Masuk‘หนีตาย ยากจน แม่ป่วย ผัวสติไม่ดีแล้วยังตั้งครรภ์ด้วย..ไม่น้าา เอาชีวิตซีอีโอสาวสวยรวย เลิศ เชิด โสดของนางกลับคืนมาเดี๋ยวนี้ ฮือฮือฮือ’ เยว่ชิงคิดเรื่องเลวร้ายที่นางต้องประสบพบเจอหลังฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วอยากจะร้องไห้
Lihat lebih banyakณ.เมืองต้าโจว เมืองฝั่งตะวันออกของแคว้นหนาน สตรีผู้หนึ่งกำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่บนเตียงภายในกระท่อมกลางสวน
“ชิงเอ๋อ ยังไม่ได้สติอีกเหรอลูก แค่กๆๆ” สตรีวัยกลางคนที่ดูแล้วสุขภาพร่างกายไม่สู้จะดีนัก เดินเข้ามาภายในห้องนอนของนาง นั่งลงข้างเตียงและเอ่ยขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง
“แค่กๆๆ อาเจ๋อเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาข้าจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้ชิงเอ๋อ” สตรีวัยกลางคนซึ่งมีนามว่าลู่เจียเหยาเอ่ยกับชายหนุ่มสูงโปร่งรูปร่างหน้าตาท่าทางดีซึ่งดูแล้วอายุน่าจะราวๆ 20-21 ปี
“ขอรับท่านแม่ พี่สาวนอนนานแล้ว พี่สาวเป็นอะไร?” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าอาเจ๋อแม้นจะอายุไม่น้อยแล้วแต่การพูดจาและท่าทางที่แสดงออกมาของเขาราวกับเด็กวัยเพียงสิบขวบเท่านั้น
เนื่องจากหลายเดือนก่อนอี้เจ๋อได้รับบาดเจ็บถูกพิษร้าย หลงเข้ามาพบสองแม่ลูกที่อาศัยอยู่ชานเมืองหมู่บ้านตงหยวน โดยซูเยว่ชิงหญิงสาวที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ขณะนี้ช่วยเหลือเขาเอาไว้
“ชิงเอ๋อไม่เป็นอะไรหรอก แค่กๆๆ นางเหนื่อยมากเกินไปจึงต้องการพักผ่อนน่ะ” เจียเหยาตอบอี้เจ๋อ
“ทะ..ท้องนาง ไม่เจ็บ ไม่เจ็บใช่ไหม” อี้เจ๋อเอ่ยสีหน้ากังวล เนื่องจากเยว่ชิงเป็นสตรีตั้งครรภ์ได้ราวสามเดือนกว่าแล้ว
ยามอี้เจ๋อถูกพิษหนีศัตรูมายังหมู่บ้านตงหยวน เขาได้พบเยว่ชิงโดยบังเอิญจนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันเนื่องจากพิษที่อี้เจ๋อได้รับ ทำให้นางตั้งครรภ์จากเหตุการณ์ครั้งนั้น
หลังจากอี้เจ๋อฟื้นขึ้นมา นอกจากเขาจำตัวเองไม่ได้แล้วสติปัญญาก็ไม่ปกติด้วย ท่าทีการแสดงออกของเขาราวกับเด็กชายอายุสิบขวบต่างจากรูปกายภายนอกที่อยู่ในวัย 20-21 ปีแล้ว
ตระกูลซูซึ่งมีเพียงสองแม่ลูกลู่เจียเหยากับซูเยว่ชิงบุตรสาวตัดสินใจรับอี้เจ๋อเอาไว้ โดยเยว่ชิงตั้งชื่อให้เขาว่าอี้เจ๋อหมายถึงผู้มีสติปัญญาเลิศล้ำและมีคุณธรรม เผื่อว่าวันหนึ่งเขาอาจจะหายกลับมาเป็นปกติได้
นับจากนั้นสกุลซูก็อาศัยอยู่ที่กระท่อมชานเมืองต้าโจว โดยมีคนในครอบครัวอย่างอี้เจ๋อเพิ่มมาอีกหนึ่งคน และวันนี้ขณะที่เยว่ชิงซึ่งตั้งครรภ์ได้สามเดือนออกมารดน้ำพืชผักในสวนเหมือนทุกเช้า จู่ๆนางก็เกิดหน้ามืดเป็นลมล้มพับไป โชคดีที่อาเจ๋อเข้ามารับตัวเอาไว้ได้ทัน
