Home / รักโบราณ / นางร้ายสายปลาเค็ม / บทที่ 17 ขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว

Share

บทที่ 17 ขบวนเกี้ยวรับเจ้าสาว

Author: BigM00N
last update publish date: 2026-08-21 21:31:59

งานแต่งงานระหว่างกู้ชิงอวิ๋นและซ่งอวี้หรู แม้จะถูกจัดเตรียมขึ้นอย่างเร่งรีบภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่กลับยิ่งใหญ่สมฐานะของสองตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง

ตั้งแต่รุ่งสาง ถนนสายหลักที่เชื่อมระหว่างจวนตระกูลกู้กับจวนอัครเสนาบดีตระกูลซ่งก็เต็มไปด้วยผู้คน

ชาวบ้านสองข้างทางต่างพากันออกมายืนชมความครึกครื้น บ้างยืนอยู่หน้าร้านค้า บ้างชะโงกหน้าออกมาจากชั้นบนของโรงน้ำชา ส่วนเด็กเล็กต่างวิ่งตามเสียงฆ้องเสียงกลองด้วยความตื่นเต้น

ทุกคนล้วนอยากเห็นด้วยตาตนเองว่า งานแต่งของคุณชายรองตระกูลกู้กับคุณหนูใหญ่จวนอัครเสนาบดีจะยิ่งใหญ่เพียงใด

เดิมทีผู้คนต่างรู้ว่าซ่งอวี้หรูหลงใหลกู้ชิงเหิงมาหลายปี วิ่งตามเขาไปทั่วจนกลายเป็นเรื่องขบขันของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่

แต่เพียงชั่วข้ามคืน คนที่ซ่งอวี้หรูตั้งใจจะแต่งงานด้วยกลับเปลี่ยนจากคุณชายใหญ่กู้มาเป็นคุณชายรองกู้ ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าเกิดเรื่องใดขึ้นในจวนตระกูลกู้ และยิ่งไม่มีผู้ใดเข้าใจว่าเหตุใดคนทั้งสองตระกูลจึงเร่งจัดพิธีแต่งงานถึงเพียงนี้

ด้วยเหตุนี้ งานมงคลในวันนี้จึงยิ่งดึงดูดความสนใจของผู้คนมากกว่างานแต่งทั่วไปหลายเท่า

เสียงประทัดดังขึ้นเป็นระยะ เสียงฆ้องและกลองมงคลดังสนั่นไปทั่วถนนตรงหน้าขบวนรับเจ้าสาว กู้ชิงอวิ๋นอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงสด ปักลวดลายเมฆมงคลด้วยด้ายสีทอง เขานั่งอยู่บนหลังม้าสีขาวปลอดตัวใหญ่ ท่าทางสง่างามและองอาจ

ใบหน้าขาวผ่องยามต้องแสงแดดยามเช้าดูโดดเด่นเป็นพิเศษ วันนี้เขาไม่ได้มีท่าทีเคร่งขรึมเช่นปกติ ริมฝีปากกลับประดับรอยยิ้มบาง ๆ ดวงตาอบอุ่นจนเหล่าสตรีที่ยืนชมอยู่สองข้างทางต่างพากันหน้าแดง

“คุณชายรองกู้หล่อเหลาจริง ๆ”

“ได้ยินว่าเขามีนิสัยอ่อนโยน อีกทั้งยังเชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊”

“คุณหนูใหญ่ซ่งช่างโชคดีนัก เดิมทีทุกคนคิดว่านางต้องเสียใจเพราะคุณชายใหญ่กู้ คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายกลับได้แต่งกับบุรุษที่ดีกว่าเสียอีก”

“เบาเสียงหน่อยเถิด วันนี้เป็นวันมงคล อย่าได้เอ่ยถึงเรื่องเก่า”

เสียงซุบซิบเหล่านั้นดังแว่วอยู่รอบข้าง กู้ชิงอวิ๋นได้ยินบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง แต่กลับไม่คิดใส่ใจ สายตาของเขามองตรงไปยังประตูใหญ่ของจวนอัครเสนาบดีซึ่งปรากฏอยู่ไม่ไกล อีกไม่นาน ซ่งอวี้หรูก็จะออกมาจากประตูบานนั้น จากวันนี้เป็นต้นไป นางจะกลายเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม

เพียงคิดถึงเรื่องนี้ ภายในใจก็เกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมาอย่างไม่อาจอธิบาย

การแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้แต่งกับซ่งอวี้หรู ยิ่งไม่เคยคิดว่าสตรีที่เคยไล่ตามพี่ชายของเขามาหลายปี จะกลายเป็นผู้ที่รู้ชะตากรรมของตระกูลกู้ และอาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยทุกคนหลีกเลี่ยงหายนะในอนาคต

เมื่อคิดว่านางกำลังนั่งรออยู่ภายในจวน เขากลับไม่ได้รู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงภาระหรือแผนการของผู้ใหญ่ ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกคาดหวังอยู่ลึก ๆ ส่วนคาดหวังถึงสิ่งใด ตัวเขาเองก็ไม่กล้าหาคำตอบเท่าใดนัก...

ขบวนรับเจ้าสาวค่อย ๆ หยุดลงตรงหน้าประตูใหญ่จวนอัครเสนาบดี เกี้ยวเจ้าสาวด้านหลังเป็นเกี้ยวหลังใหญ่ ใช้ไม้ชั้นดีทาสีแดงสด แต้มสีทองเป็นลวดลายหงส์คู่และดอกโบตั๋น ประดับด้วยดอกไม้สดและผ้าแพรมงคลหลายชั้น พู่สีทองห้อยลงจากชายเกี้ยว เมื่อสายลมพัดผ่านก็แกว่งไกวอย่างงดงาม

ผู้คนที่ยืนชมต่างส่งเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก นี่ไม่ใช่เพียงเกี้ยวเจ้าสาวธรรมดา แต่เป็นเกี้ยวแปดคนหามที่ตระกูลกู้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ แม้งานแต่งจะเร่งรีบ แต่ไม่มีสิ่งใดถูกจัดเตรียมอย่างลวก ๆ เลยแม้แต่น้อย

เมื่อกู้ชิงอวิ๋นลงจากหลังม้า ประตูจวนอัครเสนาบดีกลับยังคงปิดสนิท ตามธรรมเนียม ขบวนเจ้าบ่าวไม่อาจเข้ารับเจ้าสาวได้โดยง่าย

ญาติฝ่ายเจ้าสาวต้องออกมาขวางประตู เพื่อทดสอบความสามารถและความจริงใจของเจ้าบ่าวเสียก่อน

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านในประตู ไม่นานนัก ประตูเล็กด้านข้างก็เปิดออก บรรดาคุณชายจากตระกูลซ่งทั้งสายรองและสายอื่นๆ เดินออกมาเป็นกลุ่ม

ผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าคือซ่งอวี้หรง ญาติผู้น้องจากจวนสายรอง ผู้มีอายุใกล้เคียงกับกู้ชิงอวิ๋น เขาสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้ม มือถือพัดจีบ ดวงตาเต็มไปด้วยความท้าทาย

“คุณชายรองกู้”

ซ่งอวี้หรงยกมือคำนับอย่างสุภาพ

“วันนี้ท่านต้องการรับพี่หญิงของข้าออกจากจวน ย่อมไม่อาจผ่านประตูเข้าไปได้ง่าย ๆ”

กู้ชิงอวิ๋นประสานมือคำนับตอบ

“ขอคุณชายซ่งโปรดชี้แนะ”

“ตระกูลซ่งของพวกเราเป็นตระกูลปัญญาชน บรรพบุรุษรับราชการฝ่ายบุ๋นมาหลายรุ่น”

ซ่งอวี้หรงคลี่พัดออก

“ในเมื่อคุณชายรองกู้ต้องการแต่งคุณหนูตระกูลซ่ง ย่อมต้องแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ใช่บุรุษที่รู้จักแค่เพียงการถือดาบนำทัพ”

คนรอบข้างพากันหัวเราะอย่างครึกครื้น ตระกูลกู้เป็นตระกูลแม่ทัพ ทุกคนต่างรู้ว่าบุตรหลานในตระกูลเชี่ยวชาญการขี่ม้ายิงธนูและวรยุทธ์

