เข้าสู่ระบบหลินเม่ยเม่ยกวาดสายตามองรอบ ๆ ตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ เธอไม่เคยเห็นสถานที่ไหนสวยเท่าที่นี่มาก่อน บ้านหลังนี้สร้างใหญ่โตด้วยไม้โบราณที่หายาก เมื่อเดินเข้ามาที่สวน เธอก็พบกับน้ำตกที่ใสสะอาด ทำให้ต้องเดินเข้าไปจิบกินอย่างหิวกระหาย
ขณะนั้นร่างที่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าสดชื่นขึ้นมาจนน่าตกใจ
“อย่าบอกนะว่านี่คือน้ำวิเศษ” เธอพูดอย่างตื่นเต้น
ตอนนั้นเองก็มีจอภาพบางอย่างพร้อมกับเสียงปริศนาดังขึ้นมา “สวัสดีเจ้านาย ฉันคือระบบแลกเปลี่ยน เพื่อพลิกชีวิตเจ้านายค่ะ”
“หมายความว่าอย่างไร แล้วสถานที่แห่งนี้คือระบบด้วยหรือเปล่า” หญิงสาวถามกลับอย่างตกใจ เธอยังคงมึนงงกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย
“สถานที่แห่งนี้เรียกว่ามิติค่ะเจ้านาย ที่นี่ไม่ต่างจากบ้านพักของเจ้านาย ส่วนน้ำตกนั่นคือน้ำตกวิเศษ ที่สามารถรักษาอาการเหนื่อยล้าและเจ็บป่วยได้
ส่วนหน้าจอนั้นคือระบบแลกเปลี่ยน เจ้านายสามารถหาสินค้าเข้ามาแลกเปลี่ยนกับข้าวของ ที่มีอยู่ในระบบได้ตามต้องการ ไม่ว่าเจ้านายจะหาสิ่งใดเข้ามา สิ่งของเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นเหรียญให้ เพื่อที่เจ้านายจะใช้ซื้อสินค้าในระบบออกไปได้ ส่วนฉันคือเสี่ยวฟาง ผู้ช่วยของเจ้านายค่ะ”
เสี่ยวฟางพยายามอธิบายถึงระบบและมิติ ให้กับเจ้านายของเธอฟังอย่างละเอียด แม้จะไม่รู้ว่าหลินเม่ยเม่ยจะเข้าใจหรือเปล่าก็ตาม
“อืม อย่างไรฉันจะพยายามทำความเข้าใจสถานที่แห่งนี้กับระบบแลกเปลี่ยนที่เธอพูดถึงก็แล้วกัน”
หญิงสาวตอบกลับไป เธอพอจะเข้าใจสิ่งที่เสี่ยวฟางบอกมา แต่คงต้องศึกษาใช้ให้มากกว่านี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรดี ถึงจะไม่ให้เธอต้องอยู่ในวังวนที่เลวร้ายเหมือนชาติที่แล้ว
“เจ้านาย ตอนนี้เจียงซื่อและหลินเพ่ยหราน กำลังวางแผนร้ายเหมือนชาติที่แล้ว เจ้านายจะจัดการทั้งสองคนอย่างไร”
เสี่ยวฟางบอกถึงสถานการณ์ตอนนี้ขึ้นมา คล้ายกับเตือนสติหญิงสาว เพราะกลัวว่าเจ้านายจะลืมเรื่องนี้
“เธอไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่มีทางลืมเรื่องนี้แน่ ในเมื่ออยากให้ฉันแต่งงานกับบ้านเฉินมากนัก ก็รอดูแล้วกันว่าฉันจะยอมแต่งแทนไหม เจ้าบ่าวของฉันจะต้องไม่ใช่เฉินต้าเฟย”
หญิงสาวพูดอย่างแค้นใจ และไม่ยอมที่จะถูกน้องสาวต่างแม่และแม่เลี้ยงของเธอเล่นงาน ด้วยการให้แต่งกับเฉินต้าเฟยเหมือนชาติที่แล้วอีกแล้ว
“เจ้านาย ตอนนี้หากต้องการเปลี่ยนเจ้าบ่าว ฉันขอเสนอเมิ่งเฟยเทียน ลูกชายคนโตของบ้านเมิ่งนะ” เสี่ยวฟางได้ยินอย่างนั้นก็เสนอชื่อเจ้าบ่าวขึ้นมาทันที
“เมิ่งเฟยเทียนเหรอ” หญิงสาวอุทานชื่อนั้นออกมา
เมื่อได้ยินชื่อนี้ หลินเม่ยเม่ยก็มีความตกใจไม่น้อย
เนื่องจากชายคนนี้เท่าที่จำได้ ชาติที่แล้วเขาคือคนที่จะต้องแต่งงานกับน้องสาวต่างแม่ของเธออย่างหลินเพ่ยหราน แต่ยังไม่มีงานแต่งเขาก็ถูกจับและถูกลงโทษประหาร เพราะไปเป็นเข้ากับฝ่ายศัตรูของรัฐ ทำให้บ้านเมิ่งล้มแบบไม่มีชิ้นดี ทุกอย่างถูกยึดเข้ารัฐและคนในครอบครัวกลายเป็นคนไร้บ้าน นอกจากนั้นเธอก็ไม่มีความทรงวจำใด ๆ เกี่ยวกับเขาอีกเลย
