Mag-log inข้าเป็นนางโจรชั่วชีวิตไม่ได้ แต่ข้าเป็นภรรยาคุณชายได้ทุกชาติภพ ************* คนอื่นข้ามภพสวยๆ มาเป็นนางเอกหรือไม่ก็นางมารร้าย แต่วิญญาณสาวอ้วนจอมฉ้อฉลต้องมาสิงร่างสตรีอัปลักษณ์ที่โง่งมงาย ซึ่งชีวิตนี้ หากไม่รุ่งก็คงวอดวาย เพราะผู้ชายกินเมีย
view moreเปลวไฟเบื้องหน้าชายหนุ่มกำลังเผาไหม้ภาพวาดและหนังสือ
ชุนกง[1] ศิลปะต้องห้ามในยุคสมัยโบราณเมื่อเกือบ 800 ปีก่อน ถึงฝีมือหนุ่มรูปงามล่มเมืองนามว่า ฉีหยางซิ่ว จะหาผู้ใดเทียบเท่าได้ในใต้หล้า กระนั้นมันก็มิถูกยอมรับ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวเป็นอาญาต่อแผ่นดิน หากผู้ใดครอบครองมีโทษให้ริบทรัพย์ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นถูกตัดหัวเสียบประจานไว้หน้าประตูเมือง ส่วนผู้สร้างสรรค์ศิลปะอันต่ำช้าอัปมงคล ต้องจบชีวิตลงด้วยการถูกแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!!ภาพวาดหญิงและชายคณิกาในอิริยาบถไร้อาภรณ์ ถูกมองอย่าง
เหยียดหยาม หากแต่ยังมีกลุ่มคนที่คลั่งไคล้จนเกิดการซื้อขายอย่างลับๆ ในราคาสูงลิบ โดยเฉพาะผลงานจากปลายพู่กันของฉีหยางซิ่ว ผู้ที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นบุรุษชั่วช้า
ทว่าเมื่อภาพเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดก็เกิดความโลภและผลประโยชน์ จากศิลปะงดงามกลายเป็นภาพอาถรรพ์ มีคนสร้างเรื่องหลอกลวงและอ้างว่าปีศาจกำลังพิโรธจนเกิดเรื่องสยองขวัญแพร่สะพัดไปทั่วเมืองจิ่นสือ
หลังจากเศรษฐีผู้หนึ่งที่ครอบครองรูปนางคณิกาจากหอเตี๋ยฮวา กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนนางผู้เป็นแบบให้ฉีหยางซิ่ววาดได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนมีคนพบตุ๊กตาหิมะที่ด้านบนมีศีรษะมนุษย์เสียบไว้ ซึ่งผู้เคราะห์ร้ายคือหญิงงามเริงเมืองคนนั้น
ทั้งที่เป็นเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาท แต่กลับสร้างชื่อเสียงแก่คุณชายไร้เกียรติอย่างฉีหยางซิ่วให้มีตัวตนในฐานะของ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง ศิลปินเทวดาผู้รังสรรค์ผลงานที่หาใครเทียบได้ในใต้หล้า
ฉีหยางซิ่วยืนมองการไหม้ของสิ่งอันเป็นที่รักแล้วใจหาย เขา
เก็บภาพเหล่านี้มาหลายปีนับแต่ล่วงรู้ว่าฉีเจียนหลิวคิดทำลายมัน เขานำภาพวาดอันสำคัญใส่กล่องไม้แล้วนำไปเก็บไว้ในพื้นที่ลับตาคน ทว่ายังมีภาพส่วนหนึ่งที่ถูกทำลายไปในตอนที่เรือนเล้าหมูถูกเผา จวบจนได้กลับมาเยือนหมู่ตึกเทพเซียนอักษรอีกครั้ง จึงระลึกถึงความหลังเลยนำสมบัติล้ำค่าเหล่านั้นออกมาเชยชมทว่าบ่อยครั้งที่เขาตกเข้าไปอยู่ในภวังค์ ราวกับภาพวาดดูดเขาหลุดเข้าไปในโลกเร้นลับ และนั่นเป็นเหตุให้คู่ชีวิตบ่นน้อยใจ
“หรือผู้น้อยไม่งดงามพอให้สามีเรียกหา” น้ำเสียงเง้างอน พร้อมการแสดงออกของภรรยาทำให้เขาตัดสินใจเลือกคนที่มีเนื้อหนังแทนรูปวาดสุดรักและหวงแหน
“ข้าผู้เป็นสามีย่อมเห็นว่าเจ้าสำคัญกว่าผู้ใด เพียงแต่...บางครั้งอดคิดถึงอดีตมิได้” เพราะชีวิตเขาก้าวผ่านเรื่องราวมากมายที่น้อยคนจะพานพบ ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากรูปวาด มันคือเหตุผลที่ทำให้เขาถวิลหาช่วงเวลาเหล่านั้น
