LOGINท่านเจ้าคุณแม่ทัพที่ได้รับชัยชนะจากสงคราม ได้รับบำเหน็จเป็นการแต่งงานกับคุณหญิงที่ไร้เดียงสา คืนแรกของการเข้าหอคือบทเริ่มต้นของการเดินทางของท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงสู่เส้นทางสวาทที่เผ็ดร้อน หลากหลายรสชาติ จนไม่อาจคาดเดาได้ว่าบทสุดท้ายของความรัก และเรื่องราวบนเตียงของท่านเจ้าคุณจะลงเอยอย่างไร
View Moreยามที่แสงจากตะเกียงน้ำมันไล้ไปทั่วหอนอน ภาพเบื้องหน้าของท่านเจ้าคุณกลับกระจ่างชัดยิ่งกว่าแสงตะวัน กลิ่นหอมร่ำของดอกสวาทและจันทน์หอมที่อบร่ำอยู่ในแพรพรรณของแม่หญิงนวลผู้เป็นภรรยาลอยมาแตะจมูก กระตุ้นความกำหนัดที่สะสมมาตลอดทั้งวันให้พลุ่งพล่าน
แม่หญิงผู้นั่งตระหง่านอยู่บนตั่งไม้แกะสลักนั้น ผิวพรรณนวลลออราวมณีเนื้อดีที่ถูกเจียระไนมาอย่างประณีต เสื้อสไบสีกุหลาบอ่อนที่พันพาดเฉวียงบ่า เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวผ่องนวลเนียนประดุจงาช้าง ลำคอระหงระบายด้วยไรผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยสูง เผยให้เห็นใบหูที่ประดับด้วยตุ้มหูทองประดับทับทิมสีชาด สอดรับกับความแดงระเรื่อบนพวงแก้มที่มิใช่เพียงเพราะเครื่องประทินผิว หากแต่เป็นเพราะความเขินอายเมื่อถูกสายตาคมปลาบของสามีจ้องมอง ดวงตาของนางที่หลุบต่ำลงเล็กน้อยนั้น ปลายหางตาช้อนช้อยขึ้นอย่างมีเสน่ห์ ขนตาที่เรียงเส้นเป็นแพหนาสั่นระริกอยู่ภายใต้สายตาที่ท่านเจ้าคุณกวาดมองไปทั่วร่าง ผ้านุ่งผ้ายกทองสีนวลที่โอบรัดช่วงเอวคอดกิ่ว ขับเน้นสะโพกผายให้เด่นชัด เข็มขัดทองโบราณที่รัดรึงอยู่นั้นเสมือนพันธนาการที่รอการปลดปล่อย ทับทิมสีแดงก่ำตรงหัวเข็มขัดเปรียบดั่งดวงไฟที่จุดความปรารถนาในอกของท่านเจ้าคุณให้ลุกโชน เพียงขยับกายเล็กน้อย กลิ่นกายสาวและเสียงสร้อยสังวาลทองที่กระทบกันเบาๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของบุรุษแกร่งติดขัดจนแทบขาดใจ "เจ้าคุณพี่มองน้องเยี่ยงนี้... น้องแทบจะมลายกลายเป็นผุยผง" นางเอ่ยเสียงแผ่วพร่า ทว่านั่นกลับยิ่งคล้ายเสียงดนตรีไทยที่ประโคมโหมโรงเรียกความใคร่ ท่านเจ้าคุณมิอาจหักห้ามใจได้อีกต่อไป มือหนาที่กร้านด้วยงานราชการสงครามเอื้อมไปสัมผัสที่ปลายสไบ ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนไปถึงนวลเนื้อเย็นทว่าปลุกเร้าด้วยความเร่าร้อน ความเงียบในห้องหอถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง และเงาของทั้งสองที่ทาบทับลงบนผนังไม้สัก ฉากของราตรีอันยาวนานด้วยรสเสน่หาที่รุ่มร้อนดั่งไฟสุมทรวงถูกปิดลงเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของท่านเจ้าคุณสัมผัสลงบนลาดไหล่นวลเนียน