Share

บทที่ 75 มีทายาท

Author: BigM00N
last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-02 11:46:44

คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที

“อะไรนะ!”

ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น

“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”

“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”

บ่าวคนนั้นกัดฟัน

“ข้าไม่รู้!”

“ไม่รู้หรือ”

ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น

“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”

บ่าวชายหน้าซีดทันที

“อย่า! ข้าพูดแล้ว”

เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว

“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”

เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง

“เจ้าใส่ร้ายข้า!”

บ่าวคนนั้นรีบตะโกน

“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”

“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”

ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน

“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”

เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า

“ไม่ใช่!”

“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”

“ข้าไม่ได้...”

“หุบปาก!”

เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ้งร้องไห้ขึ้นมาทันที เสียงร้องนั้นยิ่งทำให้ซ่งเหวินหยวนโกรธจนดวงตาแดงก่ำ

“ข้าเคยเลี้ยงดูเจ้ามา แม้จะรู้ว่าเจ้าไม่ใช่บุตรแท้ ๆ ข้ายังมอบเรือนนอกจวนให้เจ้าพัก มอบเงินให้เจ้า ส่งเสริมให้เจ้าได้เรียนต่อ”

“ข้าไม่เคยคิดฆ่าเจ้า แต่วันนี้เจ้ากลับคิดจะฆ่าภรรยาและลูกชายของข้า”

เสิ่นอวี้เหวินหน้าซีด

“ท่านพ่อ...”

ซ่งเหวินหยวนหลับตาลง เมื่อเปิดขึ้นอีกครั้ง แววตาไม่เหลือความอ่อนโยนอีกแล้ว

“ส่งตัวพวกเขาไปให้ทางการ ทั้งนายทั้งบ่าว”

เสิ่นอวี้เหวินดิ้นรนทันที

“ท่านพ่อ!”

“ท่านจะส่งข้าไปตายหรือ!”

ซ่งเหวินหยวนไม่ตอบ เขาเพียงเบือนหน้าหนี การวางแผนลอบสังหารฮูหยินเอกและทายาทของอัครเสนาบดีไม่ใช่ความผิดเล็กน้อย

ยิ่งมีทั้งยาพิษ พยาน และคำรับสารภาพ เสิ่นอวี้เหวินยากจะหลีกหนีโทษตาย ในเมื่อเขาเลือกเส้นทางนี้เอง ครั้งนี้ซ่งเหวินหยวนไม่มีทางยื่นมือช่วยอีก

เมื่อเสิ่นอวี้เหวินถูกลากออกไป เสียงร้องขอความเมตตายังคงดังอยู่ไกล ๆ ซ่งอวี้หรูเดินเข้าไปหาบิดา นางจับแขนเขาเบา ๆ

“ท่านพ่อ”

ซ่งเหวินหยวนหลับตา

“พ่อเลี้ยงเขามาเกือบสิบปี...”

“ข้ารู้”

“พ่อเคยคิดว่า ต่อให้ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ อย่างน้อยความผูกพันหลายปีก็ยังเหลืออยู่บ้าง”

ซ่งอวี้หรูเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว

“ในเมื่อเขาเลือกเส้นทางนี้ เขาก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ ท่านพ่อทำดีที่สุดแล้วในฐานะบิดาที่เคยเลี้ยงดูเขามา ท่านไม่ได้ติดค้างเขา”

ซ่งเหวินหยวนมองบุตรสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

“กลายเป็นว่าเจ้าต้องมาปลอบพ่อเสียแล้ว”

“ก็ท่านแก่แล้วนี่”

“เจ้าลูกคนนี้”

บรรยากาศที่หนักอึ้งค่อย ๆ คลายลง ซ่งเหวินหยวนหันไปมองกู้ชิงอวิ๋นจากนั้นก็มองบุตรชายทารกที่แม่นมกำลังอุ้มปลอบอยู่ อยู่ ๆ เขาก็หรี่ตาลง

“หรูเอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

“พ่อแต่งงานทีหลังเจ้าเสียอีก แต่ตอนนี้พ่อได้อุ้มลูกแล้ว”

ซ่งอวี้หรูกะพริบตา ซ่งเหวินหยวนมองกู้ชิงอวิ๋นอย่างพิจารณา

“เจ้าหนุ่มตระกูลกู้ของเจ้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“...”

กู้ชิงอวิ๋นแข็งค้าง ซ่งอวี้หรูหัวเราะพรืดออกมา

“ท่านพ่อ!”

