INICIAR SESIÓNฉินเซียนหรู นางงดงามเลิศล้ำทั้งรูปโฉมและสติปัญญา อีกทั้งพรสวรรค์ในวิชาลมปราณก็มิอาจหาใครเทียบเคียงได้ แต่ความสมบูรณ์แบบนั้นเอง กลับกลายเป็นเปลวไฟที่ปลุกเร้าความริษยาให้เติบโตขึ้นในหัวใจคน… และผู้ที่กรีดมีดลึกสู่หลังของนาง กลับมิใช่ศัตรู หากแต่เป็น พี่สาวต่างมารดาผู้ใกล้ชิด ยาพิษสลายลมปราณได้ทำลายเส้นชีพจรของนางจนสิ้นหนทางต่อต้าน ถูกวางแผนให้เรือนกายสูงศักดิ์ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของบ่าวรับใช้ต่ำต้อย ทว่าผู้เป็น ฉินเซียนหรู หาได้ยอมศิโรราบไม่ ด้วยศักดิ์ศรีที่สูงส่ง นางเลือกใช้พลังหยดสุดท้าย สลายทั้งร่างกายและวิญญาณ ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติ แต่ชะตาฟ้ามิได้ตัดขาดเส้นทางของนางขณะที่สติค่อย ๆ ดับมืดพลันกลับสว่างไสวอีกครั้ง… นางตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนได้ ย้อนคืนสู่วัยเยาว์ครานี้ นางเลือกสะกดพรสวรรค์ที่เหนือฟ้า แสร้งเป็นสตรีไร้ค่าและไร้ความสามารถ หวังเพียงได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข ไร้การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นดังครั้งก่อน ทว่าโชคชะตามิได้อ่อนโยนเช่นนั้น…เส้นทางชีวิตครั้งที่สองของ ฉินเซียนหรู กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่ยังคงคิดจะ ลองดี กับนางอีกครั้ง และครานี้ฟ้าดินอาจต้องสั่นสะเทือนยิ่งกว่าที่เคย
Ver másหลังจากเหตุการณ์บนเกาะร้าง แม้ฉินชิงหร่านจะรอดชีวิตกลับมาได้ แต่จิตใจของนางกลับไม่อาจก้าวพ้นความหวาดกลัวอันฝังลึก นางหัวเราะลอย ๆ โดยไร้เหตุผล แล้วพลันก็ร้องไห้โฮราวกับเด็กที่หลงทาง ทั้งสายตาและสติสัมปชัญญะแกว่งไกว ไม่ยึดอยู่กับปัจจุบันอีกต่อไป คล้ายว่าจิตของนางติดหลงในความมืดมิดแห่งอดีตที่ไม่อาจถอนตัวออกมาได้แม้กระทั่งเมื่อทารกลืมตาดูโลกเด็กที่ถือกำเนิดจากช่วงเวลาที่นางถูกกระทำ ถูกบีบบังคับจนไร้ซึ่งอำนาจควบคุมตนเองความบริสุทธิ์ของเด็กน้อยก็ไม่อาจนำพานางกลับสู่ความปกติได้ ชิงหร่านยังคงจมอยู่ในห้วงเจ็บปวดของตน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากาลเวลาอยู่ในยามกลางวันหรือกลางคืนฉินเซียนหรูยืนมองพี่สาวต่างมารดาเพียงหนึ่งก้าว สายตาเต็มไปด้วยความเวทนา…พร้อมบาดแผลที่นางเองก็ไม่เคยลืม นางเอ่ยด้วยเสียงราบเรียบ หากแฝงความรู้สึกลึกซึ้ง“เจ้าจงอย่าโกรธเคืองข้าเลย…ครั้งนี้ ข้าไม่อาจรักษาเจ้าได้ดั่งที่ข้ารักษาผู้อื่น”นางนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนทอดมองเด็กน้อยสองคนที่หลับอยู่ในเปลเล็ก ๆ ผิวทารกเนียนนุ่ม ข้อมือเล็กกำอากาศอย่างไร้เดียงสา ไม่รับรู้ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นก่อนพวกเขาจะถือกำเนิด เซียนหรูยื่นมือแตะผ้าอ้อมเบา ๆ
หลังจากองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงเสด็จกลับถึงนครหลวงได้ไม่นาน พระองค์ก็ประกาศต่อประชาชนทั่วทั้งเมืองว่า“ราชครูจินหรงและเหล่าทหารติดตาม ประสบเหตุเรืออัปปางกลางทะเลบัดนี้ไม่ทราบว่ามีชีวิตรอดหรือสิ้นชีพแล้ว”คำประกาศเรียบง่าย ทว่ากลบความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเกาะร้างอย่างแนบเนียน มีเพียงคนไม่กี่คนเท่านั้น แม่ทัพฉินเทียนหง กับทหารชั้นสูงบางนายที่รู้ความจริงว่าราชครูจินหรงถูกกำจัดสิ้นแล้วยามค่ำวันนั้นในท้องพระโรงส่วนพระองค์ ฮ่องเต้มู่จื้อเหวินทอดพระเนตรองค์รัชทายาทด้วยสายตาเปี่ยมความเอ็นดู พระสุรเสียงแผ่วละมุนดังขึ้น“หยางเฉิง… ลูกพ่อ ภารกิจครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมากเจ้าพึ่งเดินทางไกลกลับมา คงเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย”องค์รัชทายาทประสานมือแล้วค้อมศีรษะพระสุรเสียงสงบนิ่ง ทว่าแฝงความกตัญญูอย่างลึกซึ้ง“เพียงได้แบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อสักส่วนหนึ่งลูกก็พึงพอใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตามล่าผู้ทรยศแต่คือการกำจัด เสี้ยนหนามที่ฝังรากลึกในราชสำนักและหยางเฉิงก็ทำสำเร็จอย่างงดงามฮ่องเต้มู่จื้อเหวินประทานรอยยิ้มบางเบา แต่แฝงความหมายลึกซึ้ง“แม้ราชครูจะสิ้นไปแล้ว แต่ในราชสำนักยังม
ไม่นานหลังการค้นหาทั่วทั้งเกาะ กองทหารขององค์รัชทายาทก็นำร่างของนายกองเฉาหมิงและพวกที่เหลือกลับมาได้สำเร็จ พวกมันถูกจับลากคอมาอย่างไม่ปรานี ราวกับสัตว์ดุร้ายที่หมดเรี่ยวแรงหลังดิ้นรนหนีความตายร่างกายของแต่ละคนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ยามหัวค่ำลมทะเลพัดเย็นยะเยือกแต่กองไฟใหญ่หน้ากระโจมกลับลุกโชติช่วงราวกับตอบสนองต่อความเดือดดาลของคนสองคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้าองค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงและแม่ทัพฉินเทียนหง“ในที่สุดก็จับกุมตัวจนครบ” พระสุรเสียงเรียบ แต่หนักแน่นดุจแผ่นหินแล้วพระองค์หันไปยังแม่ทัพผู้ยืนตระหง่านอยู่ข้าง ๆ“แม่ทัพฉินเทียนหง… จากนี้ไป เป็นหน้าที่ของท่าน”คำว่า หน้าที่ ขององค์รัชทายาท ไม่ใช่คำสั่งธรรมดาแต่คือการอนุญาตให้แม่ทัพชำระความด้วยวิถีของตนโดยไม่มีผู้ใดสามารถตั้งคำถามแม่ทัพฉินเทียนหงลุกขึ้นยืนช้า ๆ เงาของเขาทาบทับเหนือพื้นดินราวกับภูผา แววตาที่ทอดมองเหล่าเชลยนั้นมิใช่เพียงความโกรธ หากแต่เป็นความปวดร้าวที่กดทับจนสั่นสะเทือนทั้งใจเขาค้อมศีรษะเล็กน้อย“กระหม่อมซาบซึ้งในพระเมตตา…”จากนั้นใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาเฉียบคมเสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังดั่งคำพิพากษาแห่