“ทุกอย่างผ่านมาแล้ว จะดีหรือร้าย อย่าจดจำมันเลย ในเมื่อวันนี้ ท่านพี่มีข้า เพียงแค่นี้มิเพียงพอหรือ”
ด้วยถ้อยคำตัดพ้อของภรรยา เขาจึงบอกต่อนางผู้เป็นที่รักว่าจะจัดการรูปภาพเหล่านั้นให้สาบสูญ
ภาพวาดทั้งบนกระดาษและผืนผ้าไหมนับพัน ค่อยๆ ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ เมื่อเห็นดังนั้นก็ใจหาย ทั้งหมดคือช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้ค้นพบความสามารถที่แท้จริงของตน มิใช่คุณชายไร้ค่าที่อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมู รอคอยเศษเงินจากตระกูลฉีที่ยามนั้นถูกพี่ชายต่างมารดาครอบครอง
ฉีหยางซิ่วสลัดความคิดในอดีตทิ้ง ก่อนร้องหาคู่ชีวิต
“ภรรยาที่รัก เจ้ามัวทำการใดถึงไม่ออกมาพบหน้าสามีรูปงาม”
“โปรดรอประเดี๋ยว ผู้น้อยกำลังยุ่ง” นางร้องตอบเสียบหอบเหนื่อย
“เอ ไหนเจ้าเร่งเร้าให้ข้าทำลายพวกมัน เหตุใดถึงเอาแต่หมกตัวอยู่ในครัว...” คนเป็นสามีถามเสียงติดจะเข้มงวดสักหน่อย ส่งผลให้หญิงสาวที่หมู่นี้เดินเหินลำบากต้องทิ้งงานในมือ ก่อนสั่งสาวใช้ทำหน้าที่แทนตน
นางเคลื่อนตัวออกจากครัวใหญ่อย่างระมัดระวัง มิได้คล่องแคล่วเหมือนก่อนหน้า สองขาตรงไปหาสามีกลัวเขาจะหาเหตุผลมาอ้าง และหยุดทำลายรูปวาดแสนน่าชิงชังเหล่านั้น
ณ ลานโล่งใกล้ๆ ด้านข้างเรือนครัว ร่างสูงสง่ายืนอย่างผ่าเผย แสงแดดอ่อนๆ ทาบทับผู้เป็นสามีนาง เขามิใช่นักรบผู้เกรียงไกร มิใช่ชายในราชสำนัก หรือจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ เป็นเพียงชายธรรมดาผู้หนึ่งที่มีสิ่งพิเศษซ่อนอยู่ในรูปโฉมอันงดงามที่สะกดสายตาทุกคนในใต้หล้า
“...ข้าร้อนใจจะแย่ เหตุใดยังมัวชักช้า เดี๋ยวข้าเปลี่ยนใจมิทำลายพวกมัน จะเป็นเจ้าที่เสียใจ”
สตรีนางนั้นสูดลมหายใจลึก ก่อนส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา “มิได้เด็ดขาด ท่านให้สัญญาแล้ว เมื่อครู่ข้าติดงานในครัว” นางว่าพร้อมกับใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
“ยังจะต้องทำสิ่งใด ข้าบอกแล้ววางมือเสียบ้าง” กล่าวจบก็มองเนื้อตัวภรรยา ก่อนวางสีหน้าขึงขัง พร้อมส่งเสียงเข้มกว่าเดิม “เฮ้อ...หากเจ้ายังกินไม่หยุดเช่นนี้ ข้าจะมีอนุให้เจ้าสักสองสามคนเป็นอย่างไร”
ภรรยาทำหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะส่งเสียงแหลมๆ แสดงออกถึงความขัดใจ
“ท่านพี่กล่าวเช่นนั้น คิดดีแล้วหรือ หากท่านมีอนุเมื่อไร ผู้น้อยภรรยาก็จะ...” นางว่าแล้วก็แสร้งบีบน้ำตา และส่งเสียงสะอื้นไห้ กิริยาเช่นนั้นน่ารักน่าชังเป็นที่สุด
“การมีอนุของข้า เป็นสิ่งที่เจ้าเคยพร่ำบอกให้กระทำมิใช่หรือ ไยถึงต้องร้องห่มร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ”
เขาก้าวมาหา โอบกอดนางผู้เป็นที่รักอย่างถวิลหา พร้อมใช้จมูกโด่งสวยสูดกลิ่นกายหอมเคล้ากินเหงื่อจางๆ ก่อนกระทำการซุกซนหนักด้วยการใช้ริมฝีปากสีสดขบเบาๆ บนลำคอระหง จนร่างในอ้อมกอดสะดุ้งเฮือก ก่อนส่งเสียงอู้อี้ประท้วงอย่างขัดเขิน
“ผู้น้อยแค่ลองใจท่าน ถึงต้องตาย ผู้น้อยมิอาจใช้สามีร่วมกับสตรีนางใด แม้แต่คนในรูปวาด!”