“พ่อก็แค่ถามเจ้าตามตรง”

ซ่งเหวินหยวนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“แต่งกันมาตั้งนานแล้ว ยังไม่มีข่าวดีเสียที”

“หากเขามีปัญหาก็บอกพ่อ พ่อรู้จักหมอหลวง...”

“ท่านพ่อตา!”

กู้ชิงอวิ๋นรีบตัดบทเป็นครั้งแรก ซ่งอวี้หรูหัวเราะจนไหล่สั่น ส่วนในใจกลับคิดอย่างอารมณ์ดี

‘คนรอบตัวข้าช่างแสนดีจริง ๆ คนยุคนี้หากแต่งงานนานแล้วยังไม่มีลูก ส่วนใหญ่คงโทษฝ่ายหญิง แต่ตาแก่กลับสงสัยสามีของข้าเสียอย่างนั้น’

นางเหลือบมองใบหน้าของกู้ชิงอวิ๋น

‘อืม... ถูกสงสัยเรื่องความสามารถในการมีลูกถึงขั้นนี้ สามีของข้าคงเสียหน้าแย่ สงสัยคืนนี้ข้าต้องให้ความร่วมมือกับเขาดี ๆ เสียหน่อย จะได้ไม่มีผู้ใดกล้าสงสัยความสามารถของสามีข้าอีก’

กู้ชิงอวิ๋นสำลักลมหายใจทันที

“แค่ก!”

ซ่งอวี้หรูหันไป

“พี่อวิ๋น ท่านเป็นอะไร”

“ไม่มีอะไร”

เขารีบยกถ้วยชาขึ้นดื่ม

“ข้าว่า...พวกเราควรพูดเรื่องชื่อของน้องชายเจ้าดีกว่า”

“จริงด้วย!”

ซ่งอวี้หรูถูกเบี่ยงเบนความสนใจทันที

“ท่านพ่อตั้งชื่อให้น้องชายหรือยัง”

กู้ชิงอวิ๋นถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนซ่งอวี้หรงที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบก้มหน้าลง ใบหูแดงก่ำ กู้ชิงหลิงเองก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ทำทีเหมือนกำลังไอ สามีภรรยาสบตากันเพียงครู่หนึ่ง ต่างฝ่ายต่างไม่กล้ามองไปทางซ่งอวี้หรูอีก

ซ่งอวี้หรงคิดอยู่ในใจอย่างจนปัญญา ญาติผู้พี่ของเขา... ช่างมีความคิดไม่ธรรมดาจริง ๆ และสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือคนตระกูลกู้ พวกเขาฟังความคิดเช่นนี้ของนางมาได้นานถึงเพียงนี้... แต่กลับยังสามารถรักษาสีหน้าให้เป็นปกติได้ช่างเป็นกลุ่มคนที่น่านับถือจริง ๆ

ซ่งเหวินหยวนย่อมไม่รู้เลยว่าคำถามเพียงประโยคเดียวของตนเองจะทำให้บุตรเขยแทบไม่กล้ามองหน้าบุตรสาวของเขาไปตลอดทั้งช่วงบ่าย

ส่วนซ่งอวี้หรูกลับลืมเรื่องนี้ไปอย่างรวดเร็ว เพราะทันทีที่ได้ยินว่าบิดาตั้งชื่อให้น้องชายแล้ว ความสนใจทั้งหมดของนางก็ถูกดึงกลับไปยังเด็กน้อยในอ้อมแขนของแม่นม

“ตั้งชื่อแล้วหรือเจ้าคะ”

ซ่งเหวินหยวนพยักหน้า

“ซ่งอวี้เฉิง”

“เฉิงที่หมายถึงความสำเร็จและความมั่นคง”

ซ่งอวี้หรูพึมพำชื่ออยู่สองครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“ซ่งอวี้เฉิง... ฟังดูดี”

นางยื่นมือไปรับน้องชายจากแม่นมอย่างระมัดระวัง ทารกน้อยเพิ่งกินนมอิ่มจึงหลับสนิท แก้มอวบอิ่มแดงระเรื่อ ปากเล็กขยับเป็นครั้งคราวราวกับกำลังดูดนมอยู่ในความฝัน

ซ่งอวี้หรูมองแล้วหัวใจก็อ่อนยวบ

‘ตัวเล็กถึงเพียงนี้... วันหน้าจะต้องโตมาอย่างดีแน่’

‘มีท่านพ่อ มีท่านแม่เลี้ยง มีข้า มีญาติสกุลเถา แล้วก็ยังมีตระกูลกู้คอยหนุนหลังอีก’