ท่ามกลางสายลมที่พัดแรงและคลื่นทะเลที่โถมใส่ไม่หยุด เรือสำเภาขององค์รัชทายาทมู่หยางเฉิงยังคงฝ่าความปั่นป่วนของพายุอย่างไม่หวั่นเกรง น้ำทะเลสาดซัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเป็นระยะ แต่ทหารทุกนายยังยืนประจำตำแหน่งอย่างมั่นคงทันใดนั้น นายทหารผู้ควบคุมเรือก็ร้องเรียกเสียงดัง “องค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ! พบเศษซากเรือลอยมากับคลื่น!”เขารีบรุดเข้ามาประทับยืนเบื้องหน้าพลางคุกเข่ารายงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง“จากลักษณะไม้และรอยแตก คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรือท่านราชครู เกรงว่าเรือของพวกเขาคงอัปปางไปแล้ว หากยังมีชีวิต… ก็ต้องอยู่บนเกาะที่อยู่เบื้องหน้าพ่ะย่ะค่ะ”มู่หยางเฉิงหันพระพักตร์ไปมองเกาะที่ลางเลือนอยู่ท่ามกลางสายฝน ภาพเงาดำทะมึนของเกาะราวสัตว์ร้ายที่หมอบซุ่มอยู่กลางสมุทร แต่ในแววพระเนตรของพระองค์กลับมีเพียงความเย็นชาและความแน่วแน่ราชครูจินหรง หนีข้ามน้ำข้ามทะเลเพียงนี้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจเลี่ยงชะตาพระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นประหนึ่งฟ้าผ่าภายใต้คำสั่งเดียว“เตรียมกำลังให้พร้อมเราจะเทียบท่าเกาะเบื้องหน้าเดี๋ยวนี้!”เสียงทหารขานรับดังก้องเหนือเสียงพายุ “รับพระบัญชา!”ไม่นาน เรือสำเภาขององค์รัชทายาทก็ฝ่าคลื่นเข้าสู่เขต
ยามรุ่งอรุณแรกแผ่แสงสีทองเหนือหลังคามังกร เสียงกลองยามเช้าดังทุ้มทั่วพระราชวัง ทว่าความสว่างของวันใหม่กลับไม่อาจลบเงาหนักที่กดทับเหนือราชสำนักได้ ข่าวการฟื้นคืนพระสติของฮ่องเต้มู่จื้อเหวินแพร่สะพัดรวดเร็วยิ่งกว่าคลื่นลมฤดูหนาว ขุนนางทั้งหลายหน้าเปลี่ยนสีไปตามใจคิด บางผู้มีแววตาปลาบปลื้ม แต่ในหมู่ม
ภายในตำหนักบรรทมส่วนพระองค์ของ องค์ฮ่องเต้มู่จื้อเหวิน ความเงียบงันเข้าครอบคลุมจนแทบได้ยินเสียงกำยานที่ลุกไหม้ทีละนิด กลิ่นหอมขมของมันลอยคลุ้งไปทั่วห้อง ราวกับจะกลบกลิ่นแห่งความตายที่แผ่ซ่านอยู่ในอากาศเมื่อ ฉินเซียนหรู ก้าวเข้าสู่ห้อง นางสัมผัสได้ถึงความเย็นชืดที่แผ่วผ่านร่างทันที ดวงตาคม
ความต่างของอายุระหว่างฉินชิงหร่านและท่านราชครูจินหรงนั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความเร่าร้อนระหว่างคนทั้งคู่แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเยาว์วัยสดใสของนางยิ่งทำให้ความปรารถนาอันแก่กล้าของชายชราลุกโชนจนควบคุมไม่ได้ แม้รู้จักกันได้ไม่นาน อาศัยเพียงแค่การ "ควบม้าใส่กัน" อย่างดุดันไม่กี่ครา คนทั้งสองก็ล่วงร
แสงจันทร์เริ่มแตะขอบฟ้า ละอองหมอกบางลอยคลออยู่เหนือยอดไม้ เสียงจิ้งหรีดจากชายป่าแว่วแผ่วราวบทเพลงเศร้าในราตรีนั้นภายในเรือนสมุนไพร ความเงียบงันแผ่ซ่านหลังคำตอบของฉินเซียนหรูสิ้นสุดลง นางรับปากจะช่วยรักษาองค์ฮ่องเต้ด้วยน้ำเสียงสงบ แต่ในขณะเดียวกัน เงาแสงจากตะเกียงกลับสะท้อนในดวงเนตรขององค์รัชทายาทมู












reseñas