ความเย็นเยียบของเนื้อผ้าสไบกลับกลายเป็นความร้อนรุ่มที่ส่งผ่านถึงกัน ท่านเจ้าคุณโน้มกายลงประชิด กลิ่นน้ำอบไทยที่ปรุงจากดอกราตรีหอมฟุ้งกระจายยามที่ใบหน้าซุกไซ้ไปตามลำคอระหง ลมหายใจที่หนักหน่วงของบุรุษผู้กร้าวแกร่งแปรเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงเพียงนิด ร่างบอบบางเบื้องหน้าจะแตกสลายไปเสียก่อน มือหนาที่เคยถือดาบและกุมบังเหียนม้า บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยขณะบรรจงปลดเข็มขัดทองคำออกอย่างแช่มช้า เสียงโลหะกระทบกันกังวานแผ่วท่ามกลางความเงียบ ท่านเจ้าคุณประจงจุมพิตลงที่ร่องไหล่ พึมพำถ้อยคำแผ่วพร่าข้างโสตประสาท "เจ้าช่างนิ่มนวลหอมละมุนไปทั้งตัว... พี่จักทะนุถนอมเจ้า ให้สมกับที่พี่เฝ้าคะนึงหา" สไบสีชมพูกุหลาบค่อยๆ เลื่อนหลุดเผยให้เห็นปทุมถันคู่สวยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้แสงเทียนสลัว ท่านเจ้าคุณใช้เรียวลิ้นละเลียดชิมความหวานจากผิวพรรณของนางอย่างใจเย็น ความหยาบกร้านที่เคยมีกลับมลายหายไป สิ้นเหลือเพียงบุรุษผู้ตกอยู่ในห้วงแห่งภวังค์รักที่นุ่มนวลที่สุด ทว่าในขณะที่ท่านเจ้าคุณกำลังจมดิ่งอยู่ในความอ่อนโยน แม่หญิงผู้เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้กลับขยับกาย นางใช้มือนุ่มนวลทว่าหนักแน่นรั้งลำคอของสามีให้เงยขึ้น ดวงตาที่เคยหลุบต่ำบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยไฟราคะที่ถูกจุดขึ้น นางพลิกกายขึ้นเบื้องบนอย่างรวดเร็ว จนท่านเจ้าคุณถึงกับชะงักด้วยความคาดไม่ถึง ความอ่อนหวานหายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หมายจะกุมชะตาในห้องหอ นางปลดมวยผมที่รวบตึงออกจนเส้นผมสีดำขลับสยายเต็มแผ่นหลัง แล้วโน้มตัวลงมาสูดกลิ่นกายชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างผู้ชนะ นิ้วเรียวของนางกรีดกรายลงบนอกแกร่ง ราวกับจะตีตราจองทุกตารางนิ้ว คุณนวลเป็นฝ่ายรุกรานท่านเสียก่อน บทอัศจรรย์จึงเริ่มจากนางที่ค่อยลดกายลงให้ความกร้าวแกร่งของท่านรุกล้ำเข้ามาทีละน้อย สตรีผู้ไม่เคยต้องมือชาย กลับกลายมาเป็นผู้เริ่มกระทำเสียเอง ด้วยความรักความเสน่หาในผู้เป็นสามี นางเฝ้ารอวันคืนที่ม่านจะกลับมาร่วมหอในคืนนี้มานานวัน เฝ้ารอวันที่สงครามเสร็จสิ้น..