LOGINเมื่อวันงานแฟชั่นโชว์มาถึงมิรินก็ส่งชุดมาให้น้ำหนาวอย่างที่เคยพูดไว้ แล้วชุดที่เธอส่งมาก็สวยมากๆสมกับเป็นดีไชน์เนอร์มือดีแห่งยุค ชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเข้มเป็นชุดเรียบๆแต่ยูนิคมาก การตัดเย็บก็เนี้ยบสุดๆ เธอหยิบของที่มีอยู่แล้วมาอะแดป ไม่ลืมที่จะใส่เครื่องเพชรคอเลคชั่นใหม่ที่ยังไม่มีใครมี
เธอเลือกส้นสูงสีแดงเข้าชุด และกระเป๋าหนังสีดำ ให้ตัดกันเล็กน้อยไม่ลืมจะหยิบแว่นตากันแดดมาใส่ให้ดูมีอะไรมากขึ้น เดินลงมาข้างล่างก็เห็นอาหมิงรออยู่ก่อนแล้ว เขาก็ยังคงใช่ชุดสูทผูกไทเหมือนเคย วันนี้คุณแม่ไม่ได้ไปที่งานด้วย เพราะท่านต้องไปงานเลี้ยงอีกที่ อยู่ที่บ้านจึงมีเพียงเธอกับเขา อาหลิงก็น่าจะอยู่ในห้องเพราะไม่เห็นน้องเลย
เธอเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะหยิบกล่องกำมะหยี่ออกมา แล้วเปิดเอาเข็มกลัดที่อยู่ด้านในออกมาเพื่อที่จะกลัดให้เขา
“อะไรครับหนาว” เขาขมวดคิ้วมุ่น พร้อมกับกระเถิบถอยหลัง
“ช่วยเป็นพรีเช็นเตอร์ให้หน่อยวันหนึ่ง” เขาจึงยอมอยู่นิ่งๆ ให้เธอใส่เข็มกลัดให้ พวกเราอยู่ใกล้กันมาก เขาก็เอาแต่จ้องหน้าเธอ และแม้ว่าเธอจะเขินเขามากขนาดไหนก็ต้องฮึบไว้ จะแสดงให้เขาดห็นไม่ได้ว่าเธอน่ะหลงเขาแค่ไหน
“ชิ้นนี้เหมาะกับพี่มากเลยค่ะ” เป็นเครื่องเพชรสำหรับผู้ชายที่ต้องการใช้ออกงานเลี้ยงต่างๆ ลวดลายของมันคือหัวสิงโตตัวใหญ่ที่ถูกล้อมไว้ด้วยเพชรน้ำดี “นอกจากพี่ต้องดูแลหนาวสุดชีวิตแล้วก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพราะตอนนี้พี่มีค่ามากกว่าหนาวอีก” อาหมิงชะงักไป เธอบอกว่ามีค่ามากกว่าเธองั้นเหรอ นี่เธอเล่นเอาเครื่องเพชรที่แพงกว่าตัวเองมาให้เขาใส่อย่างนั้นเหรอ
น้ำหนาวยิ้มกริ่ม ทำขนาดนี้ก็ช่วยรู้ตัวสักนิดเถอะค่ะว่าโดนหนาวจีบอยู่อะ
“วันนี้ห้ามพี่เดินห่างหนาวเกินสามก้าวนะคะ”
“หนาวครับพี่ว่าไม่ใส่ดีกว่า” เขาทำท่าจะเอามันออก
“ถ้าพี่เอามันออกหนาวโกรธนะคะ” แล้วเขาก็หยุดมือ เขากลัวเธอโกรธ! เธอตาโตด้วยความดีใจก่อนจะกลับมาเป็นปกติ หรือว่าเขากลัวเจ้านายอย่างเธอจะไม่พอใจกันแน่ แต่จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ เพราะถึงเขาจะใส่หรือไม่ใส่เขาก็ดูมีเสน่ห์มากๆอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเข็มกลัดเธอแค่หาข้ออ้างเข้าใกล้เขาเท่านั้น