ส่วนตระกูลซ่งขึ้นชื่อเรื่องขุนนางสายบุ๋น การประลองระหว่างสองฝ่ายเช่นนี้จึงทำให้ผู้คนยิ่งสนใจ

กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้มีสีหน้าลำบากใจ เขากลับยิ้มแล้วกล่าว

“เช่นนั้นขอทุกท่านออกโจทย์มาเถิด”

ซ่งอวี้หรงสบตากับญาติพี่น้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะก้าวออกมาหนึ่งก้าว

“วันนี้เป็นวันมงคล ข้าจะขอเริ่มด้วยบทกวีเร่งเจ้าสาวหนึ่งวรรค”

เขาเงยหน้ามองโคมแดงที่แขวนอยู่เหนือประตู ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง

“เมฆมงคลเคลื่อนคล้อยเหนือเรือนหงส์ แสงอรุณส่องรับคู่บุปผา”

ผู้คนรอบข้างต่างเงียบลงเพื่อฟังคำตอบ กู้ชิงอวิ๋นครุ่นคิดเพียงครู่ ก่อนจะกล่าวต่อทันที

“อาชาขาวหยุดรอประตูหน้า มาขอรับยอดพธูร่วมชีวา”

เสียงชื่นชมดังขึ้นจากรอบด้าน ซ่งอวี้หรงเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันไปให้ญาติอีกคนออกโจทย์ต่อ คุณชายจากจวนสายรองอีกผู้หนึ่งจึงกล่าวขึ้น

“หงส์โผบินออกจากเรือนบุปผา บุษบารอคนมารับไปเคียงข้าง”

กู้ชิงอวิ๋นตอบโดยไม่รีรอ

“ขอใช้ใจสัตย์ซื่อคุ้มครองนาง ร่วมทุกข์สุขไม่ร้างราชั่วชีวัน”

ถ้อยคำนี้ไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่ยังแฝงคำมั่นต่อเจ้าสาวอยู่หลายส่วน เสียงโห่ร้องชื่นชมจึงดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม

บรรดาสตรีที่ยืนอยู่สองข้างทางต่างมองเขาด้วยความอิจฉา ซ่งอวี้หรงเองก็มีสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย แต่การทดสอบยังไม่จบเพียงเท่านี้ เขาเอ่ยบทกวีอีกหลายวรรค บ้างกล่าวถึงความกตัญญู บ้างกล่าวถึงการครองเรือน บ้างใช้คำเปรียบเปรยซับซ้อนเพื่อทดสอบไหวพริบ

กู้ชิงอวิ๋นกลับตอบได้ทั้งหมด

บางคำตอบเฉียบคม

บางคำตอบงดงาม

และบางคำตอบเต็มไปด้วยความจริงใจจนทำให้ผู้อาวุโสของตระกูลซ่งที่ยืนฟังอยู่ด้านในต่างพากันพยักหน้า แม้ตระกูลกู้จะเป็นตระกูลแม่ทัพ แต่กู้ชิงอวิ๋นกลับไม่ได้อ่อนด้อยความรู้ด้านอักษรศาสตร์แม้แต่น้อย

ในทางกลับกัน เขายังมีความคิดสุขุมและเลือกใช้ถ้อยคำได้เหมาะสมยิ่งเมื่อการโต้ตอบจบลง ผู้คนต่างกล่าวชื่นชมว่า คุณชายรองกู้คือเพชรที่ยังไม่ได้ถูกเจียระไนของจวนตระกูลกู้อย่างแท้จริง

หากวันหน้าเขาเข้าสู่ราชสำนัก ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายบุ๋นหรือฝ่ายบู๊ ย่อมมีอนาคตไกลอย่างแน่นอน

ซ่งอวี้หรงปิดพัดในมือ ก่อนจะหลีกทางออกจากประตู

“บทกวีของคุณชายรองกู้ทำให้พวกเรายอมรับ”

จากนั้นเขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น

“แต่การแต่งงานไม่ใช่เพียงเรื่องของคำพูด ข้าหวังว่าวันหน้า ท่านจะจดจำทุกคำที่กล่าวไว้ในวันนี้”

“พี่หญิงของข้าอาจมีนิสัยเอาแต่ใจอยู่บ้าง และอาจเคยทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็ยังเป็นคนของตระกูลซ่ง”

“หากท่านปฏิบัติต่อนางอย่างดี ตระกูลซ่งย่อมยินดีให้เกียรติท่าน”

“แต่หากวันใดท่านทำให้นางต้องได้รับความอยุติธรรม...”