จนวันนี้คืนนี้มาถึง เมื่อความรักของท่านและนางสอดประสานกันจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดีแล้ว รอยยิ้มและหยาดน้ำตาพริ้มพรายที่หางตา นางล้มตัวลงกอดผู้เป็นสามีพรมจูบจุมพิตแผ่นอก แอ่นกายส่ายองค์เอวโยกเคล้าคลึงดั่งผึ้งบินหมุนวนรอบเกสรดอกไม้ ก่อนจะชำแรกแทรกกลีบเกสรลงไปหาน้ำหวานเพื่อดูดดื่มกิน จังหวะการโยกร่อนทวีความดุดันขึ้นประดุจคลื่นสมุทรที่โหมกระหน่ำเข้าหาฝั่ง ท่านเจ้าคุณปล่อยตัวให้พัดพาไปตามแรงอารมณ์ที่นางเป็นผู้กำหนด ทำเพียงแค่คอยสอดประสานตามจังหวะของนางและตามเสียงหัวใจที่เต้นรัว เตียงไม้สักส่งเสียงลั่นประท้วงเบาๆ สอดรับกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันเป็นจังหวะเดียว นางมิได้ออมแรงอีกต่อไป เล็บคมกรีดลงบนแผ่นหลังของท่านเจ้าคุณทิ้งรอยรักเป็นทางยาว ในขณะที่ท่านเจ้าคุณเองก็ตอบรับด้วยความรุ่มร้อนที่พลุ่งพล่าน สองร่างเกี่ยวกระหวัดกันท่ามกลางเหงื่อไคลที่อาบไล้จนผิวกายมันวาวราวมุก "เจ้าคุณพี่ขา... เร่งแรงขึ้นอีก อย่าได้หยุด" นางกระซิบเสียงพร่าพร้อมกับขยับกายเข้าหาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ความอ่อนโยนและดุดันสลับสับเปลี่ยนกันไปตามกระแสอารมณ์ที่ไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งเพลิงเสน่หาดวงนี้เผาผลาญทั้งสองให้รั้บิดจนมอดไหม้ไปพร้อมกันในความมืดมิดที่แสนหวาน ..... ภายหลังพายุเสน่หาที่โหมกระหน่ำได้สงบลงชั่วครู่ ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มปรับจังหวะให้เนิบนาบขึ้นท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนแว่วมาไกลๆ ท่านเจ้าคุณทอดกายมองร่างนวลลออที่ซบอยู่บนอกแกร่ง เส้นผมสีดำที่สยายยุ่งเหยิงพันเกี่ยวไปกับลำแขนของท่าน เสมือนสายใยแห่งความรักที่ตัดไม่ขาด แม้กายจะล้า แต่ในดวงตาของทั้งคู่กลับยังมีประกายไฟที่มอดไม่สนิทซ่อนอยู่ มันมิใช่ไฟที่เผาผลาญดุจเพลิงกัลป์อย่างเมื่อครู่ หากแต่เป็นโคมทองที่ส่องสว่างนวลตา... ความอิ่มเอมใจมันล้นปรี่จนเพียงแค่การมองสบตากัน ความปรารถนาระลอกใหม่ก็ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และละเมียดละไมกว่าเดิม ท่านเจ้าคุณเอื้อมมือไปลูบไล้พวงแก้มที่ยังขึ้นสีแดงระเรื่อ บรรจงปัดปอยผมที่ปรกหน้าของแม่หญิงออกอย่างเบามือ คราวนี้มิมีการหักหาญ หรือการรุกรานที่ดุดัน ท่านเริ่มด้วยการใช้ริมฝีปากแตะแต้มลงบนหน้าผาก เปลือกตา และปลายจมูกรั้นอย่างแสนรัก มือหนาที่กร้านแกร่งสั่นไหวเล็กน้อยยามที่ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของกายสาว ราวกับกำลังพรรณนาบทกวีผ่านปลายนิ้ว ทุกสัมผัสที่ลากผ่านผิวเนื้อนวลเนียนนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนและถนอมรัก เมื่อความรัญจวนก่อตัวจนได้ที่ การสอดประสานครั้งใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบช้าและลึกซึ้ง มิได้โหมกระพือด้วยความใคร่เพียงอย่างเดียว ทว่าเป็นการเติมเต็มจิตวิญญาณให้แก่กันและกัน ทุกจังหวะที่เคลื่อนไหวเปรียบเสมือนการร่ายรำที่แสนอ่อนช้อยในวิมานชั้นฟ้า "แม่นวลของพี่... รสรักของเจ้าช่างหวานล้ำมิต่างจากน้ำผึ้งรวง" ท่านเจ้าคุณกระซิบแผ่วพร่าที่ข้างหู ในขณะที่นวลนางหลับตาพริ้ม รับเอาความอ่อนโยนนั้นเข้าสู่กลางใจและกาย สตรีผู้เคยสำแดงฤทธิ์เดชดุดันเมื่อครู่ บัดนี้กลับอ่อนระทวยเป็นผึ้งปีกบางในอุ้งมือหมี นางตอบสนองด้วยความละมุนละไม สองแขนเรียวโอบกอดสามีไว้แน่นแต่แผ่วเบา ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว เหงื่อไคลที่ซึมกายกลับกลายเป็นดั่งน้ำค้างที่หล่อเลี้ยงดอกไม้ให้ชูช่อ มิใช่เพียงแค่เกลียวคลื่นกระทบสองฟากฝั่งคลอง แต่เปรียบดังธารธารายามคืนเดือนเพ็ญ สายน้ำค่อยๆเอ่อล้นขึ้นจนเต็มฝั่งทีละน้อย จนทะลักจากคลองน้ำท่วมท้นไปทั่วผืนแผ่นดิน หยาดอารมณ์รักสุดท้ายถูกรินรดลงในบ่อแห่งความรัก ทั้งสองกอดก่ายกันท่ามกลางความอุ่นซ่านที่แผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย มันคือความอิ่มเอมที่เหนือกว่ากามารมณ์ทั่วไป เป็นความผูกพันที่แน่นแฟ้นราวกับจะสลักชื่อของกันและกันไว้ในหัวใจตลอดกาล ..... แสงรำไรของวันใหม่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สักลงมาทาบแผ่นหลังกว้างของท่านเจ้าคุณ ท่านขยับกายลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ สายตาที่ทอดมองแม่หญิงผู้เป็นภรรยาซึ่งยังหลับใหลอยู่ในห้วงนิทรานั้นเต็มไปด้วยความรักความห่วงหา ผิวพรรณของนางที่บอบช้ำจากศึกรักเมื่อคืนทำให้ท่านมิอาจตัดใจปลุกนางขึ้นมารับโทสะแห่งความใคร่ที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในกายได้ ความทะยานอยากที่ยังไม่มอดดับกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งเมื่อท่านก้าวเท้าออกไปนอกห้องหอ ทันทีที่บานประตูเปิดออกเบาๆ ภาพที่ปรากฏคือ “อีหนู” บ่าวหญิงใช้รับใช้ใกล้ชิดวัยแรกแย้มที่นอนคุดคู้เฝ้าหน้าห้องร่างเล็กอรชรในผ้าแถบสีมอซอนั้นดูเย้ายวนใจอย่างประหลาดในสายตาบุรุษที่กำลังตกอยู่ในห้วงตัณหา ท่านเจ้าคุณมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด แต่มือหนากลับคว้าต้นแขนของเด็กสาวแล้วฉุดดึงเข้าไปในห้องเก็บของข้างทางเดิน อีหนูสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกทว่ามิกล้าส่งเสียงร้อง ปมผ้านุ่งถูกกระตุกออก ชายผ้าของมันโดนตลบขึ้น