ซูฮูหยินที่เห็นเหตุการณ์จึงให้อาเจ๋อพาเยว่ชิงเข้ามาพักในห้องโดยนางหลับใหลไม่ได้สติมาราวหนึ่งชั่วยามแล้ว ซูฮูหยินจึงให้อาเจ๋อนำน้ำพร้อมผ้าเข้ามาเช็ดหน้าตาเนื้อตัวบุตรสาวทำให้นางผ่อนคลายมากขึ้น
หลังซูฮูหยินเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้เยว่ชิงเสร็จ ไม่นานนักนางก็รู้สึกตัวเปลือกตาขยับ ปลายนิ้วกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะสะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมา
“ชิงเอ๋อเจ้าฟื้นแล้วรึ แค่กๆๆ ดีจริงแม่เป็นห่วงแทบแย่ แค่กๆๆ” ซูฮูหยินเอ่ยอย่างยินดีขณะมีอาการไอเป็นระยะ
“พี่สาวฟื้นแล้ว อาเจ๋อดีใจ ดีใจมากเลย” อี้เจ๋อที่เฝ้าดูเยว่ชิงด้วยความเป็นห่วงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง
เยว่ชิงที่เพิ่งลืมตาตื่นขึ้นมามองซูฮูหยินกับอี้เจ๋อด้วยสีหน้าท่าทางงุนงงสับสน
‘อะไรกัน พวกเขาเป็นใคร แล้วนี่ที่ไหนทำไมดูคุ้นตานัก จะว่าไปนางเหมือนเคยเห็นสองคนนี้ที่ไหนมาก่อนนะ’ เยว่ชิงคิดพร้อมมองไปโดยรอบ
‘ใช่แล้วนี่เหมือนกับภาพในความฝันของนางก่อนหน้านี้เลยนี่ ห้องนอนในกระท่อมกลางสวน ซูฮูหยิน..ท่านแม่ อาเจ๋อ..สามีสติไม่ดีของนางในความฝัน’
“โอ๊ยยยย เจ็บจัง” เยว่ชิงหยิกแขนตัวเองไปทีหนึ่งพลันรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านขึ้นมาทันใด
“ชิงเอ๋อ ทำอะไรน่ะ” ซูฮูหยินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
“พี่สาว ทำร้ายตัวเอง เจ็บ เจ็บแย่เลย” อี้เจ๋อเองก็ตกใจเช่นกัน ในขณะที่เยว่ชิงตกตะลึงจนแทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่
‘บ้าไปแล้ว นี่ไม่ใช่ความฝันของนางในยามที่นอนเป็นผักหลังเกิดอุบัติเหตุรถชนงั้นเหรอ' เยว่ชิงคิดอย่างตกตะลึง
เดิมทีเยว่ชิงเป็นประธานบริษัทสาวสวยรวยทรัพย์ เป็นเด็กกำพร้าที่ใช้เวลานานกว่าสิบปีจึงสร้างเนื้อสร้างตัวมาได้ในยุคสมัยใหม่ที่เพียงยกมือถือขึ้นมาก็สามารถพูดคุยเห็นหน้ากันข้ามทวีปได้
แต่โชคร้ายที่เยว่ชิงใช้ชีวิตเป็นเศรษฐินีผู้ร่ำรวยได้ไม่เท่าไหร่ก็เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เธอกลายสภาพเป็นผู้ป่วยติดเตียงนอนเป็นผักและมีความฝันยาวนานกว่าครึ่งปี จนกระทั่งถูกถอดสายออกซิเจนออกไปเมื่อไม่นานนี้เอง
‘อย่าบอกนะว่าเรื่องที่ผ่านมาตอนนางนอนเป็นผักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลไม่ใช่ความฝัน พอนางตายไปก็กลายเป็นซูเยว่ชิงในโลกใบนี้ บ้าไปแล้ววว!!’ เยว่ชิงคิดอย่างตระหนกตกใจ
‘เป็นความฝันยังพอทน แต่ความจริงกับความจนนี่พอเลย!!’
