Partager

นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง
นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง
Auteur: วอลจู

๑ ฟื้นในร่างนางร้าย

last update Date de publication: 2025-10-25 00:54:44

หากเอ่ยถึงคุณหนูสกุลเฟิ่งคงไม่มีผู้ใดไม่รู้จักจนถอนหายใจอย่างเอือมระอา ด้วยชื่อเสียงอันอื้อฉาวเลื่องลือไปทั่ว ทั้งความเอาแต่ใจและนิสัยร้ายกาจที่พูดทั้งวันก็มิอาจบรรยายได้หมดสิ้น

สกุลเฟิ่งเป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วรุ่น ทว่าหลังจากที่นายท่านเฟิ่งรับช่วงต่อจากบิดาผู้เฒ่า แม้จะมีภรรยาตั้งแต่วัยเยาว์ แต่เวลากลับล่วงเลยผ่านไปหลายสิบปีโดยยังไร้บุตรสืบสกุล

ฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านผู้เฒ่าเฝ้ารอคอยที่จะได้เห็นสกุลเฟิ่งมีทายาทสืบต่ออีกหนึ่งรุ่น ได้อุ้มหลานสักครั้งก่อนสิ้นลมหายใจ ทว่าเวลากลับล่วงเลยปีแล้วปีเล่า ก็ยังคงไร้วี่แววข่าวดี

และแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะอายุมากแล้ว นางก็ยังคงเข้าวัดวาไม่เว้นวัน กราบไหว้บูชาขอพรให้สกุลเฟิ่งไม่สิ้น ท่ามกลางเสียงทักท้วงของผู้คนมากมายที่เอ่ยเย้ยหยันว่าวันหนึ่งตระกูลเฟิ่งย่อมสิ้นทายาทสืบทอดอย่างแน่นอน

จนเมื่อเวลาล่วงเลยไปปีแล้วปีเล่า เส้นผมของทั้งสองพลางขาวโพลนทั่วหัว

ฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านผู้เฒ่าก็ไม่อาจรอคอยได้อีก

สุดท้ายก็สิ้นลมจากไปด้วยโรคชรา แต่แม้ร่างกายจะดับสูญ วิญญาณกลับยังคงเป็นห่วงกังวล ไม่อาจปล่อยวางและหลับใหลได้อย่างสงบอยู่ดี

กระทั่งวันหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังโศกเศร้า เพราะสกุลเฟิ่งยังคงไว้ทุกข์ต่อการจากไปของต้นไม้ใหญ่ของตระกูล

เฟิ่งฮูหยินที่แต่งเข้าสกุลเฟิ่งมานานนับสิบปีไม่เคยมีวี่แววตั้งครรภ์ กลับกลายเป็นว่าตั้งครรภ์ขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ!

พอข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่งหญ้าแห้ง ผู้คนต่างแตกตื่น บ้างก็เอ่ยแสดงความยินดีต่อสกุลเฟิ่ง บ้างกลับหัวเราะเยาะและตั้งข้อครหา ว่าหรือแท้จริงแล้วสวรรค์กำลังกลั่นแกล้ง เพราะทายาทที่เฝ้ารอคอยมานานแสนนาน กว่าจะได้มากลับไม่ใช่บุตรชาย หากแต่เป็น…บุตรสาวแทน!

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวหรือบุตรชาย ท่านเฟิ่งกลับมิได้ถือสา เขาคอยดูแลภรรยาไม่ห่างตลอดช่วงตั้งครรภ์ เอาใจใส่และตามใจทุกสิ่งอย่างที่นางปรารถนา

จนกระทั่งวันเวลาล่วงเลยผ่านไปบุตรในครรภ์ที่ทะนุถนอมมาอย่างดีกำเนิดออกมา…เป็นบุตรสาว

แม้จะถูกผู้คนเย้ยหยันว่า สกุลเฟิ่งสิ้นไร้ผู้สืบทอดแต่ทว่านายท่านเฟิ่งหาได้ใส่ใจไม่ เขากลับเลี้ยงดูบุตรสาวราวกับบุตรชาย ให้เรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์เติบโตไม่แพ้บุรุษ ทว่าในคราเดียวกันก็ยังคงตามใจอย่างถึงที่สุด

