Mag-log inสิ้นคำสารภาพที่ปลดเปลื้องทุกสิ่งจากเซี่ยหรงเฉิน เยียนหลัวปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างรู้สึกผิด นอกจากนางจะทำให้ชิงเหลียนเสียใจ นางเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เซี่ยหรงเฉินโน้มกายลงจุมพิตปลอบประโลมเยียนหลัวอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ก่อนจะค่อยๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกไปทีละชิ้นอย่างใจเย็น แววตาคู่คมชื่นชมความงดงามของ
เซี่ยหรงเฉินย่างกรายกลับสู่วังหลวงเพียงลำพัง มิได้ชายตาแลแม้เงาองค์หญิงรองฟู่ชิงเหลียน ทว่าดวงใจเขากลับมุ่งตรงสู่ตำหนักองค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัว ผู้ครอบครองทุกห้วงอารมณ์ของเขา เงาร่างสูงสง่าแฝงกายใต้ฉากกั้นห้องของฟู่เยียนหลัว กลิ่นกำยานรวยรินเคล้าแสงเทียนสลัว ความเงียบงันถูกทำลายลงด้วยเสียงโวยวายอัน
ท่ามกลางผู้คนมากมายจนเบียดเสียดกัน เซี่ยหรงเฉินเร่งฝีเท้าตามหาเยียนหลัวด้วยใจร้อนรน สายตาคมกริบกวาดมองหาร่างบางที่คุ้นเคยด้วยแววตาสั่นไหว ความเจ็บปวดรวดร้าวในใจทำให้บุรุษผู้หนักแน่นถึงกับสั่นสะท้าน หวาดหวั่นว่านางจะเข้าใจผิด คิดว่าเขารับรักชิงเหลียนไปแล้ว ทั้งยังพรั่นพรึงว่านางจะหมดใจทอดทิ้งเขาไป
เซี่ยหรงเฉินได้รับจดหมายนัดหมายจากนางกำนัลของเยียนหลัวตั้งแต่เมื่อวันวาน บัดนี้เขาจึงแต่งกายด้วยอาภรณ์อันหล่อเหลา เพื่อให้ดูดีและตรึงตราใจต่อนางที่สุด ใบหน้าอันคมคายเผยรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาทันที เขากระชับจดหมายที่เพิ่งอ่านจบลงในอกเสื้อของตนอย่างทะนุถนอม “ฟู่เยียนหลัว ข้าหวังว่าการแอบออกไปนอกวังครานี
“โอ๊ย…ระบมไปทั้งตัวเลยหนอ…” เยียนหลัวบิดกายคลายความเมื่อยขบไปทั่วสรรพางค์กาย ใบหน้างามพลันแดงระเรื่อเมื่อหวนนึกถึงบุรุษรูปงามผู้เป็นต้นเหตุแห่งสภาพอันน่าอายนี้ “คนบ้าอะไร…แรงเยอะเสียจริง…แต่ก็ช่างถึงใจยิ่งนัก” “องค์หญิงใหญ่เพคะ…” ชุนเถาเอ่ยเรียกด้วยสีหน้างุนงง เมื่อเห็นเจ้านายพึมพำอยู่ผู้เดียว มิห
เซี่ยหรงเฉินโอบกอดคลอเคลียเยียนหลัวไม่ยอมห่างกาย มีแต่จะรัดรึงนางให้แนบแน่นขึ้นไปอีก ฝ่ามือหนาค่อยๆ ปลดอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้าและทะนุถนอม ดวงตาคู่คมนั้นจับจ้องนางไม่คิดหลบเลี่ยง เป็นแววตาที่เปี่ยมด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้งจากก้นบึ้งแห่งดวงใจ เขาลูบไล้สัมผัสผิวกายเนียนละเอียดของนางแผ่วเบา