“แต่เขาต้องโทษประหารไม่ใช่หรือ แล้วทำไมยังจะให้ฉันไปแต่งงานกับเขาล่ะ” นี่คือสิ่งที่หลินเม่ยเม่ยไม่เข้าใจ จึงขมวดคิ้วถามออกไป
“นั่นเป็นเพราะเขาถูกใส่ร้าย และเจ้านายต้องช่วยเขาในเรื่องนี้ด้วย เมิ่งเฟยเทียนคือนายทหารที่ดีคนหนึ่ง แต่เพราะความตงฉินมากจนเกินไป ทำให้เขาถูกคนชั่วเล่นงานอย่างไรล่ะ หากเจ้านายได้แต่งกับเขา รับรองว่าทุกอย่างที่เจ้านายคิด จะต้องราบรื่นอย่างแน่นอน รวมถึงการแก้แค้นคนพวกนั้นด้วย”
เสี่ยวฟางอธิบายเกี่ยวกับชายหนุ่มให้ฟังเจ้านายฟังและเสนอแนวทางแก้แค้นให้
อิจฉาแทบกระอักเลือดเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง เจียงซื่ออดทนกับความอยากรู้ไม่ไหว จึงตัดสินใจถามลูกเลี้ยงออกไปตรง ๆ “แกรู้เรื่องอะไรของฉัน”“คุณยังกล้าถามอีกนะ ก็เรื่องเพ่ยหรานไม่ใช่ลูกของพ่อน่ะสิ” หลินเม่ยเม่ยตอบออกมาพร้อมกับจ้องตาอีกฝ่ายเธอไม่สนใจหรอกว่าแม่เลี้ยงคนนี้จะทำอย่างไรต่อจากนี้ แต่เธอต้องการให้อีกฝ่ายอยู่อย่างหวาดระแวงไปจนวันตาย ให้สาสมกับที่เจียงซื่อทำกับเธอเมื่อชาติที่แล้ว“แกอย่ามาพูดไร้สาระตรงนี้นะ เพ่ยหรานเป็นลูกของพี่หลินหาน แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี แล้วเอาเรื่องโกหกไปเที่ยวบอกคนอื่น” เจียงซื่อพูดกระซิบเสียงเข้มเพราะกลัวคนมาได้ยิน และแม้จะขู่ลูกเลี้ยงกลับไป แต่ทว่าท่าทีของเธอนั้นกลับดูร้อนรนอย่างมาก ไม่เหมือนกับเจียงซื่อผู้ที่เคยสงบและเยือกเย็น“เรื่องนี้จริงหรือไม่จริง คุณย่อมรู้อยู่แก่ใจ ถ้าคุณไม่มายุ่งกับฉัน เรื่องนี้ก็จะเป็นความลับต่อไป ฉันหวังว่าจะเข้าใจนะคุณแม่เลี้ยง” หลินเม่ยเม่ยพูดด้วยรอยยิ้ม พูดจบก็เดินออกมาจากบ้าน เธอตั้งใจจะไปหาหลินเพ่ยหรานสักหน่อย เพื่อบอกเรื่องแต่งงานของเธอที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าหลินเม่ยเม่ยเดินมาเรื่อย ๆ พบเจอใครก็มีแต่คนทักทาย ไม่คิดว่
คนมีชะงักติดหลังเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินเพ่ยหราน เมื่อหลินเม่ยเม่ยกลับมาถึงบ้าน เธอก็รู้เรื่องราวทั้งหมดจากการเล่าของเสี่ยวฟาง แม้ว่าอีกฝ่ายเหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่ก็ยังไม่สาแก่ใจของเธอ เธอตั้งใจว่าจะหาทางบังเอิญไปพบอีกฝ่ายสักหน่อยส่วนเรื่องที่เธอขอผู้ชายบ้านเมิ่งแต่งงาน ฝ่ายนั้นแจ้งมาว่าวันนี้จะส่งผู้ใหญ่มาเจรจาสู่ขอตามธรรมเนียม ซึ่งเมื่อคนบ้านเมิ่งมาถึง ชาวบ้านดูจะแตกตื่นไม่น้อย รวมถึงแม่เลี้ยงและพ่อของเธอก็แสดงความตื่นเต้นออกมา“สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วย ที่คนบ้านเมิ่งมาที่นี่แบบไม่ได้นัดหมาย คงไม่ตกใจกันใช่ไหมคะ วันนี้ฉันและทุกคนมาเพื่อสู่ขอหลินเม่ยเม่ยให้แต่งกับเมิ่งเฟยเทียน ลูกชายเพียงคนเดียวของฉันค่ะ” กู้อี้หนิงบอกกับพ่อแม่ของหลินเม่ยเม่ยด้วยรอยยิ้ม แม้จะรู้ว่าคนบ้านหลินเป็นอย่างไร“ได้อย่างไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะ ไม่ได้ อย่างไรฉันก็ไม่ยอม” เจียงซื่อรีบพูดคัดค้านหัวชนฝา อย่างไรเธอก็ไม่มีทางยอมที่จะให้ลูกเลี้ยง มีอนาคตที่ดีกว่าลูกสาวของเธอหรอกเมื่อโดนคำปฏิเสธอย่างจริงจัง กู้อี้หนิงจึงหันมามองหน้ากับลูกชาย แล้วหันไปยิ้มให้หลินเม่ยเม่ย ซึ่งหญิงสาวก็ยิ้
