ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า

ชีวิตที่สองขอเป็นเพียงสตรีไร้ค่า

last updateDernière mise à jour : 2025-12-31
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
90Chapitres
3.9KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ฉินเซียนหรู นางงดงามเลิศล้ำทั้งรูปโฉมและสติปัญญา อีกทั้งพรสวรรค์ในวิชาลมปราณก็มิอาจหาใครเทียบเคียงได้ แต่ความสมบูรณ์แบบนั้นเอง กลับกลายเป็นเปลวไฟที่ปลุกเร้าความริษยาให้เติบโตขึ้นในหัวใจคน… และผู้ที่กรีดมีดลึกสู่หลังของนาง กลับมิใช่ศัตรู หากแต่เป็น พี่สาวต่างมารดาผู้ใกล้ชิด ยาพิษสลายลมปราณได้ทำลายเส้นชีพจรของนางจนสิ้นหนทางต่อต้าน ถูกวางแผนให้เรือนกายสูงศักดิ์ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของบ่าวรับใช้ต่ำต้อย ทว่าผู้เป็น ฉินเซียนหรู หาได้ยอมศิโรราบไม่ ด้วยศักดิ์ศรีที่สูงส่ง นางเลือกใช้พลังหยดสุดท้าย สลายทั้งร่างกายและวิญญาณ ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติ แต่ชะตาฟ้ามิได้ตัดขาดเส้นทางของนางขณะที่สติค่อย ๆ ดับมืดพลันกลับสว่างไสวอีกครั้ง… นางตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนได้ ย้อนคืนสู่วัยเยาว์ครานี้ นางเลือกสะกดพรสวรรค์ที่เหนือฟ้า แสร้งเป็นสตรีไร้ค่าและไร้ความสามารถ หวังเพียงได้ดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข ไร้การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นดังครั้งก่อน ทว่าโชคชะตามิได้อ่อนโยนเช่นนั้น…เส้นทางชีวิตครั้งที่สองของ ฉินเซียนหรู กลับเต็มไปด้วยผู้คนที่ยังคงคิดจะ ลองดี กับนางอีกครั้ง และครานี้ฟ้าดินอาจต้องสั่นสะเทือนยิ่งกว่าที่เคย

Voir plus

Chapitre 1

ตอนที่ 1 ตอบแทนด้วยพิษร้ายและการหยามเกียรติ

ลมอ่อนพัดพาใบเหมยโปรยปรายทั่วลานฝึกวิชา แสงแดดยามบ่ายอาบร่างของสตรีสองนางที่ยืนอยู่กลางลาน หนึ่งคือ ฉินเซียนหรู ผู้เป็นดังดวงจันทร์งามเลิศ สะกดทุกสายตา อีกหนึ่งคือ ฉินชิงหร่าน พี่สาวต่างมารดาผู้เลอโฉมไม่แพ้กัน

“ท่านพี่ ฝีมือของท่านพัฒนาขึ้นมากจริงๆ” เสียงใสของฉินเซียนหรูดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มจริงใจ นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชมแท้จริง แม้ทั้งสองจะเป็นเพียงพี่น้องต่างมารดา แต่ในใจของเซียนหรูกลับผูกพันมั่นคงดุจสายโลหิตเดียวกัน

ฉินชิงหร่านเผยรอยยิ้มอ่อนโยน จับมือน้องสาวแนบแน่น น้ำเสียงอบอุ่นเสมือนหยดน้ำใสที่หล่อเลี้ยงหัวใจ“หากพี่ไม่มีเจ้า พี่คงมิอาจมาถึงขั้นนี้ได้” คำพูดนั้นอ่อนหวานจริงใจ หากแต่ในความลึกซึ้งของแววตากลับซ่อนเงามืดที่ไม่มีใครมองเห็นได้ ภายในใจที่ยิ้มหวานกลับเต็มไปด้วยไฟริษยาที่ลุกโชน “นางแพศยาตนนี้…นางจะล้ำหน้าข้าไปถึงเพียงใดกัน ข้าเป็นพี่ แต่กลับต้องคอยไล่ตามหลังน้องสาว” บรรยากาศรอบกายช่างงดงามและสงบเงียบ ดอกเหมยที่โปรยลงมาประหนึ่งกำลังร่วมเป็นพยานต่อรอยยิ้มของสองพี่น้อง รอยยิ้มที่สำหรับผู้อื่นแล้วคือภาพอบอุ่นอันงดงาม แต่แท้จริงแล้วเบื้องลึกนั้น กลับเป็นประกายแห่งการหักหลังที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นทีละน้อย…