แก่นกายอันแข็งแกร่งใหญ่โตของท่านเจ้าคุณบดเบียดเข้ามาในกายของมันนั้นช่างร้อนดั่งไฟสุม พรมจรรย์ที่เก็บรักษามาสิบแปดฝนถูกรุกล้ำอย่างรวดเร็วและรุนแรง เด็กสาวถึงกับสะอึกสะอื้นไห้ ร่างกายที่ยังมิเคยต้องมือชายสั่นระริก ความเจ็บแปลบแล่นปลาบไปทั่วสรรพางค์กายจนนางต้องจิกเล็บลงบนท่อนแขนแกร่งของท่านเจ้าคุณเพื่อระบายความเจ็บ ท่านเจ้าคุณในยามนี้มิใช่สามีผู้อ่อนโยน แต่คือชายชาตรีผู้หิวโหย จังหวะที่โหมกระแทกกระทั้นนั้นดุดันและไร้ซึ่งความปราณี ราวกับจะระบายเอาความอัดอั้นทั้งหมดที่มีลงไปในร่างเล็กๆ นี้ ทว่า... ท่ามกลางความเจ็บปวดที่บาดลึก กลับมีกระแสความซ่านสยิวที่ประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาในอกของเด็กสาว กลิ่นอายความเป็นชายและความแข็งแกร่งของท่านเจ้าคุณเริ่มกระตุ้นสัญชาตญาณดิบที่ซ่อนอยู่ภายใน เสียงสะอื้นแผ่วๆ เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางพร่า อีหนูเริ่มหยัดกายรับแรงกระแทกนั้นอย่างไม่ลดละ ความเหนียมอายถูกโยนทิ้งไป มันโน้มลำคอท่านเจ้าคุณลงมาประจันหน้า ดวงตาที่คลอด้วยน้ำตาเปลี่ยนเป็นแววตาที่ท้าทาย กายขยับตอบสนองด้วยความรุนแรงที่ทัดเทียมกัน ห้องเก็บของที่มืดสลัวและเต็มไปด้วยกลิ่นฝุ่นกลับกลายเป็นสมรภูมิรักที่ดุเดือด ทั้งสองร่างเกี่ยวกระหวัดกันอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อกังวานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางลมหายใจที่กระหืดกระหอบ "เป็นอย่างไรอีหนู... รสรักของกูมันดุเดือดถึงใจมึงหรือไม่" ท่านเจ้าคุณคำรามกระซิบ เด็กสาวมิได้ตอบเป็นคำพูด แต่กลับรัดอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมกับแอ่นกายรับสัมผัสสุดท้ายที่รุนแรงจนร่างทั้งร่างกระตุกเกร็งรับไอรักที่พร่างพรูเข้ามาในกายมัน ความเจ็บปวดในตอนแรกถูกกลืนกินด้วยความสุขสมที่รุ่มร้อนดั่งไฟจากอเวจีสีชมพู ..... เสียงหายใจกระหืดกระหอบและจังหวะรุกรานที่ดุดันในห้องเก็บของนั้น หาได้เล็ดลอดไปจากโสตประสาทของแม่หญิงบนเตียงตั่งไม่ นางตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่าน ภาพในมโนสำนึกถึงสามีผู้หยาบกร้านกำลังกำราบเด็กสาววัยแรกรุ่นกลับกลายเป็นแรงกระตุ้นชั้นดี มือเรียวบางของนางสอดเข้าบดบี้ขยี้ปุ่มปมสวาทของตนเอง มือหนึ่งลูบไล้ผ่านเนื้อผ้านุ่งที่ยับย่น ร่างอรชรบิดเร่าอยู่บนเตียง พลางคิดถึงแรงกระแทกกระทั้นที่นางปรารถนาจะได้รับบ้าง เมื่อพายุรักในห้องเก็บของสงบลง ท่านเจ้าคุณก้าวกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าอิ่มเอมแต่ทว่ายังไม่หมดความกระหาย