LOGINบทที่ 3 ว่าที่เมีย อคิราห์ไม่ได้ขับรถกลับบ้านหรือคอนโดส่วนตัวทันที เขานัดหมายปรเมศเพื่อนสนิทให้มานั่งดื่มที่ผับหรู เพื่อปรับทุกข์และระบายความอึดอัดคับข้องใจ ในหัวของเขานึกฉุนเฉียวไม่หาย ไม่รู้ว่าคุณแม่ของเขากับศยามลกำลังคิดวางแผนการร้ายอะไรกันอยู่ แต่สิ่งที่ผู้หญิงสองคนนี้ตัดสินใจทำกับเขา มันถือเป็นเรื่องเลวร้ายและเป็นการมัดมือชกที่เขาเกลียดที่สุด "เอาน่า... ถึงจะไม่ใช่น้องแสนดี แต่เป็นน้องโยดาราสาวสุดเซ็กซี่เบอร์ต้น ๆ แบบนั้น กูว่ามองมุมไหนมึงก็มีแต่ได้กับได้ ยังไงก็คุ้มว่ะเพื่อน" ปรเมศเอ่ยปากปลอบใจ "คุ้มพ่องสิ! ผู้หญิงคนนี้มีข่าวฉาวโฉ่คบหาผู้ชายไม่ซ้ำหน้า มึงลองเปิดเสิร์ชหาประวัติดูสิ มีข่าวดี ๆ หลุดรอดออกมาบ้างไหมมีแต่ข่าวแย่ ๆ ข่าวเสื่อมเสียทั้งนั้น ทั้งเรื่องผู้ชาย ทั้งนิสัยเจ้าชู้และเอาแต่ใจตัวเอง กูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณแม่ของกูเอาสมองส่วนไหนมาคิด ถึงได้อยากได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นลูกสะใภ้!" ปรเมศรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูลประวัติและข่าวของศยามลตามคำบอกเล่าของเพื่อนรักทันที และผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาก็มีแต่ข่าวเสียหายและประวัติด้านลบจริง ๆ ตามที่อคิราห์บอก "เออว่ะมีแต่ข่าวแย่ ๆ เต็มฟีดไปหมด ถ้าเป็นแม่กูนะ คงสืบประวัติลึกถึงขั้นตรวจดีเอ็นเอเช็กสายเลือดไปแล้วมั้งว่าแต่ คุณแม่ของมึงทำไมถึงมองข้ามเรื่องพวกนี้ไปได้วะ" "นั่นแหละที่กูสงสัย! กูมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า ยัยนี่กับครอบครัวต้องร่วมมือกันวางแผนเป่าหูคุณแม่กูแน่ ๆ แต่ยังไงซะ กูไม่มีวันยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด! " "แล้วเรื่องน้องแสนดีล่ะวะ กูได้ข่าววงในเม้าท์กันให้แซดว่า มึงเพิ่งจะเปย์กระเป๋าแบรนด์เนมราคาเกือบหลักล้านให้เธอไปหมาด ๆ ไม่ใช่เหรอ" "ก็เด็กมันซะขนาดนั้น กูไม่ได้ตั้งใจจะเปย์หรอกน่า ก็แค่ทำตามอารมณ์พาไปเท่านั้นแหละวะ" "ไอ้ควินน์ มึงนี่มันร้ายกาจชั่วช้าจริง ๆ เลวไม่เปลี่ยนเลยนะมึง" สองหนุ่มนั่งดื่มกินพูดคุยเรื่องงานสลับกับระบายเรื่องส่วนตัวกันจนล่วงเลยเข้าสู่เวลาเที่ยงคืน แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าทั้งคู่จะยอมแยกย้ายกลับบ้านกันง่าย ๆ ระหว่างนั้น ปรเมศบังเอิญหันไปมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ด้านนอก เขาสังเกตเห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปนั่งหน้าห้องวีไอพี ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นกระจกใสมองเห็นทะลุปรุโปร่งและรู้ความเคลื่อนไหวได้เฉพาะจากด้านในเท่านั้น "เฮ้ยผู้หญิงคนนั้นใครวะ หน้าตาคุ้น ๆ แฮะ" เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กระหน่ำดื่มเข้าไปค่อนคืน