Masukเสียงของนางแข็งขึ้น หวังหย่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความน้อยใจของนาง เพียงครู่เดียวที่เห็นเช่นนั้น เขากลับเผลอรั้งนางเข้ามาใกล้กว่าเดิม เฟยหลิงยังไม่ทันตั้งตัว ร่างของนางก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว “ท่าน…!” นางเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบยกมือทุบแผ่นหลังของเขา “ปล
ชีวิตของเฟยหลิงที่คิดว่าจะดิ้นรนหนีจากชะตากรรม กลับยิ่งวุ่นวายกว่าเดิมเสียอีก ยิ่งพยายามหลบเลี่ยงเท่าไร เรื่องราวกลับยิ่งวิ่งเข้าหานางไม่หยุด “เฟยหลิง! เดี๋ยวก่อน รอข้าก่อน หลิงหลิง!” เฟยหลิงได้ยินเสียงเรียกของเย่วชิงชัดเจน ทว่านางกลับไม่คิดจะหยุดฝีเท้า ร่างงามเร่งสับเท้าเดินหนีอย่างรวดเร็ว เด
เฟยหลิงกลับจากตำหนักบูรพาขององค์รัชทายาทพร้อมบิดา หลังจากจางเหว่ยถิงเสร็จจากการรับใช้ฝ่าบาท ตลอดทางกลับจวน บุตรสาวของเขาเอาแต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับสตรีที่กำลังมีความรัก มิหนำซ้ำยังหยิบปิ่นปักผมในมือขึ้นมาลูบเล่นซ้ำไปซ้ำมาอย่างคนใจลอย จางเหว่ยถิงมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “หลิงหลิง พ่อท
“หรือที่เจ้ายังไม่ยอมตกลงเป็นคนรักของข้า เป็นเพราะยังมีใจให้แม่ทัพหลิวหยางอยู่อีก?” เสียงของเทียนเผิงดึงนางออกจากภวังค์ “เปล่าเพคะ หม่อมฉันตัดใจจากเขาแล้ว เพียงแต่กังวลเรื่องของเราสองคนเท่านั้นเอง” “มีสิ่งใดให้กังวล?” เทียนเผิงมองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “มีข้าอยู่ จะไม่มีใครทำอันตรายเจ้าได้
ภายในรถม้าขององค์รัชทายาทเทียนเผิง เฟยหลิงนั่งตัวตรงอยู่ฝั่งตรงข้ามบุรุษสูงศักดิ์ ก่อนจะเหลือบมองรอยยิ้มอบอุ่นของเขาแล้วรีบหลบสายตา นี่เป็นครั้งแรกที่นางต้องนั่งอยู่ในรถม้ากับองค์รัชทายาทเพียงสองคน แถมเมื่อครู่พระองค์ยังเรียกนางว่า หลิงหลิงของข้า ต่อหน้าทุกคนอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก “หม่
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังศาล น้ำเสียงไม่ดังนัก ทว่ากลับทำให้ทั้งห้องเงียบลงในทันที “ข้ามีทั้งหลักฐานและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ตัวจริง คุณหนูจางเฟยหลิงไม่ใช่ผู้บงการเรื่องนี้” ทุกคนหันไปตามเสียงนั้นพร้อมกัน “องค์รัชทายาท!” ร่างสูงในฉลองพระองค์ปักลายมังกรทองก้าวเข้ามาอย่างสงบนิ่ง แววตาคมกริบ