+++
น้ำหนาวได้ที่นั่งแถวหน้าสุดของงาน และเธอก็ไม่ลืมที่จะขอที่นั่งเผื่อให้อาหมิงแล้วด้วย ตอนแรกเขาก็จะยืนดูเธอนั่นแหละ แต่เธอก็อ้างว่าถ้ามีคนคิดจะปล้นเธอจริง อยู่ไกลขนาดนั้นจะช่วยเธอทันได้อย่างไร เขาจึงยอมนั่งข้างเธอแต่โดยดี แล้วทั้งคู่ก็เป็นที่สนใจของคนทั้งงาน มีคนเข้ามาทักทายเธอเป็นระยะ ทั้งเพื่อนที่โรงเรียนเก่า นักธุรกิจ ดารา และยังมีนักการเมืองด้วย เธอคิดว่าวันนี้คงมีคนถ่ายรูปแล้วไปเม้าท์ในเพจต่างๆแน่ ว่าเธอแอบไปมีแฟนเป็นหนุ่มหล่อที่ไหน ซึ่งก็คงจะมีชาวเน็ตไปขุดค้นประวัติพี่เขาทีหลังแน่
“คนนี้แฟนเหรอหนูหนาว” คุณหญิงพริ้มเพื่อนสาวของคุณแม่เธอเอ่ยถามยิ้มๆ
“คนนี้พี่ชายค่ะ แต่หนูอยากได้เขาเป็นลูกเขยให้คุณแม่อยู่เหมือนกัน” เธอพูดจริง แต่ดูเหมือนว่าเธอพูดเล่นเอามากๆ ทักทายกันครู่หนึ่งคุณหญิงพริ้มเดินจากไปแล้ว ยังเหลือแต่คนพี่ที่เอาแต่จ้องเธอ
“เธอชอบพี่เหรอ?” จู่ๆเขาก็ถาม ทั้งๆที่ในนี้มันเสียงดังมาก เธอก็ทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาถาม
“คะ?” เขาจึงขยับเข้ามาใกล้ เอียงหน้ากระซิบที่ข้างหูเธอ
“พี่ถามว่าเธอชอบพี่เหรอ” ในเมื่อเขากล้าถามเธอก็กล้าตอบ ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอมันจะเต้นแรงจนจะออกมาข้างนอกได้แล้วก็ตาม เธอโน้มตัวเข้าหาเขา พร้อมกระซิบกลับไปว่า
“ชอบมากๆ อยากได้สุดๆ” จากนั้นก็ขยิบตาให้เขาหนึ่งที ส่วนเขาทำแค่เพียงส่ายหน้า แล้วเธอก็เห็นว่าหูของเขาขึ้นสีชมพูด้วยแหละ!!
งานแฟชั่นโชว์จบลงด้วยดี เธอเข้าท่องโลกโซเชี่ยลก็เห็นว่าเป็นกระแสมากทีเดียว วันนั้นนอกจากตรวจดูเครื่องเพชรที่ต้องนำกลับไปเก็บแล้ว เธอก็มอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้พี่สาวด้วยเหมือนกัน
“งานออกมาดีมากเลยค่ะพี่ ชุดก็สวยๆทั้งนั้น แล้วหนาวจะเข้าไปหาพี่ที่ห้องเสื้อนะคะ”
“ได้เลยจ่ะ ขอบคุณหนาวมากนะ” วันนั้นมีคนมาร่วมแสดงความยินดีกับพี่มิรินมากมาย เธอเลยไม่ได้คุยอะไรกับนางเอกมากนัก ชำเลืองมองพระรองก็เห็นว่าเขาจ้องนางเอกเป็นพักๆอยู่เหมือนกัน แต่แล้วไง ได้แค่จ้องแหละค่ะ เพราะยังไงคุณก็ต้องเป็นของหนาวอยู่ดี
