เข้าสู่ระบบ“ฉันจะลองคิดดูก็แล้วกัน แต่ตอนนี้ฉันต้องจัดการสองแม่ลูกมหาภัยนั่นก่อน อย่างไรตอนนี้ฉันจะออกไปลองระบบดูก่อนว่า สามารถเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนได้บ้าง” หลินเม่ยเม่ยตอบกลับไปและบอกความต้องการของตนเอง
ตอนนี้เธอต้องการสะสมเหรียญให้ได้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเอาของในระบบมาใช้ตอนไหนบ้าง ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“แล้วต่างหูคู่นี้ฉันต้องถอดเก็บไหม หากสองแม่ลูกนั่นเห็นคงต้องขโมยไปแน่นอน” เธอจับหูตัวเองแล้วถามขึ้นมา
“เจ้านายไม่ต้องกังวลไป ไม่มีใครเห็นแน่นอน” เสี่ยวฟางตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“อืม ขอบใจนะ” เธอพูดขอบใจและยิ้มอย่างพึงพอใจ
จากนั้นหลินเม่ยเม่ยจึงหลับตาลงและนึกถึงห้องนอนของตนเองในบ้านหลินอีกครั้ง เมื่อลืมตาก็พบว่าเธอกลับมาที่ห้องจริง ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากห้อง ด้วยท่าทางที่มั่นใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
หลินเม่ยเม่ยออกมาแล้วก็ไม่พบใครเลยสักคน หญิงสาวพูดกับตนเองเบา ๆ ออกมา
“ไม่รู้ว่าสองแม่ลูกนั่นไปไหน ส่วนพ่อก็คงอยู่ในคอมมูนเพื่อทำงานการเกษตรเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีการบังคับให้ทำทุกคนและทุกบ้านแล้วก็ตาม ส่วนฉันไปบนเขาดีกว่า เผื่อจะหาของเข้ามาเพื่อแลกเหรียญกับระบบได้”
จากนั้นก็เดินออกจากบ้านอย่างเรื่อยเปื่อย จนมาถึงตีนเขาที่ชาวบ้านจะขึ้นไปเพื่อหาของป่ามาทำอาหาร เธอจึงตัดสินใจเดินขึ้นเขาไปบ้าง เผื่อว่าจะเจอของที่สามารถเอาเข้าระบบได้ และสิ่งที่เธอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างตรงหน้า สามารถเอาเข้าระบบได้ แม้กระทั่งต้นหญ้า!!
‘เอาเข้าไปแลกเป็นเหรียญได้หมดเลยเหรอ’ หญิงสาวคิดในใจอย่างดีใจ
และในขณะนั้นก็มีเสียงของเสี่ยวฟางดังขึ้นในหัว ‘ได้หมดค่ะเจ้านาย แต่เหรียญที่ได้จะไม่เท่ากัน หากเจ้านายต้องการนำสิ่งไหนเข้ามาแลกเหรียญ ระบบจะมีหน้าจอให้เห็นว่าสิ่งนั้นแลกได้กี่เหรียญ ส่วนสิ่งของที่เจ้านายต้องการนำออกไปใช้ เมื่อต้องการแลกก็ให้นึกถึงสิ่งนั้น ระบบหน้าจอก็จะปรากฏสิ่งนั้นขึ้นมาพร้อมจำนวนเหรียญ เพื่อบอกว่าต้องใช้เหรียญแลกเท่าไร’
‘เหรียญไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินได้ใช่ไหม’ เธอยังคงถามต่อเพราะอยากรู้ ในใจก็คิดว่า ‘หากแลกเงินออกมาได้ ก็นับว่าดีมาก ชีวิตนี้ฉันก็คงไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีกแล้ว’
‘ไม่สามารถแลกเป็นเงินออกมาได้ค่ะ’ เสี่ยวฟางตอบกลับมา
นี่คือคำตอบที่ดับฝันของหญิงสาวเลยก็ว่าได้
หลินเม่ยเม่ยคิดว่า ‘ไม่เป็นไร ในเมื่อเอาเป็นเงินออกมาไม่ได้ อย่างน้อยเหรียญที่มีค่า ฉันก็แลกเอาอาหารและสิ่งที่จำเป็นในชีวิตออกมาได้ แค่นี้ก็พอแล้ว