เมื่อฝีมือของ ฉินชิงหร่าน พัฒนาขึ้นถึงระดับที่นางพอใจแล้ว น้องสาวที่น่าชังในสายตาก็เริ่มหมดประโยชน์สำหรับนาง ครานี้จึงได้เวลาวางแผนชั่วร้ายยิ่งกว่าเดิม

“น้องพี่…หลายปีมานี้ พี่รู้สึกขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ หากมิได้เจ้า คงไม่มีวันนี้ พี่ตั้งใจชงชาให้เจ้าดื่มโดยเฉพาะ”ถ้อยคำอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความซาบซึ้งหลั่งรินจากริมฝีปากของชิงหร่าน ใบหน้างดงามเผยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นนางคือสตรีที่ได้รับคำชื่นชมจากทั่วทั้งแผ่นดินว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์เหนือผู้ใด คนรุ่นราวคราวเดียวกันหาใครเทียบชั้นไม่ได้ แม้แต่เสียงร่ำลือยังยกย่องว่านางคืออัจฉริยะหญิงแห่งตระกูลฉิน

ฉินเซียนหรูมองพี่สาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจ ริมฝีปากยกยิ้มอ่อนหวานโดยมิได้เอะใจ นางยื่นมือรับถ้วยชามาดื่มอย่างไม่คิดระแวง ภายในใจเชื่อมั่นว่าพี่สาวต่างมารดาผู้นี้ย่อมไม่กล้าคิดร้ายต่อกันรสชาติของชาหอมหวานปนขม อบอวลอยู่ในลำคอ ทว่าเบื้องหลังความละมุนกลับซ่อนเงามืดร้ายแรงที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ร่างฉินชิงหร่านมองภาพนั้นด้วยดวงตาเย็นเฉียบ มุมปากโค้งยกขึ้นทีละน้อย รอยยิ้มอบอุ่นพลันกลายเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย

“เป็นชาดีใช่หรือไม่เล่า…?” น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนกลับพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกและเจือรังเกียจ “ข้าจงใจเตรียมมันมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ”

ร่างกายของ ฉินเซียนหรู เริ่มสั่นสะท้าน ความร้อนแผ่ซ่านจากภายในก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเฉียบ เส้นลมปราณภายในพลันแตกซ่าน ระดับพลังที่เคยสูงส่งกำลังเหือดหายราวกับน้ำที่รั่วไหลจากภาชนะ มือเท้าอ่อนแรงไร้เรี่ยวแรงจะยกขึ้นต่อต้านนางกัดริมฝีปากแน่น สองตาที่พร่ามัวจับจ้องไปยังพี่สาวต่างมารดา“ท่านพี่…ที่แท้แล้ว ท่านกลับลอบวางยาข้าหรือ”น้ำเสียงแผ่วพร่าก้องด้วยทั้งความเจ็บปวดและไม่เข้าใจ หลายปีที่ผ่านมา นางเป็นผู้ชี้แนะแนวทางการบ่มเพาะลมปราณให้กับชิงหร่าน หากไม่มีนาง คงไม่มีวันที่พี่สาวจะก้าวล้ำไปได้เช่นนี้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงรอยยิ้มเยาะหยัน

ฉินชิงหร่านหัวเราะเบา ๆ แววตาเปล่งประกายความสะใจอย่างไร้การปิดบัง“ช่วยไม่ได้…เจ้ามันโง่เองต่างหาก” นางเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ แต่คมดุจคมมีด “แต่อย่าคิดว่าพี่จะลืมบุญคุณ วันนี้พี่จะตอบแทนเจ้า…สักเล็กน้อยก็แล้วกัน”

สิ้นคำ นางพลันตบมือเบา ๆ ราวกับเป็นสัญญาณ ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ชายสี่คนก็ก้าวเข้ามาในห้อง แววตาของพวกมันส่อความหิวกระหาย ขณะจ้องเรือนร่างสูงศักดิ์ของสตรีผู้เลอโฉม ชิงหร่านยิ้มเย็นเฉียบ พลางเอ่ยเสียงเย้ยหยัน“ข้าจะให้พวกมัน…มอบความสุขสมแก่เจ้าเอง จงวางใจเถิด พวกมันจะเพลิดเพลินกับเรือนร่างของเจ้าจนตลอดทั้งคืน”

ถ้อยคำนั้นราวกับฟ้าผ่ากลางใจ เซียนหรูน้ำตาคลอเบ้า ใบหน้าเจ็บปวดสั่นไหว นางไม่อาจเชื่อได้เลยว่าพี่สาวที่นับถือราวกับสายโลหิตเดียวกัน กลับกล้าวางแผนเลวทรามถึงเพียงนี้