ทำให้สติสัมปชัญญะของปรเมศเริ่มพร่าเลือน ประกอบกับเขาไม่เคยเห็นตัวจริงของศยามลมาก่อน จึงไม่รู้ว่าใบหน้าที่แท้จริงของว่าที่ภรรยาเพื่อนรักนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร อคิราห์หันขวับตามองออกไปข้างนอกทันที และเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองผ่านกระจกใสเข้าไป เขากลับจดจำใบหน้านั้นได้ขึ้นใจ จะจำไม่ได้ได้อย่างไรกัน ก็ผู้หญิงคนนี้คือว่าที่ภรรยาที่ถูกคุณแม่จอมเผด็จการยัดเยียดให้เขานี่นา! "คนที่แม่กูบังคับให้กูแต่งงานด้วยยังไงล่ะวะ" "ห๊ะ!จริงดิ? เฮ้ยสวยเด็ด กูว่าหุ่นและหน้าตาเด็ดใช้ได้เลยนะเนี่ย มึงไม่ลองเปิดใจหน่อยวะ" อคิราห์แค่นเสียงส่ายหน้าปฏิเสธทันที เขาไม่ได้นึกพิศวาสหรืออยากจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกับเธอทั้งสิ้น อย่างไรเสียเขาก็ไม่มีวันยอมแต่งงาน และไม่มีวันยอมร่วมหอลงโรงกับผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนนี้เด็ดขาด ในขณะเดียวกัน ทางด้านศยามลเธอกำลังนั่งกุมขมับด้วยความเคร่งเครียด ในค่ำคืนนี้เธอนัดญาติสนิทที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ ให้เดินทางมาพูดคุยปรึกษาหารือกันที่ผับแห่งนี้ ใจจริงเธออยากจะหาสถานที่อื่นที่เป็นส่วนตัวมากกว่านี้ แต่เนื่องจากความอึดอัดคับแค้นใจในสมองมันตีรวน เธอจึงนึกอยากจะหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาช่วยย้อมใจ ให้ความรู้สึกหนักอึ้งในสมองมันเบาบางลงเสียหน่อย แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า ว่าที่เจ้าบ่าวตัวแสบของเธอนั่งดื่มสังสรรค์อยู่ใกล้ ๆ แถมเขายังแสดงท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์เธออย่างออกนอกหน้าเสียด้วยซ้ำ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อครอบครัวของอคิราห์เคยมีพระคุณและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเธอไว้มากมายมหาศาล แม้กระทั่งเรื่องคดีความของพ่อเธอก็ตาม "พี่นนท์คะ โยจะทนไม่ไหวแล้วนะ ถ้าเกิดเหตุการณ์มันยังเป็นแบบนี้ต่อไป ขืนต้องแต่งงานกับผู้ชายแบบนั้นไป โยต้องทนทุกข์ทรมานใจไปจนตายแน่ ๆ เลยค่ะ" "โยใจเย็น ๆ ก่อนนะ ลองพยายามเจรจายื้อเวลาเลื่อนงานแต่งออกไปอีกสักหน่อยดีไหม เผื่อว่าทั้งสองฝ่ายจะได้มีเวลาเรียนรู้นิสัยใจคอกันให้มากกว่านี้" "ไม่ทันแล้วล่ะค่ะพี่นนท์ คุณป้าท่านคุยตกลงเด็ดขาดกับคุณแม่เรียบร้อยหมดแล้ว โยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ้าปากปฏิเสธ โยทำได้แค่เพียงต้องก้มหน้ายอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้เท่านั้นแหละค่ะ" นนทพัทธ์เอื้อมมือไปกอบกุมมือเรียวบางของน้องสาวลูกพี่ลูกน้องที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อส่งกระแสความอบอุ่นและให้กำลังใจ ตัวเขาเองก็จนปัญญาเช่นกัน ก่อนหน้านี้เขาเคย