ไม่ว่านางต้องการสิ่งใด ล้วนหามาให้หมดสิ้น

เฟิ่งฮูหยินกับนายท่านเฟิ่งอยู่กินร่วมกันมาหลายสิบปี แม้จะรักใคร่กลมเกลียวแต่กลับประสบเคราะห์ยากที่จะมีบุตรอีกครั้ง จนกระทั่งเมื่อคุณหนูเฟิ่งเติบโตพ้นวัยปักปิ่น ราวกับสวรรค์เมตตา เฟิ่งฮูหยินกลับตั้งครรภ์อีกครั้งทั้งที่อายุมากแล้ว

ดังนั้น เพื่อไม่ให้บุตรสาวคนโตเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ ทั้งคู่จึงเอาอกเอาใจอย่างถึงที่สุด และยังคาดหวังว่าทารกในครรภ์ครั้งนี้จะเป็นบุตรชาย ข่าวดีก็ไม่นานเกินรอ เฟิ่งฮูหยินให้กำเนิดบุตรชาย สมใจอย่างที่รอคอย

นายท่านเฟิ่งถึงขั้นจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่เอิกเกริกอยู่หลายวันหลายคืน ถึงแม้จะได้บุตรชายไว้สืบทอดสกุลสมใจอยากแล้ว แต่ด้วยความรักของบิดาที่ไม่แบ่งแยก เขายังคงตามใจบุตรสาวเช่นเคย ไม่ว่านางต้องการสิ่งใดก็หามาให้ได้ทั้งสิ้น

กระทั่งบุรุษที่นางหมายตาก็ต้องได้มาเป็นสามีของคุณหนูสกุลเฟิ่ง!

นายท่านเฟิ่งถึงขั้นไม่ลังเลที่จะใช้อำนาจบีบคั้นอีกฝ่ายให้จำใจรับบุตรสาวตนเป็นภรรยา…

จนกระทั่งเรื่องใหญ่ปะทุขึ้น เมื่อจู่ๆ คุณชายเซียวจิ้งอวิ๋น คู่หมั้นของคุณหนูเฟิ่งกลับป่าวประกาศไปทั่วทั้งเมืองว่าจะยกแม่สื่อไปสู่ขอคุณหนูสกุลไป๋เป็นภรรยา และยกเลิกการหมั้นหมายกับสกุลเฟิ่งแต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า

การกระทำเช่นนี้ย่อมเปรียบประหนึ่งว่าตบหน้าสกุลเฟิ่งต่อหน้าผู้คนทั้งเมือง เฟิ่งจิงหรย่อมรู้สึกถูกหยามเกียรติ เสียทั้งศักดิ์ศรีและขายหน้าอย่างถึงที่สุด

ทว่าเหนือกว่านั้นคือไฟโทสะที่ลุกโชนในใจของนาง

ด้วยนิสัยเอาแต่ใจ ดื้อรั้นและไม่เคยยอมใคร อีกทั้งยังชิงชัง ไป๋หว่านชิงอยู่เดิมที

เมื่อเซียวจิ้งอวิ๋นสละนางเลือกอีกฝ่ายเป็นภรรยา ทั้งที่สตรีทั่วหล้ามากมายแต่กลับเลือกผู้ที่นางเกลียดขี้หน้า ความแค้นและความอับอายจึงปะปนกันจนลุกลามเป็นเพลิงไฟที่ไม่อาจดับ

หากกล่าวว่านางคือ นางร้ายในบทละคร เช่นนั้นอีกฝ่ายก็คงเป็นปีศาจในคราบดอกบัวขาวกระมัง!

