Partager

บทที่ 2

บทที่ 2

‘สุขกันเถิดเรา เศร้าไปทำไม'

.

.

ปลายฟ้าในร่างของเย่ซูชางนอนยกขาพาดกันกระดิกปลายเท้าอยู่บนเตียงกว้างด้วยความหนักใจ มือเล็กยกขึ้นก่ายหน้าผากตนเองเพื่อพยายามครุ่นคิดในเรื่องที่จะกลับออกไปจากนิยายนี้ยังไงแต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก จะฆ่าตัวตายก็เหมือนว่าจะไม่มีทางทำสำเร็จมันจะต้องมีอะไรมาขัดขวางตลอดเวลา

ลมหายใจถูกถอนออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ถ้าการถอนหายใจทำให้แก่ไวป่านนี้ตัวเธอเองคงตายกลายเป็นวิญญาณไปแล้วเพราะจำไม่ได้แล้วว่าถอนหายใจมากี่ครั้งรู้แค่ว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ก็เอาแต่นอนถอนหายใจแบบนี้มาเป็นชั่วยามได้แล้วมั้ง

เสียงเปิดประตูดังขึ้นมันทำให้ปลายฟ้าต้องหันไปมองจนเห็นว่าเป็นเย่ซูเจินที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำเชียว ตอนเด็ก ๆ กินน้ำผึ้งแทนนมหรือไงถึงหน้าหวานยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าขนาดนี้

“ที่นี่ไม่สอนเรื่องมารยาทหรือไง เจ้าถึงได้เข้าห้องผู้อื่นโดยไม่เคาะประตูบอกกล่าวเจ้าของห้องก่อน?”

หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากตนเองทันที นางไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดออกไปเช่นนั้นทั้งที่ในใจไม่ได้คิดอะไรเลยแท้ ๆ หรือว่าผีคาแรคเตอร์ของเย่ซูชางจะเข้าสิงกันถึงได้พูดคำร้ายกาจด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกไปแบบนั้น

“ขออภัยพี่หญิงรองเจ้าค่ะ เป็นข้าเองที่เสียมารยาท ท่านจะตีข้าก็ย่อมได้ แต่ข้าเป็นห่วงท่านเห็นไม่ออกจากเรือนจึงมาดูด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ๆ เจ้าค่ะ”

สุดท้ายก็เหมือนต้องยอมรับว่าตอนนี้เธอไม่ใช่ปลายฟ้าอีกต่อไปแล้วแต่เป็นเย่ซูชาง นางร้ายสายตอแหลจนเดินตลาดไม่ได้เพราะคงโดนรุมตบ การจะอยู่ที่นี่ได้อย่างรอดปลอดภัยและมีชีวิตต่อไปเพื่อรอวันกลับออกไปยังโลกความจริง ก็คงจะมีวิธีเดียวคือการสวมบทบาทเป็นเย่ซูชางแล้วใช้ชีวิตอันสุขสบายนี้ให้คุ้มค่าเสีย ไหน ๆ ก็มาอยู่ในร่างคุณหนูบ้านรวยมากล้นเงินทองแล้วก็อย่ามัวแต่เสียใจหรือทุกข์ใจเลย

‘ลุกมาใช้เงินใช้ทองดีกว่า!’

“ข้าหิวข้าวแล้ว”

อยู่ดี ๆ หญิงสาวก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งจนคนน้องตกใจเล็กน้อย

“พี่หญิงรองไม่คิดหาวิธีฆ่าตัวตายแล้วหรือ?”

“ก็คิดอยู่แต่ตอนนี้หิวเลยคิดไม่ออก” นางเดินเข้ามาหาน้องสาวแท้ ๆ ที่คลานตามกันออกมาแล้วยกวงแขนขึ้นโอบกอดคอเล็กที่แทบจะพันแขนสามรอบได้ หน้าคอมันจะเล็กไปไหน

“เราไปกินข้าวกันดีกว่าน้องรัก”

……….

.

สุดท้ายทั้งสองคนก็มานั่งกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำพร้อมอาหารมากมายตระการตาจนเต็มโต๊ะหินจนเย่ซูชางตาเบิกกว้างด้วยความอึ้งเพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกินอาหารเยอะแบบนี้มาก่อนต่อให้เป็นงานเลี้ยงก็ยังไม่เยอะเท่านี้ นี่เป็นสิบกว่าอย่างเลยจนเลือกกินไม่ถูก

“กินกันแค่สองคนต้องเยอะถึงเพียงนี้เลยหรือ?”