คำพูดแรกของภรรยาในห้องหอนั้นกลับทำให้ท่านประหลาดใจ ในเมื่อท่านเจ้าคุณโปรดปรานความสดใหม่ของอีหนูถึงเพียงนั้น ก็รับมันเป็นเมียบ่าวเสียเถิดเจ้าค่ะ..." นางกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสามี แววตาเต็มไปด้วยไฟราคะที่ยังไม่มอด "แต่ท่านต้องตอบแทนความใจกว้างของน้อง ด้วยความดุดันรุนแรงเยี่ยงที่ท่านเพิ่งทำกับมัน... น้องไม่อยากได้ความอ่อนโยนอย่างยามหัวค่ำอีกแล้ว" ท่านเจ้าคุณเผยยิ้มที่มุมปาก ความใคร่ความต้องการที่ยังหลงเหลือถูกจุดติดอีกครั้ง ท่านไม่รอช้า รวบร่างภรรยาให้นอนหงายลงกับพื้นไม้สักที่เร่าร้อนด้วยแรงผลักของอารมณ์ ท่านเจ้าคุณโน้มตัวลงต่ำ ปลดชายผ้าออกแล้วใช้เรียวลิ้นที่ช่ำชองละเลียดชิมน้ำหวานจากใจกลางกลีบเกสรดอกไม้ของนางอย่างดูดดื่ม ความรุนแรงของจังหวะลิ้นที่ตวัดรัวทำให้แม่หญิงถึงกับแอ่นกายขึ้นจากพื้น ปลายเท้าเกร็งจิก เสียงครางกระเส่าดังระงมไปทั่วห้องหอ จนกระทั่งนางกระตุกเกร็งสำเร็จกิจครั้งแรกด้วยความซ่านสยิวจากโอฐกามที่สามีมอบให้ในเวลาไม่นานนัก ความใคร่ยังหาได้สิ้นสุดไม่ ท่านเจ้าคุณพลิกกายภรรยาให้ขึ้นมาอยู่เบื้องบนในท่าที่พร้อมรับการรุกรานจากเบื้องหลัง ท่านกุมสะโพกผายของนางไว้แน่นด้วยมือที่แข็งแกร่ง ก่อนจะโหมกระหน่ำเข้าใส่กลีบกายนางด้วยความเร็วและแรงที่ทวีคูณยิ่งกว่าที่ทำกับอีหนู แม่หญิงหาได้อ่อนแอไม่ นางหยัดสะโพกรับทุกแรงกระแทก เสียงเนื้อกระทบเนื้อกังวานหนักหน่วงสอดรับกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว ความเป็นบุรุษที่กร้านแกร่งและใหญ่โตบดเบียดเข้าหาความลุ่มลึกที่แสนเย้ายวนอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคู่ผลัดกันรุกรับอย่างไม่มีใครยอมใคร รอยรักที่ฝากไว้ตามผิวกายเป็นเครื่องยืนยันถึงรสสวาทที่รุนแรงและลึกซึ้ง ในที่สุด...ระลอกแห่งรักที่ถั่งโถมมาระลอกแล้วระลอกเล่าจนเหมือนดังภูเขาไฟแห่งรักที่สะสมไอร้อนทวีคูณจนเกินกำลังจะทานทนไหว ลาวารักระเบิดพ่นทะลักทลายล้นจากกลีบกายนางจนวาววับไปทั่วเนิน เมื่อหยาดรักหยดสุดท้ายถูกรินรดลงในกายของนาง ทั้งสองร่างก็ทรุดลงทับซ้อนกันบนพื้นห้องหอ ท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่เริ่มเจิดจ้า ราวกับจะร่วมเป็นพยานในรสพิศวาทที่ไม่มีวันจางหายของทั้งสองคนและเมียบ่าวคนใหม่ที่เพิ่งถูกรับเข้ามาในชายคาเดียวกันอย่างสมบูรณ์ .....