ตอนที่เดินทางกลับบ้านเธอเข้ามานั่งที่ข้างคนขับ แตกต่างจากตอนมาที่เธอนั่งด้านหลังมาโดยตลอด เขาเองก็ทำเพียงแค่มองเธอเงียบๆ ไม่ได้ว่าอะไร ขึ้นรถมาจนกระทั่งขับมาจวนจะถึงบ้านอยู่แล้วเธอก็เอาแต่จ้องมองเขา
“ผมพี่ยาวแล้วดูหล่อมากเลยค่ะ”
“หนาวจะบอกว่าตอนผมสั้นพี่ดูไม่ดีเหรอครับ”
“จะแบบไหนก็ดูดีค่ะ หนาวชอบทั้งหมดเลย” เขาแปลกใจที่วันนี้น้ำหนาวดูจะเต๊าะเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“วันนี้หนาวก็ดูสวย..” เขาเว้นจังหวะไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “สวยเกินวัยมาก”
“พี่จะพูดว่าสวยเกินไปมากใช่หรือเปล่าคะ” เธอหัวเราะเสียงใส
“หนาวใช่สุดแบบนี้แล้วดูโตมากๆ ดูโตกว่าปกติครับ”
“จะบอกว่าปกติหนาวดูไม่โตว่างั้น”
“จะบอกว่าดูโตกว่ายัยหลิงปีสองปี” เธอไม่อยากจะเชื่อกับคำหยอกของเขา
“พี่ล้อหนาวเล่นแน่ๆ”
“พูดจริง” เธอไม่รู้ว่าจะโมโหหรือจะดีใจดี ที่เขามองว่าเธอดูเด็กในตอนปกติ แล้ววันนี้ก็ดูสวยแบบสาว? ระมั้ง ที่บอกว่าสวยเกินวัยน่ะ
รถเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่โรงรถของตัวบ้านแล้ว แต่น้ำหนาวยังเอาแต่จ้องใบหน้าคมคายของอาหมิงไม่วางตา
“ถึง..”
“ขอจูบหน่อยได้มั้ยคะ”
" ..! "อาหมิงจะบอกว่าถึงแล้วครับ แต่เขายังพูดไม่ทันจะจบเธอก็สวนถามมาทำเอาเขาไปแทบไม่เป็น วันนี้เธอก็ไม่ได้ดื่ม แล้วไปเอาความกล้ามาจากไหนนัก ถึงได้ชวนผู้ชายจูบแบบนี้
“ได้มั้ยคะ?”
“ไม่เล่นครับ” คนพี่ปราม
“หนาวก็ไม่ได้เล่น” เธอย้ำ คราวนี้เป็นเขาที่หันมาสบตาเธอตรงๆ นัยน์ตาทรงเสน่ห์ฉายแววสงสัย
“กล้า?”
“...” เขาถามแบบนี้ความกล้าที่มีอยู่เมื่อครู่ก็เหมือนจะเลือนหายไปทันที เป็นเขาที่คว้าท้ายทอยของเธอเข้าหา ใบหน้าอยู่ห่างกันแค่คืบ
“พี่ให้คิดดูอีกทีว่ากล้าหรือเปล่า”
“...” ก็ไม่ค่อยกล้าแล้ว แต่ถ้าไม่ทำวันนี้ก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสแบบนี้อีกมั้ย เธอเลยโน้มตัวครอบครองริมฝีปากหยักทันที ต่อมาเสียงแลกน้ำลายเปียกเฉอะแฉะก็ดังก้องอยู่ภายในรถ กลางใจของเธอทั้งปั่นป่วน ทั้งเหมือนราวกับถูกราดรดด้วยน้ำหวาน ก็คิดเอาไว้แล้วว่าต้องรู้สึกดีมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะฟินขนาดนี้ ขอเถอะค่ะพระรองคนนี้ ให้เป็นวาสนาของนางร้ายได้มั้ย!
.
.
.
ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เหมือนพวกเขามาเที่ยวจริงๆ กระทั้งอาหลิงรักษาตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็พาน้องอยู่เที่ยวต่ออีกสองวันจึงกลับ เมื่อกลับมาก็ได้รับข่าวดีว่าพี่มิรินกำลังจะแต่งงานแล้ว กับตากล้องชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พระเอกก็ไม่ใช่วาสนาของนางเอกอีกต่อไปแล้ว น้ำหนาวเองก็คิดว่าจะเลิกสนใจเนื้อหาในนิยายนี่แล้ว เพราะเนื้อเรื่องได้เปลี่ยนแปลงมาตั้งนานแล้ว กระทั่งพระเอกยังไม่ตรงปกเลย วันนั้นพวกเขานั่งทานอาหารค่ำด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน “แล้วเมื่อไหร่อาหมิงจะขอน้องแต่งงานสักทีละ” คุณหญิงอรทิราเปรยขึ้นอย่างสบายๆ แต่คนที่กระอักกระอ่วนที่สุดคือน้ำหนาว แล้วคนที่นั่งคอตั้งหูตั้งที่สุดคงเป็นอาหลิง “ผมไม่ติดอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะพร้อมเมื่อไหร่” ตอนนี้กลายเป็นว่าความกดดันมาตกอยู่ที่เธอ ให้ตายสิ เธอก็เลยพูดไปแบบกวนๆ “ความจริงหนูพร้อมตั้งนานแล้วนะคะ พี่เหอะเมื่อไหร่จะขอ” เธอหยักคิ้วใส่เขา “งั้นเราแต่งงานกันนะครับ” “ฮะ?” ง่ายแบบนี้เลย? เป็นคุณแม่กับอาหลิงที่หัวเราะกันยกใหญ่ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดอยู่ตรงหน้าเธอในนั้นมีแหวนเพชรน้ำงามอยู่วงหนึ่ง “แต่งงานกับพี่นะครับ” บอกตามตรงว่าเธอไม่คิดไม่ฝันว่
พวกเขาเดินทางมาถึงญี่ปุ่นอย่างราบรื่น อาหลิงถูกพาไปโรงพยาบาลที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญรอทำการรักษาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งอาหมิงก็พาคนดูแลมาด้วยอีกสองสามคน และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามาเที่ยวด้วยกันเสียมากกว่า พวกเขาเลือกพักโรงแรมเรียวกังขนาดใหญ่และเป็นส่วนตัวมาก แน่นอนว่าพวกเขาที่หมายถึงไม่มีอาหลิงอยู่ในนั้นด้วย เพราะน้องต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อาหลิงงอแงอยากไปเที่ยวช่วงแรก แต่ก็โดนผู้เป็นพี่คุมกำเนิด แต่ทุกอย่างที่น้องอยากจะได้ก็จะได้รับมันทั้งหมดหลังรักษาเสร็จ อาหลิงจึงมีแรงฮึดในการรักษามากๆ เพราะเธอตั้งใจจะรีดไถให้พี่ชายหมดตัวกันไปข้าง แต่ที่อาหลิงไม่รู้คือพี่ชายของเธอน่ะโคตรรวย และไม่มีทางหมดตัวง่ายๆอย่างที่เจ้าตัวคิด “หนาวหิวมั้ยครับ จะทานข้าวก่อนหรือจะพักผ่อนก่อนดี” “อือ.. ตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวค่ะ” “งั้นพักก่อนนะครับ” “ค่ะ” เมื่อตกลงกันดังนั้นเขาทั้งสองก็ตรงไปยังห้องสวีตทันที ถึงที่นี่จะเป็นโรงแรมดังมีแขกเข้าพักไม่ขาด แต่กลับดูสงบมากสมกับเป็นญี่ปุ่นโดยแท้ เมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปก็จะพบกับสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดย่อม ทั้งมองไปด้านนอกก็เป็นวิวภูเขาไฟฟูจิ จนน