‘ต่อให้เจ้าอยากเป็นปลาเค็มเหมือนพี่สาว พี่สาวก็เลี้ยงเจ้าได้’

กู้ชิงอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนภรรยาของเขาจะเริ่มวางแผนเลี้ยงน้องชายให้เป็นปลาเค็มตามตนเองเสียแล้ว

ซ่งเหวินหยวนกลับไม่รู้ความคิดของบุตรสาว เขาเพียงมองภาพนางอุ้มน้องชายอย่างคล่องแคล่ว แล้วอดพูดขึ้นอีกไม่ได้

“ดูเจ้าอุ้มเด็กก็ไม่เลวนี่”

ซ่งอวี้หรูเงยหน้าขึ้น

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“เช่นนั้นก็รีบมีของตนเองเสียที”

“ท่านพ่อ!”

ครั้งนี้นางหน้าแดงขึ้นมาจริง ๆ ซ่งเหวินหยวนหัวเราะเสียงดัง

กู้ชิงอวิ๋นเองก็รีบกระแอม ก่อนจะก้าวเข้ามารับเด็กจากนางไปอย่างเนียน ๆ

“หรูเอ๋อร์อุ้มมานานแล้ว เดี๋ยวเมื่อยแขน”

ซ่งอวี้หรูหันไปมองเขา พอเห็นใบหูของสามีแดงเล็กน้อย นางก็ยิ่งอดขำไม่ได้

‘ดูสิ เขายังเขินอยู่เลย ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็ไม่เห็นจะขัดเขินเลยสักนิด...’

กู้ชิงอวิ๋นเกือบทำเด็กในอ้อมแขนหลุดมือ เขารีบอุ้มซ่งอวี้เฉิงให้มั่นคง ก่อนจะกล่าวเสียงเข้ม

“หรูเอ๋อร์”

“เจ้าคะ”

“เจ้ารีบไปกินขนมเถิด ขนมในจวนของท่านพ่อตาอร่อยมากมิใช่หรือหากไม่พอก็สั่งให้ชิงอวี่ห่อกลับจวนเถิด”

คำพูดของเขาทำให้ซ่งอวี้หรูหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีไม่ลืมหันไปสั่งชิงอวี่ให้ห่อขนมกลับจวนให้มากขึ้นอีกสักหน่อย

คืนนั้นหลังกลับถึงจวนตระกูลกู้ กู้ชิงอวิ๋นกลับทำตัวเงียบกว่าปกติ ซ่งอวี้หรูนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจก พลางเหลือบมองสามีที่กำลังอ่านเอกสารอยู่บนตั่ง

“พี่อวิ๋น”

“อืม”

“ท่านยังคิดมากเรื่องที่ท่านพ่อพูดอยู่หรือเจ้าคะ”

กู้ชิงอวิ๋นวางเอกสารลง

“ข้าไม่ได้คิดมาก”

“จริงหรือ”

“จริง”

ซ่งอวี้หรูหมุนตัวกลับมามองเขาเต็ม ๆ

“แต่ใบหูท่านแดงมาตั้งแต่จวนท่านพ่อแล้ว”

กู้ชิงอวิ๋น “...”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหานาง

“แล้วเจ้าล่ะ”

“ข้าทำไม”

“เมื่อกลางวันเจ้าคิดอะไรเอาไว้”

ซ่งอวี้หรูกะพริบตา

“ข้าคิดอะไรหรือ...”

กู้ชิงอวิ๋นหยุดตรงหน้านาง แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความหมาย

“ไม่มีอะไร”

เขายกมือขึ้นช่วยถอดปิ่นออกจากเรือนผมของนาง

“เพียงแต่ข้าคิดว่า... คำพูดของท่านพ่อตาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง”

ซ่งอวี้หรูชะงัก

“เหตุผลอะไร”

“พวกเราแต่งงานกันมานานพอสมควรแล้ว”

“...”