ซ่งอวี้หรงเว้นจังหวะ ดวงตาที่มองกู้ชิงอวิ๋นเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“ประตูจวนตระกูลซ่งไม่ว่าจะเป็นสายหลักหรือสายรองจะเปิดประตูรอต้อนรับนางกลับมาเสมอ”

กู้ชิงอวิ๋นมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือคำนับอย่างหนักแน่น

“ข้าจะจดจำไว้ ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิต จะไม่มีผู้ใดรังแกนางได้”

คำตอบนี้ทำให้ซ่งอวี้หรงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ประตูใหญ่ของจวนอัครเสนาบดีจึงถูกเปิดออกในที่สุด

ขณะเดียวกัน ภายในเรือนอวี้หลัน ซ่งอวี้หรูกำลังนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองแดง

นางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงสด ปักลวดลายหงส์ทองกางปีกด้วยด้ายทองละเอียด กระโปรงยาวหลายชั้นแผ่คลุมอยู่บนพื้น

เครื่องประดับบนศีรษะมีทั้งปิ่นหงส์ มงกุฎดอกไม้ และพู่ไข่มุกที่ห้อยลงข้างแก้ม

แม้ชุดและเครื่องประดับจะหนักจนทำให้นางแทบยกศีรษะไม่ขึ้น แต่เมื่อมองเงาตนเองในกระจกแล้ว ซ่งอวี้หรูก็ยังอดชื่นชมไม่ได้

‘งดงามจริง ๆ ใบหน้านี้เกิดมาเพื่อสวมชุดเจ้าสาวโดยแท้ แม้ว่าเครื่องประดับจะหนักจนคอแทบหักก็เถิด’

ชิงอวี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังกลั้นยิ้ม ก่อนจะช่วยจัดชายแขนเสื้อให้เรียบร้อย

“คุณหนู วันนี้ท่านงดงามมากจริง ๆ เจ้าค่ะ”

“แน่นอน”

ซ่งอวี้หรูตอบอย่างไม่ถ่อมตน

“ข้าเป็นถึงคุณหนูใหญ่จวนอัครเสนาบดี หากไม่งดงามแล้วผู้ใดจะงดงาม”

สตรีภายในห้องต่างหัวเราะออกมาเบา ๆ บรรยากาศที่ควรเต็มไปด้วยความเศร้าจากการส่งเจ้าสาวกลับผ่อนคลายลงไม่น้อย

สวี่ซูหลัน ป้าสะใภ้จากตระกูลเถา ยืนอยู่ด้านข้างพร้อมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงในมือ

นางมองหลานสาวตรงหน้า ดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อย หากน้องสามีของนางยังมีชีวิตอยู่ วันนี้คงเป็นผู้คลุมผ้าให้บุตรสาวด้วยตนเอง

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ สวี่ซูหลันก็รู้สึกปวดใจ ซ่งอวี้หรูสังเกตเห็นแววตาของอีกฝ่าย จึงเอื้อมมือไปจับมือของนางเบา ๆ

“ท่านป้าสะใภ้”

สวี่ซูหลันได้สติ ก่อนจะฝืนยิ้ม

“วันนี้เป็นวันมงคล ข้าไม่ควรเศร้า”

นางยกผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวขึ้นอย่างช้า ๆ

“หรูเอ๋อร์ หลังจากออกเรือนไปแล้ว เจ้าต้องดูแลตนเองให้ดี”

“แม้ตระกูลกู้จะเป็นตระกูลใหญ่ มีผู้อาวุโสมากมาย แต่เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องยอมให้ผู้อื่นรังแก”

“หากได้รับความไม่เป็นธรรม อย่าเก็บไว้คนเดียว”

“จวนตระกูลเถายังคงยินดีหนุนหลังเจ้าเสมอ”

ซ่งอวี้หรูรู้สึกอบอุ่นอยู่ภายในใจ นางพยักหน้าอย่างว่าง่าย

“ข้าจะจดจำไว้เจ้าค่ะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status