‘ซูเยว่ชิงในฝันที่ไม่ใช่ฝันอย่างที่คิดก่อนหน้านี้ ต้องหนีการไล่ล่าคิดเข่นฆ่าให้ตายจากเมืองหลวง มีมารดาเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะเพราะบาดเจ็บหนักเมื่อหลายปีก่อน แล้วตัวนางยังบังเอิญตกเป็นยาถอนพิษให้แก่บุรุษผู้หนึ่งที่ตื่นเช้าขึ้นมากลายเป็นคนสติไม่สมประกอบ ที่สำคัญยังแจ็กพอตแตกตั้งครรภ์ตั้งแต่มีคืนแรกด้วยกันอีก’
‘หนีตาย ยากจน แม่ป่วย ผัวสติไม่ดีแล้วยังตั้งครรภ์ด้วย...ไม่น้าาา เอาชีวิตซีอีโอสาวสวยรวย เลิศ เชิด โสดของนางกลับคืนมาเดี๋ยวนี้ ฮือฮือฮือ’ เยว่ชิงคิดเรื่องเลวร้ายที่นางต้องประสบพบเจอหลังฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแล้วอยากจะร้องไห้
“ชิงเอ๋อ ชิงเอ๋อ เป็นอะไรไปลูก แค่กๆๆ เจ็บปวดที่ใดงั้นรึ” ซูฮูหยินเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยปานจะขาดใจเช่นนั้นของบุตรสาวจึงเอ่ยถามพร้อมสำรวจตัวนางด้วยความเป็นห่วง
“พี่สาว พี่สาวเจ็บท้องหรือ” อี้เจ๋อเองก็กังวลเช่นกัน ในขณะที่เยว่ชิงนั่งอ้าปากค้างสีหน้าอมทุกข์ พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
‘เฮ้อ..ตายจากร่างทองของเศรษฐินีที่ทำงานลำบากยากเข็ญมานานนับสิบปีในยุคสมัยใหม่ ได้มาเกิดอีกครั้งกลับอยู่ในร่างหญิงสาวชาวสวนยุคโบราณ อดีตคุณหนูบุตรีพ่อค้าคหบดีในเมืองหลวงซึ่งถูกตามฆ่าชิงสมบัติ ชีวิตนางนี่ช่างน่าอนาถจริงๆ’ เยว่ชิงคิดพยายามปลงให้ตกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ท่านแม่ อาเจ๋อ ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนหน้านี้ข้าเพียงพักผ่อนไม่เพียงพอ เช้านี้จึงหน้ามืดวูบไปเท่านั้น” เยว่ชิงเอ่ยกับสมาชิกในครอบครัวเพียงสองคนของนางในยามนี้ หลังจากพยายามตั้งสติจนได้
“แค่กๆๆ เจ้าไม่เป็นอันใดแน่นะ เช่นนั้นก็ดีแล้ว พักผ่อนต่ออีกหน่อยเถอะ เดี๋ยวแม่จะออกไปทำโจ๊กร้อนๆมาให้ อาเจ๋อไปกันเถอะให้ชิงเอ๋อได้พักผ่อน แค่กๆๆ” ซูฮูหยินกล่าวกับบุตรสาว เยว่ชิงพยักหน้าและยิ้มให้นางน้อยๆเป็นการตอบรับ
“พี่สาว ข้าไปช่วยท่านแม่ทำงานก่อนนะ ท่านพักเยอะๆล่ะ” อี้เจ๋อกล่าวก่อนจะเดินตามซูฮูหยินออกไป
“เอาวะซูเยว่ชิง ไหนๆก็มีโอกาสใช้ชีวิตใหม่เป็นครั้งที่สองแล้วก็ใช้ชีวิตมันต่อไปให้ดีเถอะ อย่างน้อยชีวิตนี้นางก็มีครอบครัว มีแม่ มีสามีที่สติไม่ดีนัก..เอ่ออันนี้ดีไหมนะ เฮ้ออ เอาน่า..นางยังมีเจ้าตัวน้อยในครรภ์นี้ด้วยนี่”
“จากเด็กกำพร้าในชาติก่อนกลายเป็นคนมีครอบครัวในชาตินี้ก็นับว่าไม่แย่นักหรอก” เยว่ชิงเอ่ยให้กำลังใจตัวเอง
‘ถูกแล้วท่านแม่ ท่านคิดถูกต้องแล้วขอรับ’
‘ใช่แล้วเจ้าค่ะ พวกเราจะเป็นครอบครัวให้ท่านเอง’
เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น
‘อะไรกัน เสียงเด็กที่ไหนน่ะ?’ เยว่ชิงคิดอย่างแปลกใจ
‘ข้าเองท่านแม่’
‘พวกข้าอยู่ที่นี่ไงเจ้าคะ’
เสียงเล็กจ้อยดังขึ้นอีก
“ที่นี่น่ะที่ไหนกัน?” เยว่ชิงถามกลับไป
‘ในครรภ์ของท่านอย่างไรเล่าท่านแม่’
‘พวกเราคือบุตรของท่านเจ้าค่ะ’
“อะไรนะ? บุตรในครรภ์ของข้างั้นรึ?” เยว่ชิงกล่าวอย่างตกตะลึง
‘ใช่ขอรับท่านแม่ ในที่สุดจิตวิญญาณของท่านก็กลับมาอยู่ในร่างนี้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์เสียที’
‘ใช่เจ้าค่ะ พวกเรารอคอยท่านมานานแล้ว’
“อะไรกัน พวกเจ้ารอคอยข้างั้นรึ?”