เฟิ่งจิงหรงเดือดดาลล้วนกับถูกฉกชิงสมบัติล้ำค่าจากอกไปต่อหน้าต่อตา

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นางจึงทำทุกวิถีทางอย่างน่าสมเพช เพียงเพื่อดึงเซียวจิ้งอวิ๋นกลับคืนมาโดยไม่สนว่าวิธีการจะเลวร้ายหรือทำลายศักดิ์ศรีเพียงใด ราวกับสุนัขหวงกระดูก ขอเพียงได้ยืนอยู่ข้างกายเขาอีกครั้ง นั่นก็เพียงพอสำหรับนางแล้ว

ถ้อนคำครหาด่าทอของผู้คนยิ่งโหมซ้ำเติม ภาพลักษณ์ของคุณหนูเฟิ่งที่ผู้คนเอือมระอา และกลายเป็นที่นินทาพูดถึงหัวเราะเยาะซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถึงกระนั้น เฟิ่งจินหรงกลับหาได้สนใจ ไม่ยอมหยุด

ความแค้นและความสิ้นหวังค่อยๆ ประทุในใจจนคับแน่น

นางทำทุกอย่างแล้ว ทั้งเรียกร้องความสนใจด้วยถ้อยคำพูดและการกระทำทุกอย่าง แต่เซียวจิ้งอวิ๋นกลับไม่สนใจ…นางโกรธจนเลือดลมพุ่งพล่านราวกับกระอักกระเลือดขาดอากาศหายใจ

สุดท้ายความดื้อรั้นและเอาแต่ใจที่ซุกซ่อนมานานจึงทำได้แม้กระทั่ง…กระโดดลงแม่น้ำประชดประชันเพื่อหวังว่าเซียวจิ้งอวิ๋นจะเหลียวหลังกลับมามองอีกสักครั้ง…

ณ จวนสกุลเฟิ่ง

เสียงน้ำกระแทกดังก้องในความมืด...ร่างกายเหมือนถูกกดทับจนหายใจไม่ออก หัวใจที่เพิ่งหยุดเต้นเพราะความเจ็บปวดแสนสั้นในโลกปัจจุบันกลับเหมือนถูกบีบให้เต้นอีกครั้ง

เปลือกตาหนักอึ้งราวถูกถ่วงด้วยหินผา ลมหายใจแผ่วเบาเจือกลิ่นยาขมแสบปลายจมูก เสียงคร่ำครวญสะอึกสะอื้นดังแว่วขึ้นข้างกาย ทำให้สติเลือนรางค่อยๆ ถูกดึงกลับมา

“อึก!”

“คุณหนู…อย่าทิ้งบ่าวไปนะเจ้าคะ” น้ำเสียงร้องไห้สั่นเครือของสาวใช้ปานจะขาดใจ

ทันใดนั้น ดวงตาคู่หนึ่งลืมขึ้น ร่างทั้งร่างสะท้านไหวราวกับถูกดึงขึ้นมาจากห้วงน้ำเย็นยะเยือก เสียงไอสำลักน้ำดังต่อเนื่อง จนลำคอเจ็บแสบและจมูกขื่นขมไปด้วยกลิ่นคาวคลุ้ง

“คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้ว!” เสียงแหลมสั่นเครือดังขึ้นข้างหู พร้อมกับโผเข้ามาประคองด้วยน้ำตานองหน้า

หญิงสาวหอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาเบิกกว้างมองรอบกายอย่างพร่ามัว เพดานไม้เก่าที่ไม่คุ้นตา กลิ่นสมุนไพรฉุนร้อนลอยอบอวล และสตรีแปลกหน้าที่เรียกตนว่าคุณหนู

นี่…ที่ไหนกัน?

เกิดอะไรขึ้นยังไม่ได้อีกเหรอ ไม่ใช่ว่าหัวใจของเราหยุดเต้นไปแล้วนี่?