หัวใจบีบคั้นด้วยความสิ้นหวัง หากแต่ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีในฐานะ ฉินเซียนหรู มิยอมให้ร่างกายต้องถูกย่ำยี นางสูดลมหายใจสุดท้าย รวบรวมเศษเสี้ยวพลังที่ยังเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ภายใต้ร่างที่สั่นเทาและลมหายใจที่ขาดห้วง แววตาของนางกลับแน่วแน่ดั่งเปลวไฟสุดท้ายของตะเกียงที่ใกล้ดับ

“ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร้เกียรติ… ข้าขอสลายทั้งร่างและวิญญาณ ณ ที่นี้”

สิ้นคำ พลังปราณสุดท้ายพลันระเบิดแสงออกมา เรือนร่างงดงามของฉินเซียนหรูเปล่งประกาย ก่อนจะสลายเป็นเศษเสี้ยวพลังหายลับไปท่ามกลางความตกตะลึง ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะของชิงหร่าน และความโหดร้ายที่ตราตรึงชั่วนิรันดร์

ความว่างเปล่า…รอบกายของ ฉินเซียนหรู ไม่มีทั้งแสงสว่าง ไม่มีทั้งความมืด ราวกับว่าวิญญาณของนางได้ล่องลอยอยู่ในห้วงเวิ้งว้างไร้สิ้นสุด เสียงลมหายใจเลือนรางจนแทบจับต้องไม่ได้ มีเพียงความเงียบสงัดที่ห่อหุ้มทุกสิ่งทุกอย่างในความเงียบนั้น ความคิดของนางดังขึ้นก้องภายในจิตสำนึกของตนเอง“อะไรกัน… ข้าตายแล้วงั้นหรือ?” รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้นในใจ “ช่างน่าขันยิ่งนัก ข้าสตรีผู้มีพรสวรรค์หาได้ยากในรอบพันปี…กลับต้องตกตายเพียงเพราะความไร้เดียงสาของตนเอง”

ความทรงจำค่อย ๆ ผุดขึ้นทีละภาพ ตั้งแต่วันที่นางถูกขนานนามว่า เทพธิดาแห่งตระกูลฉิน วันเวลาที่พรสวรรค์ทางลมปราณของนางทำให้ทั่วทั้งตระกูลภาคภูมิใจ… และวันคืนที่นางใช้ความอ่อนโยน ความจริงใจ คอยยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่เคยถือตัว ไม่เคยโอ้อวด แม้จะเป็นสตรีที่เพียบพร้อมเหนือผู้คนทั้งปวง

ทว่าบัดนี้ นางกลับตระหนักได้ว่า สิ่งที่นางเชื่อมั่น สิ่งที่นางยึดถือ… ความใจดี ความอ่อนโยน และความไว้วางใจต่อผู้คน… แท้จริงแล้วกลับกลายเป็นหอกแหลมที่หันมากรีดแทงหัวใจของนางเองในห้วงมิติแห่งจิตวิญญาณนี้ ความเจ็บปวดและความผิดหวังโถมเข้าใส่ราวกับเกลียวคลื่นไร้จบสิ้น

เสียงเรียกแผ่วเบาดังลอดเข้ามาในห้วงความฝันอันมืดมิด“คุณหนูเจ้าค่ะ… คุณหนูเจ้าค่ะ ตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ!”

ขนตายาวของ ฉินเซียนหรู สั่นไหว ก่อนเปลือกตาจะค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก แสงแรกที่กระทบตาไม่ใช่ความว่างเปล่าของความตาย แต่กลับเป็นใบหน้าของสาวใช้ที่นางคุ้นเคยดีเพียงแต่ว่า ใบหน้านั้นกลับดูอ่อนเยาว์ลงราวกับย้อนกลับไปสิบกว่าปีก่อน นางพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสับสน“นี่… ข้ายังไม่ตายหรือ? มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่…”

เมื่อสายตากวาดมองร่างกายของตนเอง ความรู้สึกผิดแปลกก็ถาโถมเข้ามา แขนขาที่เล็กลง ร่างกายที่ดูบอบบางยิ่งกว่าเดิม ความสูงศักดิ์ที่เคยสง่างามกลับกลายเป็นความไร้เดียงสาของเด็กหญิง นางก้าวไปที่โต๊ะเครื่องแป้งด้วยหัวใจที่เต้นแรง ก่อนจะส่องกระจกเงาภาพสะท้อนเบื้องหน้าดวงหน้างดงามน่ารักยังไม่เจือความคมเข้มของสตรีผู้เติบโตเต็มวัย คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อ

“ปีนี้… ข้าอายุเท่าไหร่กันแน่?”

