LOGINคืนนั้นเมื่อน้ำหนาวกลับขึ้นห้องตัวเองไป อาหมิงก็โทรหาคุณหญิงอรทิรา ท่านจึงอนุญาตให้เข้าพบที่ห้องทำงาน อาหมิงตัดสินใจแล้วว่าจะลาออกจากการเป็นการ์ดของน้ำหนาว และยังขอร้องให้คุณหญิงอรทิรารับดูแลน้องสาวในช่วงที่เขาไม่อยู่
เขาวางสมุดบัญชีของเขาทุกเล่มให้กับคุณหญิง บอกว่านี่คือค่าเลี้ยงดูน้องสาวของเขา คุณหญิงไม่ได้พูดอะไรเพียงรับไว้เท่านั้น ถึงคุณหญิงจะไม่รับเพราะยังไงอาหลิงก็เป็นลูกของพี่หลง คนที่มีพระคุณกับเธอ แต่ผู้ชายก็มีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเอง ถ้าคนแก่อย่างเธอยังทำตัวเป็นไม้ขวางลำก็กลัวว่าเด็กหนุ่มเลือดร้อนอย่างอาหมิงจะพาน้องสาวออกไปเสี่ยงอันตรายด้วยแล้ว
ซึ่งนั่นมันจะทำให้เรื่องยิ่งยุ่งยากไปกันใหญ่ ชีวิตคนน่ะพอสูญเสียไปแล้ว ไม่สามารถนำกลับมาได้แล้วนะ บทเรียนก็มีให้เห็นอยู่มากมาย ทั้งหนูอาหลิงยังไม่สบายอยู่ด้วย เธอไม่อยากให้หลานสาวต้องออกไปลำบากข้างนอก อาหมิงตัดสินใจแบบนี้ก็ดีกับน้องสาวมากแล้ว
“อาหมิงคงตัดสินใจมาดีแล้ว ถึงน้าจะห้ามอาหมิงก็คงไม่ฟัง”
“ฝากอาหลิงด้วยนะครับคุณน้า” ท่าทางของอาหมิงดูนิ่งขรึมเหมือนผู้เป็นพ่อมาก
“จะไปคืนนี้เลยเหรอ”
“ครับ”
“บอกน้ำหนาวหรือยัง”
“...” ความเงียบก็คือคำตอบอย่างหนึ่ง
“ยังสินะ แล้วคิดว่าจะไม่บอกหรือไง”
“คิดว่าถ้าบอกผมคงไม่ได้ออกไปแน่” คุณหญิงเองก็พยักหน้ารับ
“นี่คงไม่ใช่ว่าจะไปหาคุณปู่หรอกนะ”
“จะไปครับ แต่ไม่ใช่ในฐานะหลาน”
“หมายความว่ายังไง” คุณหญิงอรทิราเลิกคิ้ว
“ผมจะไปทวงทุกอย่างที่ควรจะเป็นของป๊าคืน เรื่องนี้ไว้ผมจัดการเสร็จผมจะบอกให้คุณน้าทราบครับ”
“อื่ม” คุณหญิงเองก็เป็นเพียงคนนอก เธอไม่ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของตระกูลของพี่หลงนัก รู้เพียงว่าครอบครัวพี่เขาทำธุรกิจสีเทา พวกเขาร่ำรวยมากๆ ไปที่ไหนก็มีแต่คนเกรงใจ แต่เธอและสามีก็ไม่ได้เข้าไปพัวพันด้านมืดพวกนั้น แต่พี่หลงก็ยังคอยแอบช่วยพวกเราอยู่ห่างๆเหมือนกัน
“ไปเถอะ ยังไงก็รอดกลับมาให้ได้ละ”
“ครับ” คุณปู่ที่พูดถึง คือคุณปู่เล็ก เขาไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่เป็นอาของคุณพ่อเขา เรื่องนี้มีเบื้องลึก และเขาก็รู้ว่าที่ป๊าของเขาต้องตายก็เป็นเพราะคนๆนี้ ที่ผ่านมาเขานิ่งเฉยเป็นเพราะว่าแม่ของเขาขอร้องไว้ ไม่งั้นเขาคงหาทางล้างแค้นแทนป๊าเขาไปนานแล้ว แต่แม่เคยพูดกับเขาว่าถ้าทำอย่างนั้นเรื่องมันก็ไม่จบไม่สิ้นสักที แต่ตอนนี้เขาคงต้องผิดคำพูดกับแม่แล้วละ