มือเรียวของนางยกขึ้นลูบใบหน้าตนเองอย่างสับสน แต่สิ่งที่สัมผัสกลับไม่ใช่โครงหน้าที่คุ้นเคย หากเป็นผิวเนียนละเอียดและเส้นผมดำยาวสลวยราวแพรไหม

ความทรงจำสุดท้ายในหัวกลับเป็นภาพเลือดท่วม แสงไฟวาบวับก่อนที่ทุกสิ่งดับวูบไป พร้อมกับมีความทรงจำแปลกปลอมไหลทะลักเข้ามาในห้วงสำนึก ภาพของคุณหนูตระกูลเฟิ่งผู้เลื่องชื่อเฟิ่งจิงหรงบุตรีคนเดียวของตระกูลกระโดดน้ำประชดประชันชีวิต...เหตุการณ์คุ้นเคยเหมือนในนิยายเล่มโปรด

ยังไม่ทันได้หาคำตอบ เสียงโหวกเหวกนอกห้องก็ดังขึ้น

“แย่แล้ว! แย่แล้ว! นายท่านเฟิ่งบุกไปจวนสกุลเซียวแล้ว!”

เสียงร้องตื่นตกใจดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่เร่งรีบ สาวใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเรือนด้วยลมหายใจหอบกระเส่า เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง

นางกวาดตามองรอบห้องอย่างร้อนรน แต่ทันใดนั้นกลับสะดุดเข้ากับร่างสตรีบนเตียงที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา สายตาที่ควรจับจ้องเพียงแค่ชั่ววูบกลับแข็งค้างเหมือนถูกตรึงไว้ ความตกใจทำให้ริมฝีปากสั่นเครือจนคำพูดติดอยู่ในลำคอ

“คุ…คุณหนู!” เสียงขาดห้วงราวกับไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือความจริงหรือเพียงภาพลวงตา

สตรีบนเตียง เฟิ่งจิงหรงในร่างใหม่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ม่านตาสั่นไหวก่อนจะหันไปมองสาวใช้ด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจ ในแววตาที่เคยเอาแต่ใจกลับเจือด้วยความแปลกแยกและเยือกเย็นที่ไม่เคยมีมาก่อน

ลมหายใจของนางสะท้านสั่นไหว ดวงตาเต็มไปด้วยความตกใจและสับสน

หัวใจของนางเต้นรัวจนแทบทะลุออกจากอก ยิ่งภาพความทรงจำแปลกปลอมไหลทะลักเข้ามามากเท่าใด ความเป็นจริงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

“เฟิ่ง…จิงหรง” นางพึมพำชื่อออกมาอย่างไม่แน่ใจ เสียงสั่นแผ่วเบาจนแทบไม่ใช่เสียงของตนเอง

ในห้วงความทรงจำปรากฏเรื่องราวมากมายตั้งแต่ต้นจนจบของคุณหนูสกุลเฟิ่งผู้เอาแต่ใจ ทั้งการหมั้นหมายกับคุณชายเซียวที่ถูกยกเลิกกระหันหันก่อให้เกิดความอับอายกลายเป็นความโกรธแค้นที่ผลักดันให้นางกระโจนลงแม่น้ำ…

ทุกอย่างไม่ต่างอะไรกับโครงเรื่องในนิยายเล่มโปรดที่เคยอ่านยามว่างในโลกเดิม

นิยายที่นางเพิ่งอ่านค้างไว้ก่อนหัวใจวายตาย!

“นี่…อย่าบอกนะว่า…!” ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ลมหายใจติดขัดราวกับไม่กล้าสรุปความคิดนั้นออกมาเต็มปาก

“ฉัน…ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณหนูจอมร้ายกาจจริงๆ” นางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ ความเย็นชืดของความจริงบีบคั้นจนต้องกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้หลุดเสียงกรีดร้องออกมา

ชะตากรรมของบทเฟิ่งจิงหรง…นางร้ายที่ถูกเหยียบย่ำ ถูกหัวเราะเยาะเย้ย และสุดท้ายถูกเขี่ยทิ้งจนตายอนาถ…

หัวใจดวงน้อยพลันสั่นไหว พร้อมกับความโกรธเกนี้ยวแล่นไปทั่วทั้งร่าง หากสวรรค์ส่งนางเขามาอยู่ในร่างนี้…ต่อให้จะมีชะตากรรมเลวร้ายเช่นใด มันจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก!