ในที่สุดสองพี่น้องก็ได้พบกันสักที หลังจากที่ต้องโกหกคนน้องมานาน แต่ดูเหมือนว่าอาหลิงไม่ได้สนใจพี่ชายขนาดนั้น กลับกันอาหลิงดูจะติดน้ำหนาวเสียมากกว่า “พี่หาข้อมูลมาแล้วนะเราต้องไปรักษาที่ญี่ปุ่น คุณหมอที่เชี่ยวชาญโรคนี้อยู่ที่นั่น” “พี่หนาวไปด้วยหรือเปล่าคะ” อาหมิงเลยหันมามองน้ำหนาวเป็นเชิงว่าไปด้วยกันได้มั้ย แล้วอาหมิงก็เห็นถึงความกังวลจากแววตาเธอ “เรื่องงานไม่ต้องห่วง พี่หาคนมาจัดการให้ได้” เอาเว่ย การมีแฟนเป็นขาทองคำนี่มันดีอย่างนี้ “อย่างนั้นก็ได้ค่ะ จะได้ดูแลน้องด้วย” เธอไปด้วยก็น่าจะดีกว่ายังไงก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายก็ดูจะไม่สะดวกนักเมื่อตกลงกันเสร็จอาหมิงก็ไม่ยอมกลับ แต่ขอนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วย แน่นอนว่าเขาขอนอนกับน้ำหนาว ซึ่งเธอไม่ค่อยจะสบายใจนัก “พี่หมิงคะ แบบนี้มันเรียกว่าผิดผีเปล่า” “แต่เราก็ผิดกันไปแล้วนะ” เขาเลิกคิ้ว ส่วนน้ำหนาวก็ขำ เธอไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่เธอเกรงใจคุณแม่ต่างหาก ในวันที่ท่านไม่อยู่บ้าน พวกเธอก็จะทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ “ถ้างั้นพี่นอนห้องรับแขกนะ” “พี่นอนไหนก็ได้แต่หนาวต้องไปนอนกับพี่ด้วย” บทจะเอาแต่ใจเขาก็เอาแต่ใจมากเลยนะผู้ชายคนนี้ สรุปคื
วันนั้นทั้งวันทุกคนในบริษัทวุ่นวายกันหมดตั้งแต่บนลงล่าง แต่ก็ได้คนของอาหมิงเข้ามาดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ทั้งยังจ้างฝ่ายบริหารนอกเข้ามาจัดการระบบทันที เพื่อไม่ให้การทำงานหยุดชะงัก ตอนนี้คนพี่นั่งอยู่ในห้องทำงานของคนน้อง ห้องที่เขาไม่ได้มาที่นี่เสียนาน “ที่นี่คนไม่เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอ” พอเขาได้มาอยู่ที่นี่ก็นึกถึงเมื่อก่อนขึ้นมา “หนาวจัดห้องให้พวกเขาแล้วค่ะ จะได้มีเวลาอู้บ้าง ช่วงแรกเป็นหนาวที่อยากเร่งสร้างผลงานก็เลยต้องให้พวกเขาอยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อความรวดเร็วและเรียบร้อย” คนพี่เองก็พยักหน้ารับ “เหนื่อยมากมั้ยครับ” “ก็พอไหวอยู่ค่ะ พี่เถอะ ไปไงมาไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียได้” “มาเฟียอะไร นั่นน่ะการ์ดบริษัทพี่ทั้งนั้น” “ฮะ? อ่าว” น้ำหนาวยิ้มเจื่อนคิดว่าจะได้แฟนเป็นมาเฟียท่านหนึ่งเสียแล้ว “แต่ที่หนาวพูดก็ไม่ผิดหนัก ตระกูลพ่อพี่ทำงานสีเทาหลายอย่าง” เธอพยักหน้ารับ ก็ว่าแล้วก็ทรงเขาน่ะ เหมือนพระเอกมาเฟียสุดๆไปเลย เพราะการ์ดพี่เขาแต่ละคนทั้งดูโหดและมีรอยสักเต็มตัว การ์ดที่บ้านเธอก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้ “หนาวครับ” “คะ?” “ตอนนี้พี่คือผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท” เขาเปรยขึ้น ซ