“ถ้ามีบุตรสักคนก็คงดี”

ใบหน้าของซ่งอวี้หรูค่อย ๆ ร้อนขึ้น นางพยายามทำตัวเป็นธรรมชาติ

“เรื่องเช่นนี้จะรีบร้อนได้อย่างไร”

“ข้าก็ไม่ได้รีบ”

กู้ชิงอวิ๋นตอบเสียงต่ำ

“ข้าเพียงบอกว่าถ้ามีก็ดี”

เขาหยุดเล็กน้อย

“แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร”

ซ่งอวี้หรูเงยหน้าขึ้นมองเขา กู้ชิงอวิ๋นยิ้มอ่อนโยน

“ชีวิตนี้ขอเพียงมีเจ้าก็พอแล้ว”

เพียงประโยคเดียว หัวใจของซ่งอวี้หรูก็อ่อนยวบ

‘ทำไมคนผู้นี้พูดจาได้หวานขึ้นทุกวัน ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าคงหลงเขาจนถอนตัวไม่ขึ้นจริง ๆ แล้ว’

กู้ชิงอวิ๋นยิ้มก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากนางเบา ๆ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 79 ใช้ชีวิตเป็นปลาเค็มอย่างคุ้มค่าแล้ว

    หลายสิบปีผ่านไป คนรุ่นเก่าค่อย ๆ วางมือ กู้เจิ้งหยวนกับเผยซูเจินใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ท่ามกลางลูกหลานเต็มจวนซ่งเหวินหยวนเองก็วางมือจากราชสำนัก ใช้ชีวิตกับเถารั่วหรานและบุตรชายคนเล็กอย่างสุขสบายซ่งอวี้เฉิงเติบโตขึ้นอย่างดี สมกับที่ซ่งอวี้หรูเคยเททรัพย์สินรับขวัญเขาตั้งแต่เกิดทุกครั้งที่พบหน้าพี่สาว เขายังคงเรียกนางด้วยความเคารพ แต่สิ่งแรกที่ทำคือเปิดหีบของขวัญให้ดูว่าเอาอะไรมาให้พี่สาวบ้าง จนซ่งเหวินหยวนเคยบ่น“ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดเมื่อมีของดีๆ เจ้าจึงขนไปให้พี่สาวของเจ้าจนหมด”ซ่งอวี้เฉิงตอบหน้าตาย“พี่หญิงให้ทรัพย์สินลูกตั้งแต่ลูกยังลืมตาไม่ขึ้น ยามนี้ลูกจึงต้องตอบแทนพี่หญิงให้มากหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินหยวน “...”สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็ยังเป็นปลาเค็มซ่งอวี้หรูเหมือนเดิม…เมื่อถึงวันที่กู้ชิงอวิ๋นเห็นว่าบุตรชายคนโตมีความสามารถเพียงพอจะรับภาระของตระกูลได้แล้ว เขาก็เรียกบุตรชายคนโตเข้ามาในห้องหนังสือตราแม่ทัพที่อยู่กับเขามานานหลายสิบปีถูกวางลงบนโต๊ะ“รับตราแม่ทัพไปเถิด”บุตรชายคนโตชะงัก“ท่านพ่อ”“ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”“แล้วท่านพ่อเล่า ท่านพ่อยังไม่ทันจะแก่ชราเลย

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 78 ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขของปลาเค็ม

    กู้ชิงอวิ๋นจ้องมองใบหน้าของซ่งอวี้หรูแล้วก็ยิ้มออกมาความจริงแล้วมีอีกเรื่องหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากบุตรชายคนแรกของเขาและนางถือกำเนิดนับตั้งแต่วันนั้น... คนตระกูลกู้ไม่ได้ยินเสียงความคิดของซ่งอวี้หรูอีกเลยตอนแรกทุกคนต่างประหลาดใจเผยซูเจินเคยลองนั่งอยู่ใกล้นางทั้งวัน ฟางฮุ่ยเหมยเคยจงใจพูดเรื่องกู้ชิงเหิงในอดีตเพื่อดูว่านางจะคิดอะไร แม้แต่กู้ชิงอิงยังเคยแกล้งพูดถึงบุรุษรูปงามตรงหน้านางแต่ไม่ว่าอย่างไร... เสียงความคิดในใจที่เคยดังอยู่ในหัวทุกคนกลับหายไปอย่างสมบูรณ์ช่วงแรกคนในจวนรู้สึกไม่คุ้นเคยอยู่บ้าง โดยเฉพาะกู้ชิงอวิ๋น เขาเคยชินกับการได้ยินทุกอย่างที่นางไม่ยอมพูดออกมารู้ว่านางอยากกินอะไรรู้ว่านางโกรธผู้ใดรู้ว่านางกังวลเรื่องไหนรู้แม้กระทั่งตอนที่นางแอบชมเขาอยู่ในใจเมื่อเสียงเหล่านั้นหายไป...เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไปจริง ๆแต่ไม่นานเขาก็พบว่า... มันไม่ได้แย่เลย เพราะซ่งอวี้หรูในวันนี้ไม่ใช่สตรีที่เก็บทุกสิ่งไว้ในใจเหมือนเมื่อก่อนอยากกินอะไร นางก็พูดออกมาไม่พอใจสิ่งใด นางก็บอกเขายามหึงหวง นางก็แสดงออกอย่างเต็มที่ยามคิดถึงเขา นางก็เขียนจดหมายส่งไปถึงค่ายทหาร บางฉ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 77 ปลาเค็มกับเจ้าลิงน้อยสามตัว