“นี่เป็นปกติที่พี่หญิงรองกินเจ้าค่ะ” เย่ซูเจินกล่าวเสียงนิ่งเรียบ

“หมายความว่ายังไง?”

“ยามปกติพี่หญิงรองก็ให้ห้องครัวจัดเตรียมอาหารมากมายเช่นนี้ขึ้นโต๊ะอยู่แล้ว”

“ข้าเนี่ยนะ?” นางชี้นิ้วเข้าหาตนเองหน้าตาเหลอหลาก็ได้คำตอบจากน้องสาวสมรศรีเป็นการพยักหน้ายืนยัน

‘ถ้าหมดนี่ไม่เรียกว่ากินแล้ว แถวบ้านเรียกยัดห่า’

“คราวหน้าเจ้าบอกคนครัวให้ลดอาหารเหลือกับข้าวเพียงสามอย่าง ของหวานอีกหนึ่งอย่างก็พอ”

เย่ซูเจินที่ได้ยินก็ประหลาดใจจนแสดงชัดออกมาทางสีหน้า เย่ซูชางก็พอจะเข้าใจเพราะตามนิยายท่านหญิงเย่ใช้เงินมือเติบสุรุ่ยสุร่ายทุกเรื่องจะตายไป อาหารการกินก็ต้องเยอะแยะมากมายเหมือนจัดงานเลี้ยงทุกวัน ทั้งที่ความจริงกินแค่เพียงผู้เดียว บางจานกินเพียงคำเดียวก็ไม่แตะอีกให้คนเอาไปทิ้งให้หมากินอย่างไม่เสียดาย แต่ตอนนี้กลับบอกให้ลดจำนวนอาหารลงมันเลยแปลกสำหรับทุกคนเป็นแน่

“ข้าไม่ค่อยสบาย ช่วงนี้ร่างกายอ่อนแอเลยไม่อยากกินอะไรตามใจปากนัก ให้คนครัวจัดอาหารที่มีประโยชน์ให้ข้าแค่สามอย่างต่อมื้อก็พอแล้ว”

“อ๋อ ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เย่ซูเจินพยักหน้ารับสีหน้าดูผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน

“งั้นมากินข้าวกันเถิด เจ้าต้องกินเยอะ ๆ ตัวบางร่างน้อยถึงเพียงนี้เดี๋ยวลมพัดมาจะปลิวเอา” นางคีบเนื้อสามชั้นตุ๋นฉ่ำ ๆ ให้น้องสาวในนิยายด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” เย่ซูเจินยิ้มหวาน

ตามที่อ่านมาในนิยายไม่ได้กล่าวถึงเย่ซูเจินนัก เหมือนจะเป็นตำแหน่งตัวประกอบมากกว่า คอยรับบทนางห้าม ห้ามเย่ซูชางไม่ให้ไปตบตีไปทะเลาะกับผู้อื่นเนี่ยแหละ ตอนอ่านก็จินตนาการไว้แล้วแหละว่าเย่ซูเจินต้องเป็นดอกบัวขาวและก็ไม่เกินความคาดหมายนัก

ตอนนี้ผู้ที่เป็นผู้นำสกุลเย่คือเย่ซูชางเนี่ยแหละ ส่วนท่านอารองของนางทำหน้าที่รักษาการแทนคล้ายฮ่องเต้ที่อายุยังน้อยเลยต้องมีฮองเฮาว่าราชการแทน ตามนิยายเย่ซูชางสนใจงานบ้านงานเรือนงานกิจการเสียที่ไหนเอาแต่ตามตื๊อพระเอกตบตีกับนางเอกไปวัน ๆ เท่านั้น

บิดาและพี่ใหญ่ตายในสนามรบ ส่วนมารดาก็ตรอมใจจนป่วยตายไปอีกคน ทำให้สกุลตอนนี้เหลือ ท่านอารอง ท่านอาเล็กที่อาศัยอยู่เมืองทางเหนือ ท่านย่าที่อยู่บ้านนอกกับน้องชายต่างมารดา ตัวของเย่ซูชาง เย่ซูเจิน และครอบครัวของท่านอารอง

ตอนจังหวะที่คิดอะไรเพลิน ๆ สายตาของเย่ซูชางก็มองไปเห็นหยวนฉินที่กำลังเดินผ่านประตูวงกลมไปจนเห็นหลังไว ๆ แต่ก็มั่นใจว่าเป็นเขาเพราะจำอาภรณ์สีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้จึงรีบลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินตามไป

“พี่หญิงรองท่านจะไปไหน?”