วันต่อมาน้ำหนาวต้องเข้าประชุมแต่เช้า ส่วนคุณหญิงต้องเดินทางไปงานที่ฝรั่งเศส เธอเลยต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนของท่านประธาน แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องวุ่นวายจะเกิดขึ้นมากมายในวันนี้ จู่ๆก่อนเข้าประชุมเพียงไม่กี่นาที เธอก็ได้รับสายจากรุ่นน้องว่าเธอถูกแผนกไล่ออก เพราะทำผิดกฎบริษัท เรื่องนี้ทำให้รุ่นน้องกังวลมาก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเล่นใหญ่กระทั่งโดนสอบปากคำหรือเปล่า แต่แล้วนี่มันอะไรกัน พวกนั้นต่างหากไม่ใช่เหรอที่เป็นคนโกงบริษัทน่ะ น้ำหนาวทั้งโกรธทั้งโมโห พวกนั้นไหวตัวได้ไวกว่าที่เธอจะจัดการได้ และนี่เป็นการประกาศสงครามกับเธอแบบกลายๆแล้ว แม้ว่าภายในใจเธอจะกังวลมาก แล้วตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่อยู่อีก แต่เธอก็พยายามคุมสติตัวเองไว้แล้วก็นิ่งให้ได้มากที่สุด และเธอก็ได้รู้ในเวลาต่อมาว่าพวกมันไม่ได้มาเล่นๆ แล้วก็กะเอาตายกันไปข้าง “ไม่คิดว่าหลักฐานเท็จแบบนี้ก็ยังมีคนกล้าทำขึ้นมา” เธอแสยะยิ้ม เมื่อพวกบอร์ดถือหุ้นพวกนี้เล่นสกปรก “เรื่องนี้เอาไว้ให้กองบังคับคดีเป็นผู้ตรวจสอบจะดีกว่า” คุณทรงพลผู้ถือหุ้นคนหนึ่งกล่าวขึ้น เธอกำหมัดแน่น ถ้าหากเธอจัดการไม่ได้แล้วเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาบริษัทคงหุ้นร่วงแน่ และเธอคงไม่สาม
เดินมาจนถึงหน้ารถลีมูซีนที่มีการ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินมา การ์ดก็เปิดประตูรถด้านหลังให้ทันที “เข้าไป” “มีอะไรก็คุยกันตรงนี้เถอะค่ะ” “พี่จะไปส่ง เข้าไปก่อน” เมื่อเห็นว่าเธอดูยังไงก็คงไม่ยอมลงให้เขา เขาก็เลยใช้ไม้อ่อนคุยกับเธอดีๆ ซึ่งน้ำหนาวก็จ้องเขาอยู่นาน กว่าจะยอมเข้าไปนั่งในรถดีๆ ประตูรถถูกปิดลงเมื่อเจ้านายเข้าไปนั่งด้านในแล้ว การ์ดจึงเดินไปนั่งที่นั่งคนขับ “จะกลับบริษัทหรือกลับบ้านครับ” อาหมิงถาม “บ้านค่ะ” เธอตอบแค่นั้น อาหมิงจึงหันไปสั่งลูกน้องก่อนจะกดปิดม่านกั้นระหว่างที่นั่งคนขับลงทั้งสองนั่งตรงข้ามกันเพื่อให้มองเห็นหน้ากันชัดๆ น้ำหนาวยกขาไขว่ห้างแถมยังนำมือมากอดอกไว้ เป็นภาษากายที่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการคุยกับเขา ตอนนี้เธอเอาแต่สำรวจเขาจนทั่ว ดูเหมือนเขาจะดูดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งยังดูน่ากลัวขึ้นมากก่วาเดิมด้วย ตอนนี้เขาก็ยังใส่ชุดสูท แต่เป็นชุดสูทจากแบรนด์หรู แน่นอนว่ามันราคาแพงกว่าสูทที่เขาใส่เมื่อก่อนมาก เขาเองก็เอาแต่จับจ้องเธอไม่วางตา รออยู่นานเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาสักที เป็นเธอที่ต้องเปิดปากพูดก่อน “พี่มีอะไรจะคุยก็พูดมาค่ะ” “ถึงจะช้า