ส่วนทางด้านหลินเพ่ยหรานหลังจากที่แต่งงานเข้ามาบ้านเฉินแล้ว หญิงสาวแทบจะเป็นบ้า เพราะถูกแม่สามีและน้องสาวของสามีอย่างเฉินฟางใช้งานอย่างกับทาส แล้วยังมีหลานสาวอย่างลู่เซียวซินอีกคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้านาย“หล่อนเป็นแค่หลาน ทำไมฉันต้องคอยทำอย่างที่หล่อนบอกด้วยล่ะ” หลินเพ่ยหรานไม่ยินยอมที่จะรับใช้หลานสาวของแม่สามีคนนี้ เลยลุกขึ้นโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ“ฉันอยู่มาก่อนเธอ ถ้าเธออยากมีชีวิตที่ดีในบ้านหลังนี้ ก็อย่าขัดใจฉัน” ลู่เซียวซินเชิดหน้าพูดใส่อีกฝ่าย แม้เธอจะไม่สามารถเปิดเผยฐานะลับได้ แต่เธอก็พยายามแสดงว่าตนเองมีความสำคัญกับบ้านนี้“แล้วยังไง หล่อนเป็นแค่หลาน แต่ฉันเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ หล่อนสิต้องคอยรับใช้ฉัน” หลินเพ่ยหรานโต้กลับทันที“หึ คิดก่อนพูดหน่อยนะ ตั้งแต่เธอแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ มีสักวันไหมที่เธอไม่ต้องทำงาน แล้วมีสักวันไหมที่พี่ต้าเฟยเข้าไปนอนด้วย ช่างสำคัญตัวเองนักนะ” ลู่เซียวซินยังลอยหน้าลอยตาพูดอย่างเย้ยหยันอีกฝ่าย“หล่อนพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร หล่อนรู้อะไรมาบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาว่าฉันรังแกหล่อน”คราวนี้หลินเพ่ยหรานไม่สนใจอีกแล้วว่า หากเธอสร้างปัญห
เอ่ยปากขอแต่งงานหลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ซึ่งหลินเพ่ยหรานแต่งเข้าบ้านเฉินด้วยความไม่ยินยอมส่วนหลินเม่ยเม่ยนั้นไม่ต้องเจอกับชะตากรรมเหมือนชาติที่แล้ว วันนี้เธอจึงตัดสินใจมาคุยกับเมิ่งเฟยเทียนเป็นการส่วนตัว เนื่องจากเสี่ยวฟางบอกว่า นี่คืออีกอย่างหนึ่งที่เธอต้องทำ นั่นคือทำให้คนบ้านเมิ่งรอดพ้นจากหายนะ ที่เคยเกิดขึ้นแบบชาติที่แล้วหลินเม่ยเม่ยมายังสถานที่ของทหาร ซึ่งนอกจากจะมีค่ายทหารแล้ว ทว่าในนี้กลับมีครอบครัวของทหารพักอาศัยอยู่ เมื่อมาขอพบเมิ่งเฟยเทียนเธอจึงต้องรอก่อน เพราะต้องให้ทหารหน้าประตู ไปสอบถามเจ้าตัวก่อนว่าจะให้พบหรือไม่เมื่อได้ยินว่าหลินเม่ยเม่ยมาขอพบ เมิ่งเฟยเทียนก็รีบออกมาหาเธอทันที เขารู้สึกดีใจไม่น้อย เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย“คุณพอจะมีเวลาคุยกับฉันสักหน่อยไหมคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่อ้อมค้อม น้ำเสียงของเธอแม้จะเรียบเฉย แต่ก็มีความตื่นเต้นผสมอยู่ เนื่องจากครั้งนี้เธอตั้งใจมาขอเขาแต่งงานอย่างไรล่ะ“ครับ ถ้าอย่างนั้นเข้ามาก่อน ไปคุยกันที่ร้านอาหารก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบรับแล้วพาเธอขึ้นรถเพื่อไปที่ร้านอาหาร ในใจก็สงสัยว่าเธอจะคุยเรื่องอะไร ถ
