้มากความ ในความคิดของเขา บุตรสาวคนรองก็คงจะยังทำตัวเหลวไหลออกไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ไร้สาระเหมือนเช่นเคย‘เมื่อไรจะรู้จักโตเป็นผู้ใหญ่เสียทีนะ...’ เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา พลางหันไปมองภาพของภรรยาและบุตรสาวคนโตที่กำลังนั่งเย็บปักถักร้อยกันอยู่ที่ศาลากลางสวนด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ‘ดูสิ เม่ยเออร์ช่างเพียบพร้อมและเป็นกุลสตรีที่งดงาม ลั่วเฉียวฮุ่ยช่างเทียบไม่ติดจริง ๆ’โดยเขาไม่รู้เลยว่าบุตรสาวที่เขาตราหน้าว่าไร้สาระนั้น บัดนี้ได้กลายเป็น คหบดีหญิงผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลคน

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 13 : สินค้าใหม่

    ตอนที่ [13]สินค้าใหม่ ความคิดที่แวบเข้ามาในหัวของลั่วเฉียวฮุ่ยคืนนั้น มันได้จุดประกายไฟแห่งการสร้างสรรค์ครั้งใหม่ของนางให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง ‘รองเท้ากันน้ำ กันหิมะ ทนทาน สำหรับทหาร...’ใช่แล้ว! รองเท้าสำหรับทหาร!!มันอาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับนางที่ในอดีตคือ เฮเลน เฉียน อดีตครูฝึกสอนการต่อสู้และการเอาตัวรอด นางรู้ดีว่าอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายในสนามฝึกได้เลยทีเดียวในโลกก่อนตอนที่นางยังเป็นเพียงนักเรียนการต่อสู้ นางต้องเข้ารับการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและทารุณมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการเดินเท้าในป่ารกชัฏที่เต็มไปด้วยโคลน การปีนป่ายหน้าผาที่สูงชัน ไปจนถึงการฝึกซ้อมท่ามกลางหิมะที่หนาวเหน็บ ประสบการณ์เหล่านั้นได้สอนให้นางต้องรู้จักดัดแปลงและปรับปรุงอุปกรณ์ของตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...รองเท้าคืนนั้นลั่วเฉียวฮุ่ยใช้เวลาตลอดทั้งคืนในการขลุกอยู่กับกองกระดาษและพู่กัน เพื่อร่างภาพแบบรองเท้าหุ้มข้อที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่นางต้องการ มันจะต้องทำจากหนังที่เหนียวและทนทาน

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 12 : ยิ่งกว่าครอบครัว

    ตอนที่ [12]ยิ่งกว่าครอบครัว เสียงเรียกที่ดังขึ้นจากด้านข้างรถม้า ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องเปิดม่านไปดู แล้วก็พบกับร่างของสตรีวัยกลางคนที่คุ้นเคย ท่านป้าเสวียน บ่าวรับใช้คนสนิทของฉินฮูหยินนั่นเอง“ท่านป้าเสวียน มีธุระอันใดกับข้าหรือเจ้าคะ” ลั่วเฉียวฮุ่ยเอ่ยทักทายด้วยความประหลาดใจเสวียนหงยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและไม่เสแสร้ง แตกต่างจากรอยยิ้มของคนในจวนที่ลั่วเฉียวฮุ่ยเพิ่งจะจากมาโดยสิ้นเชิง“พอดีว่านายหญิงให้ข้าน้อยไปหาคุณหนูที่เรือนฟู่เฉิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เมื่อไปถึงคนงานที่นั่นกลับบอกว่าคุณหนูได้เดินทางกลับไปก่อนแล้ว ข้าน้อยจึงลองออกมาตามหาดู โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบท่านที่นี่”“ฉินฮูหยินมีเรื่องด่วนอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?” ลั่วเฉียวฮุ่ยค่อนข้างจะนอบน้อมต่อสตรีผู้นี้เป็นพิเศษ เพราะนางรู้ดีว่าเสวียนหงไม่ได้เป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดา แต่คือคนที่ฉินฮูหยินให้ความไว้วางใจมากผู้หนึ่ง“เรื่องนั้น...ข้าน้อยเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ” เสวียนหงส่ายหน้าเบา ๆ“นายหญิงเพียงแค่สั่งให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนให้ได้ ท่านบอกว่ามี ‘เรื่องสำคัญ’ จะพูดคุยด้วย เช่นนั้นตามข้าไปที่จวนจะด