‘ขอรับ ก่อนหน้านี้ท่านแม่มีเพียงจิตวิญญาณอ่อนแอไม่สมบูรณ์ในร่างนี้ แต่หลังจากท่านสละร่างในชาติก่อน จิตวิญญาณจึงมาบรรจบครบสมบูรณ์ในร่างนี้อีกครั้ง’
“ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
‘ท่านแม่ไม่ต้องเข้าใจอันใดมากหรอกเจ้าค่ะ เอาเป็นว่ายามนี้ท่านคือซูเยว่ชิงในชาติใหม่ เป็นมารดาของพวกข้าเซียนน้อยทั้งสองที่มาถือกำเนิดเพื่อฝึกฝนในโลกมนุษย์นี้แหละเจ้าค่ะ’
“พวกเจ้าเป็นเซียนน้อยงั้นเหรอ?”
‘ใช่ขอรับ พวกเราสามารถสื่อสารกับท่านแม่ได้หลังจิตวิญญาณของท่านรวมตัวกันครบถ้วนสมบูรณ์ในร่างนี้’
“อืม ช่างประหลาดจริง แต่ก็น่ายินดีนะที่ข้าสามารถพูดคุยกับพวกเจ้าได้” เยว่ชิงเอ่ยอย่างยินดี จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆจากบุตรในครรภ์ทั้งสอง
หลังซูโหวได้รับฟังคำตอบรับจากรั่วเหรินสตรีที่เขามีใจรักลึกซึ้งให้แล้ว ก็ดีใจมากเผยรอยยิ้มกว้างออกมาพร้อมโอบกระชับนางแน่นขึ้นไปอีก “ขอบใจนะ ขอบใจเจ้ามากเหรินเหรินที่ยอมให้โอกาสข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน” ซูโหวเอ่ยด้วยความยินดี รั่วเหรินยิ้มกริ่มพอใจเมื่อได้เห็นท่าทางดีอกดีใจเช่นนั้นของซูโหวที่ได้รับการยอมรับจากนาง เพราะสิ่งนี้ทำให้นางรู้ว่าซูโหวรักและจริงจังกับนางมากเพียงใดนั่นเอง มองคนตัวโตที่ยิ้มยินดีราวกับบุรุษโง่งมอยู่พักหนึ่ง รั่วเหรินก็อดใจไม่ไหวยื่นหน้าขึ้นไปจุมพิตแผ่วเบาที่ข้างแก้มสากของคนซูโหวคราวหนึ่งทำเอาคนตัวโตใจเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาคมคร้ามแดงก่ำขึ้นมาทันใด ก่อนจะก้มหน้าลงมามองใบหน้างดงามของรั่วเหรินจ้องสบตากันหวานซึ้งอยู่พักใหญ่สุดท้ายซูโหวห้ามใจไม่ไหวก้มหน้าลงมามอบจุมพิตนุ่มนวลที่ริมฝีปากบางอวบอิ่มของ
ซูโหวนั่งเงียบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินว่ารั่วเหรินได้ตัดสินใจเลือกบุตรเขยหรือว่าที่เจ้าบ่าวให้กับตัวเองแล้ว “พี่ซูโหว เหตุใดจึงเงียบไปล่ะเจ้าคะ เชิญท่านกลับไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ วันนี้ข้าไม่สะดวกรับแขก หลังจากนี้ยังมีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเยอะ” รั่วเหรินเอ่ยไล่ซูโหวอย่างไม่คิดไว้หน้าเขาเลยสักนิด