ส่วนเรื่องหาเงิน ตอนนี้รัฐให้ชาวบ้านทั่วไปทำการค้าเล็กน้อยได้แล้ว ฉันก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหาเงินไม่ได้ อย่างน้อยความสามารถด้านอาหารของฉันก็พอมี เอาวัตถุดิบในระบบออกมาทำอาหารขาย ก็น่าจะได้เงินเหมือนกัน’
เมื่อคิดได้แบบนี้ ดังนั้นช่วงเวลานี้หลินเม่ยเม่ยจึงตัดสินใจเก็บของทุกอย่างตรงหน้าที่เก็บได้ และไม่มีใครสังเกตเห็น เอาเข้ามิติให้หมด เพื่อสะสมเหรียญไว้แลกของในระบบต่อไป
คนเป็นแม่สามีตอบกลับ พร้อมกับยิ้มให้กับลูกสะใภ้อย่างอ่อนโยนกู้อี้หนิงมองหลินเม่ยเม่ยอย่างอ่อนโยน ก่อนหน้านี้ครอบครัวสายรองของสามี เมื่อได้ยินว่าสะใภ้ที่แต่งเข้ามาคือชาวบ้านธรรมดา ต่างก็ไม่มีใครยอมรับ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เมื่อทุกคนเห็นความสามารถของหลินเม่ยเม่ย ต่างก็ยอมรับเธออย่างง่ายดาย“ดีแล้วค่ะแม่ พวกเราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว” หญิงสาวพูดอย่างสดใสและยิ้มให้แม่สามี แล้วจัดโต๊ะต่อเพื่อจะได้กินอาหารร่วมกัน สายตาก็เหลือบมองลูกทั้งสองไปด้วยแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะจัดโต๊ะเสร็จ ครอบครัวของสหายก็มาถึงแล้ว ตอนแรกที่โทรไปหาสหาย เธอคิดว่าพวกเขาจะไม่มาเสียอีก แต่ที่ไหนได้ กลับมาถึงอย่างเร็ว ทำให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันอย่างมีความสุข ส่วนผู้ใหญ่ก็ไปนั่งคุยกันด้วยเรื่องทั่วไป เพราะบ้านนี้มีกติกาอยู่แล้วว่า ห้ามคุยเรื่องงานในวันรวมตัว หากเรื่องนั้นไม่สำคัญจริง ๆ หลินเม่ยเม่ยหลังจากจัดเตรียมทุกอย่างแล้ว เธอก็มานั่งข้างสามี แล้วมองภาพของลูก ๆ กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานด้วยสายตาที่มีความสุข จนเมิ่งเฟยเทียนอดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อภรรยาที่รัก“มองอย่างนั้นเม่ยเม่ยอยากจะมีลูกเพิ่มเหรอ”“ถ้าบอกว
ตอนพิเศษ 2 ครอบครัวอบอุ่นหลังจากคืนนั้นนับว่าทั้งสองประสบความสำเร็จ เพราะหลินเม่ยเม่ยได้ตั้งท้องจริง ๆ อย่างที่หวังไว้ อีกทั้งเธอยังตั้งท้องแฝดอีกด้วยนี่จึงสร้างความดีใจให้กับสามีและทุกคนเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งซูผิงเนี่ยนที่เพิ่งคลอดเจ้าก้อนแป้งไปไม่นาน ยังต้องรีบมาแสดงความยินดีกับสหายรัก เพราะรู้ดีว่าหลินเม่ยเม่ยนั้นอยากมีลูกเพื่อเป็นทายาทให้ตระกูลเมิ่งมากแค่ไหนเมื่อวันเวลาผ่านไป จวบจนเจ้าก้อนแป้งทั้งสองได้ลืมตาดูโลกใหม่ สองสามีภรรยาต่างก็ทั้งดีใจและเห่อลูกมาก เพราะคนโตคือลูกชาย คนเล็กคือลูกสาวหลินเม่ยเม่ยดูแลลูกทั้งสองด้วยตัวเอง แต่เธอก็ยังคงทำงานไปด้วย โดยให้ลูกน้องเอาเอกสารมาให้ที่บ้าน ในช่วงสามเดือนแรกที่คลอดลูกออกมา เธอแลกของเด็กเล็กในระบบด้วยเหรียญออกมาหลายอย่าง รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์ปั๊มนม ซึ่งเมื่อเธอจำเป็นที่จะต้องไปทำงานที่สำนักงาน ก็ยังสามารถปั๊มนมไว้ให้ลูกทั้งสองคนดื่มได้ซึ่งลูกทั้งสองคนก็มีพ่อและแม่สามีที่เห่อหลานทั้งสองอย่างมาก คอยช่วยดูแลตอนที่เธอไปทำงาน จวบจนวันเวลาผ่านไปห้าปี“แม่กลับมาแล้ว” เสียงสดใสของลูกสาวดังขึ้น เมื่อเห็นว่าแม่ของเธอกลับมาแล้ว“ว่าอย่างไ
