LOGINทีมใหม่ของเธอเริ่มทำงานมาได้สักพักแล้ว ตอนแรกก็ยังต้องได้ปรับตัวกันอยู่บ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาก็เริ่มคล่องแล้ว ทำงานเข้ากันได้ดีทีเดียว ทีมงานใหม่ถูกเรียกเข้ามาทำงานในห้องเธอทั้งหมด ห้องทำงานของเธอตอนนี้จึงดูเล็กลงไปมาก
โต๊ะถูกนำเข้ามาใหม่ และเธอไม่รับแขกที่นี่ แต่จะเชิญไปยังที่รับรองแขกแทน เพราะเธอไม่ต้องการให้งานใหม่ของเธอถูกก็อปจากผู้ไม่หวังดี แล้วเธอก็จัดการข่มขู่พวกเด็กใหม่เอาไว้แล้ว
“หากใครกล้าหักหลังหนาว ให้ดูหน้าบอดี้การ์ดหล่อๆที่ยืนอยู่ตรงนั้นเอาไว้นะคะ เขาฆ่าคนเก่งมาก”
“...” ทุกคนได้แต่อึ้งกับคำพูดของหัวหน้าคนใหม่ แต่จะว่ายังไงดีละ เธอให้เงินดีมากเลยนี่นา พวกเขาเลยได้แต่ก้มหน้าทำงานไป แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกันจริงๆก็พบว่าหัวหน้าเป็นคนที่นิสัยดีคนหนึ่ง ถึงจะชอบเร่งงานพวกเขามากก็ตาม
เธอแพลนคอนเช็ปงานเอาไว้หมดแล้ว ก่อนจะบรีฟทีมทั้งหมด
“ตรงนี้ดีไชน์เนอร์ต้องเหนื่อยหน่อยนะคะ หนาวอยากได้ชุดที่ผู้ชายรวยๆคนหนึ่งจะชื้อมันให้เป็นของขวันกับคนรักที่อยู่ในวัยมหาลัยจนถึงวัยทำงานค่ะ”
“โห.. คุณหนาว ทำไมถึงคิดเจาะลูกค้ากลุ่มนี้ละคะ” พนักงานสาวคนหนึ่งถามขึ้น
“ก็เพราะว่าพวกเขารวยมากยังไงละ” เธอหัวเราะเสียงใส พวกเขาอาจมีคนรักมากกว่าหนึ่งคนด้วยซ้ำไป "แล้วที่สำคัญขอแบบดูเรียบๆ แต่ดูมีอะไรนะคะ ช่วงวัยนี้พวกเธอคงไม่ชอบอะไรที่มันหวือหวามากหนัก"
“ได้เลยครับ” ทุกคนแยกย้ายไปทำงานกัน ซึ่งที่บอกว่าแยกยายก็หมายถึงแยกกันไปนั่งที่โต๊ะติดๆกันในห้องทำงานของเธอนั่นเอง ตอนนี้อาหมิงมีที่นั่งใหม่เป็นของตัวเองแล้ว ซึ่งน้ำหนาวเลือกให้เขามานั่งข้างๆเธอเยื้องไปด้านหลังนิดหนึ่ง พอเธอต้องการกำลังใจก็จะหันไปมองหน้าหล่อๆของเขา แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ เมื่อเช็กดูตารางงานก็รีบหันไปหาอาหมิง
“พี่คะ”
“ครับ”
“พรุ่งนี้งานหนักหน่อยนะคะ ต้องเคลื่อนย้ายเครื่องเพชรหลายชุด” ความจริงมีอีกทีมที่จัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เธอไม่ค่อยไว้ใจนัก เลยให้คนพี่ช่วยอีกแรง
“ได้ครับ”
“พี่ช่วยหาเพื่อนมาอีกสักสี่ห้าคนได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ” ยังไงที่บริษัทที่พี่เขาสังกัดก็ฝึกคนเอาไว้มากมายอยู่แล้ว
“ขอบคุณมากค่ะ”
+++