“คุณหนู! คุณหนูเป็นอะไรหรือเจ้าคะ” สาวใช้ที่ยืนมองอยู่ข้างเตียงถามขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาเต็มไปด้วยความกังวล

เฟิ่งจิงหรงหรือควรกล่าวว่า นางในร่างใหม่หันไปสบตาอีกฝ่าย ก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางที่ไม่เหมือนคุณหนูผู้เอาแต่ใจในความทรงจำแม้แต่น้อย รอยยิ้มนั้นสงบเยือกเย็น แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง

“ข้ายังไม่ตาย” นางเอ่ยช้าๆ แต่กลับหนักแน่น คล้ายเป็นต้องการประกาศกับสาวใช้และตัวเอง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๕ พระรองผู้นี้เป็นของข้า

    บรรยากาศภายในห้องโถงอาหารเงียบกริบลงชั่วขณะเมื่อคำถามของนายท่านเฟิ่งหลุดออกมา สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมองไปยังคุณชายจ้าวด้วยความคาดหวัง…ไม่เว้นแม้แต่เฟิ่งจิงหรงนางลอบเหล่หางตามองบุรุษข้างกาย หาได้หันไปสบตาเขาโดยตรง ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนจะหันไปมองบิดาราวกับห้ามปราม“ท่านพ่อ” น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น พลางถอนหายใจหนักอึ้งออกมาเฮือกหนึ่ง นางหาได้ต้องการบีบบังคับให้จ้าวอวี้หมิงต้องรู้สึกกดดัน อึดอัดหรือลำบากใจอันใด“กินข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะเย็นชืดแล้วไม่อร่อยได้”เฟิ่งฮูหยินเข้าใจได้ว่าบุตรสาวคงรู้สึกลำบากใจใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะปรายไปมองบุรุษหนุ่มตรงหน้า “นายท่านเฟิ่งเพียงแค่หยอกล้อเท่านั้น คุณชายจ้าวอย่าได้กังวลไปเจ้าค่ะ”พอสิ้นคำ จ้าวอวี้หมิงนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าเคร่งขรึมฉายแววครุ่นคิดอย่างชัดเจน มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ น้ำเสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบก่อนจะยกตะเกียบคีบอาหารวางลงชามให้สตรีข้างกายราวกับเป็นสิ่งที่ควรทำ หาใช่เรื่องแปลก“คุณหนูเฟิ่งงดงามไม่น้อย ข้าว่าบุรุษใดที่เห็นแล้วก็ต้องหันกลับมามองทั้งสิ้น”ถ้อยคำเรียบง่ายกลับหนักแน่นดั่งหินผา ดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องโถงร

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๔ ความรักค่อยๆ งอก

    หลายวันผ่านไป หลังงานมงคลใหญ่ระหว่างสกุลเซียวและสกุลไป๋เสร็จสิ้น ทว่าเสียงซุบซิบนินทาก็ยังไม่ยอมจางหาย ข่าวคราวต่างเล่าลือกันไม่หยุด ว่าเจ้าบ่าวหรือคุณชายเซียวหาได้ชืนมื่นหรือมีสีหน้ายินดีไม่ แววตากลับเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมยามได้เห็นอดีตคนรักอย่างคุณหนูเฟิ่งมาร่วมงาน แถมยังเผลอทอดสายตามองด้วยความอาลัยอาวรณ์ ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายถอนหมั้นเสียเองส่วนคุณหนูไป๋ผู้เป็นเจ้าสาว แม้ใบหน้าจะถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมผืนบาง แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับขุ่นมัวและหม่นหมอง หาได้เบิกบานแต่อย่างใดเฟิ่งจิงหรงหาได้ใส่ใจคำพูดเหล่านั้นนัก หากคนร้อยคนเอ่ยปากก็เป็นร้อยความหมาย นางไม่อยากเก็บมาใส่ใจว่าเซียวจิ้นอวิ๋นจะยังคงเหลือเยื่อใยหรือไม่…?หรือคุณหนูไป๋จะทุกข์ใจเพียงใด…?เพราะนับจากวันที่นางเอ่ยปากหยอกล้อชักชวนบุรุษผู้นั้นให้มาเยือนจวนเล่นๆ ก็ไม่เคยคาดคิดว่าหลังจากนั้น จ้าวอวี้หมิงจะเริ่มแวะเวียนมาหาบ่อยครั้ง พร้อมข้ออ้างที่ชวนให้หัวเราะอยู่ร่ำไป“ข้าผ่านมาทางนี้พอดี…ในรถม้ามีขนมติดมาจึงนำมาฝาก”หรือไม่ก็ “วันนี้ฝนตกหนักยิ่งนัก ข้าเลยแวะมาดูว่าหลังคาเรือนคุณหนูเฟิ่งรั่วหรือไม่”เฟิ่งจิงหรงถึงกับหัวเราะร่อออกมาจนเ