    เวลาผ่านไปเพียงชั่วพริบตา จากหญิงสาวที่เคยนอนเอกเขนกอยู่บนตั่งทั้งวัน ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายราวกับไม่มีเรื่องใดในโลกให้ต้องกังวล ซ่งอวี้หรูกลับต้องมานอนเหงื่อท่วมกายอยู่บนเตียงคลอด มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด“โอ๊ย!”“กู้ชิงอวิ๋น!”เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องด้านใน คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งพร้อมกันกู้ชิงอวิ๋นยืนตัวแข็งอยู่หน้าประตู มือทั้งสองข้างกำแน่น ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่งกลับซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด“คุณชายรอง ท่านอย่าเดินไปเดินมาเลยเจ้าค่ะ”ฟางฮุ่ยเหมยเอ่ยอย่างจนใจ“เจ้าก็ทำให้แม่เวียนหัวไปด้วยแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นไม่ได้ตอบ เขายังคงเดินไปมาอยู่หน้าห้อง เสียงร้องของซ่งอวี้หรูดังขึ้นอีกครั้ง“กู้ชิงอวิ๋น! เจ้าคนสารเลว!”“ข้าจะไม่คลอดแล้ว”“ข้าไม่เอาแล้ว”กู้ชิงอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเมื่อก่อน เขายังอาจได้ยินเสียงความคิดของนางแทรกอยู่ท่ามกลางคำด่าเหล่านั้นแต่นับตั้งแต่เริ่มเจ็บท้องคลอด... เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยไม่มีเสียงบ่นไม่มีเสียงแอบด่าไม่มีความคิดฟุ้งซ่านมีเพียงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียงต่อว่าเขาเพื่อระบายความทรมานออกมาเท่านั้นยิ่งไม่ได้ยิน..

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 76 ซ่งอวี้หรูตั้งครรภ์

    หลังจากนั้นหลายวัน ชีวิตของซ่งอวี้หรูก็กลับเข้าสู่ความสงบเช่นเดิมนางยังคงตื่นสายกินเก่งง่วงก็นอนบางครั้งก็เดินไปเยี่ยมฮูหยินผู้เฒ่าบางวันไปนั่งเล่นกับฟางฮุ่ยเหมย หากว่างมากก็ออกจากจวนไปตรวจสอบร้านค้าในมือของตนเองจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง... ชิงอวี่ยกสำรับอาหารเข้ามา“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ วันนี้ในครัวทำโจ๊กปลา...”ยังพูดไม่ทันจบ ซ่งอวี้หรูก็ยกมือขึ้นปิดจมูก“เอาออกไป”ชิงอวี่ชะงัก“เจ้าคะ”“กลิ่นโจ๊กปลาคาวมากเลย”“แต่ปกติฮูหยินน้อยชอบโจ๊กปลามากนะเจ้าคะ”“วันนี้ไม่อยากกิน”ซ่งอวี้หรูตอบพลางขมวดคิ้ว นางยังไม่ได้คิดอะไร แต่ชิงอวี่กลับมองนางอย่างแปลก ๆ“ฮูหยินน้อย...”“อะไร”“ประจำเดือนของท่านเดือนนี้...”ซ่งอวี้หรูชะงัก ทั้งห้องพลันเงียบ นางเริ่มนับวันอยู่ในใจ จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป‘เดี๋ยวนะ... เหมือนจะเลยมาหลายวันแล้วจริง ๆ’ชิงอวี่เบิกตากว้าง“บ่าวจะไปเชิญหมอ!”“เดี๋ยวก่อน”แต่นางยังห้ามไม่ทัน ชิงอวี่ก็วิ่งออกจากห้องไปแล้ว ข่าวแพร่เร็วเสียยิ่งกว่าไฟลามทุ่งไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ฟางฮุ่ยเหมยก็รีบมาถึง ตามมาด้วยเผยซูเจิน แม้แต่หลินจิ้งยังตามเข้ามาด้วย ซ่งอวี้หรูนั่งอยู่บนเตียง มองคนเต็