ก่อนหน้านี้นางอุตส่าห์หลงดีใจที่ซูโหวรีบมาพบนางถึงเรือนตามแผนของเยว่ชิงแต่สุดท้ายเขากลับพูดจาบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมเอ่ยความในใจที่มีต่อนางออกมาเสียที ทำให้ตัวนางเริ่มเหนื่อยล้าแล้วเช่นกัน“พี่ซูโหว หากท่านไม่มีอะไรจะพูดอีกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” รั่วเหรินกล่าวพร้อมลุกขึ้น ทำท่าจะก้าวเดินออกไป‘หมับบ’“พี่ซูโหวนี่ท่านจะทำอะไรน่ะ” รั่วเหรินเอ่ยอย่างตกใจเมื่อจู่ๆคนตัวโตปากหนักสงวนท่าทีฉวยคว้าตัวนางเอาไว้ ที่สำคัญยามนี้เขายังโอบกอดนางเอาไว้แน่นเลยทีเดียว“เหรินเห
หลังซูโหวออกมาจากเหลาสุรากุ้ยเฉินแล้วก็มุ่งหน้ากลับไปที่เรือนสกุลเมิ่งทันที “อ้าวอาโหว วันนี้เจ้าไม่ได้ไปช่วยชิงเอ๋อ ดูแลเหลาสุราหรอกรึ” เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามา “ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้าด้วยนะขอรับ” ซูโหวเอ่ยอย่างร้อนรน “ช่วยอะไรงกัน”เมิ่งฮูหยินเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “ช่วยส่งแม่สื่อไปสู่ขอเหรินเอ๋อที่จวนสกุลมู่ให้ข้าเดี๋ยวนี้เลยนะขอรับ” “ห๊าา แม่สื่อ? สู่ขอ? เหรินเอ๋อ? เหรินเอ๋อไหนกัน? หรือว่า..มู่เหรินเอ๋อสหายรักของชิงเอ๋องั้นรึ?” เมิ่งฮูหยินเอ่ยอย่างสับสนงุนงงไปหมด 
“ชิงเอ๋อ นี่เจ้ากลั่นแกล้งอาโหวจนพอใจแล้วรึ จึงคิดจะจบงานผูกได้แดงเป็นผู้เฒ่าจันทราให้เขากับเหรินเอ๋อแล้วน่ะ”ลู่เสียนเอ่ยเย้าฮูหยิน ยามนี้เขาไม่คิดหึงหวงเยว่ชิงกับซูโหวแล้ว เพราะตระหนักได้ว่าสหายรุ่นพี่ของฮูหยินผู้นี้ มีใจรักมั่นต่อมู่รั่วเหรินอย่างแท้จริงเขายังรู้สึกเห็นอกเห็นใจซูโหวด้วยซ้ำที่ถูกฮูหยินรักของเขากลั่นแกล้งดัดนิสัย ปล่อยให้ตามเอาอกเอาใจรั่วเหรินนานหลายเดือนทีเดียว“ท่านพี่นี่เข้าใจเปรียบเปรยนักนะเจ้าคะ ข้ามิใช่ผู้เฒ่าจันทราเทพเจ้าแห่งความรักที่คอยผูกได้แดงให้แก่คู่หนุ่มสาวเสียหน่อย”“อย่างข้านี่เรียกว่าเป็นแม่สื่อเฉพาะกิจเจ้าค่ะ”“อีกทั้งยังเป็นแม่สื่อที่รูปโฉมงดงามเยาว์วัยมากด้วย มิอาจหาญเทียบกับผู้เฒ่าจันทราได้หรอกนะเจ้าคะ”“เอาเถอะ ฮูหยินของข้าเป็นแม่สื่อที่งดงาม เยาว์วัยที่สุดในแคว้นนี้แล้วล่ะ”ลู่เสียนเอ่ยชื่นชมพร้อมเข้ามาบีบนวดคลายความเมื่อยล้าให้ฮูหยินโฉมงามของเขา ซึ่งกำลังทาครีมบำรุงผิวที่ปรุงขึ้นเองอยู่หน้ากระจก“ตกลงว่าเจ้าจะทำอย่างไรให












Ulasan-ulasan