เข้าไปช่วยกราบขอร้องคุณป้าแล้ว แต่คุณป้าก็เอาแต่หยิบยกเรื่องบุญคุณก้อนโตและหนี้สินมหาศาล ที่ครอบครัวของอคิราห์เคยช่วยเหลืออุปการะไว้ขึ้นมาอ้าง ศยามลเกรงว่าต่อให้ทำงานหาเงินจนแก่ตาย ก็คงจะไม่มีปัญญาหาเงินจำนวนมหาศาลมาใช้คืนได้หมด ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือศยามลต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์ชดใช้กรรมนี้เท่านั้น "หนี้สินก้อนโตที่คุณป้าเคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือไว้ตั้งห้าสิบล้าน ทำงานตรากตรำจนแก่ตายก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาใช้หนี้หมดเมื่อไหร่ เส้นทางเดียวที่เหลืออยู่ ก็มีแค่โยนี่แหละค่ะที่ต้องยอมเสียสละแต่งงานกับตาบ้านั่น!" ยิ่งเอ่ยปากพูดระบายความอึดอัดคับแค้นใจออกมามากเท่าไหร่ น้ำตาก็ยิ่งเอ่อล้นไหลทะลักออกมามากขึ้นเท่านั้น สุดท้ายศยามลจึงตัดสินใจคว้าแก้วแอลกอฮอล์กระดกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะฟุบหน้าลงร้องไห้สะอื้นอยู่บนโต๊ะเงียบ ๆ ภาพความอ่อนแอและคราบน้ำตาของศยามล ที่ถูกถ่ายทอดผ่านห้องกระจกใส ยิ่งทำให้อคิราห์นึกเข้าใจผิดไปกันใหญ่ว่า เธอกำลังนั่งเสียอกเสียใจคร่ำครวญอาลัยอาวรณ์ถึงแฟนหนุ่มรูปหล่อโปรไฟล์ดีที่เธอจำใจต้องบอกเลิกรา หึ! ผู้หญิงหน้าเงินเห็นแก่ตัวแบบนี้ เพื่อผลประโยชน์และเงินทองแล้ว ยอมทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งหักอกทิ้งขว้างผู้ชายที่ตัวเองรัก เพื่อวิ่งเข้าหาเงินสินสอดทองหมั้นสินะ เช้าวันต่อมา อคิราห์ก้าวเท้าเดินลงมาจากชั้นบนของบ้านพักด้วยท่าทางอารมณ์ดี ผิดกับคุณหญิงพรพรรณผู้เป็นแม่ ที่กำลังนั่งจิบชาพร้อมกับคลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะวางแก้วชาลงบนโต๊ะเบา ๆ "ตาควินน์ วันนี้แม่จัดการนัดหมายหนูโยให้เดินทางมาทานมื้อเย็นที่บ้านของเรานะ เดี๋ยวพอเสร็จธุระงานที่ช่องแล้ว ลูกก็ช่วยขับรถพาหนูโยกลับมาพร้อมกันด้วยล่ะ" ชายหนุ่มชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าผู้เป็นแม่ด้วยความตกใจตาค้าง คุณแม่ไม่ได้เปิดโทรศัพท์อ่านข้อความไลน์หรือไงกันนะ เขาทั้งอุตส่าห์ส่งรูปถ่ายหลักฐานเด็ด พร้อมกับคลิปวิดีโอที่เห็นจะ ๆ ว่าหญิงสาวแอบไปนั่งจับมือถือแขนร้องไห้กอดกับผู้ชายอื่นในผับส่งไปฟ้องท่านตั้งหลายคลิปแล้วนะ "คุณแม่ครับ ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ใสสะอาดบริสุทธิ์อย่างที่คุณแม่คิดหรอกนะครับ ผมว่าคุณแม่ควรจะลองคิดทบทวนดูใหม่อีกสักรอบเถอะครับ!" "แกทำกับว่า บรรดาผู้หญิงสำส่อนที่แกเคยควงผ่านมาทั้งหมดในชีวิต มันใสสะอาดบริสุทธิ์นักนี่!" อคิราห์ถึงกับสะอึกเอื้อมมือเกาหัวแกรก ๆ เถียงไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะสิ่งที่ผู้เป็นแม่เอ่ยตอกหน้ามานั้นมันคือเรื่องจริง เขาสะสมประสบการณ์ผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน และผู้หญิงแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาก็ล้วนแต่เจนจัดโชกโชนแพรวพราวไม่เบา แม้กระทั่งนางเอกเบอร์หนึ่งอย่างแสนดี ตัวแม่ความช่ำชองก็ไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน "อย่าคิดว่าแม่จะรู้ไม่ทันนะตอนแกบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น แกแอบไปก่อเรื่องงามหน้าอะไรไว้บ้าง เอาเป็นว่า เรื่องเหล่านั้นแม่จะยอมใจกว้างมองข้ามมันไปละกัน แต่หลังจากนี้ แกต้องเตรียมตัวทำหน้าที่สามีที่ดีของหนูโยให้สมบูรณ์แบบที่สุด อย่าให้แม่ต้องหมดความอดทนและผิดหวังในตัวแกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ฉันนี่แหละจะสั่งเอาเลือดหัวแกออกเอง!" คุณหญิงพรพรรณเอ่ยคาดโทษเสียงเข้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินสะบัดก้นหนีขึ้นห้องพระไป ปล่อยให้อคิราห์ยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความกลัดกลุ้ม ผู้หญิงคนนั้นต้องแอบทำเสน่ห์ยาแฝดเป่าคาถาใส่คุณแม่ของเขาแน่ ๆ เลยให้ตายสิวะ! เมื่ออคิราห์ขับรถเดินทางมาถึงตึกช่องเคเอ็ม มีเดีย เขาก็รีบสาวเท้ายาว ๆ เดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ทันที เนื่องจากเวลาล่วงเลยมาค่อนข้างสายมากแล้ว หากเขาไม่มัวเสียเวลามายืนเถียงกับคุณแม่ที่บ้าน ป่านนี้คงเดินทางมาถึงบริษัทตั้งแต่เช้า "บอสคะ ผู้กำกับชัยวุฒิแวะมานั่งรอขอเข้าพบเป็นการส่วนตัวค่ะ" ผู้ช่วยเลขานุการสาวรีบก้าวเข้ามาแจ้ง "อะไรกันนี่มันถึงเวลาประชุมบอร์ดบริหารแล้วนะ ทำไมเพิ่งมาแจ้งตอนนี้" "น่าจะเป็นเรื่องด่วนสำคัญจริง ๆ ค่ะบอส เพราะมีคำสั่งตรงมาจากผู้บริหารระดับสูงแจ้งว่าให้รีบดำเนินการค่ะ" คำสั่งตรงจากผู้บริหารระดับสูงก็คงจะเป็นคุณแม่ของเขานั่นแหละ ชายหนุ่มนึกระอาใจ พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมาก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าห้องทำงานส่วนตัว โดยมีผู้กำกับชัยวุฒิก้าวเท้าตามเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ "สวัสดีครับคุณควินน์ พอดีวันนี้ผมมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนอยากจะเข้ามาปรึกษาครับ ก่อนหน้านี้ผมได้ลองโทรศัพท์ไปปรึกษาท่านประธานแล้ว ท่านแนะนำว่าให้ปรึกษาและให้คุณควินน์ช่วยตัดสินใจจัดการได้เลยครับ" "มีเรื่องอะไร ว่ามาได้เลยครับ จะได้ไม่เสียเวลา" "คือเรื่องโปรเจกต์ละครเรื่องแค้นรักครับ ตัวละครนางเอกที่เราเคยตกลงล็อกตัวกันไว้คือน้องแสนดี ส่วนบทนางร้ายเราวางตัวไว้น้องแซมมี่ แต่จู่ ๆ เพิ่งจะมีคำสั่งด่วนที่สุดลงมาว่า ให้เราทำการปลดและเปลี่ยนตัวนักแสดงที่รับบทนางร้ายเป็นคนใหม่ทันที เนื่องจากน้องแซมมี่กำลังมีประเด็นข่าวฉาวเรื่องพัวพันยาเสพติดครับ" "เรื่องนี้ผมเห็นด้วยนะ ขืนปล่อยให้ดาราที่มีมลทินแบบนี้มาร่วมงาน