LOGIN“หึๆๆ …” หวังมู่หานหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน “ดูท่าว่าจะไม่ต้องใจเจ้า แต่ถึงอย่างไร…เจ้าก็ต้องนอนอยู่ในหลุมนี้” เขาแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาฉายแวววิปลาส “น่าเสียดายนัก…ศพของเจ้าคงไร้ศีรษะ” “ฮ่าๆๆๆ!” หวังมู่หานแหงนหน้าหัวเราะลั่นดุจคนเสียสติ เสียงหัวเราะแหลมแสบแทรกความมืดแห่งราตรี ฟึ่บ!เขาผลั
องค์ชายใหญ่เซี่ยหรงเฉินถูกเหล่าองครักษ์หลวงของฮ่องเต้ฟู่เฉิงเทียนคุมตัวมายังสุสานร้างอันห่างไกลผู้คน ราตรีกาลมืดมิดไร้แสงอันใด เว้นเพียงจันทราเด่นดวงที่สาดประกายซีดเย็นลงเหนือผืนพิภพอันเงียบงัน ทั่วบริเวณรายล้อมด้วยหลุมศพไร้ญาติพี่น้อง ป้ายวิญญาณผุพังเอนล้ม เนินดินฝังร่างผู้ตายทอดยาวซ้อนทับกันนับม
ครั้นสิ้นพระสุรเสียงนั้น ฮ่องเต้ฟู่เฉิงเทียนเสด็จลุกขึ้นจากบัลลังก์อย่างเชื่องช้า ฝีพระบาทหนักแน่นก้าวตรงมายังร่างองค์ชายตัวประกัน ผู้คุกเข่าก้มต่ำอยู่เบื้องพระพักตร์ “ข้าจักสรรหาพระสวามีผู้สมน้ำสมเนื้อให้นาง” พระสุรเสียงเยียบเย็นดุจคมเหมันต์กรีดกระดูก “ส่วนเจ้า…หมดวาสนาจะอยู่ต่อ เพื่อให้เยียนหลัว
ณ.ตำหนักเทียนหมิง ปึก! ร่างนั้นคุกเข่าลงกับพื้นศิลาเพราะแรงกระแทกจากปลายดาบองครักษ์หลวง ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับเงยขึ้นอย่างองอาจ สบพระเนตรล้ำลึกของฮ่องเต้ฟู่เฉิงเทียนนิ่งมั่น ไร้แววสยบยอม “อยู่ต่อหน้าข้า เจ้ายังไม่คิดจะคุกเข่าอีกหรือ เซี่ยหรงเฉิน” สุรเสียงสงบราบเรียบเอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้า แผ่วเย
สิ้นคำสารภาพที่ปลดเปลื้องทุกสิ่งจากเซี่ยหรงเฉิน เยียนหลัวปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างรู้สึกผิด นอกจากนางจะทำให้ชิงเหลียนเสียใจ นางเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เซี่ยหรงเฉินโน้มกายลงจุมพิตปลอบประโลมเยียนหลัวอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกไปทีละชิ้นอย่างใจเย็น แววตาคู่คมชื่นชมความงดงามของ
เซี่ยหรงเฉินย่างกรายกลับสู่วังหลวงเพียงลำพัง มิได้ชายตาแลแม้เงาองค์หญิงรองฟู่ชิงเหลียน ทว่าดวงใจเขากลับมุ่งตรงสู่ตำหนักองค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัว ผู้ครอบครองทุกห้วงอารมณ์ของเขา เงาร่างสูงสง่าแฝงกายใต้ฉากกั้นห้องของฟู่เยียนหลัว กลิ่นกำยานรวยรินเคล้าแสงเทียนสลัว ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงโวยวายอัน







