Masukสุดท้ายความตั้งใจจะถอยออกห่างจากพระเอกก็พังทลายลง เยียนหลัวโน้มลงประกบริมฝีปากจุมพิตเซี่ยหรงเฉินอย่างหวานล้ำลึกซึ้ง “อื้อ…” นางร้องครางในลำคอแผ่วเบา ฝ่ามือบางเอื้อมขึ้นคล้องคอเขาอย่างเผลอไผล เซี่ยหรงเฉินถึงกับยกยิ้มมุมปากขณะถูกเยียนหลัวจุมพิตแสนหวาน เขาไม่อาจหักห้ามใจได้อีก ไล่ต้อนเรียวลิ้นเล็กของ
“อย่าหันหน้าหนีข้าเช่นนั้น เยียนหลัว! หันมามองตาข้า!” เซี่ยหรงเฉินจับบังคับคางเรียวของเยียนหลัวให้ยอมหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ แววตาคมกล้าเต็มไปด้วยความดุดันที่ยากจะคาดเดา “ข้าจะบดขยี้ทุกคนที่ขวางทางข้าให้แหลกคามือ ยกเว้นเจ้าที่แม้จะเคยย่ำยีทรมานข้านับปีก็ตาม แต่มีเพียงเจ้าที่ข้าอยากจับขังให้อยู่ในอ้อม
ตำหนักองค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัว “เฮ้อ….ดื่มนี่เข้าไปแล้วข้าจะหลับเลยมั้ยนะ” เยียนหลัวนั่งมองจอกสุราในมืออย่างสับสน หลังจากที่ฝนหยุดตก นางก็กลับมาอยู่ในตำหนักของตนเองเงียบๆ ในสมองเฝ้าคิดว้าวุ่นใจในตัวของเซี่ยหรงเฉินอยู่ **ในเนื้อเรื่องของนิยาย ช่วงนี้เขาต้องยิ่งคลั่งรักชิงเหลียนมากไม่ใช่หรือ? แล้วส
“กินเถอะเพคะ ท่านคงชอบบะหมี่ ข้าก็ชอบเหมือนกัน มื้อนี้ข้าเลี้ยงท่านเอง” รอยยิ้มของนางสดใส อบอุ่นดั่งแสงอรุณ เซี่ยหรงเฉินมองนางอย่างสับสน ทุกครั้งที่ชิงเหลียนอยู่ใกล้ มักมีบางสิ่งพาเขาย้อนสู่อดีต ถึงเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ถึงช่วงเวลาที่เขาเคยมีบ้าน…และความรัก มันทำให้เขารู้สึกว่า บนโลกนี้ยังมีคนใส่ใจเขา
องค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัวเปลี่ยนเป็นชุดหญิงสามัญ เตรียมพาองค์ชายเซี่ยหรงเฉินแอบออกไปเดินเที่ยว โดยมีองค์หญิงรองฟู่ชิงเหลียนและหยวนเฉิง น้องชายตัวแสบ ร่วมขบวน ครั้งนี้นางไม่ได้แจ้งองครักษ์หวังมู่หาน ทั้งยังให้ชุนเถาปลอมตัวเป็นนาง นอนแสร้งป่วยอยู่ในตำหนัก จึงพอมีช่องให้ลอบออกมาได้ ร่างเล็กชะเง้อมองซ้
เยียนหลัวมุ่งหน้าไปยังตำหนักขององค์ชายเซี่ยหรงเฉิน พลางยกมือกุมเอวที่ปวดหนึบ เดินกะเผลกเล็กน้อยอย่างน่าสงสาร สีหน้าบูดเบี้ยวเพราะความระบมยังไม่จาง “ซี้ด…ไอ้บ้าหรงเฉิน แรงอย่างกับวัวถึก…” นางพึมพำเสียงเบา มืออีกข้างกำป้ายหยกประจำตัวแน่นราวเครื่องรางกันภัย ดวงตากลอกมองซ้ายขวาอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ เมื่อไ