“ข้ามีธุระ เจ้ากินไปเถิด กินให้หมดอย่าให้เหลือเดี๋ยวจะเสียของ”

“ดะ… เดี๋ยวสิพี่หญิงรอง” เย่ซูเจินพยายามร้องเรียกพี่สาวแต่ก็ไม่ได้รับความสนใจเลยเหมือนใจของเย่ซูชางจะลอยไปที่อื่นแล้วเลยเดินตัวปลิวออกไปเลย นางทำได้เพียงก้มลงมองอาหารสิบกว่าอย่างตรงหน้าแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

“ถ้าข้ากินหมดนี่คงต้องกลิ้งแทนเดินแล้วพี่หญิงรอง”

……….

.

เย่ซูชางเดินตามหยวนฉินไปทางเรือนของท่านอารองที่เห็นชายอาภรณ์ของเขาไว ๆ แต่เมื่อเดินทะลุประตูออกมากลับไม่เจอเขาแล้ว หันมองซ้ายมองขวาก็ไม่เจอไม่รู้ว่าหายไปตอนไหนทั้งที่เมื่อครู่ยังเห็นหลังไว ๆ อยู่เลย มือเล็กยกขึ้นคาดตาเพื่อบังแดดแล้วทอดสายตามองออกไปด้านหน้าแต่ก็ไม่เจอ

“อะไรวะ เมื่อกี้ยังเห็นหลังไว ๆ อยู่เลย” นางเปลี่ยนเป็นเท้าเอวแทน

“หาข้าหรือ?” เสียงเข้มดังขึ้นข้างหูจนเย่ซูชางตกใจ

ด้วยความตกใจทำให้เย่ซูชางกระแทกข้อศอกไปด้านหลังเพื่อหวังจะฟันหน้าใครสักคนที่กล้าเข้ามาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ข้างหลังผู้อื่น แต่คนด้านหลังก็หลบได้ทันไม่พอยังจับแขนนางล็อกไปด้านหลังจนเจ็บปวดร้าวแขนแทบหักออกเป็นสองท่อน

“โอ๊ย!”

“เจ้าตามข้ามาทำไม หรือคิดแผนร้ายจะตีข้าจากข้างหลังให้ตาย”

“ข้ามีไม้หรือไง เจ้าก็แหกตาดูเสียบ้าง”

คนอย่างเย่ซูชางเองก็ไม่ยอมถึงแม้ดวงวิญญาณจะเป็นปลายฟ้าแต่ความไม่ยอมคนของนางเองก็มี ไม่ต้องใช้นิสัยนางร้ายอะไรทั้งนั้นหรอกแต่มันเป็นสิ่งที่คนดีก็มีได้เพราะการเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมทุกคน อีกอย่างตามนิยายหยวนฉินก็เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเย่ซูชางมาตลอดด้วย คอยถกเถียงตบตีกันเป็นเรื่องปกติถ้านางจะด่าเขาหรือเอาศอกฟันหน้าเขาสักฉาดก็คงไม่มีอะไรผิดแปลกไป

“ว่าแต่ข้าแล้วเจ้าเล่า มาจับมือถือแขนข้าไม่ยอมปล่อย คิดสิ่งใดลึกซึ้งกับข้าอยู่หรือเปล่า?” นางแกล้งหยอกเย้าพ่อพระรองรูปงามด้วยน้ำเสียงหวานจนหยวนฉินต้องรีบปล่อยตัวนางให้เป็นอิสระแต่ไม่ปล่อยเปล่าแทบจะผลักนางออกจนหน้าแทบทิ่มด้วยซ้ำไป

“เจ้าไม่ผลักข้าให้หน้าทิ่มไปเลยเล่า!”

“ข้าก็ตั้งใจเช่นนั้น”

“นี่เจ้า!” เย่ซูชางอยากจะสถบคำหยาบคายด่าเขาออกไปแต่ก็ต้องพยายามอดทนอดกลั้นเอาไว้เพราะถึงนางจะเป็นนางร้ายแต่ก็เกิดในสกุลผู้ดี ต้องสำรวมกิริยาและวาจาเอาไว้ให้มากเดี๋ยวคนอื่นจะตกใจนึกว่าแม่ค้าปากตลาดที่ไหน

แต่พอได้มองพ่อพระรองชัด ๆ อีกครั้งเขาก็หล่อเหลาไม่หยอกเชียว ใบหน้าคมเข้ม จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากสีแดงระเรื่อหน้าจูบ หน้าของเขาเนียนใสมากมันขาวผ่องเป็นยองใยเชียว ช่างเกิดมาเป็นผู้ที่ครบทั้งรูปโฉมและรูปทรัพย์จริง ๆ นางยังไม่เห็นหน้าพระเอกหรอกนะ แต่แค่พระรองก็หล่อมากแล้วและพ่อพระเอกจะหล่อปานเทพลงมาเกิดขนาดไหน