เมื่อประตูห้องเปิดออก ภาพที่ทุกคนเห็นคือสองร่างที่เปลือยเปล่ากำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะกันอย่างเมามัน โดยไม่สนใจเลยว่าตอนนี้มีสายตาหลายสิบคู่มองอยู่เจียงซื่อทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ เมื่อได้สติเธอก็รีบพุ่งตัวเข้าหาลูกสาวแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมปิดไว้“หยุดได้แล้ว หยุด!!” เจียงซื่อแผดเสียงออกไปไม่เพียงแต่เรียกสติของตัวเอง ทว่าหลินเพ่ยหรานก็เริ่มรู้ตัว และมองทุกอย่างด้วยความงุนงง ไม่นานเธอก็เรียกสติตัวเองกลับมาได้ แล้วมองไปรอบห้องด้วยความตกใจ“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนถึงเข้ามามากมายอย่างนี้ล่ะ” หลินเพ่ยหรานจับผ้าห่มปิดร่างไว้แล้วถามออกมาเสียงสั่น ๆ“เพ่ยหราน เธอทำเรื่องแบบนี้ในห้องฉันได้อย่างไร ฉันอุตส่าห์ไว้ใจให้เธอมาพักที่ห้อง แต่เธอกลับมาทำเรื่องอย่างว่ากันกับว่าที่เจ้าบ่าว พรุ่งนี้เธอก็ต้องแต่งงานกันแล้ว ทำไมไม่รู้จักหักห้ามใจเสียบ้าง” หลินเม่ยเม่ยไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีสติ จึงได้พูดสวนออกมา แถมยังแสร้งบีบน้ำตาเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนเห็นใจ“นั่นสิ ภาพตรงหน้าอธิบายทุกอย่างให้กับพวกเรารู้หมดแล้ว เธอจะอดใจรอหน่อยไม่ได้รึไงเพ่ยหราน พรุ่งนี้ก็ได้แต่งงานแล้วนะ”ชาวบ้านที่เคยยืนข้างหลินเม่ยเม่ยพูดขึ้น
สร้างความอับอายไปทั่วตอนนี้ชาวบ้านที่อยากรู้ความจริงก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของหลินเม่ยเม่ย และหลินหานก็ทิ้งงานมาดูเหมือนกันเพราะมีชาวบ้านวิ่งไปบอก เขาคิดว่าหากเป็นจริงอย่างที่ภรรยาพูดมา เขาจะส่งลูกสาวคนนี้ไปแต่งงานกับบ้านเฉินด้วยตัวเอง“เม่ยเม่ย เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ แกกล้าทำเรื่องงามหน้าอย่างนี้ได้ยังไง นั่นมันว่าที่น้องเขยของแกนะ” คนเป็นพ่อทุบประตูไม่หยุด และยังส่งเสียงด่าลูกสาวอยู่ตลอดเวลาทว่าภายในห้องกลับไม่สนใจอะไรเลย มีแต่เสียงร้องครวญครางดังเล็ดลอดออกมา ตอนนี้ชาวบ้านที่ได้ยินก็เริ่มหน้าชาเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่เจียงซื่อบอกจะเป็นเรื่องจริง และแม้ไม่อยากเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ เพราะนี่คือห้องของหลินเม่ยเม่ย“นั่นสิเม่ยเม่ย เธอหยุดทำเรื่องน่าอับอายก่อนได้ไหม มีอะไรก็ออกมาพูดกัน หากเธอชอบพอกับลูกชายบ้านเฉิน ฉันก็ยินดีจะให้เธอแต่งกับเขาแทนเพ่ยหราน แต่อย่าทำอย่างนี้เลยนะ ตอนนี้บ้านหลินของเราเสื่อมเสียชื่อเสียงไปหมดแล้ว” เจียงซื่อพูดออกมาพร้อมกับแสร้งทำหน้าที่แม่เลี้ยงที่ดี“เธอจะไปพูดจาดีกับมันทำไม หยุดช่วยเหลือมันได้แล้ว ลูกคนนี้ชักจะทำเรื่องงามหน้าเกินไปแล้วนะ หากมันยังไม่เปิดประ