มีแต่จะพาฉิบหายพากันดิ่งลงเหวพังกันไปหมด ยิ่งกระแสสังคมโซเชียลยุคนี้ค่อนข้างแอนตี้รุนแรง ถ้าแบรนด์สินค้าหรือภาพลักษณ์นักแสดงคนใดคนหนึ่งพัง บรรดาพาร์ทเนอร์คนอื่น ๆ ก็จะพลอยเดือดร้อนเสียหายไปด้วย" "ด้วยเหตุนี้ ผมก็เลยอยากจะขออนุญาตเสนอให้เปลี่ยนตัวนักแสดงมารับบทนางร้ายเป็นน้องโย ศยามลแทน คุณควินน์จะขัดข้องหรือว่าอะไรไหมครับ เพราะยังไงน้องโยก็กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นว่าที่ภรรยาของคุณควินน์อยู่แล้วด้วย" "เอ่อ... แต่ว่า..." อคิราห์ชะงักกึก สีหน้าแววตาฉายแววลังเลขัดใจเล็กน้อย “ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ ถ้าจับให้มาร่วมงานแสดงประกบคู่กันในกองถ่าย จะไม่เกิดปัญหาดราม่าวุ่นวายตามมาทีหลังเหรอครับผู้กำกับ” "ถ้าพูดถึงฝีมือการแสดงและคาแรกเตอร์ตัวร้ายที่ตีบทแตกกระจุยเทียบเท่ากับน้องแซมมี่แล้ว ในสังกัดของเราก็มีแค่น้องโยคนนี้แหละครับที่ฝีมือการแสดงเฉียบคมระดับมืออาชีพ และที่สำคัญเธอนักเลงพอไม่แคร์สื่อ ไม่เคยสร้างปัญหาดราม่า ไม่เรื่องมากในการทำงานเลยสักครั้ง" อคิราห์นิ่งเงียบใช้ความคิดประมวลผลครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากสั่งการให้เลขานุการสาวรีบประสานงานติดต่อเช็กคิวงานกับทางผู้จัดการส่วนตัวของศยามลทันที หากตารางคิวงานลงตัวและเจ้าตัวมีความยินดีที่จะรับเล่นละครเรื่องนี้ ก็ให้ถือว่าเป็นอันตกลง เมื่อจัดการสะสางเรื่องงานเรียบร้อยแล้ว อคิราห์จึงรีบก้าวเท้าเดินเร่งรีบเข้าห้องประชุมใหญ่ต่อทันที เพราะเกรงใจคณะกรรมการผู้บริหารอาวุโสท่านอื่น ๆ ที่นั่งรอนานแล้ว
บทที่ 3ว่าที่เมียอคิราห์ไม่ได้ขับรถกลับบ้านหรือคอนโดส่วนตัวทันที เขานัดหมายปรเมศเพื่อนสนิทให้มานั่งดื่มที่ผับหรู เพื่อปรับทุกข์และระบายความอึดอัดคับข้องใจ ในหัวของเขานึกฉุนเฉียวไม่หาย ไม่รู้ว่าคุณแม่ของเขากับศยามลกำลังคิดวางแผนการร้ายอะไรกันอยู่ แต่สิ่งที่ผู้หญิงสองคนนี้ตัดสินใจทำกับเขา มันถือเป็นเรื่องเลวร้ายและเป็นการมัดมือชกที่เขาเกลียดที่สุด"เอาน่า... ถึงจะไม่ใช่น้องแสนดี แต่เป็นน้องโยดาราสาวสุดเซ็กซี่เบอร์ต้น ๆ แบบนั้น กูว่ามองมุมไหนมึงก็มีแต่ได้กับได้ ยังไงก็คุ้มว่ะเพื่อน" ปรเมศเอ่ยปากปลอบใจ"คุ้มพ่องสิ! ผู้หญิงคนนี้มีข่าวฉาวโฉ่คบหาผู้ชายไม่ซ้ำหน้า มึงลองเปิดเสิร์ชหาประวัติดูสิ มีข่าวดี ๆ หลุดรอดออกมาบ้างไหมมีแต่ข่าวแย่ ๆ ข่าวเสื่อมเสียทั้งนั้น ทั้งเรื่องผู้ชาย ทั้งนิสัยเจ้าชู้และเอาแต่ใจตัวเอง กูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณแม่ของกูเอาสมองส่วนไหนมาคิด ถึงได้อยากได้ผู้หญิงแบบนี้มาเป็นลูกสะใภ้!"ปรเมศรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเสิร์ชหาข้อมูลประวัติและข่าวของศยามลตามคำบอกเล่าของเพื่อนรักทันที และผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาก็มีแต่ข่าวเสียหายและประวัติด้านลบจริง ๆ ตามที่อคิราห์บอก"เออว่ะมีแต