สาวใช้เพียงยิ้มอ่อนโยน คล้ายไม่รู้ว่านายหญิงของตนผ่านเรื่องอันใดมา“คุณหนู ตอนนี้ท่านมีอายุ 9 ปีเจ้าค่ะ”

คำตอบนั้นพลันสะท้านเข้าไปในห้วงลึกของหัวใจ เซียนหรูยืนนิ่งราวกับถูกสวรรค์ผ่าลงมาอีกครั้ง ความทรงจำชัดเจนว่าในชีวิตก่อน นางสิ้นอายุขัยในวัยสิบแปดปีแต่บัดนี้กลับย้อนเวลากลับมาเนิ่นนานถึงเก้าปีเต็ม

ริมฝีปากนางกระตุกยกขึ้นเล็กน้อยราวกับหัวเราะขื่น ๆ“เก้าปี… แท้จริงแล้ว ข้าย้อนกลับมาได้ไกลถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
90
ตอนที่ 1 ตอบแทนด้วยพิษร้ายและการหยามเกียรติ
ลมอ่อนพัดพาใบเหมยโปรยปรายทั่วลานฝึกวิชา แสงแดดยามบ่ายอาบร่างของสตรีสองนางที่ยืนอยู่กลางลาน หนึ่งคือ ฉินเซียนหรู ผู้เป็นดังดวงจันทร์งามเลิศ สะกดทุกสายตา อีกหนึ่งคือ ฉินชิงหร่าน พี่สาวต่างมารดาผู้เลอโฉมไม่แพ้กัน“ท่านพี่ ฝีมือของท่านพัฒนาขึ้นมากจริงๆ” เสียงใสของฉินเซียนหรูดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มจริงใจ นัยน์ตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชมแท้จริง แม้ทั้งสองจะเป็นเพียงพี่น้องต่างมารดา แต่ในใจของเซียนหรูกลับผูกพันมั่นคงดุจสายโลหิตเดียวกันฉินชิงหร่านเผยรอยยิ้มอ่อนโยน จับมือน้องสาวแนบแน่น น้ำเสียงอบอุ่นเสมือนหยดน้ำใสที่หล่อเลี้ยงหัวใจ“หากพี่ไม่มีเจ้า พี่คงมิอาจมาถึงขั้นนี้ได้” คำพูดนั้นอ่อนหวานจริงใจ หากแต่ในความลึกซึ้งของแววตากลับซ่อนเงามืดที่ไม่มีใครมองเห็นได้ ภายในใจที่ยิ้มหวานกลับเต็มไปด้วยไฟริษยาที่ลุกโชน “นางแพศยาตนนี้…นางจะล้ำหน้าข้าไปถึงเพียงใดกัน ข้าเป็นพี่ แต่กลับต้องคอยไล่ตามหลังน้องสาว” บรรยากาศรอบกายช่างงดงามและสงบเงียบ ดอกเหมยที่โปรยลงมาประหนึ่งกำลังร่วมเป็นพยานต่อรอยยิ้มของสองพี่น้อง รอยยิ้มที่สำหรับผู้อื่นแล้วคือภาพอบอุ่นอันงดงาม แต่แท้จริงแล้วเบื้องลึกนั้น กลับเป็นประกายแห่งการหักห
Read More
ตอนที่ 2 หากวันหนึ่งข้ากลายเป็นคนไร้ความสามารถ
ความหยาบช้าและโหดร้ายของ ฉินชิงหร่าน ได้ถูกจารึกลงไปในดวงวิญญาณของ ฉินเซียนหรู ราวกับตราประทับอันไม่มีวันเลือน มันไม่เพียงสร้างความเจ็บปวด หากยังกลายเป็นรอยแผลที่ติดตรึงไปจนชั่วกาลทว่าท่ามกลางความทรงจำอันเลวร้ายนั้น นางกลับหัวเราะเบา ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มที่มิได้เกิดจากความโกรธเกลียด หากแต่เป็นรอยยิ้มแห่งโอกาส“หรือบางที… นี่อาจเป็นโอกาสของข้า”นางพึมพำกับตนเอง ดวงตาฉายประกายสว่างในความมืดมิด ช่วงชีวิตก่อน นางคืออัญมณีแห่งตระกูลฉิน ผู้มีพรสวรรค์สูงส่งเกินผู้ใด ทั้งยังเป็นความภูมิใจของท่านพ่อและสายโลหิตทั้งตระกูล จนทุกก้าวย่างของนางเต็มไปด้วยความคาดหวังอันหนักอึ้ง ทว่าในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ นางกลับปรารถนาเพียงชีวิตอันเรียบง่ายดุจหญิงสามัญ มิใช่เส้นทางสูงส่งที่ต้องแลกด้วยความเดียวดายนางทอดถอนใจ พลางคิดถึงผู้เป็นพี่สาวต่างมารดา“ข้าควรเกลียดเจ้าหรือควรขอบคุณเจ้าดี… ชิงหร่าน”ใช่แล้ว เพราะการหักหลังนั้นเอง นางจึงตื่นรู้ความจริงของโลกใบนี้ คนเรารู้หน้า แต่ไม่อาจรู้ใจ ต่อให้ตนมีบุญคุณเทียมฟ้า ก็มิใช่ว่าอีกฝ่ายจะตอบแทนด้วยความจริงใจนางย้อนนึกถึงรอยยิ้มของผู้คนในอดีต รอยยิ้มที่ดูงดงาม ทว่าเมื่อ