‘ถ้าผมยังเป็นแบบนี้ แล้วผมจะเหมาะสมกับเธอได้ยังไง’ เรื่องนี้หวังว่าแม่เขาที่อยู่บนฟ้าคงจะเข้าใจ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นลูกป๊าด้วยเหมือนกัน ทุกอย่างควรเป็นของเขาตั้งแต่แรกแล้ว
+++
เช้าวันต่อมา น้ำหนาวเดินลงมาจากชั้นบน เธอไม่ได้เดินไปที่โต๊ะอาหารตามปกติ แต่เธอเลือกที่จะเดินตรงไปยังห้องของคนพี่แทน แต่ก็พบว่าที่นอนถูกเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
“พี่เขาออกไปไหนแต่เช้า” เธอสงสัย แต่ก็เดินออกไปที่โต๊ะทานข้าว ไม่คิดว่าคนพี่จะไม่ได้อยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว เธอเดินมานั่งที่โต๊ะก็เห็นผู้เป็นแม่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“แม่คะ วันนี้ทำไมไม่เห็นพี่หมิงคะ”
“พี่เขาออกไปข้างนอกน่ะลูก”
“ข้างนอก? ไปไหน?”
“ลูกลองโทรหาพี่เขาสิ” เธอก็พยักหน้ารับ แล้วรีบต่อสายหาอาหมิงทันที ไม่นานปลายสายก็กดรับ
‘ว่าไงครับหนาว’
“พี่ออกไปไหนคะ แผลยังไม่หายเลยนะคะ แล้วนี่ทานข้าวก่อนออกไปหรือเปล่า แล้วยาละพี่ทานหรือยัง”
‘ทานแล้วครับ ตอนนี้พี่ติดธุระ แล้วพี่จะโทรกลับนะครับ’
“ค่ะ” เธอไม่รู้ว่าเขาติดธุระอะไร เพราะที่ผ่านมาเขาก็ทำงานให้กับเธอเท่านั้น มีไปรายงานตัวที่บริษัทการ์ดบ้าง แต่ไม่นานเขาก็กลับมา
“พี่เขามาขอลาออกกับแม่แล้วนะลูก”
“คะ? ลาออกแล้ว” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เรื่องนี้เขาก็บอกกับเธอแล้ว ว่าเขาจะลาออก คงจะไปหางานอื่นทำ ซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้สึกวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก ต่อไปนี้จะไม่มีเขาคอยอยู่ข้างๆ เหมือนที่ผ่านมาแล้ว
“พี่เขาหาการ์ดคนใหม่มาแทนแล้วนะ ตอนนี้ก็คงมาถึงแล้ว”
“...” แต่เธอไม่ได้สนใจอะไรแล้วตอนนี้ เธอไม่แตะข้าวเลยสักคำ “หนูไปทำงานก่อนนะคะ”
“ไม่ทานข้าวสักคำละลูก”
“วันนี้ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ” คุณหญิงอรทิรามองหลังลูกสาวเดินออกไปจากตัวบ้านจนลับตา คิดว่าเรื่องราวของเด็กๆก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น คงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรบ้าง ชีวิตมันก็แบบนี้
นำหนาวเดินออกมาก็เห็นอาหลิงเตรียมตัวจะออกไปโรงเรียน