นางว่าพร้อมมองผลงานชั้นเยี่ยมของเขาซึ่งอยู่ในเปลวเพลิง และน้ำเสียงแสดงความหึงหวงชัดแจ้ง
“ขี้หึง เอาแต่ใจ...และยังบ้าอำนาจ...” เขาเย้าแหย่ ก่อนบีบปลายจมูกเชิดรั้นของนางด้วยความมันเขี้ยว
นางหยุดแสดงอาการกระเง้ากระงอด แล้วเอ่ยถามสิ่งที่ชอบฟังจากเสียงทุ้มเข้ม
“ใช่ ผู้น้อยเป็นเช่นนี้ สามียังจะรักหรือไม่”
“ข้าขี้คร้านจะตอบเจ้าวันละร้อยหน รัก...สิ รักมาก รักเสียจนอยากต่อขา เติมแขนให้ลูกน้อย เสียเดี๋ยวนี้”
“อุ๊ย สามี...วาจาท่านสัปดนนัก ท้องข้าใหญ่โตถึงเพียงนี้จะทำ
เช่นนั้นได้อย่างไร”
แม้อยากเอาอกเอาใจเขา แต่ในเวลานี้นางไม่กล้าร่วมเตียงกับหนุ่มรูปงาม เกรงว่าตนเองจะเป็นฝ่ายอดใจไม่ไหว โผเข้าไปรุกเร้าเขาหนักจนส่งผลต่อลูกน้อยในครรภ์
“รู้สิ แต่ข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงรสจูบและสองมือนี้ยามที่เราใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้ง...”
หนุ่มรูปงามกุมมือของภรรยาแน่น ยามอยู่ในที่ลับตานางทำให้เขาเพลิดเพลินใจจนลืมผู้หญิงทุกคน มือยาวเรียวนี้ แม้จะสากอยู่มาก หากสร้างความรัญจวนใจให้เขาสุขสม
“ในหัวท่านมีแต่เรื่องสัปดน ข้าคิดแล้วว่าสุดท้ายต้องแต่งงานกับคนไม่เอาไหน”
นางไม่อยากกล่าวโทษเขา ควรโทษตัวเองมากกว่า ที่ตอนแรกตั้งใจจับเขาเป็นตัวประกัน หากสุดท้ายกลับตกหลุมรักคุณชายตัวลามก แถมตอนนี้นางยังอุ้มท้องลูกของเขาด้วย
“เอาเช่นนี้ ข้าไม่รับอนุก็ได้ แต่คืนนี้เจ้าต้องให้ข้านอนร่วมเตียง”
ภรรยาสาวทำตาโต ก่อนอ้าปากกว้างด้วยตกใจ กระนั้น ในหัวก็คิดถึงเรื่องราววาบหวิวยามอยู่บนเตียงกับหนุ่มรูปงาม เขานับว่าเป็นผู้ชายที่รู้จักเอาอกเอาใจ และนางนั้นหลงใหลร่างกายนี้จนแทบไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้ใคร แม้กระทั่งชายตามองหญิงอื่น
“หากให้สามีเคียงคู่ร่วมเตียง ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ทำบัดสีต่อหน้าลูกในท้อง” นางกล่าวจบใบหน้าพลันแดงซ่าน
“ฮ่าๆ ๆ...แต่มันคงดีกว่าให้ข้าทำบัดสีกับรูปภาพ หรืออนุมิใช่หรือ”
หญิงตั้งครรภ์ถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ ดูเหมือนนางไม่มีทางเลือกอื่น
“เฮ้อ...หากให้ท่านทำบัดสีกับรูปภาพหรือสตรีนางอื่น! ผู้น้อยภรรยาขอรับหน้าที่นั้นเองเสียดีกว่า”
รอยยิ้มกว้างเผยบนดวงหน้าขาวอมชมพูของผู้เป็นสามี ก่อนที่เขาจะดึงร่างนางผู้เป็นที่รักเข้ามาใกล้ เป็นตอนนั้นที่นางรู้สึกว่าใจเต้นระรัวเร็ว ด้วยความแข็งขันจากร่างกายสามีกำลังรุกเร้าร่างกายนาง
“ตอนนี้ยังไม่มืดค่ำ แต่ข้าอยากชวนเจ้านอนกลางวันจะได้หรือไม่ภรรยา”