Read More
ตอนที่ 3 เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความเย็นชา
ยามบ่ายอันแสนสงบ สายลมอ่อนพัดพลิ้วพาเอากลิ่นบุปผาจากสวนท้ายเรือนลอยมาแตะปลายจมูก ฉินเซียนหรู นั่งเคียงข้างท่านแม่ใต้ร่มไม้ใหญ่ บ่าวรับใช้หลายคนคอยปรนนิบัติไม่ขาด รินชาร้อนถวายอย่างนอบน้อมด้วยเกรงเกียรติของนายหญิงสตรีผู้เลอโฉมที่นั่งอยู่เบื้องหน้า หลิวเยว่เหมย มารดาผู้ให้กำเนิดเซียนหรู นางคือหนึ่งในอนุภรรยาของแม่ทัพฉิน ความงดงามของนางประหนึ่งดอกไม้แรกแย้มที่เบ่งบานยามรุ่งอรุณ ทว่าภายใต้เปลือกนอกอันอ่อนโยน ความจริงกลับโหดร้ายในหัวใจของยอดบุรุษเช่นแม่ทัพฉิน มิได้ปรารถนาเพียงสตรีข้างกายที่รูปโฉมงดงาม หากแต่สตรีเหล่านั้นจะต้องให้กำเนิดทายาทที่เปี่ยมพรสวรรค์ เพื่อแลกกับความโปรดปรานและที่ยืนในเรือนใหญ่สายตาของหลิวเยว่เหมยมองลูกสาวเพียงคนเดียวด้วยความเข้มงวด ก่อนเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดัน“เซียนหรู ลูกแม่ เจ้าจงตั้งใจฝึกฝนให้หนักหน่วง อย่าได้ทำให้ท่านพ่อของเจ้าต้องผิดหวัง อย่างน้อยพรสวรรค์ของเจ้าต้องไม่ด้อยไปกว่าพี่ ๆ ของเจ้าเป็นอันขาด”คำพูดนั้นคือทั้งความห่วงหาและพันธนาการในเวลาเดียวกัน หลิวเยว่เหมยเคยให้กำเนิดทายาทแก่แม่ทัพมาหลายคน เด็ก ๆ ล้วนมีพรสวรรค์พอสมควร แต่ก็ยังไม่โดดเด่นพอจะทำให
Read More
ตอนที่ 4 ทางแยกของโชคชะตา
ทันทีที่ผลการทดสอบพรสวรรค์ถูกเปิดเผย ก็ไม่ต่างอะไรกับทางแยกแห่งโชคชะตา… ชาติภพก่อน นางคือสตรีผู้เลอโฉมและพรสวรรค์สูงส่ง ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างรุมล้อมเอาใจ รอยยิ้มและคำสรรเสริญพรั่งพรูไม่สิ้นสุดทว่าในชาตินี้… สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง สายตาที่เคยเปี่ยมด้วยความรักพลันแข็งกร้าวเย็นชา รอยยิ้มที่เคยห้อมล้อมกลับกลายเป็นเพียงหมอกควันที่จางหายไปในชั่วพริบตาแต่เซียนหรูกลับไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย นางเป็นผู้เลือกปิดบังพรสวรรค์ของตนเอง หากต้องการอิสรภาพ…นี่คือราคาที่ต้องจ่ายขณะที่นางกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงความคิด เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นแผ่วทว่าอบอุ่น“น้องเล็ก… เจ้าอย่าได้เศร้าใจไปเลย”เสียงนั้นมาจากบุรุษวัยสิบห้าปีผู้สูงส่งและสง่างาม ฉินหานเฟิง พี่ชายร่วมมารดา ผู้ที่พรสวรรค์ล้ำเลิศจนเป็นความหวังของตระกูล เขาก้าวเข้ามาเคียงข้าง ดวงตาที่ทอดมองเปี่ยมด้วยความเมตตาและจริงใจ ไม่ต่างจากแสงสว่างที่ฉายขึ้นท่ามกลางความมืดหม่นเซียนหรูเงยหน้ามองพี่ชาย ริมฝีปากเล็กสั่นไหวก่อนเปล่งเสียงเบา ๆ“ขอบคุณท่านพี่… ที่ยังเป็นห่วงข้า”ประโยคนั้นเต็มไปด้วยความสั่นเครือ เสมือนเสียงสะท้อนของหัวใจที่ยังคงหวังพึ่งพ
Read More
ตอนที่ 5 ความเย็นชาก็เริ่มกัดกร่อนความอ่อนโยน
ฉินเซียนหรู นางหาใช่ผู้ที่หลงลืมความแค้น หากแต่เลือกที่จะเก็บงำมันไว้ลึกสุดหัวใจ แลกเปลี่ยนด้วยความสงบสุขที่นางใฝ่หาแม้จะดูอ่อนโยนและไร้เดียงสา แต่เมื่อสายตาดูถูกและเสียงเย้ยหยันถาโถมใส่นางครั้งแล้วครั้งเล่า ความเย็นชาก็เริ่มกัดกร่อนความอ่อนโยนทีละน้อย วันนั้น นางก้าวเท้าเข้าสู่ หอทักษะ ตั้งใจหยิบยืมตำราวิชาหลอมโอสถขั้นต้น แต่เพียงเหยียบย่างเข้ามา เสียงของชายวัยกลางคนผู้ดูแลก็ดังขึ้นทันที“คุณหนู ไม่ทราบว่าท่านมาที่นี่ทำอะไร”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ซ่อนรอยยิ้มเหยียดหยามไว้ไม่มิด“ข้าเพียงมาหยิบยืมตำราหลอมโอสถเบื้องต้นเท่านั้น” เสียงหวานใสของเซียนหรูเอื้อนเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อนแต่กลับถูกหัวเราะเยาะสวนกลับทันที“ตัวท่านนี่ช่างน่าขันนัก… วิชาหลอมโอสถหาใช่สิ่งที่เด็กไร้พรสวรรค์จะเข้าใจได้ มันสูงล้ำเกินเอื้อม อีกทั้งพรสวรรค์ทางปราณของท่านก็ต่ำต้อยนัก!” คำพูดหยามเหยียดนั้นเป็นดั่งประกายไฟจุดโทสะ ในชั่วพริบตา สีหน้าของเซียนหรูก็แปรเปลี่ยน ดวงตาที่เคยอ่อนโยนกลับกลายเป็นเย็นเยียบจนผู้ถูกมองถึงกับขนลุกวาบ“ท่านลุง… ตัวท่านนี่ใจกล้าไม่น้อย ที่กล้าพูดเช่นนี้กับข้า” น้ำเสียงของนางเย็นลึก
Read More
ตอนที่ 6 หมอเทวดา
หลายวันมานี้ ฉินเซียนหรู ขังตัวอยู่ในเรือนหลังน้อย ฝึกฝนการหลอมโอสถด้วยตำราที่หยิบยืมมา นางตั้งสมาธิ มือเล็กเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงราวกับผ่านประสบการณ์นับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสมุนไพรคละคลุ้งไปทั่วห้องเม็ดโอสถกลมเกลี้ยงร่วงลงสู่ฝ่ามือเล็ก แสงวาวอ่อนโยนแผ่วพรายออกมา สีหน้าของเซียนหรูเต็มไปด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง“การหลอมโอสถนั้น…ก็มิได้ยากเย็นอย่างที่คิด”เม็ดโอสถตรงหน้าคือโอสถยกระดับพลังขั้นต้น ความบริสุทธิ์แทบเต็มสิบส่วน หากตกไปอยู่ในมือผู้อื่น ย่อมถือเป็นของล้ำค่า แต่ในมือของนางกลับดูราวกับเพียงก้อนหินเล็ก ๆ ที่รอถูกสะสมแววตาของเซียนหรูส่องประกายแน่วแน่“ขอเพียงข้ามีวัตถุดิบมากพอ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทรัพยากรของตระกูลอีกต่อไป”แต่แล้ว…เสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงบ่าวรับใช้ที่รีบเอ่ยรายงาน“คุณหนูเจ้าคะ… นายท่านเรียกให้ท่านไปเข้าพบเจ้าค่ะ”คิ้วเรียวของเซียนหรูขมวดเล็กน้อย ความสงบในห้องถูกแทนที่ด้วยความครุ่นคิด ดูเหมือนวันนี้จะมีแขกคนสำคัญมาเยือน จวนแม่ทัพฉินเทียนหง และท่านแม่ทัพจึงสั่งให้บุตรหลานทุกคนไปรวมตัวเพื่อทำการต้อนรับบรรยากาศภายใน ห้องโถงอาหาร ในค่ำค
Read More
ตอนที่ 7 ศิษย์สืบทอด
ยามค่ำคืน แสงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เงาไม้ต้องกับสายลมยามราตรี เสียงจิ้งหรีดและแมลงกลางคืนดังประสานกันราวกับบรรเลงบทเพลงแห่งความสงัดภายในเรือนรับรองที่หรูหราสง่างามที่สุดของตระกูลฉิน แม้จะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสะดวกสบาย แต่ร่างของชายชราผู้หนึ่งกลับไม่อาจข่มตาหลับได้ ไป๋อี้เซิน ผู้เป็นหมอเทวดา ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าแผ่วเบาแต่มั่นคงเขาผลักบานประตูไม้เปิดออก เสียงบานพับดังเอี๊ยดแผ่วเบา แสงจันทร์ส่องลงมาทาบเงาร่างของเขาให้ทอดยาวไป ตามลานหินหน้าจวน“นายท่าน”เสียงทักดังขึ้นจากเงามืด บรรดาคนคุ้มกันที่แม่ทัพจัดวางไว้รีบโค้งศีรษะด้วยความเคารพในทันที ไป๋อี้เซินเหลือบมองเพียงน้อย ก่อนยกมือโบกเบา ๆ น้ำเสียงของเขาราบเรียบ อ่อนโยนแต่เด็ดขาด“ข้าเพียงแค่อยากออกมาเดินสูดอากาศ ไม่จำเป็นต้องตาม”ผู้คุ้มกันมองหน้ากันไปมา สีหน้าและแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจ คำสั่งของแม่ทัพฉินนั้นชัดเจนยิ่งให้ปกป้องหมอเทวดาผู้นี้อย่างเข้มงวดที่สุด หากเขามีอันใดผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ศีรษะพวกเขาย่อมมิอาจรักษาไว้ได้แต่เมื่อเห็นแววตาสงบนิ่งของชายชราผู้นี้ พวกเขาก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ขัดขืน“ขอรั
Read More
ตอนที่ 8 ไม่อาจเสียน้ำตา
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์อาจารย์กันแล้ว แต่ไป๋อี้เซิน กลับตัดสินใจจะสั่งสอนนางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตาและความสามารถของเด็กสาวเอง เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาได้สรุปและบรรจุทุกสิ่งไว้แล้วในตำราทักษะทั้งหลาย นั่นคือผลลัพธ์แห่งประสบการณ์และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายสิบปีบางทีชื่อเสียงของ หมอเทวดา อาจสิ้นสุดลงพร้อมตัวเขา แต่ประกายไฟที่ส่งต่อให้ศิษย์น้อยคนนี้ อาจกลายเป็นเพลิงพายุที่สั่นสะเทือนใต้หล้าในวันข้างหน้า… รุ่งเช้าบรรยากาศในห้องโถงอาหารยังคงครึกครื้น เต็มไปด้วยบุตรหลานของตระกูลฉิน แต่ในมุมหัวโต๊ะกลับอบอวลด้วยความสงบสุขจากการสนทนาของสองผู้อาวุโส แม่ทัพฉินเทียนหง หัวเราะเสียงดัง ก่อนเอ่ยถามด้วยมาดเจ้าบ้านที่เปี่ยมไมตรี“ท่านไป๋อี้เซิน เมื่อคืนท่านพักผ่อนสบายหรือไม่”ไป๋อี้เซินที่นั่งอย่างสงบ เพียงยิ้มบาง ๆ ใบหน้าชราที่เต็มไปด้วยริ้วรอยดูอ่อนละมุนลงราวกับเบิกบานอย่างแท้จริง“แม่ทัพฉิน ข้าต้องขอบใจท่านนัก… การเดินทางครั้งนี้มิได้เสียเปล่า ข้ารู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ มันเป็นความรู้สึกที่ข้าไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปี”ถ้อยคำอ่อนโยนนั้นทำให้ผู้คนในห้องโถงต่างพา