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๓ บทสรุปของพระนาง

    ยามเช้าของวันงานแต่ง แม้ว่าบรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความเป็นมงคล ทั้งจวนสกุลไป๋และสกุลเซียวต่างเต็มไปด้วยความรื่นเริงยินดี หากแต่ภายใต้ความครึกครื้นนั้นกลับเจือปนด้วยความหม่นหมองของคู่บ่าวสาวไป๋หว่านชิงสวมชุดเจ้าสาวสีแดงฉาน ใบหน้างดงามถูกคลุมด้วยผ้าผืนบางรอคอยให้เจ้าบ่าวเป็นผู้เปิดในคืนเข้าหอ นางกล่าวลามารดาอยู่เพียงสองสามประโยค ก่อนจะขึ้นเกี้ยวรถม้า โดยมีสาวใช้คอยประคองอย่างระมัดระวังอยู่ไม่ห่างว่ากันตามตรงแล้ว ความรู้สึกในยามนี้ของเจ้าสาวควรเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ทว่าในห้วงความคิดลึกๆ ของไป๋หว่านชิงกลับเต็มไปด้วยความขุ่นมัว ภาพของสตรีผู้นั้นยังคงฉายชัดในความทรงจำ และทุกครั้งที่นึกถึง แววตาของจ้าวอวี้หมิงที่ทอดมองสตรีผู้นั้นก็มักแวบขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียงฆ้องกลองและขบวนแห่เจ้าสาวดังขึ้นเอิกเกริกผู้คนมากมายต่างออกมายืนเบียดเสียดสองข้างทางเพื่อรอชมงานด้วยความตื่นตาตื่นใจ เพราะเดิมทีแล้วงานแต่งครั้งนี้ผู้ที่ควรได้เป็นเจ้าสาวคือคุณหนูเฟิ่งหากแต่ชะตากลับพลิกผัน กลายเป็นคุณหนูไป๋ซึ่งเป็นเพียงบุตรสาวตระกูลพ่อค้า กลับได้วาสนาดีแต่งเข้าสกุลขุนนางใหญ่โตขบวนเกี้ยวเคลื่อนไปยังจุดหม

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๒ การกระทำอ่อนโยน

    บรรยากาศยามบ่ายคล้อยภายในจวนสกุลเฟิ่งเงียบสงัด มีสายลมเอื่อยเฉื่อยพัดผ่านสวนดอกเหมย กลีบดอกสีแดงสดโปรยปรายร่วงลงบนพื้นหินที่ชื้นเย็น เฟิ่งจิงหรงเพิ่งกลับถึงจวนได้ไม่นานก็พาลอารมณ์เสีย จนเหล่าสาวใช้ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา นางกระทืบเท้าเดินกลับเรือนด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ นัยน์ตาเมล็ดซิ่งฉายประกายแข็งกร้าว ทั้งตลอดทางน้ำเสียงหวานยังบ่นพึมพำไม่หยุดด้วยความหงุดหงิด ตั้งแต่ออกจากสกุลจ้าวจนถึงจวน“หึ! สกุลจ้าวหรือจะอดอยากถึงเพียงนั้น ขนมหวานพรรค์นั้นใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้ เพียงแต่ข้าอยากเจอหน้าเขาต่างหาก หาใช่อยากกินสิ่งใดเสียเมื่อไร!” นางบ่นพลางผลักบานประตูเรือนเสียงดัง กระแทกกำแพงจนเหล่าสาวใช้พากันก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงทว่าไม่นานเสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น สาวใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาด้วยความเหน็ดเหนื่อย หอบหายใจแรงพลางรายงานเสียงตะกุกตะกัก “คุณหนูเจ้าคะ! คุณชายจ้าว…มาขอพบเจ้าค่ะ!”เฟิ่งจิงหรงสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าบึ้งตึงคลายลงชั่วขณะ ก่อนเชิดหน้าขึ้น ปั้นสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ราวกับไม่สนใจใยดีทว่าภายในใจกลับลอบยิ้ม เกรงว่าตอนนี้นางคงมีน้ำหนักไม่น้อยในใจบุรุษผู้นั้น เ