“หลิงทานข้าวเสร็จเร็วจัง พี่ลงมาก็ไม่เห็นเรานั่งทานข้าวแล้ว”
“วันนี้มีสอบกลางภาคค่ะพี่หนาว”
“อ่านหนังสือบ้างหรือเปล่าหรือแอบอ่านแต่ฟิค” อาหลิงตาโต รีบเดินเข้าไปใกล้ๆน้ำหนาว แถมยังทำท่ากระซิบเสียงเบา
“เรื่องนี้ ห้ามให้พี่หมิงรู้เด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นหนูโดนแน่”
“ไม่บอกหรอกจ่ะ แต่อย่าสอบตกก็พอ” เธอขำกับความกลัวของอาหลิงที่มีต่อพี่ชาย พี่หมิงโหดกับน้องขนาดนั้นเลยเหรอ
“ค่ะ ไม่สอบตกแน่นอน เห็นอย่างนี้หนูหัวดีมากเลยนะ” น้ำหนาวอดจะเอ็นดูกับความคุยโวของเด็กคนนี้ไม่ได้
“แล้วช่วงนี้ไม่เหนื่อยมากใช่มั้ย ยังไงเสาร์นี้ก็ต้องไปโรงบาลตามที่คุณหมอนัดนะ”
“ไม่ค่อยเหนื่อยหรอกค่ะ อยู่ที่นี่หนูแทบจะเป็นคุณหนูคนหนึ่งแล้ว”
“ก็หนูเป็นคุณหนูจริง” น้ำหนาวยิ้ม คุณแม่เคยเล่าให้เธอฟังว่าคุณพ่อของพี่หมิงน่ะ ทั้งรวยแล้วก็มีอำนาจมากๆ แต่ก็เกิดเรื่องเสียก่อนท่านเลยเสียไป ผ่านไปไม่ถึงสามปีคุณแม่ของทั้งสองก็จากไปอีกเช่นกัน ตอนนั้นอาหลิงยังเด็กคงจำไม่ได้แล้ว
คงจะมีแต่พี่หมิงที่จดจำเรื่องราวในอดีตได้ จะว่าไปแล้วพวกเขาก็อาภัพมาก ถึงเธอจะเสียพ่อไปแล้ว แต่เธอก็ยังมีแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาอย่างดี แต่ต่อจากนี้เธอก็จะดูแลอาหลิงให้เหมือนน้องสาวแท้ๆของเธอคนหนึ่ง
“งั้นเสาร์นี้หลังจากตรวจเสร็จพี่จะพาเราไปช็อปปิ้ง”
“พูดจริงนะ ห้ามโกหก” เธอก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “งั้นหนูไปเรียนก่อนนะคะ”
“ตั้งใจเรียนด้วยละ”
“ค่ะพี่หนาว” อาหลิงเข้าไปยังตัวรถแล้ว รถก็เคลื่อนตัวออกจากบ้านหลังใหญ่ แต่น้องก็ยังลดกระจกโบกมือหย็อยๆให้เธอจนลับตา
.
ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เหมือนพวกเขามาเที่ยวจริงๆ กระทั้งอาหลิงรักษาตัวเสร็จแล้ว พวกเขาก็พาน้องอยู่เที่ยวต่ออีกสองวันจึงกลับ เมื่อกลับมาก็ได้รับข่าวดีว่าพี่มิรินกำลังจะแต่งงานแล้ว กับตากล้องชื่อดังท่านหนึ่ง ซึ่งตอนนี้พระเอกก็ไม่ใช่วาสนาของนางเอกอีกต่อไปแล้ว น้ำหนาวเองก็คิดว่าจะเลิกสนใจเนื้อหาในนิยายนี่แล้ว เพราะเนื้อเรื่องได้เปลี่ยนแปลงมาตั้งนานแล้ว กระทั่งพระเอกยังไม่ตรงปกเลย วันนั้นพวกเขานั่งทานอาหารค่ำด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน “แล้วเมื่อไหร่อาหมิงจะขอน้องแต่งงานสักทีละ” คุณหญิงอรทิราเปรยขึ้นอย่างสบายๆ แต่คนที่กระอักกระอ่วนที่สุดคือน้ำหนาว แล้วคนที่นั่งคอตั้งหูตั้งที่สุดคงเป็นอาหลิง “ผมไม่ติดอะไรครับ แต่ไม่รู้ว่าน้องเขาจะพร้อมเมื่อไหร่” ตอนนี้กลายเป็นว่าความกดดันมาตกอยู่ที่เธอ ให้ตายสิ เธอก็เลยพูดไปแบบกวนๆ “ความจริงหนูพร้อมตั้งนานแล้วนะคะ พี่เหอะเมื่อไหร่จะขอ” เธอหยักคิ้วใส่เขา “งั้นเราแต่งงานกันนะครับ” “ฮะ?” ง่ายแบบนี้เลย? เป็นคุณแม่กับอาหลิงที่หัวเราะกันยกใหญ่ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดอยู่ตรงหน้าเธอในนั้นมีแหวนเพชรน้ำงามอยู่วงหนึ่ง “แต่งงานกับพี่นะครับ” บอกตามตรงว่าเธอไม่คิดไม่ฝันว่
พวกเขาเดินทางมาถึงญี่ปุ่นอย่างราบรื่น อาหลิงถูกพาไปโรงพยาบาลที่มีหมอผู้เชี่ยวชาญรอทำการรักษาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งอาหมิงก็พาคนดูแลมาด้วยอีกสองสามคน และตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าพวกเขามาเที่ยวด้วยกันเสียมากกว่า พวกเขาเลือกพักโรงแรมเรียวกังขนาดใหญ่และเป็นส่วนตัวมาก แน่นอนว่าพวกเขาที่หมายถึงไม่มีอาหลิงอยู่ในนั้นด้วย เพราะน้องต้องอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา อาหลิงงอแงอยากไปเที่ยวช่วงแรก แต่ก็โดนผู้เป็นพี่คุมกำเนิด แต่ทุกอย่างที่น้องอยากจะได้ก็จะได้รับมันทั้งหมดหลังรักษาเสร็จ อาหลิงจึงมีแรงฮึดในการรักษามากๆ เพราะเธอตั้งใจจะรีดไถให้พี่ชายหมดตัวกันไปข้าง แต่ที่อาหลิงไม่รู้คือพี่ชายของเธอน่ะโคตรรวย และไม่มีทางหมดตัวง่ายๆอย่างที่เจ้าตัวคิด “หนาวหิวมั้ยครับ จะทานข้าวก่อนหรือจะพักผ่อนก่อนดี” “อือ.. ตอนนี้ยังไม่ค่อยหิวค่ะ” “งั้นพักก่อนนะครับ” “ค่ะ” เมื่อตกลงกันดังนั้นเขาทั้งสองก็ตรงไปยังห้องสวีตทันที ถึงที่นี่จะเป็นโรงแรมดังมีแขกเข้าพักไม่ขาด แต่กลับดูสงบมากสมกับเป็นญี่ปุ่นโดยแท้ เมื่อเปิดประตูระเบียงออกไปก็จะพบกับสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดย่อม ทั้งมองไปด้านนอกก็เป็นวิวภูเขาไฟฟูจิ จนน
ในที่สุดสองพี่น้องก็ได้พบกันสักที หลังจากที่ต้องโกหกคนน้องมานาน แต่ดูเหมือนว่าอาหลิงไม่ได้สนใจพี่ชายขนาดนั้น กลับกันอาหลิงดูจะติดน้ำหนาวเสียมากกว่า “พี่หาข้อมูลมาแล้วนะเราต้องไปรักษาที่ญี่ปุ่น คุณหมอที่เชี่ยวชาญโรคนี้อยู่ที่นั่น” “พี่หนาวไปด้วยหรือเปล่าคะ” อาหมิงเลยหันมามองน้ำหนาวเป็นเชิงว่าไปด้วยกันได้มั้ย แล้วอาหมิงก็เห็นถึงความกังวลจากแววตาเธอ “เรื่องงานไม่ต้องห่วง