เมื่อได้ยินถ้อยคำที่สามีร้องขออย่างอ่อนหวาน มีหรือฉีฮูหยินจะปฏิเสธ
ฉีหยางซิ่วสุขใจ หัวเราะร่า เขากระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม เป็นตอนนั้นที่จู่ๆ ฝนฟ้าก็เทลงมา ทั้งคู่จึงต้องรีบหลบเข้าไปในบ้าน
เสียงหัวเราะของสามีภรรยาที่หยอกเย้ากันดังพอให้เป็นที่อิจฉาของผู้ได้ยิน หนึ่งในนั้นคือผู้ซึ่งฉวยภาพวาดบนผืนผ้าไหมจากกองไฟซึ่งกำลังมอดลงเพราะห่าฝนซึ่งเทกระหน่ำ
มันเป็นรูปวาดของหญิงสาว ซึ่งใบหน้าเลอโฉมหาผู้ใดเทียบ
ร่างอวบอัดเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งสุดมหัศจรรย์ และใน 800 ปีต่อมา รูปวาดเดียวกันนี้เดินทางข้ามกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน!!
เมื่อทะยานออกไปถึงลำแสงสีขาว หล่อนก็รู้สึกระบมไปทั้งร่าง ความเจ็บแปลบเล่นงานตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ และปวดหน่วงๆ ที่ขมับซ้ายยามนั้นหูได้ยินเสียงฟ้าลั่นดังกึกก้องติดต่อกันยาวนาน วีรินทร์หวาดกลัวจับใจ หล่อนนอนขดตัวด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจึงยื่นมือสะเปะสะไป หวังจะคว้าขวดน้ำบนหัวเตียงที่มักวางไว้มาดื่มหญิงสาวออกแรงสุดกำลัง ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้า และรับรู้ได้ถึงความเย็นรอบๆ กาย และเป็นจังหวะเดียวกันที่แสงสว่างหนึ่งปรากฏเบื้องหน้า พร้อมเสียงแผดก้องจากท้องฟ้า“เฮ้อ ฉิบหายแล้ว ฟ้าทำไมมาผ่าตรงนี้”หญิงสาวสบถเสียงดังออกไป ไม่กี่วินาทีจากนั้น สัมผัสหนึ่งก็ไล้ที่หลังมือเป็นสัมผัสนุ่มนวลเปี่ยมด้วยความห่วงใย“เจ้า...ฟื้นแล้ว สวรรค์ยังเมตตา!”เสียงทุ้มต่ำฟังไม่คุ้นหู ทั้งสำเนียงก็แปลกประหลาด แต่หล่อนกลับเข้าใจ“ใช่...คนอย่างแก้มอุ่นจะตายง่ายๆ ได้ยังไง”หญิงสาวเอ่ยแล้วก็ปรับสายตาเพื่อมองใครคนนั้น แต่มันก็ไม่อาจกระทำได้ง่ายๆ“ข้าดีใจที่เจ้ารอดตาย ต่อจากนี้ไป ข้าจะดีกับเจ้าให้มาก ข้าสัญญา...หงเซ่อ!”วีรินทร์นึกฉงนที่ได้เสียงทุ้มๆ คุ้นหู กระทั่งพบดวงหน้าขาวใสของบุรุษผู้ห
วีรินทร์อยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่รู้ว่ามีวิญญาณจากรูปภาพตามติด แต่หล่อนพยายามมีสติให้มาก ด้วยเกรงว่าจะทำให้การเจรจากับบุนซูไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่าทีหล่อนเลยออกจะประหลาดสักหน่อย ประหลาดล้ำจนบุนซูผิดสังเกตในขากลับ วีรินทร์เรียกลูกน้องที่สำนักงานประจำสาขาต่างจังหวัดนำรถตู้มารับหล่อนกลับพร้อมบุนซูหนุ่มหล่อรัดเข็มขัดให้ตัวเองเสร็จสรรพ แล้วหันมามองสาวสวย“ไปใกล้ๆ แค่นี้เองค่ะ และน้องรูปหล่อนี่ขับรถนิ่มมาก แม็คเป็นมือดีของบริษัท คุณบุนซูไม่ต้องห่วง ปลอดภัยถึงที่หมายแน่นอน” หล่อนเอ่ยจบก็ยื่นมือไปตบบ่าแม็คบุนซูยักไหล่น้อยๆ ก่อนเอ่ยว่า“ถ้าวันนี้ไม่สะดวกไปดูบ้านหลังนั้น เรากลับเข้าไปพักในตัวเมืองแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ดีไหมครับ”“แก้มอุ่นเกรงใจค่ะ ไม่อยากให้คุณต้องเสียงานหลายวัน”“โอ้ ไม่ต้องห่วงครับ ผมมีน้องเขย และน้องสาวช่วยงานอยู่ทางนั้น ตอนนี้เคลียร์คิวว่างยาวเกือบอาทิตย์เลย เพราะตั้งใจมาดูบ้าน และทำเรื่องอื่นๆ ให้เรียบร้อย” เขาว่าพร้อมมองรอบรถตู้ ท่าทางออกจะพิลึกสักหน่อย วีรินทร์จึงอดลูบต้นแขนตนเองไม่ได้“บางทีแก้มอุ่นคง คิดมากไป...” หล่อนยอมรับถึงความเครียดที่เกาะกินใจ“ยังไง
ลู่เหลียนมองหลานชายรูปงามอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงเรียบๆ ขึ้น“ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าคงลืมข้อห้ามนี้กระมัง”ลู่เหลียนเป็นพี่สาวแท้ๆ ของมารดาฉีหยางซิ่ว หลายปีก่อน นางเลี้ยงดูเขาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะน้องสาวเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาหลังจากทารกน้อยลืมตาดูโลกได้ไม่นาน“ข้าไม่สนใจกฎเกณฑ์เหลวไหลพวกนั้น ชีวิตคนสำคัญกว่าอื่นใด” ฉีหยางซิ่วตอบเสียงขุ่น พลางมองดวงหน้าซึ่งอัปลักษณ์ด้วยปานแดงปื้นใหญ่ครึ่งหน้าซีกซ้าย“เฮ้อ เจ้าเป็นอย่างนี้ไง ชีวิตถึงไม่สงบสุขเสียที”ลู่เหลียนว่าแล้วก็หันไปตักยาสมุนไพรใส่ชาม นางให้ลูกน้องไปหาหมอตำแยชื่อดัง อีกฝ่ายก็จัดยาขนานใหญ่สำหรับนางโจร เสียเงินไปมากโข แต่ผลลัพธ์ที่ได้ยังไม่น่าพอใจเมื่อสงบอารมณ์ฉุนเฉียวลง เขาก็เอ่ยเสียงเบาด้วยความสำนึกผิด“ขออภัยที่ทำให้ท่านป้าต้องเดือดร้อน แต่จิตใจข้า คงยากจะบังคับขู่เข็ญ และนางก็ช่วยให้ข้าพ้นภัยร้ายจนมีชีวิตถึงวันนี้” เขาเอ่ยจบจึงหันไปมองหงเซ่ออีกหนนางโจรยังนอนหายใจแผ่วเบา ดวงหน้านั้นซีดขาวราวซากศพ และขับให้ปานแดงอัปลักษณ์ดูน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมฉีหยางซิ่วอดหลับอดนอนดูอาการนางโจรมาหลายวัน ทั้งที่เมื่
ดังนั้น นอกจากสารพัดยาที่ช่วยทำให้น้องชายคึกคักที่เขากว้านซื้อจากสำนักหมอชื่อดังมากิน ชายหนุ่มจำต้องพึ่งภาพวาดชุนกงของฉีหยางซิ่ว เพื่อกระตุ้นความคึกคักให้ตนเอง เพราะภรรยาผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขามีบ้านเล็กบ้านน้อย แม้แต่สาวใช้ นางก็เลือกคนที่มีรูปร่างและหน้าตามิต่างกับตน“ทำเรื่องชั่วช้า ยังคิดว่าตนเป็นผู้ประเสริฐ”เสียงของมันลอยตามลมมาเข้าหูฉีหยางซิ่ว แม้จะขัดเคืองใจอยู่มาก แต่เขาไม่นำมาใส่ใจ มือยังเคลื่อนไหวอย่างว่องไว จนก่อเกิดเป็นรูปภาพผู้หญิงที่ดูแปลกตา มิใช่หญิงสาวหุ่นสะท้านใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ร่างแบบบาง“นั่นมัน!”น้ำเสียงมันกราดเกรี้ยว และก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด มือของมันยื่นออกมาหมายจะช่วงชิงรูปวาดของเขาไป“เจ้าสนใจรูปพวกนี้ด้วยหรือ ฮ่าๆ ๆ”คนถูกถามถลึงตาใส่ ก่อนทำมารยาททรามด้วยการถุยน้ำลายลงพื้น แต่ฉีหยางซิ่วไม่ถือสาด้วยรูปวาดชุนกงของเขาเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ ลายเส้นอ่อนช้อยงดงาม ถึงจะผิดศีลธรรมอยู่มาก แต่การเป็นคุณชายที่ตกต่ำ ไร้ตึกสวยงามและบริวารรับใช้ เขาจำต้องหาทางเลี้ยงดูตนเอง ด้วยหวังว่าสักวันจะลืมตาอ้าปากได้“คนลามก! บุรุษเยี่ยงเจ้าสมควรถูกตัดหัวและเสียบประจาน ข้าไม่ควรเชื
3 ปีก่อนหงเซ่อมีร่างผอมบางมิต่างจากเด็กผู้ชาย และใบหน้าที่มีปานแดงครึ่งซีกหน้าด้านซ้าย ทำให้มันดูอัปลักษณ์เกินใครในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น อากาศเย็นสบายกำลังดี ฉีหยางซิ่วพบร่างหนึ่งนอนซุกอยู่ข้างกองไม้ใกล้โรงเก็บฟืนร้าง และปานแดงบนใบหน้ามันทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ กระนั้นยังรวบรวมความกล้า ใช้กิ่งไม้เขี่
วีรินทร์ต้องหัวหมุนอีกหน เมื่อบุนซูขอนัดพบหล่อนที่ทะเลบัวแดง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อประจำอำเภอแห่งนั้น ทั้งที่อยากปิดจ๊อบอย่างเร่งด่วนเพราะได้ข่าวว่าลูกค้าเก่านายมานพ ซึ่งนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาลส่งคนมาก่อกวนแถวๆ บ้านเก่าหลังงามซึ่งหล่อนตั้งใจขายให้บุนซูความรีบร้อนในตอนลงรถด้วยใกล้เวลานัดหมายเต็มแ
บุนซูอยู่เมืองไทยมาเกือบสองปีแล้ว ความที่เป็นหนุ่มโสดครบเครื่องทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจสาวๆ แต่ชายหนุ่มชอบเป็นฝ่ายเลือกคนรักด้วยตนเองมากกว่าที่จะให้ผู้หญิงกระโดดเข้าใส่กระนั้นเขาก็มีความลับชวนสยองขวัญที่ทำให้ผู้หญิงต้องขยาด นั่นก็คืออดีตภรรยาทั้งสามล้วนตายโหง!!ชายหนุ่มหยุดคิดอะไรครู่หนึ่ง เมื่
เสียงแกรกๆ ดังสลับ เสียงดังตุบๆ ดังจากชั้นบนอย่างถี่กระชั้น ยามนั้น สติของชายวัยกลางคนแทบจะกระเจิงหาย“ลูกช้างขอร้อง อย่าทำอะไรลูกเลย หากการเข้ามาอยู่ที่นี่รบกวน ‘ท่าน’ ก็เป็นเพราะลูกช้างไม่ทราบมาก่อน ถ้าท่านจะเล่นงานใคร ขอให้ไปลงที่นังช้างแก้มอุ่น ตุ๊ต๊ะโน่นเลย ลูกช้างกลัวแล้ว เข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปจ