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 11 : ไม่เคยสำคัญ

    ตอนที่ [11]ไม่เคยสำคัญ หนึ่งเดือนผ่านไป...กิจการค้าระหว่างลั่วเฉียวฮุ่ยและฉินฮูหยินรุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นอย่างไม่มีหยุดยั้ง สินค้าทุกชิ้นที่นางคิดค้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสบู่หอม เครื่องหอมแบบน้ำหรือกระเป๋าสารพัดประโยชน์ล้วนต่างก็กลายเป็นของยอดนิยมที่เหล่าสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงต้องมีไว้ในครอบครองคำสั่งซื้อหลั่งไหลเข้ามามากมายจนหญิงสาวและคนงานที่เรือนฟู่เฉิงแทบจะผลิตกันไม่ทัน ทำให้ลั่วเฉียวฮุ่ยต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่นั่น นางจะต้องดูแลทั้งควบคุมคุณภาพการผลิต การคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ และวางแผนรูปแบบการขายร่วมกับฉินฮูหยิน ทุกวันทำงานหนักเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่กระนั้นกลับเป็นความเหนื่อยที่เต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจนั่นเพราะนางไม่ได้ร่ำรวยขึ้นเพียงคนเดียว แต่เหล่าคนงานที่นางว่าจ้างมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนที่เคยไม่มีแม้แต่งานจะทำ บัดนี้พวกเขากลับมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยนางให้ผลตอบแทนแก่พวกเขาอย่างสมน้ำสมเนื้อ มอบทั้งค่าจ้างที่สูงกว่าปกติ ไหนจะอาหารครบทุกมื้อและที่พักที่ปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ทำให้เหล่าลูกจ้างต่างก็พากันซาบซึ้งใจและทำงานให้นางอย่างถวายห

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 10 : พังมาพังกลับ

    ตอนที่ [10]พังมาพังกลับ หลังจากที่จัดการเรื่องเรือนฟู่เฉิงแหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่และคัดเลือกคนงานที่ไว้ใจได้เรียบร้อยแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็กลับมาทุ่มเทให้กับการผลิตสินค้าชุดใหม่ต่อทันที ด้วยกำลังคนที่เพิ่มขึ้นและสถานที่ที่กว้างขวางกว่าเดิม ก็ทำให้การผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพียงไม่นาน สินค้าชุดใหม่ก็ถูกส่งไปยังร้านยงซื่อจินผิ่นจนเต็มคลังสินค้าและเมื่อจัดการเรื่องงานจนเข้าที่เข้าทางแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องสะสาง ‘บัญชีแค้น’ ส่วนตัวกันเสียทีนางรอคอยจังหวะที่เหมาะสมและในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึงเมื่อได้รับข่าวจากสายที่แอบวางไว้ในจวนว่าวันนี้บิดาของนางติดงานสำคัญต้องค้างคืนอยู่ที่นอกเมืองหลายวัน น้องชายตัวแสบก็ไปเรียนที่สำนักศึกษา ส่วนสองแม่ลูกตัวดีก็มีแผนที่จะออกไปเลือกซื้อผ้าไหมที่ตลาดวันนี้ทางสะดวก!!ช่างเป็นวันที่เหมาะสมกับการ ‘ลงมือ’ ครั้งใหญ่เสียจริงลั่วเฉียวฮุ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น นางรอจนกระทั่งรถม้าของสวีหลิงม่านและลั่วหลิงเม่ยเคลื่อนตัวออกจากจวนไปแล้ว จึงได้เริ่มต้นแผนการของนางทันที!โดยบอกให้เลี่ยงซูอยู่เฝ้าเรือนไว้ ส่วนตนเองก็ได้ใช้ ทัก

  • นางร้ายกลับใจฝันไปเถอะข้าไม่อยากเป็น   ตอนที่ 9 : แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่

    ตอนที่ [9]แหล่งผลิตสินค้าแห่งใหม่ หลังจากที่จับจ่ายซื้อวัตถุดิบจนเต็มรถม้าแล้ว ลั่วเฉียวฮุ่ยก็เดินทางกลับมายังจวนตระกูลลั่วด้วยความรู้สึกที่กระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพลัง นางแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้กลับไปเริ่มต้นผลิตสินค้าชุดใหม่ สินค้าที่จะนำพาความร่ำรวยและอิสรภาพมาสู่ชีวิตของนางแต่แล้วหลังจากที่นางแอบนำของเหล่านั้นเข้าประตูด้านข้างก่อนจะนำไปที่เรือนของตนเอง ทันทีที่นางก้าวผ่านประตูเรือนของตนเองเข้ามารอยยิ้มที่เคยสดใสก็พลันแข็งค้างไป...ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของนาง เรียกได้ว่าคือความพินาศย่อยยับ!เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นในเรือนถูกรื้อค้นออกมาจนกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเครื่องแป้งถูกผลักจนล้มคว่ำ เสื้อผ้าที่พับไว้อย่างดีถูกดึงออกมาขยี้จนยับยู่ยี่และที่เลวร้ายที่สุด คือโอ่งดินเผาใบเล็กที่นางใช้เก็บสมุนไพรหายากบางชนิด บัดนี้มันได้แตกละเอียดกลายเป็นเศษดินเผาไปเสียแล้ว!“คุณหนู!!” เลี่ยงซูที่เดินตามเข้ามาทีหลังถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด “นะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ ผู้ใดกล้าทำเช่นนี้กัน!”เลี่ยงซูกำลังจะวิ่งออกไปเพื่อตามหาคนมาสอบสวน แต่กลับถูกลั่วเฉียวฮุ่ยยกมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status