บทที่ 2ข่าวใหญ่ของช่องช่วงบ่ายของอีกวันที่ช่องเคเอ็ม มีเดีย กำลังมีการจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่ ซึ่งบรรดานักข่าวสำนักต่าง ๆ รวมถึงนักข่าวจากช่องอื่น ๆ ที่เดินทางมาร่วมงานต่างไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนเลยว่า ในวันนี้ทางผู้บริหารจะหยิบยกประเด็นข่าวสำคัญอะไรขึ้นมาประกาศ หรือจะมีละครฟอร์มยักษ์เรื่องไหนถูกนำกลับมาสร้างใหม่ให้อลังการงานสร้างกันแน่เหล่านักข่าวพากันจับกลุ่มยืนพูดคุยซุบซิบกระซิบกระซาบ บางคนถึงกับแอบเอาข้อมูลที่ถูกคนวงในเป่าหูมา มานั่งวิเคราะห์ถึงกระแสข่าวความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กระหว่างลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงพรพรรณ กับนางเอกเบอร์หนึ่งของสถานี ที่เพิ่งจะมีโอกาสบินลัดฟ้าไปทำงานร่วมกันไกลถึงประเทศญี่ปุ่นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงลิ่วใบนั้น นางเอกเบอร์หนึ่งจะควักกระเป๋าซื้อหามาครอบครองเองได้ งานนี้ต้องมีคนสำคัญในดวงใจเป็นคนเปย์ซื้อให้ใหม่อย่างแน่นอนศยามลเดินก้าวเข้ามานั่งลงเคียงคู่กับคุณหญิงพรพรรณ ในขณะที่อคิราห์ หรือควินน์ เดินทางมาถึงและก้าวขึ้นมาบนเวทีแล้ว แต่ทว่า... นางเอกเบอร์หนึ่งของช่องกลับไม่ได้รับเทียบเชิญให้ขึ้นมานั่งโดดเด่นอยู่ด้านบนแต่อย่างใด เธอกลับท
บทที่ 1นางร้ายกริ๊งงงงง!เสียงโทรศัพท์ดังลั่นบนห้องสวีทสุดหรูของโรงแรมชื่อดังใจกลางกรุงโตเกียว อคิราห์ หรือควินน์ ชายหนุ่มกำลังเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ ก่อนจะเห็นเบอร์บนหน้าจอที่ปรากฏชื่อคุณหญิงพรพรรณ เขารีบกดรับสายโดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังอยู่ในสภาพไหน"ครับคุณแม่""ควินน์ งานที่นั่นเรียบร้อยดีใช่ไหมลูก""เอ่อ... เรียบร้อยดีครับคุณแม่ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ วันพรุ่งนี้ผมก็จะเดินทางกลับแล้ว""ดี แม่จะได้หมดห่วง ถ้าลูกเดินทางมาถึงจะเข้ามาที่บ้านหรือจะเข้าไปที่ช่องเลย แม่จะได้ให้อรดีบอกนักข่าวไว้""ผมว่าเราไปเจอกันที่ช่องเลยก็ได้ครับ ผมน่าจะไปถึงไทยช่วงบ่าย""งั้นก็ตามนั้น พักผ่อนเถอะลูก แม่ไม่กวนแล้ว"หลังจากวางสาย ร่างเล็กที่นอนคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มก็ขยับตัวเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มด้วยความใคร่ เธอคือแสนดี นางเอกเบอร์หนึ่งของช่องปกติแล้วควินน์ไม่มีนโยบายกินเด็กในสังกัด เพราะเขาค่อนข้างเรื่องมาก และที่สำคัญคือไม่อยากให้ช่องเสื่อมเสียชื่อเสียง เนื่องจากตัวเขาเองก็กำลังจะขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารในอีกไม่นาน"พี่ควินน์ ใครโทรมาเหรอคะ""คุณแม่พี่โทรมาครับ""คุณหญิงว่ายังไงบ้างคะ ท่านรู้