พี่หาคนมาจัดการให้ได้” เอาเว่ย การมีแฟนเป็นขาทองคำนี่มันดีอย่างนี้ “อย่างนั้นก็ได้ค่ะ จะได้ดูแลน้องด้วย” เธอไปด้วยก็น่าจะดีกว่ายังไงก็เป็นผู้หญิงด้วยกัน ผู้ชายก็ดูจะไม่สะดวกนักเมื่อตกลงกันเสร็จอาหมิงก็ไม่ยอมกลับ แต่ขอนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ด้วย แน่นอนว่าเขาขอนอนกับน้ำหนาว ซึ่งเธอไม่ค่อยจะสบายใจนัก “พี่หมิงคะ แบบนี้มันเรียกว่าผิดผีเปล่า” “แต่เราก็ผิดกันไปแล้วนะ” เขาเลิกคิ้ว ส่วนน้ำหนาวก็ขำ เธอไม่ได้กังวลเรื่องนั้น แต่เธอเกรงใจคุณแม่ต่างหาก ในวันที่ท่านไม่อยู่บ้าน พวกเธอก็จะทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ “ถ้างั้นพี่นอนห้องรับแขกนะ” “พี่นอนไหนก็ได้แต่หนาวต้องไปนอนกับพี่ด้วย” บทจะเอาแต่ใจเขาก็เอาแต่ใจมากเลยนะผู้ชายคนนี้ สรุปคื
วันนั้นทั้งวันทุกคนในบริษัทวุ่นวายกันหมดตั้งแต่บนลงล่าง แต่ก็ได้คนของอาหมิงเข้ามาดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด ทั้งยังจ้างฝ่ายบริหารนอกเข้ามาจัดการระบบทันที เพื่อไม่ให้การทำงานหยุดชะงัก ตอนนี้คนพี่นั่งอยู่ในห้องทำงานของคนน้อง ห้องที่เขาไม่ได้มาที่นี่เสียนาน “ที่นี่คนไม่เยอะเหมือนแต่ก่อนแล้วเหรอ” พอเขาได้มาอยู่ที่นี่ก็นึกถึงเมื่อก่อนขึ้นมา “หนาวจัดห้องให้พวกเขาแล้วค่ะ จะได้มีเวลาอู้บ้าง ช่วงแรกเป็นหนาวที่อยากเร่งสร้างผลงานก็เลยต้องให้พวกเขาอยู่ที่นี่ไปก่อนเพื่อความรวดเร็วและเรียบร้อย” คนพี่เองก็พยักหน้ารับ “เหนื่อยมากมั้ยครับ” “ก็พอไหวอยู่ค่ะ พี่เถอะ ไปไงมาไงถึงได้มาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียได้” “มาเฟียอะไร นั่นน่ะการ์ดบริษัทพี่ทั้งนั้น” “ฮะ? อ่าว” น้ำหนาวยิ้มเจื่อนคิดว่าจะได้แฟนเป็นมาเฟียท่านหนึ่งเสียแล้ว “แต่ที่หนาวพูดก็ไม่ผิดหนัก ตระกูลพ่อพี่ทำงานสีเทาหลายอย่าง” เธอพยักหน้ารับ ก็ว่าแล้วก็ทรงเขาน่ะ เหมือนพระเอกมาเฟียสุดๆไปเลย เพราะการ์ดพี่เขาแต่ละคนทั้งดูโหดและมีรอยสักเต็มตัว การ์ดที่บ้านเธอก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนี้ “หนาวครับ” “คะ?” “ตอนนี้พี่คือผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท” เขาเปรยขึ้น ซ