Read More
ตอนที่ 9 ความเมตตาคือสิ่งน่าหัวเราะ
พริบตาเดียว แปดปีผันผ่านดุจความฝันเลือนลาง เด็กสาวน้อยผู้เคยไร้ที่ยืนในตระกูล บัดนี้เติบโตเป็นสตรีวัยสิบแปดผู้สง่างาม ฉินเซียนหรู ผู้ที่พลังปราณโอบล้อมกายสูงส่งยิ่งกว่าที่นางเคยมีในชาติภพก่อน อีกทั้งวิชาหลอมโอสถและการแพทย์ต่างแตกฉานถึงที่สุด จนทุกอากัปกิริยาของนางแฝงด้วยความสุขุมของผู้ผ่านประสบการณ์เหนือวัย“ชีวิตครานี้ ช่างสงบสุขนัก…” นางพึมพำเบาๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ความจริงที่ผู้คนทั้งจวนต่างมองนางว่าเป็นเพียงหญิงไร้ค่า ไร้พรสวรรค์นั้นกลับกลายเป็นกำแพงบังสายตา ทำให้นางมีอิสระที่จะดำเนินชีวิตอย่างที่ใจปรารถนา ไม่ถูกรบกวน ไม่ถูกรั้งรอเมื่อก้าวออกจากจวน ฉินเซียนหรูเลือกสวมอาภรณ์ธรรมดา พร้อมหน้ากากปกปิดรูปโฉม แล้วมุ่งตรงสู่ตลาดกลางเมือง ที่นั่น นางตั้งโต๊ะเล็กๆ จัดเครื่องมือรักษาและสมุนไพรเรียงรายอย่างเรียบง่าย“ขอบคุณท่านหมอ หากมิใช่เพราะท่าน ชีวิตข้าคงสิ้นแล้ว” ชายชราผู้หนึ่งก้มลงคำนับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสั่นเครือและซาบซึ้ง ฉินเซียนหรูเพียงพยักหน้ารับ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “กินยาที่ข้ามอบให้ และพักผ่อนให้พอ อีกไม่นานท่านก็จักหายเป็นปกติ”ดวงตาภายใต้หน้ากากทอประกายอุ่นละมุน ม
Read More
ตอนที่ 10 ส่งไปโลกหน้า
ก้าวย่างหยาบโลนและรอยยิ้มต่ำช้าของบุรุษเบื้องหน้า ฉุดดึงให้ ฉินเซียนหรู หวนคิดถึงบาดแผลเก่าที่ฝังลึกในอดีต“ฉินเซียนหรู… เจ้าช่างอ่อนหัดนัก”นางตำหนิตัวเองในใจ ความใจอ่อนและความอ่อนโยนที่เคยยึดมั่น นั่นเองที่ทำให้นางเคยถูกพี่สาวต่างมารดาหักหลัง ลอบวางยาพิษ หวังเหยียบย่ำเกียรติด้วยการผลักนางไปอยู่ในเงื้อมมือบ่าวรับใช้ต่ำต้อยแววตาของเซียนหรูสั่นวาบ “เพื่อความสงบสุข… ข้าคงเสแสร้งเป็นเด็กสาวไร้เดียงสามานานเกินไปแล้ว”ทันใดนั้น แววตาที่เคยอบอุ่นพลันดับวูบ ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาสิ้นเชิง บรรยากาศรอบกายคล้ายถูกคลุมด้วยหมอกหนาวเหน็บจนเส้นเลือดผู้เคราะห์ร้ายแข็งค้าง ชายเบื้องหน้าซึ่งกำลังย่างก้าวเข้ามาด้วยท่าทางลามกหยุดชะงักลงราวถูกตรึง สองเท้าหนักอึ้ง หัวใจเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ความเย็นยะเยือกซึมลึกเข้ากระดูกจนร่างกายสั่นสะท้าน“นี่มัน… เกิดอันใดกันแน่?” เขาตะลึงพรึงเพริดเมื่อสายตาสกปรกสบเข้ากับดวงตาของเซียนหรู เขากลับเห็นเพียงความว่างเปล่าลึกไร้ก้นบึ้ง ดุจเหวลึกมืดมิดที่พร้อมกลืนกินทุกสรรพสิ่งไร้ซึ่งเมตตา ไร้ซึ่งอ่อนโยนที่ใคร ๆ เคยรู้จักก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไปกว่านี้ เพียงพริบตาเดียว ร่
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status