Masuk“ใช่! หากไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าตรงหน้ามีอยู่จริงหรือไม่”หมับ!ว่าแล้วสุ่ยหยินเหอก็ยื่นมือไปจับใบหน้านิ่ม มือข้างซ้ายเพียงจับเบา ๆ แต่เมื่อนางทำตาโตใส่เขาเพราะความไม่ตั้งตัว เขาก็ใช้มืออีกข้างกุมแก้มนางเอาไว้“มีอยู่จริง เจ้าไม่ได้เป็นภาพลวงตา”ดวงตาที่สั่นไหวเต็มไปด้วยเคลื่อนอา
๖๑กำไลสีที่ข้าจะเลือกใส่ตลอดไปสุ่ยหยินเหอกำลังอยู่ในช่วงเหี่ยวเฉาที่สุดในชีวิต เขาพยายามเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาเกาหนี่ว์เฉินที่งานเลี้ยงน้ำชา แต่สุดท้ายเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันจนเขาคลาดกับนางไม่ได้พบกันอีกและตั้งแต่งานเลี้ยงน้ำชาวันนั้นเขาก็ไม่เจอนางอีกเลย จนกระทั่งถึงวันที่เหรินเฮ่าเทียนกลับเ
เสี่ยวหลีเมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ตบหน้าเสี่ยวหรานเกาหนี่ว์อิงห้ามด้วยเสียงไม่ได้ เดินเข้าไปแยกตัวทั้งสองออกจากกัน“หยุด! เสี่ยวหราน…พอแล้ว!”“นางตบบ่าวเจ้าค่ะคุณหนู หากบ่าวไม่ได้ตบนางคืน ไฟแค้นไม่มีทางทุเลาลงได้แน่เจ้าค่ะ”เสี่ยวหรานสะบัดตัวออกจากการดึงรั้งของเจ้านาย พุ่งตัวเข้าไปตบเสี่ยวหลีจนอีกฝ่าย
๖๐ไม่ทุบไม่ตีไม่ดีขึ้นเลยเกาหนี่ว์เฉินเพิ่งกลับมาจากเมืองหลวงก็ตอบรับงานเลี้ยงจวนเสนาบดีเจียงอีกครั้ง คราวนี้เป็นงานเลี้ยงน้ำชา จัดในเรือน ไม่เข้าใกล้สระน้ำเพื่อเลี่ยงการเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเช่นครั้งที่ตกสระบัว“ไม่มีแม้แต่อ่างบัว คุณหนูเจียงรอบคอบยิ่งแล้ว คงกลัวเราลงไปเล่นในสระน้ำอีกกระมัง”เก
๕๙นางไม่ปฏิเสธข้ายังมีโอกาสใช่หรือไม่ เกาหนี่ว์เฉินไม่ออกไปไหน อยู่ใช้เวลากับท่านตาและหลานน้อยอยู่อาทิตย์หนึ่งถึงเริ่มให้สาวใช้ช่วยเก็บของเตรียมเดินทางกลับเมืองหลวงต้าเหอป๋ายฟู่หลู่เข้าออกจวนตระกูลเถี่ยแทบทุกวัน แต่ไม่เจอตัวเกาหนี่ว์เฉินเลยสักหนสุ่ยหยินเหอมาเดินเล่นที่ทุ่งนาบ่อยครั้ง แต่มาครั้งใ
๕๘เลือกใครก็สวมกำไลสีนั้นเกาหนี่ว์เฉินนั่งอยู่หน้าโต๊ะประทินโฉมให้เสี่ยวเป่าช่วยหวีผมให้ก่อนนอน ส่วนนางนั่งมองกล่องเครื่องประดับสามกล่อง มีกำไลหยกสามวงวางอยู่ในนั้นสามวงสามสี…ขาว แดง เขียว!“คุณหนูจะทำอย่างที่คุณชายป๋ายกล่าวหรือไม่เจ้าคะ สวมกำไลวงใดเลือกคุณชายคนนั้น”“สวมกำไลก็แค่กุศโลบายที่อยากไ