อาหมิงเข้าไปคุมงานตามที่น้ำหนาวบอก โดยเป็นการเคลื่อนย้ายเครื่องเพชรหลายชุด และเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้นจนได้ มีการปล้นเกิดขึ้นในวันนั้น ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตน แต่ดูเหมือนทีมที่ให้มาดูแลอยู่ก่อนจะไม่ค่อยช่วยเหลือทีมของอาหมิงนัก
วันนั้นจึงมีทั้งการต่อสู้และยิงกันไปหลายนัด ไม่มีใครตาย แต่อาหมิงได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายจนถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้ ดีที่เครื่องเพชรไม่ได้หาย ตอนนี้ทั่วทั้งบริษัทจึงวุ่นวายกันไปหมด
“คุณแม่ขา”
“ว่าไงลูก” เมื่อเห็นลูกสาวเอ่ยเสียงอ้อนๆ ก็ทำให้ผู้เป็นแม่นึกสงสัย
“หนาวประชุมแบบออนไลน์ได้มั้ยคะ หนาวอยากไปดูอาการพี่หมิงอะ”
“ไปเถอะ ที่นี่แม่จัดการเอง”
“ค่ะ” เธอจึงรีบเก็บของเป็นพวกแท็บเล็ตเข้ากระเป๋า
“ดีที่ลูกเรียกการ์ดมาเพิ่ม”
“เรื่องนี้ไว้เราค่อยไปคุยกันที่บ้านนะคะ” คุณหญิงอรทิราพยักหน้ารับ
“ดูแลพี่เขาดีๆละ”
“ค่ะคุณแม่”
+++
โรงพยาบาล
เข้ามาในห้องพักฟื้นก็เห็นว่าเขาตื่นแล้ว ที่แขนขวาถูกพันด้วยผ้าก็อซทั้งยังแขวนบ่าเอาไว้
“พี่เป็นยังไงบ้างคะ” เธอรีบปรี่มาที่ข้างเตียง ทั้งยังมองสำรวจเขาไปจนทั่ว
“ไม่เป็นไรมากครับ กระสุนแค่เสียดๆเท่านั้น” เขาอธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น
“ขอโทษนะคะที่พึ่งมาเอาป่านนี้” วันนี้ทั้งวันเธอมีเรื่องให้จัดการมากมาย ทั้งนักข่าวที่แห่มาทำข่าวอยู่หน้าตึกทำให้การสัญจรติดขัด เขาโทร์มาบอกกับเธอแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก ก็ถ้าเกิดเขาเจ็บหนัก เรื่องอื่นเธอก็จะปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นเเหละ เพราะพี่หมิงต้องมาก่อนอยู่แล้ว
“ไม่เป็นไรครับ พี่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก มีทั้งคุณหมอแล้วก็พยาบาลดูอยู่”
“หนาวให้คนรถไปรับหลิงที่โรงเรียนแล้วนะคะ ไม่นานคงมาถึง”
“ขอบคุณที่เป็นธุระให้นะครับ”
“หนาวสิต้องขอบคุณพี่ แล้วก็ขอบคุณมากด้วยที่พี่ไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ แต่ถ้าหากเกิดเรื่องแบบนี้ พี่ก็ปล่อยพวกมันไปเถอะค่ะ ห้ามเอาตัวไปเสี่ยงอีก”
“พี่ต้องทำตามหน้าที่อยู่แล้ว”
“ไม่ได้ค่ะ คราวหน้า" เธอหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ "ไม่คราวหน้าสิ หนาวไม่ให้พี่ไปแล้ว” เธอยังพูดอย่างเอาแต่ใจ อาหมิงเองก็เพียงยิ้มอ่อนให้เธอ
“พี่หิวข้าวหรือยังคะ” จากนั้นเธอก็จัดแจงดูแลเขาทั้งหมด ประหนึ่งว่าเธอคือพยาบาลส่วนตัวของเขา ทั้งในใจก็รู้สึกผิดที่ส่งเขาไปเสี่ยงอันตรายขนาดนั้น ต่อไปนี้เธอไม่เอาอีกแล้วละ จะจ้างทีมใหม่ทั้งหมด ส่วนการ์ดคนนี้ดูแลปกป้องเธอคนเดียวก็พอแล้ว
ไม่นานหลังจากนั้นอาหลิงก็มาถึง ช่วงเย็นๆคุณแม่ก็ตามมาดูอาการด้วย เธออาสาจะเป็นคนเฝ้าไข้อาหมิงเอง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ต้องเฝ้าเองก็ได้ คุณหญิงอรทิราก็เอ๊ะมาสักพักแล้วละ ว่าเด็กสองคนนี้มันยังไง ไว้เธอค่อยเค้นความเอากับลูกสาวตัวดีของเธอก็ได้ เพราะถึงจะบังคับให้กลับบ้านยังไงเธอก็คงจะไม่กลับ
“งั้นมีอะไรก็โทรหาแม่นะลูก วันนี้แม่จะพาอาหลิงกลับก่อน”
“หลิงขออยู่ด้วยได้มั้ยคะคุณป้าอร”
“ไม่ได้จ่ะ พรุ่งนี้หนูหลิงต้องไปโรงเรียน” อาหลิงหน้ายู่ ดูก็รู้ว่าอยากโดดเรียน เเต่เธอก็เรียกร้องอะไรมากไม่ได้จึงต้องกลับบ้านไปในที่สุด
“ความจริงหนาวไม่ต้องอยู่เฝ้าพี่ก็ได้นะครับ”
“ได้ยังไงคะ หนาวอยู่น่ะถูกแล้ว” เธอไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง
“หนาวไม่อาบน้ำวันหนึ่ง พี่จะมองว่าหนาวสกปรกมั้ยคะ ต้องให้พี่พิสูจน์แล้วละ” เธอยื่นแก้มซ้ายให้เขาหอมที ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นแก้มขวา “ตัวเหม็นมั้ยคะ” เธอถามเขาอย่างซุกซน
“ขอพิสูจน์อีกรอบได้มั้ยครับ” ก็เข้าทางเธอแล้วสิทีนี้ รีบยื่นหน้าเข้าหาเขาอีกรอบ แต่คราวนี้อาหมิงเปลี่ยนเป้าหมาย จากแก้มขาวเป็นสูดดมกลิ่นกายจากซอกคอระหง ไม่พอเขายังใช้ลิ้นร้อนไล้เลียเป็นการเย้าเธอเล่น
“พี่หมิง!” เธอเรียกเขาเสียงดัง ไม่คิดว่าเขาจะเล่นเธอกลับแบบนี้ มันจะเกินไปแล้วนะคะคุณพระรอง คุณจะมาเล่นกับใจเราขนาดนี้ไม่ได้นะ คนมันยิ่งอยากได้อยู่ เขาก็ทำเพียงขำใส่เธอ
“มาเถอะ ขึ้นมานอนกับพี่” ชวนกันแบบนี้เลยดิ แต่ไม่ปฏิเสธหรอกนะคะ ถ้าปฏิเสธก็โง่แล้ว
ใครจะไปคิดว่าคนที่คิดว่าจะจีบไม่ติดในวันนั้น วันนี้จะติดเธอเอามากๆ ภายนอกเขาดูนิ่งๆ แต่ตอนที่อยู่กับเธอสองต่อสองเขาติดสกินชิพมากๆ ตอนขับรถมาที่บริษัทตอนเช้า ตอนที่กลับถึงบ้านตอนเย็น เขาต้องตักตวงและมอบรสจูบแสนเร่าร้อนให้เธอทุกครั้ง
มันเป็นแบบนี้มาสักพักแล้ว ความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี่ แต่ก็เอาเถอะ ค่อยจับเขาแต่งงานทีเดียวเลย ไม่มีทางยอมให้เขาทิ้งเธอแน่ เรื่องนี้นางร้ายไม่ได้เกิดค่ะ เพราะเธอไม่ได้ชอบพระเอก แล้วพระรองก็ไม่ได้เกิดเช่นกัน เพราะน้ำหนาวคนนี้ไม่ยอมให้เขาไปชอบนางเอกเหมือนในเรื่อง!
.
ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เหมือนพวกเขามาเที่ยวจริงๆ กระทั้งอาหลิงรักษาตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็พาน้องอยู่เที่ยวต่ออีกสองวันจึงกลับ เมื่อกลับมาก็ได้รับข่าวดีว่าพี่มิรินกำลังจะแต่งงานแล้ว กับตากล้องชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พระเอกก็ไม่ใช่วาสนาของนางเอกอีกต่อไปแล้ว น้ำหนาวเองก็คิดว่าจะเลิกสนใจเนื้อหาในนิยายนี่แล้ว เพราะเนื้อเรื่องได้เปลี่ยนแปลงมาตั้งนานแล้ว กระทั่งพระเอกยังไม่ตรงปกเลย วันนั้นพวกเขานั่งทานอาหารค่ำด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน “แล้วเมื่อไหร่อาหมิงจะขอน้องแต่งงานสักทีละ” คุณหญิงอรทิราเปรยขึ้นอย่างสบายๆ แต่คนที่กระอักกระอ่วนที่สุดคือน้ำหนาว แล้วคนที่นั่งคอตั้งหูตั้งที่สุดคงเป็นอาหลิง “ผมไม่ติดอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะพร้อมเมื่อไหร่” ตอนนี้กลายเป็นว่าความกดดันมาตกอยู่ที่เธอ ให้ตายสิ เธอก็เลยพูดไปแบบกวนๆ “ความจริงหนูพร้อมตั้งนานแล้วนะคะ พี่เหอะเมื่อไหร่จะขอ” เธอหยักคิ้วใส่เขา “งั้นเราแต่งงานกันนะครับ” “ฮะ?” ง่ายแบบนี้เลย? เป็นคุณแม่กับอาหลิงที่หัวเราะกันยกใหญ่ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดอยู่ตรงหน้าเธอในนั้นมีแหวนเพชรน้ำงามอยู่วงหนึ่ง “แต่งงานกับพี่นะครับ” บอกตามตรงว่าเธอไม่คิดไม่ฝันว่
พวกเขาเดินทางมาถึงญี่ปุ่นอย่างราบรื่น อาหลิงถูกพาไปโรงพยาบาลที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญรอทำการรักษาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งอาหมิงก็พาคนดูแลมาด้วยอีกสองสามคน และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามาเที่ยวด้วยกันเสียมากกว่า พวกเขาเลือกพักโรงแรมเรียวกังขนาดใหญ่และเป็นส่วนตัวมาก แน่นอนว่าพวกเขาที่หมายถึงไม่มีอาหลิงอยู่ในนั้นด้วย เพราะน้องต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อาหลิงงอแงอยากไปเที่ยวช่วงแรก แต่ก็โดนผู้เป็นพี่คุมกำเนิด แต่ทุกอย่างที่น้องอยากจะได้ก็จะได้รับมันทั้งหมดหลังรักษาเสร็จ อาหลิงจึงมีแรงฮึดในการรักษามากๆ เพราะเธอตั้งใจจะรีดไถให้พี่ชายหมดตัวกันไปข้าง แต่ที่อาหลิงไม่รู้คือพี่ชายของเธอน่ะโคตรรวย และไม่มีทางหมดตัวง่ายๆอย่างที่เจ้าตัวคิด “หนาวหิวมั้ยครับ จะทานข้าวก่อนหรือจะพักผ่อนก่อนดี” “อือ.. ตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวค่ะ” “งั้นพักก่อนนะครับ” “ค่ะ” เมื่อตกลงกันดังนั้นเขาทั้งสองก็ตรงไปยังห้องสวีตทันที ถึงที่นี่จะเป็นโรงแรมดังมีแขกเข้าพักไม่ขาด แต่กลับดูสงบมากสมกับเป็นญี่ปุ่นโดยแท้ เมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปก็จะพบกับสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดย่อม ทั้งมองไปด้านนอกก็เป็นวิวภูเขาไฟฟูจิ จนน
ในที่สุดสองพี่น้องก็ได้พบกันสักที หลังจากที่ต้องโกหกคนน้องมานาน แต่ดูเหมือนว่าอาหลิงไม่ได้สนใจพี่ชายขนาดนั้น กลับกันอาหลิงดูจะติดน้ำหนาวเสียมากกว่า “พี่หาข้อมูลมาแล้วนะเราต้องไปรักษาที่ญี่ปุ่น คุณหมอที่เชี่ยวชาญโรคนี้อยู่ที่นั่น” “พี่หนาวไปด้วยหรือเปล่าคะ” อาหมิงเลยหันมามองน้ำหนาวเป็นเชิงว่าไปด้วยกันได้มั้ย แล้วอาหมิงก็เห็นถึงความกังวลจากแววตาเธอ “เรื่องงานไม่ต้องห่วง พี่หาคนมาจัดการให้ได้” เอาเว่ย การมีแฟนเป็นขาทองคำนี่มันดีอย่างนี้ “อย่างนั้นก็ได้ค่ะ จะได้ดูแลน้องด้วย” เธอไปด้วยก็น่าจะดีกว่ายังไงก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายก็ดูจะไม่สะดวกนักเมื่อตกลงกันเสร็จอาหมิงก็ไม่ยอมกลับ แต่ขอนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วย แน่นอนว่าเขาขอนอนกับน้ำหนาว ซึ่งเธอไม่ค่อยจะสบายใจนัก “พี่หมิงคะ แบบนี้มันเรียกว่าผิดผีเปล่า” “แต่เราก็ผิดกันไปแล้วนะ” เขาเลิกคิ้ว ส่วนน้ำหนาวก็ขำ เธอไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่เธอเกรงใจคุณแม่ต่างหาก ในวันที่ท่านไม่อยู่บ้าน พวกเธอก็จะทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ “ถ้างั้นพี่นอนห้องรับแขกนะ” “พี่นอนไหนก็ได้แต่หนาวต้องไปนอนกับพี่ด้วย” บทจะเอาแต่ใจเขาก็เอาแต่ใจมากเลยนะผู้ชายคนนี้ สรุปคื
วันนั้นทั้งวันทุกคนในบริษัทวุ่นวายกันหมดตั้งแต่บนลงล่าง แต่ก็ได้คนของอาหมิงเข้ามาดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ทั้งยังจ้างฝ่ายบริหารนอกเข้ามาจัดการระบบทันที เพื่อไม่ให้การทำงานหยุดชะงัก ตอนนี้คนพี่นั่งอยู่ในห้องทำงานของคนน้อง ห้องที่เขาไม่ได้มาที่นี่เสียนาน “ที่นี่คนไม่เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอ” พอเขาได้มาอยู่ที่นี่ก็นึกถึงเมื่อก่อนขึ้นมา “หนาวจัดห้องให้พวกเขาแล้วค่ะ จะได้มีเวลาอู้บ้าง ช่วงแรกเป็นหนาวที่อยากเร่งสร้างผลงานก็เลยต้องให้พวกเขาอยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อความรวดเร็วและเรียบร้อย” คนพี่เองก็พยักหน้ารับ “เหนื่อยมากมั้ยครับ” “ก็พอไหวอยู่ค่ะ พี่เถอะ ไปไงมาไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียได้” “มาเฟียอะไร นั่นน่ะการ์ดบริษัทพี่ทั้งนั้น” “ฮะ? อ่าว” น้ำหนาวยิ้มเจื่อนคิดว่าจะได้แฟนเป็นมาเฟียท่านหนึ่งเสียแล้ว “แต่ที่หนาวพูดก็ไม่ผิดหนัก ตระกูลพ่อพี่ทำงานสีเทาหลายอย่าง” เธอพยักหน้ารับ ก็ว่าแล้วก็ทรงเขาน่ะ เหมือนพระเอกมาเฟียสุดๆไปเลย เพราะการ์ดพี่เขาแต่ละคนทั้งดูโหดและมีรอยสักเต็มตัว การ์ดที่บ้านเธอก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้ “หนาวครับ” “คะ?” “ตอนนี้พี่คือผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท” เขาเปรยขึ้น ซ