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๑ ยื้อแย่งขนมหวาน

    เฟิ่งจิงหรงสบเข้าตากับไป๋หว่านชิง บรรยากาศในจวนพลันหนักอึ้งจนเหล่าสาวใช้ต่างรู้สึกกระอักกระอ่วนชวนให้อึดอัดอยากวิ่งหนีออกไปเสียให้พ้นจากตรงนี้ หากแต่ก็ไม่ผู้ใดกล้าแม้แต่ขยับตัวเพราะเหตุการณ์ตรงหน้านี้ หาใช่เพียงการยื้อแย่งขนมหวานเท่านั้น แต่ขนมหวานชิ้นนั้นกลับมีความหมายประหนึ่งแทนตัวคุณชายจ้าว มีหรือผู้ใดจะไม่รู้ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษกับสตรีนั้น ยากนักที่จะเป็นเพียงสหายโดยไร้ความหมายอื่นปะปน เหล่าสาวใช้ ได้แต่ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ ลุ้นระทึกว่าผู้เป็นนายจะตัดสินใจเช่นไร จะขับไล่คุณหนูไป๋ออกไปแล้วรั้งคุณหนูเฟิ่งให้อยู่ร่วมดื่มน้ำชากินขนม พูดคุยอย่างเช่นทุกวัน หรือจะเลือกให้คุณหนูเฟิ่งกลับไปก่อน แล้วเก็บคุณหนูไป๋ไว้ข้างกายดังเช่นที่ผ่านมา เฟิ่งจิงหรงยกมือกอดอก ริมฝีปากคลี่เหยียดยกยิ้มเย้ยหยัน กล่าวว่า “อือ! เช่นนั้นข้าจะจำเอาไว้ ว่าต่อให้เป็นเพียงขนมชิ้นเล็กๆ คุณหนูไป๋ก็ไม่มีน้ำใจแบ่งปันให้ผู้ใดเลย!” ไฉนนางจะไม่เข้าใจว่าคำพูดนี้ของไป๋หว่านชิงแท้จริงแล้วกำลังสื่อถึงสิ่งใดอยู่ หากเปรียบจ้าวอวี้หมิงเป็นขนม ยามนี้นางกำลังหยิบเอาเข้าปากอยู่แล้ว หากคิดจะมาแย่ง เกรงว