วันต่อมาน้ำหนาวต้องเข้าประชุมแต่เช้า ส่วนคุณหญิงต้องเดินทางไปงานที่ฝรั่งเศส เธอเลยต้องเข้าร่วมในฐานะตัวแทนของท่านประธาน แต่ก็ไม่คิดว่าเรื่องวุ่นวายจะเกิดขึ้นมากมายในวันนี้ จู่ๆก่อนเข้าประชุมเพียงไม่กี่นาที เธอก็ได้รับสายจากรุ่นน้องว่าเธอถูกแผนกไล่ออก เพราะทำผิดกฎบริษัท เรื่องนี้ทำให้รุ่นน้องกังวลมาก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะเล่นใหญ่กระทั่งโดนสอบปากคำหรือเปล่า แต่แล้วนี่มันอะไรกัน พวกนั้นต่างหากไม่ใช่เหรอที่เป็นคนโกงบริษัทน่ะ น้ำหนาวทั้งโกรธทั้งโมโห พวกนั้นไหวตัวได้ไวกว่าที่เธอจะจัดการได้ และนี่เป็นการประกาศสงครามกับเธอแบบกลายๆแล้ว แม้ว่าภายในใจเธอจะกังวลมาก แล้วตอนนี้คุณแม่ก็ยังไม่อยู่อีก แต่เธอก็พยายามคุมสติตัวเองไว้แล้วก็นิ่งให้ได้มากที่สุด และเธอก็ได้รู้ในเวลาต่อมาว่าพวกมันไม่ได้มาเล่นๆ แล้วก็กะเอาตายกันไปข้าง “ไม่คิดว่าหลักฐานเท็จแบบนี้ก็ยังมีคนกล้าทำขึ้นมา” เธอแสยะยิ้ม เมื่อพวกบอร์ดถือหุ้นพวกนี้เล่นสกปรก “เรื่องนี้เอาไว้ให้กองบังคับคดีเป็นผู้ตรวจสอบจะดีกว่า” คุณทรงพลผู้ถือหุ้นคนหนึ่งกล่าวขึ้น เธอกำหมัดแน่น ถ้าหากเธอจัดการไม่ได้แล้วเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาบริษัทคงหุ้นร่วงแน่ และเธอคงไม่สาม
เดินมาจนถึงหน้ารถลีมูซีนที่มีการ์ดสองคนยืนเฝ้าอยู่ เมื่อเห็นผู้เป็นนายเดินมา การ์ดก็เปิดประตูรถด้านหลังให้ทันที “เข้าไป” “มีอะไรก็คุยกันตรงนี้เถอะค่ะ” “พี่จะไปส่ง เข้าไปก่อน” เมื่อเห็นว่าเธอดูยังไงก็คงไม่ยอมลงให้เขา เขาก็เลยใช้ไม้อ่อนคุยกับเธอดีๆ ซึ่งน้ำหนาวก็จ้องเขาอยู่นาน กว่าจะยอมเข้าไปนั่งในรถดีๆ ประตูรถถูกปิดลงเมื่อเจ้านายเข้าไปนั่งด้านในแล้ว การ์ดจึงเดินไปนั่งที่นั่งคนขับ “จะกลับบริษัทหรือกลับบ้านครับ” อาหมิงถาม “บ้านค่ะ” เธอตอบแค่นั้น อาหมิงจึงหันไปสั่งลูกน้องก่อนจะกดปิดม่านกั้นระหว่างที่นั่งคนขับลงทั้งสองนั่งตรงข้ามกันเพื่อให้มองเห็นหน้ากันชัดๆ น้ำหนาวยกขาไขว่ห้างแถมยังนำมือมากอดอกไว้ เป็นภาษากายที่บ่งบอกชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการคุยกับเขา ตอนนี้เธอเอาแต่สำรวจเขาจนทั่ว ดูเหมือนเขาจะดูดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทั้งยังดูน่ากลัวขึ้นมากก่วาเดิมด้วย ตอนนี้เขาก็ยังใส่ชุดสูท แต่เป็นชุดสูทจากแบรนด์หรู แน่นอนว่ามันราคาแพงกว่าสูทที่เขาใส่เมื่อก่อนมาก เขาเองก็เอาแต่จับจ้องเธอไม่วางตา รออยู่นานเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาสักที เป็นเธอที่ต้องเปิดปากพูดก่อน “พี่มีอะไรจะคุยก็พูดมาค่ะ” “ถึงจะช้า