วันต่อมาน้ำหนาวต้องเข้าประชุมแต่เช้า ส่วนคุณหญิงต้องเดินทางไปงานที่ฝรั่งเศส เธอเลยต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนของท่านประธาน แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องวุ่นวายจะเกิดขึ้นมากมายในวันนี้ จู่ๆก่อนเข้าประชุมเพียงไม่กี่นาที เธอก็ได้รับสายจากรุ่นน้องว่าเธอถูกแผนกไล่ออก เพราะทำผิดกฎบริษัท เรื่องนี้ทำให้รุ่นน้องกังวลมาก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเล่นใหญ่กระทั่งโดนสอบปากคำหรือเปล่า แต่แล้วนี่มันอะไรกัน พวกนั้นต่างหากไม่ใช่เหรอที่เป็นคนโกงบริษัทน่ะ น้ำหนาวทั้งโกรธทั้งโมโห พวกนั้นไหวตัวได้ไวกว่าที่เธอจะจัดการได้ และนี่เป็นการประกาศสงครามกับเธอแบบกลายๆแล้ว แม้ว่าภายในใจเธอจะกังวลมาก แล้วตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่อยู่อีก แต่เธอก็พยายามคุมสติตัวเองไว้แล้วก็นิ่งให้ได้มากที่สุด และเธอก็ได้รู้ในเวลาต่อมาว่าพวกมันไม่ได้มาเล่นๆ แล้วก็กะเอาตายกันไปข้าง “ไม่คิดว่าหลักฐานเท็จแบบนี้ก็ยังมีคนกล้าทำขึ้นมา” เธอแสยะยิ้ม เมื่อพวกบอร์ดถือหุ้นพวกนี้เล่นสกปรก “เรื่องนี้เอาไว้ให้กองบังคับคดีเป็นผู้ตรวจสอบจะดีกว่า” คุณทรงพลผู้ถือหุ้นคนหนึ่งกล่าวขึ้น เธอกำหมัดแน่น ถ้าหากเธอจัดการไม่ได้แล้วเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาบริษัทคงหุ้นร่วงแน่ และเธอคงไม่สาม
เดินมาจนถึงหน้ารถลีมูซีนที่มีการ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินมา การ์ดก็เปิดประตูรถด้านหลังให้ทันที “เข้าไป” “มีอะไรก็คุยกันตรงนี้เถอะค่ะ” “พี่จะไปส่ง เข้าไปก่อน” เมื่อเห็นว่าเธอดูยังไงก็คงไม่ยอมลงให้เขา เขาก็เลยใช้ไม้อ่อนคุยกับเธอดีๆ ซึ่งน้ำหนาวก็จ้องเขาอยู่นาน กว่าจะยอมเข้าไปนั่งในรถดีๆ ประตูรถถูกปิดลงเมื่อเจ้านายเข้าไปนั่งด้านในแล้ว การ์ดจึงเดินไปนั่งที่นั่งคนขับ “จะกลับบริษัทหรือกลับบ้านครับ” อาหมิงถาม “บ้านค่ะ” เธอตอบแค่นั้น อาหมิงจึงหันไปสั่งลูกน้องก่อนจะกดปิดม่านกั้นระหว่างที่นั่งคนขับลงทั้งสองนั่งตรงข้ามกันเพื่อให้มองเห็นหน้ากันชัดๆ น้ำหนาวยกขาไขว่ห้างแถมยังนำมือมากอดอกไว้ เป็นภาษากายที่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการคุยกับเขา ตอนนี้เธอเอาแต่สำรวจเขาจนทั่ว ดูเหมือนเขาจะดูดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งยังดูน่ากลัวขึ้นมากก่วาเดิมด้วย ตอนนี้เขาก็ยังใส่ชุดสูท แต่เป็นชุดสูทจากแบรนด์หรู แน่นอนว่ามันราคาแพงกว่าสูทที่เขาใส่เมื่อก่อนมาก เขาเองก็เอาแต่จับจ้องเธอไม่วางตา รออยู่นานเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาสักที เป็นเธอที่ต้องเปิดปากพูดก่อน “พี่มีอะไรจะคุยก็พูดมาค่ะ” “ถึงจะช้า