“เจ้าคิดแผนชั่วอะไรอีก”

“ใช่ ข้ากำลังคิดแผนชั่วอยู่”

นางก้าวเท้าเดินเข้ามาหาเขา ถ้าอยากให้นางร้ายนักนางก็จะร้ายให้ดู ใบหน้าหวานยื่นไปใกล้บุรุษผู้องอาจที่ยังยืนนิ่งท้าทายกันอย่างไม่หวาดหวั่นเห็นแล้วมันก็ชวนตื่นเต้นยิ่งอยากเอาชนะมากขึ้น นิ้วเรียวลากไล้ลูบสัมผัสไปตามอกกว้างอย่างหยอกล้อจนคิ้วของหยวนฉินขมวดเข้าหากันมองการกระทำของนางอย่างไม่ชอบใจนัก

“ข้ากำลังคิดว่าต้องทำยังไงถึงจะได้ท่านมาครอบครอง”

“เจ้าพูดอันใด!”

มือใหญ่คว้าเข้าที่ข้อมือเล็กแล้วออกแรงบีบ ดวงตาคมฉายแววความโกรธจนออกมาทางน้ำเสียงของเขา เย่ซูชางกลับไม่หวาดกลัวเลือกจะยิ้มชอบใจในความขุ่นเคืองของเขาที่นางสามารถกระตุ้นมันออกมาได้

“ข้าชักชอบท่านแล้วสิ บุรุษผู้องอาจ เป็นถึงรองเจ้ากรมพิธีการ มากความสามารถ งามทั้งรูปโฉมและรูปทรัพย์จะไม่ให้สตรีบอบบางเช่นข้าชื่นชมได้อย่างไร”

“สมแล้วที่เจ้าเป็นนางมารร้าย จิตใจช่างโลเลยิ่งนัก สามวันก่อนเจ้ายังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทูลขอพระราชทานสมรสกับจางหมิงซัวอยู่เลย”

เย่ซูชางหยุดชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะครุ่นคิดไตร่ตรองก็จำได้ว่าตัวของเย่ซูชางในนิยายนั้นหลงรักพ่อพระเอกหัวปักหัวปำจนไปทูลขอพระราชทานสมรสจากฮ่องเต้จริง ๆ แต่ก็ถูกจางหมิงซัวปฏิเสธหักหน้ากันต่อหน้าฮ่องเต้และขุนนางมากมายจนกลายเป็นที่โจษจันไปทั่วว่าท่านหญิงเย่ลุ่มหลงบุรุษจนลืมยางอายไปหมดแล้ว มีอย่างที่ไหนสตรีไปขอบุรุษสมรสก่อน

หลังจากเรื่องราวนั้นนางร้ายก็อับอายถึงขีดสุดแต่แทนที่จะไปด่าจางหมิงซัวนางกลับเลือกจะไปตบตีทำร้ายนางเอกแทนเพราะคิดว่าถ้าไม่มีนางเอกพระเอกคงแต่งงานกับตนไปแล้วเลยเอาความโกรธไปลงที่นางเอกทุบตีทำร้ายศัตรูหัวใจเสียจนแขนหักเลยทีเดียว ทำให้พระเอกและพระรองโกรธเกลียดนางร้ายอย่างเย่ซูชางมากที่บังอาจไปทำร้ายดวงใจของพวกเขา

‘นี่ไม่ใช่ว่านางทำร้ายนางเอกไปแล้วหรอกนะ!’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 45

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบเอาปิ่นปักผมสีทองอร่ามออกมาทาบลงบนผมเพื่อดูว่าปิ่นอันไหนเหมาะสมกับตนเอง ของเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องประดับที่หยวนฉินซื้อให้นางซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อเองนักหรอก เวลาเขาเห็นเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็มักจะซื้อมาฝากนางเสมอ ยิ่งต

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 44

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เจ้าแฝดที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะวันทั้งวันเอาแต่วิ่งเล่นตกกลางคืนเลยอ่อนเพลียหลับง่ายเป็นธรรมดา นางหันตัวเดินออกมานอกห้องก่อนจะปิดประตูแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนลูกทั้งสองสายตามองไปยังห้องตำราก็เห็นมีแสงสว่างอยู่ แปลว่าหยวนฉินยังไม่กลับเร