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๒๐ ความอดทนขาดสะบั้น

    เสียงกรีดร้องเล็กแหลมบาดหูของไป๋หว่านชิงปะทุออกมาพร้อมโทสะที่สุมอยู่ในอกมานานหลายวัน ร่างบางสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด นัยน์ตาเมล็ดซิ่งแดงก่ำราวกับมีเพลิงไฟกำลังลุกโชน เพียงเพราะแค่ได้ยินถ้อยคำเมื่อครู่ก็คล้ายกับว่ามีผู้จุดเชื้อเพลิงลงในกองไฟโทสะให้ลุกท่วมทันทีหมายความว่าอย่างไรกัน!?ที่ให้ต้มน้ำชาร้อน เตรียมขนมไว้เช่นนั้นก็เพื่อเฟิ่งจิงหรงงั้นหรือ!?สตรีผู้นั้นแวะเวียนมาที่นี่ลับหลังโดยที่นางไม่รู้ และไม่มีผู้ใดเอ่ยปากบอกแม้แต่น้อยอย่างงั้นหรือ!ไป๋หว่านชิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อหากแต่ไร้ความรู้สึกเจ็บปวด นางกัดฟันกรอด แค่นถ้อยคำลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงหวานที่สั่นเครือเจือด้วยความน้อยใจ ขุ่นเคืองและประชดประชัน “นึกไม่ถึงว่าคุณชายจ้าวและคุณหนูเฟิ่งจะสนิทสนมถึงขั้นไปมาหาสู่กันเช่นนี้นะเจ้าคะ”ริมฝีปากนางคลี่ยกยิ้มเย็นเยียบ ความอดทนที่ยังเหลืออยู่ได้ขาดสะบั้นลงสิ้น ไม่อาจเสแสร้งปั้นหน้ายิ้มเข้าใจอีกต่อไปยามนี้ต่อให้จ้าวอวี้หมิงจะคิดอย่างไร นางก็ไม่ใส่ใจอีกแล้ว ขอเพียงได้ระบายโทสะที่อัดแน่นอยู่ในอกออกมาก่อนเช่นนั้น...เกรงว่าคงได้กระอักเลือดออกมาแทน!ใบหน้าคนงามบิดเบี

  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๙ เหตุการณ์อันตราย

    พอสิ้นถ้อยคำนั้น เสียงพูดคุยเจื้อยแจ๋วของแขกเหรื่อค่อยๆ แผ่วลงจนเงียบกริบ สายตาทั้งหลายต่างหันขวับไปมองคุณหนูเฟิ่งพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย รอยยิ้มบนใบหน้าของเฟิ่งฮูหยิน พลันชะงักค้าง สีหน้าเก็บความกระอักกระอ่วนแทบไม่อยู่“คุณหนูเฟิ่ง!” ใบหน้าของสตรีวัยกลางคนผู้นั้นแดงกร่ำปนเขียวคล้ำด้วยโทสะ ถลึง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๑๓ ดอกบัวขาวในตม

    ไป๋หว่านชิงหงุดหงิดมากจริงๆ ทั้งที่เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันงานแต่งของนางแล้ว ทว่าใบหน้าคนงามกลับหมองคล้ำยิ่งกว่าสาวใช้บางคนในจวนเสียอีกไป๋ฮูหยินเห็นบุตรสาวเอาแต่ถอนหายใจซ้ำๆ นางก็อดไม่ได้ที่จะละสายตาจากรายการสินเดิมและสินสอด หันมามองบุตรสาวพลางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “มีเรื่องอันใดหรือ…แม่เห

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๑๒ สมเพชหรือมีใจ

    เฟิ่งจิงหรงถึงกับชะงักงันไปในชั่วอึดใจ รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายกลายเป็นความแข็งกระด้างและเย็นเยียบแทนทันที นัยน์ตาเมล็ดซิ่งกระพริบถี่เล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้กับถ้อยคำที่ได้ยินก่อนหน้าดี“สมเพชงั้นหรือ…” นางพึมพำเสียงแผ่ว คล้ายไม่อยากเชื่อในสิ่งที่หลุดออกมาจากปากเขา หัวคิ้วเรียวค

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
  • นางร้ายผู้นี้ขอทวงคืนพระรอง   ๑๕ ความรู้สึกสั่นไหว

    ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลเฟิ่งและสกุลเซียว แต่ก่อนเคยเป็นดังสายน้ำเดียวกัน ทว่าบัดนี้กลับแตกแยกกลายเป็นคลื่นน้ำกระแทกฝั่ง พร้อมจะสาดซัดถล่มใส่กันได้ทุกเมื่อแม้ต้องเผชิญหน้ากันอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดเอ่ยปากนอกเหนือไปจากเรื่องงานราชการยามนี้เหลือเพียงไม่กี่เดือนก็จะสิ้นปี เหล่าขุนนางต

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-17
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status