ท้องนภาเหนือพระนครยามนี้ช่างแจ่มใสนัก เสียงระฆังจากวัดวาอารามดังกังวานสลับกับเสียงอึกทึกของตลาดร้านรวงที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากพายุสงครามกบฏปักษ์ใต้ถูกกำราบลงด้วยฝีมือของ ท่านเจ้าคุณพระยาราชสงคราม แม้เชื้อไฟแห่งความขัดแย้งจะยังมิอาจกวาดล้างได้สิ้นซากตามตะเข็บชายแดน ทว่าในใจกลางราชธานีนั้น ลมหายใจของราษฎรกลับมาเป็นปกติสุข กลิ่นอายของการค้าขายเริ่มพัดพาความมั่งคั่งมาสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีกครา เรือสำเภาขนาดมหึมาจากทั่วทุกสารทิศจอดเรียงรายอยู่นอกขนอน ทอดสมอรอเวลาที่จะนำสินค้าแปลกตามาแลกเปลี่ยนกับทรัพยากรล้ำค่าของสยาม ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองนั้น กลับมีเงาทะมึนของมหาอำนาจสี่ทิศที่จ้องมองสยามด้วยสายตาตะกละตะกลาม ทั้ง เปอร์เซีย ผู้มั่งคั่งเครื่องเทศ จีน ผู้ถือครองแพรพรรณ ญี่ปุ่น ผู้นำเข้าอาวุธกล้า และ ฮอลันดา ยักษ์ใหญ่หัวแดงผู้กระหายการผูกขาด ต่างฝ่ายต่างส่งคณะทูตทางการค้าเข้ามาเพื่อหวังจะช่วงชิงสิทธิพิเศษให้เป็นของชาติตนเพียงผู้เดียว ณ พระที่นั่งลับหลังม่านมุก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทับนิ่งขรึม เบื้องหน้าคือท่านเจ้าคุณคู่พระทัยที่เพิ่งสวมเสื้อผ้าเข้ามาปรึกษราชการลับ หลังจ
ท่ามกลางความวิเวกของศาลาริมสระน้ำท้ายอุทยาน แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาดูเป็นใจให้แก่การลักลอบกระทำการพิศวาส ท่านเจ้าคุณรั้งร่างของนางโขลนเพชรให้พิงไปกับเสาศาลา โดยมิยอมให้ถอดอาภรณ์ออกแม้แต่ชิ้นเดียว ความตื่นเต้นจากการแอบลอบสังวาสในเขตพระราชฐานกระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายให้พลุ่งพล่าน ท่านเจ้าคุณสอดมือเข้าไปใต้ผ้าแถบที่เคียนอกนางไว้แน่น ล้วงควักเอาปทุมถันออกมาบีบเค้นจนเนื้อนุ่มปลิ้นตามง่ามนิ้ว ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอและระดมดูดเม้มยอดถันจนโขลนเพชรครางฮือในลำคอด้วยความเสียวซ่าน นางพยายามกลั้นเสียงไว้ด้วยความกลัวว่าโขลนคนอื่นจะผ่านมาเห็น ทว่ามือไม้นางกลับสั่นระริก ยอมปล่อยให้ท่านเจ้าคุณปรนเปรออย่างย่ามใจ ท่านเจ้าคุณย่อกายลง มือหนึ่งล้วงควักเข้าไปใต้ผ้านุ่งของนางโขลน นิ้วแกร่งเริ่มชำแรกแทรกผ่านพุ่มไหมเข้าไปเขี่ยคุ้ยเม็ดสวาทจนน้ำหวานของนางหลั่งชโลมปลายนิ้ว ก่อนที่ท่านจะรั้งสะโพกนางให้แอ่นรับจังหวะดูดเม็ดติ่งรักและเลียสลับไปมาอย่างช่ำชอง จนโขลนเพชรต้องบิดกายไปมาด้วยความซ่านเสียวจนแทบจะยืนไม่อยู่ เมื่อเห็นว่านางได้ที่ ท่านเจ้าคุณจึงจัดการปลดผ้าคาดเอวของตนออกเพียงให้มังกรยักษ์ต