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 43

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..“หมายความเช่นไรเจ้าคะ?”“เจ้าไม่รู้อะไร การมีฝูอ๋องอยู่ในเมืองหลวงคอยช่วยงานฮ่องเต้ นอกจากจะคอยค้านอำนาจฝ่ายองค์รัชทายาทแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนองค์รัชทายาทให้เอางานเอาการสนใจงานบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าไม่สร้างผลงานไม่ทำให้ฮ่องเต้พอใจก็อาจจะถูกแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปก็ได้

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 42

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..เสียงมีดหั่นลงบนเขียงดังก้องภายในโรงครัวที่มีควันลอยฟุ้งจากเตาถ่านที่ถูกจุดเอาไว้ บนเตามีหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อหมูสามชั้นให้นุ่มจนเข้าเนื้อ เย่ซูชางหันไปหยิบปลิงทะเลและหอยเป่าฮื้อมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ“พี่หญิงรองทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาภายในครัวเมื่อได้กลิ่

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 41

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..“เจ้านี่ยังปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย”หยวนฉินโน้มลงไปจูบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยความมันเขี้ยวจนเย่ซูชางตกใจจะดันเขาออกแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนเอาไว้จนไร้ทางขัดขืนได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง“เจ้าทำบ้าอะไร สติเพี้ยนไปแล้วหรือ ถึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”“เรื่องบัดสีอะไรกัน ข้า

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 40

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..ห้าปีต่อมาเมืองหนานตูเสียงเด็ก ๆ วิ่งกันเจื้อยแจ้วไปตามถนนของเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาค้าขายตามประสาของเมืองท่าติดทะเลที่มีเรือขนส่งมากมายมาจอดเทียบท่า ผู้คนล้วนมีความสุขกับการใช้ชีวิตภายใต้เมืองที่เงียบสงบไร้เหตุร้ายเพราะทุกคนล้วนมีงานทำมีเงินใช้จึง

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 37

    บทที่ 16'ดวงดาวกับข้าและเจ้า'..“นี่เจ้าจับปลาตั้งแต่ฟ้าสว่างจนฟ้ามืดเลยเหรอ?”“ข้าจับได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว” หยวนฉินยื่นปลาที่สุกแล้วให้เย่ซูชางนางรับปลาย่างมากัดไปเสียคำโตแต่ลืมไปว่ามันยังร้อนอยู่จนแทบจะคายทิ้ง เป่าลมเข้าปากพัลวันจนหยวนฉินหลุดขำออกมาเสียงดังทำเอานางหน้ามุ่ยใส่“มันร้อนทำไมเจ้าไม่

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 24

    บทที่ 10'ลงโทษ'..“ฝ่าบาทฮองเฮาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” “พอเป็นเรื่องนี้ก็รีบมาเชียว ให้นางเข้ามา” “พ่ะย่ะค่ะ” หวังกงกงเดินออกไปเพียงครู่เดียวก็กลับเข้ามาพร้อมฮองเฮาฉีฮองเฮาเข้ามาถึงก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้าของฮ่องเต้ทันที สองมือก้มกราบพระสวามีของตนทั้งน้ำตา “ฝ่าบาททรงละเว้นโทษองค์ชายทั้งสามเถิดเพคะ”

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 23

    “ปะ… เปล่าพ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาทเพียงแค่สั่งสอนกระหม่อมในฐานะพี่ชายที่สอนน้องชายพ่ะย่ะค่ะ” ฝูอ๋องก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับองค์รัชทายาทผู้เป็นพี่ชายต่างพระมารดา“ยังไงเสียองค์ชายเจ็ดก็ขึ้นเป็นอ๋องแล้ว องค์ชายรองและองค์ชายสามควรให้เกียรติกันบ้างเพคะ” เย่ซูชางรีบประคองตัวฝูอ๋องให้ลุกขึ้นยืนแล้วปัดเศษฝุ่น

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 16

    บทที่ 7.5‘อำเภอเป่ยตู’..“หรือหลงรักข้าไปแล้ว?”“จะ… เจ้าอย่ามัวแต่นอกเรื่อง รีบทำงานให้เสร็จดีกว่า”เขากล่าวเสียงละล่ำละลักและพยายามเปลี่ยนเรื่อง เย่ซูชางก็มองออกว่าเขาเขินอายแต่มันก็อดจะหงุดหงิดไม่ได้ ปกติก็ดูเป็นคนหน้าหนาจะตายไปแต่พอเรื่องแบบนี้ดันอายไม่แสดงออกให้ชัดเจน จ้องจะเปลี่ยนเรื่องตลอด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status