เมิ่งเฟยเทียนดึงนิ้วออก ก่อนจะขยับขึ้นมาจูบเธออย่างดูดดื่ม จูบของเขาทำให้หลินเม่ยเม่ยแทบหมดลมหายใจ“เม่ยเม่ยคงพร้อมแล้ว คราวนี้พี่จะทำลูกของเราแล้วนะ”เมิ่งเฟยทียนกระซิบบอกอย่างอ่อนหวานเมิ่งเฟยเทียนจับขาของภรรยาแยกออกจากกันให้กว้างกว่าเดิม จากนั้นเขาก็คุกเข่าแทรกตัวเข้ากลางหว่างขาเรียวสวย มือหนายกสะโพกมนขึ้นมาตรงหน้า ก่อนจะเสียบใส่แก่นกายใหญ่ยักษ์เข้าไปในร่องเสียวทีเดียวจนมิด ทำให้หลินเม่ยเม่ยสะดุ้งสุดตัว เพราะทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน“อื้อ พี่เฟยเทียนอย่าแกล้งน้องสิคะ มันจุกนะ”เธอบอกสามีเสียงสั่นพร้อมกับใช้มือดันอกแกร่งของเขาไว้ใบหน้าแง่งอนเล็ก ๆ ของภรรยา ทำให้เมิ่งเฟยเทียนยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ“ก็เมียพี่น่ารักน่าแกล้งนี่ครับ” เขาบอกออกไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ ดึงแก่นกายออกมาเล็กน้อยแล้วกระแทกกลับเข้าไปเน้น ๆ สองสามครั้ง เพื่อให้ภรรยาได้ปรับตัวและคุ้นชิน“ซี๊ดดดด เสียว” เสียงครางอย่างเสียวซ่านจากปากหลินเม่ยเม่ยดังออกมา ทำให้เขารู้ว่าเธอพร้อมแล้วสำหรับการทำลูกในคืนนี้“เม่ยเม่ย วันนี้พี่ทำลูกของเรานะ น้องอยากได้ลูกชายหรือลูกสาวครับ” เมิ่งเฟยเทียนกระซิบถามด้วยความรักใคร
ตอนพิเศษ 1 อยากมีลูกครอบครัวของหลินเม่ยเม่ยเหมือนจะมีความสุขดี เพราะเธอประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและเรื่องครอบครัว แต่ลึก ๆ ในใจเธอก็อดที่จะอิจฉาสหายไม่ได้ ตอนนี้ซูผิงเนี่ยนก็ท้องโตขึ้นมาจนเห็นได้อย่างชัดเจน ใบหน้าของคนตั้งครรภ์อิ่มเอิบมาก“เมื่อไรเธอจะมีทายาทให้ตระกูลเมิ่งล่ะเม่ยเม่ย ตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้วไม่ใช่เหรอ” ซูผิงเนี่ยนถามสหายในวันหนึ่งที่หลินเม่ยเม่ยแวะเข้ามาที่ร้านอาหาร“ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีนะ ฉันก็อยากมีลูก แต่ยังไม่ถึงเวลาละมั้ง” หญิงสาวตอบสหายกลับไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มโดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนั้นเองสามีที่รักภรรยามากจึงได้มารับภรรยากลับบ้าน เลยได้ยินความในใจของเธอ เขายกยิ้มออกมาเพราะเขาก็มีความต้องการมีลูกเหมือนเธอ‘คืนนี้พี่จะมอบลูกให้เธอนะ เม่ยเม่ย’ เมิ่งเฟยเทียนบอกภรรยาอยู่ในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอ“อ้าวพี่เฟยเทียน มารับฉันกลับบ้านเหรอคะ” หลินเม่ยเม่ยหันมาเห็นสามีก็ทักทายอย่างยิ้มแย้ม“ครับ และแม่บอกว่าให้สั่งอาหารสักสองสามอย่างกลับไปเป็นมื้อเย็นด้วยครับ” ชายหนุ่มบอกกับภรรยาและยิ้มให้เธอเล็กน้อย เพราะถ้าเวลามีคนอื่นอยู่ด้วย เขาก็ยังคงท่าทางเคร่งขรึมน่าเกรงขา