เมื่อพายุสวาทรอบแรกสงบลง คุณหญิงนวลที่บัดนี้อิ่มเอมด้วยน้ำรักจนผิวพรรณดูเปล่งปลั่งก็ลุกขึ้นแต่งกายอย่างทะมัดทะแมง นางหันมามองท่านเจ้าคุณที่นอนทอดกายอยู่บนฟูกด้วยสายตาที่รู้ใจพยัคฆ์ดีกว่าใคร นางมิได้หึงหวงจนปิดกั้น ทว่ากลับเรียกบ่าวคนสนิทให้ยกสำรับยาบำรุงที่ปรุงจากโสมคนและกำลังเสือโคร่งเคี่ยวกับน้ำผึ้งป่ามาวางไว้ข้างเตียง “รับประทานเสียหน่อยเถิดเจ้าค่ะท่านพี่” คุณหญิงนวลยิ้มกริ่มพลางส่งถ้วยยาให้ “นวลน่ะอิ่มแล้ว ทว่าแม่พวกที่เหลือเขายังหิวกันนัก เห็นมาด้อมๆ มองๆ กันอยู่ที่หน้าเรือน นวลจึงจัดให้แม่ลำดวนกับแม่บัวคำเข้ามาปรนนิบัติท่านพี่พร้อมกันเสียเลย จะได้มิเสียเวลาเจ้าค่ะ” ท่านเจ้าคุณดื่มยาบำรุงรสเข้มข้นจนหมดถ้วย พลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่วิ่งพล่านไปตามเส้นเลือด พลังแกร่งที่เพิ่งจะหลั่งไหลไปกลับดีดตัวขึ้นมาผงาดง้ำอีกครั้งอย่างน่าอัศจรรย์ ทันทีที่คุณหญิงนวลก้าวพ้นประตูออกไป สตรีสองนางที่งามเด่นคนละแบบก็คลานเข่าเข้ามาในห้อง แม่หญิงลำดวน อนุภรรยาผู้อ่อนหวานมาในชุดผ้าสไบสีเหลืองอ่อนบางเบา ส่วน แม่บัวคำนักรบหญิงแกร่งที่คุณหญิงให้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุอีกคนหนึ่งนั้นมาในชุดนุ
ท่ามกลางแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนพิกุล แม่หญิงสร้อยแอบซุ่มดูอยู่หลังม่านไม้ระแนงถึงกับใจสั่นสะท้านไปทั้งทรวง นางเห็นทุกจังหวะจะโคน เห็นร่างของพี่สาวบิดเร้าอยู่ใต้ร่างกำยำของท่านเจ้าคุณ เห็นความยิ่งใหญ่ที่นางเคยสัมผัสกำลังจ้วงทะลวงเข้าออกในกายของจันทราจนเกิดเสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่น กลิ่นคาวรักที่อบอวลปนกับกลิ่นดอกพิกุลและเสียงครางระงมของพี่สาว ทำให้ความสาวในกายของสร้อยที่เพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานกลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง นางเอามือกุมหน้าอกที่กระเพื่อมไหว กายส่วนล่างของนางเริ่มหลั่งน้ำหวานออกมาจนเปียกชุ่มสไบ มือที่กุมหน้าอกเผลอไผลบีบเค้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใต้ผ้าแพรแถบที่พันหน้าอกไว้ถูกปลายถันดันขึ้นมาจนเห็นเป็นเม็ดชัดเจน มันแข็งเป็นไตบ่งยอกอารมณ์ภายในที่ถวิลหาแก่นกายของท่านอีกครั้ง เมื่อท่านเจ้าคุณระเบิดน้ำรักเฮือกสุดท้ายฉีดอัดเข้าสู่กายแม่หญิงจันทราจนนางเหลือกตาโพลงแล้วสลบเหมือดไปนั้น ท่านเจ้าคุณที่หอบหายใจถี่ด้วยความซ่านเสียวก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเงาร่างอรชรเดินสั่นเทาออกมาจากมุมมืด “ท่านเจ้าขา... ฉันทนดูเฉยๆ มิไหวแล้วเจ้าค่ะ” แม่หญิงสร้อยคลานเข่าเข้ามาหาท












reviews