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 75 มีทายาท

    คำพูดของซ่งอวี้หรงทำให้ซ่งเหวินหยวนลุกขึ้นทันที“อะไรนะ!”ซ่งอวี้หรงหันไปมองบ่าวบนพื้น“เจ้าพกยาพิษเข้ามาในจวนอัครเสนาบดีเพื่ออะไร”“ตั้งใจจะวางยาผู้ใด”บ่าวคนนั้นกัดฟัน“ข้าไม่รู้!”“ไม่รู้หรือ”ซ่งอวี้หรงยิ้มเย็น“เช่นนั้นส่งไปกรมอาญาเถิด ที่นั่นมีวิธีทำให้คนไม่รู้กลายเป็นคนรู้ได้มากมาย”บ่าวชายหน้าซีดทันที“อย่า! ข้าพูดแล้ว”เขาหันไปมองเสิ่นอวี้เหวินด้วยความหวาดกลัว“เป็นคุณชายเสิ่น! เขาเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เสิ่นอวี้เหวินเบิกตากว้าง“เจ้าใส่ร้ายข้า!”บ่าวคนนั้นรีบตะโกน“คุณชายเสิ่นสั่งให้ข้าหาโอกาสวางยาฮูหยินซ่งและคุณชายน้อย เขาบอกว่าหากคุณชายน้อยตาย ท่านอัครเสนาบดีก็จะไม่มีบุตรชายสายตรง”“ส่วนหากฮูหยินซ่งตายไปด้วย... เขาก็จะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายนายท่านได้อีกครั้ง”ทั้งห้องเงียบกริบ ซ่งเหวินหยวนตัวสั่น ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโกรธจนแทบควบคุมตนเองไม่อยู่ เขาจ้องเสิ่นอวี้เหวินราวกับไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน“เจ้า... คิดจะฆ่าฮูหยินของข้า และลูกของข้า”เสิ่นอวี้เหวินรีบส่ายหน้า“ไม่ใช่!”“ท่านพ่อ ท่านอย่าเชื่อเขา”“ข้าไม่ได้...”“หุบปาก!”เสียงตวาดดังสนั่น ทารกในอ้อมแขนแม่นมสะดุ

  • นางร้ายสายปลาเค็ม   บทที่ 74 บุตรชายของจวนอัครเสนาบดี

    ข่าวของเซี่ยหว่านชิงถูกส่งกลับมาถึงเมืองหลวงในช่วงต้นฤดูหนาว ตอนแรกซ่งอวี้หรูไม่ได้สนใจนัก นับตั้งแต่ตระกูลเซี่ยถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ชีวิตของนางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างที่ใฝ่ฝันมานานตื่นสาย กินขนม เบื่อก็เดินเล่นในสวน บางวันไม่อยากออกจากเรือนก็เอนตัวนอนบนตั่งทั้งวันกู้ชิงอวิ๋นกลับจากค่ายทหารเมื่อใดก็จะมีของกินหรือของเล่นแปลก ๆ ติดมือกลับมาให้นางเสมอ ซ่งอวี้หรูจึงใช้ชีวิตเป็น “ปลาเค็ม” ได้อย่างเต็มภาคภูมิจนกระทั่งวันหนึ่ง ชิงอวี่นำข่าวจากชายแดนเข้ามารายงาน“ฮูหยินน้อยเจ้าคะ มีข่าวเรื่องคุณหนูเซี่ยเจ้าค่ะ”ซ่งอวี้หรูซึ่งกำลังนอนกอดหมอนอยู่บนตั่งเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“เซี่ยหว่านชิงหรือ”“เจ้าค่ะ”“นางเป็นอย่างไรบ้าง”ชิงอวี่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ“เสียชีวิตระหว่างทางไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”มือที่กำลังหยิบขนมของซ่งอวี้หรูหยุดลง“ตายแล้วหรือ”“เจ้าค่ะ”ชิงอวี่ลดเสียงลง“หลังจากถูกเนรเทศ การเดินทางลำบากมาก อาหารที่แจกให้นักโทษก็มีไม่มาก คุณหนูเซี่ยไม่เคยลำบากมาก่อนจึงทนไม่ไหว”“ได้ยินว่า...ช่วงหลังนางพยายามใช้สิ่งที่ตนเองมีแลกเปลี่ยนกับอาหารและความสะดวกจากผู้คุมบางคน”ซ่งอวี้หรูเงี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status