‘เจ้านายอย่าพูดแบบนั้นสิ ฉันเขินนะ ถึงฉันเป็นระบบก็มีหัวใจนะคะ’ เสี่ยวฟางไม่อยากเข้าโหมดซาบซึ้งจนเกินไป เลยพูดคล้ายกับหยอกล้อออกมาแทนหลินเม่ยเม่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย แม้ว่าเธอจะมีผู้ช่วยส่วนตัวอย่างเสี่ยวฟางแล้วก็ตาม แต่เธอก็มีเลขาส่วนตัวเพื่อคอยช่วยงานเหมือนกัน และนั่นก็คือคนที่แม่สามียกให้ ก่อนหน้านี้ผู้ช่วยคนนี้ก็ไม่ค่อยพอใจที่จะทำงานกับเธอ แต่เพราะเห็นแล้วว่าหญิงสาวมีความสามารถเกินกว่าที่คิดไว้มาก เลยยอมรับตัวตนคุณนายน้อยคนนี้อย่างเต็มหัวใจหลินเม่ยเม่ยนั่งทำงานเงียบ ๆ อีกพักใหญ่ เพราะพรุ่งนี้เธอจะต้องไปประมูลสัมปทานที่ดินของรัฐเพิ่ม เพื่อเอาไว้สำหรับสร้างห้างสรรพสินค้า ที่จะมีต่างชาติเข้ามาร่วมทุนด้วย การทำงานของเธอในครั้งนี้ นับว่าสร้างชื่อเสียงให้หญิงสาวพอสมควร และการเรียนภาษาที่จะใช้สื่อสารกับต่างชาติ เธอก็ให้เสี่ยวฟางสอน จนพูดได้อย่างคล่องแคล่วก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า คุณนายน้อยตระกูลเมิ่ง ที่เป็นภรรยาผู้กองเมิ่งนั้น ด้อยความสามารถ เรียนหนังสือก็ไม่จบ ความสามารถก็ไม่มี ทำได้เพียงเปิดร้านอาหารเท่านั้นแต่เมื่อวันเวลาผ่านไปไม่กี่ปี เธอก็ทำให้คนทั่วไปที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเธอ ต
บทส่งท้าย ความรักที่ถูกเติมเต็ม (จบ)หลังจากนั่งคุยกับสหายจนพอใจแล้วเธอก็ขอตัวกลับ วันนี้เฉินเม่ยเม่ยเดินทางกลับบ้านเลย โดยไม่เข้าไปที่สำนักงานของสามีแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้านเมิ่งแล้วเดินไปที่ห้องรับแขก ก็พบพ่อกับแม่สามีนั่งรออยู่ โดยมีสามีของเธอที่กลับบ้านเร็วนั่งอยู่ด้วย“มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมถึงนั่งเหมือนรอการกลับมาของฉันเลยล่ะ” เธอถามออกไปตามที่คิด“เม่ยเม่ยมานั่งก่อนเถอะ พ่อกับแม่มีเรื่องจะบอก” นายพลเมิ่งกวักมือให้ลูกสะใภ้มานั่งข้างลูกชาย ก่อนจะสบตากับภรรยาแล้วพูดออกมา ถึงสิ่งที่เขาและเธอปรึกษากันมาหลายวันแล้ว“พ่อกับแม่ต้องการให้อาเทียนและเม่ยเม่ยเข้ามาดูกิจการของตระกูลเมิ่ง เพราะหลายเดือนมานี้ พ่อเห็นถึงความสามารถของลูกทั้งสองคน ในการดูแลกิจการส่วนตัว จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พ่อแม่จะมอบทุกอย่างให้ลูกทั้งสองดูแล เรื่องนี้พ่อกับแม่ปรึกษากันมาพักใหญ่แล้ว พ่อกับแม่อยากจะหยุดพักงานแล้วไปเที่ยวกันบ้าง เหนื่อยมานานแล้ว” น้ำเสียงที่นายพลเมิ่งพูดออกมานั้น มีทั้งความจริงจัง และหยอกล้อในตอนท้าย“ใช่แล้ว ให้แม่ไปเที่ยวบ้างเถอะนะ แม่ดูแลกิจการมาตั้งแต่ยังสาวจนแก่ขนาดนี้ ตอนนี้แม่จึงอยากใช้ช







