Partager

บทที่ 4

บทที่ 3

'เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย'

.

.

เสียงหัวเราะคิกคักดังออกมาจากเหล่าบ่าวไพร่ที่มายืนล้อมวงดูเย่ซูชางที่กำลังถูกจางหมิงซัวสาดน้ำผลไม้ใส่ มันไม่ใช่น้ำผลไม้คั้นอะไรแต่มันคือน้ำที่ผสมเศษผลไม้ที่ถูกนำไปบดเท่านั้น ทำให้หัวและร่างกายของนางเต็มไปด้วยซากผลไม้ที่ติดตามผมและร่องหลืบของอาภรณ์

“ท่านพี่หมิงซัวพอเถิดเจ้าค่ะ!” เย่ซูเจินรีบเข้ามาห้ามปราม

“ไม่ต้องห้ามเขา ถ้าท่านแม่ทัพกระทำสิ่งนี้แล้วสบายใจขึ้นก็ปล่อยให้เขากระทำไป ข้าทำผิดย่อมยอมรับโทษทัณฑ์”

“คนเช่นเจ้าต่อให้โดนน้ำเน่าน้ำโคลนสาดจากคนทั้งเมืองก็ไม่สามารถชดใช้ในความชั่วของเจ้าได้”

“งั้นก็เอาเลยสิ เรียกคนทั้งเมืองมาสาดโคลนใส่ข้า เอาที่เจ้าสบายใจเลยจางหมิงซัว!”

เย่ซูชางตะคอกออกไปอย่างหมดความอดทนมันทำให้จางหมิงซัวประหลาดใจเพราะเขาไม่ได้ยินนางเรียกตนด้วยชื่อเต็มมานานแล้ว นานมากจนบางทีอาจจะเป็นสิบปี แต่ทำไมวันนี้นางถึงกล่าวชื่อเต็มของตน ไหนจะท่าทางเฉยเมยนี่อีก ปกตินางมักจะเข้ามาออเซาะออดอ้อนเขาเสมอ เห็นหน้าไม่ได้เลยเป็นต้องเดินตามต้อย ๆ คอยมาตื๊อมาให้ท่าถึงจวนเป็นประจำ แต่ทำไมยามนี้แววตาของนางยามทอดมองมากลับแข็งกร้าวเย็นชาเหมือนไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้เขาเลย

หรือที่ผู้คนร่ำลือกันว่าเย่ซูชางเสียสติไปแล้วจะเป็นเรื่องจริง เพราะนางพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง จนบางทีอาจจะมีผลกระทบกับร่างกายและจิตใจจนสติเลอะเลือนไปแล้วก็เป็นได้ เพราะเย่ซูชางไม่มีทางหรอกที่จะมาขอโทษถังซีเยว่ ไม่มีทางที่จะยอมให้เขาหยามเกียรตินางถึงเพียงนี้แน่ นอกจากเสียสติไปแล้วจริง ๆ

แต่ความโกรธแค้นที่นางมาทำร้ายคนรักมันก็มีมากกว่า เขาเฝ้าทะนุถนอมถังซีเยว่มาอย่างดีแต่นางกลับมาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของถังซีเยว่ มันไม่ใช่ครั้งแรกแต่หลายครั้งแล้ว ทั้งเคยส่งคนมาทำร้าย ทั้งเคยวางยาพิษ ทั้งเคยผลักตกน้ำ ทุกอย่างหวังผลจะฆ่าให้ตายทั้งสิ้น แล้วจะไม่ให้เขาโกรธแค้นแทนคนรักได้อย่างไรในเมื่อคนที่รักเจ็บเขาย่อมเจ็บตามไปด้วย

แม่ทัพหนุ่มเตรียมจะยกถังที่เต็มไปด้วยน้ำที่แช่ซากผลไม้ที่ถูกบดสาดใส่เย่ซูชางอีกครั้งเพื่อหวังจะชำระแค้นให้คนรัก แต่จังหวะที่กำลังจะสาดออกไปนั้นกลับมีพัดด้ามใหญ่ปลิวมากระแทกเข้ากับมือของจางหมิงซัวจนถังน้ำตกพื้นสาดกระจายใส่ทุกคนที่อยู่รอบข้างจนต้องพากันถอยหลังหลบแม้กระทั่งตัวของแม่ทัพหนุ่มเองก็โดนสาดเข้าเต็ม ๆ จนอาภรณ์เลอะเทอะไปด้วยคราบผลไม้บดที่ตนเองคิดจะสาดใส่ผู้อื่น คล้ายกรรมตามสนองก็ไม่ผิดเพี้ยน

พัดด้ามใหญ่หมุนวนกลับคืนสู่มือของเจ้าของราวกับมีชีวิต ทุกคนต่างมองตามไปจึงได้พบว่าผู้ที่เข้ามาขัดขวางการเอาคืนครั้งนี้คือรองเจ้ากรมพิธีการที่แต่งตัวเต็มยศคล้ายเพิ่งกลับออกมาจากการว่าราชการ เขารีบเดินเข้ามาหาเย่ซูชางก่อนจะถอดเสื้อคลุมตัวนอกเพื่อคลุมร่างกายที่เปียกปอนของนางก่อนจะหันจ้องมองจางหมิงซัวด้วยความไม่พอใจที่กระทำย่ำยีเกียรติของเย่ซูชางแบบนี้ยังไงเสียนางก็เป็นถึงท่านหญิงเป็นรองแค่องค์หญิง มีบิดาและพี่ชายที่สร้างคุณงามความดีกับแผ่นดินเอาไว้มากมายแต่แม่ทัพจางดันเอานางมาเป็นตัวตลกต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้มันเกินไปเสียหน่อย

“เผื่อเจ้าจะลืมว่านางคือท่านหญิง”

“แล้วอย่างไรเล่า เป็นนางที่มาทำเยว่เอ๋อร์จนบาดเจ็บก่อนแล้วยังไม่ได้รับโทษอย่างสมควรอีก หรือเพราะนางเป็นท่านหญิง คนธรรมดาแบบเยว่เอ๋อร์เลยต้องยอมก้มหน้าให้นางทำร้ายและเหยียดหยามเช่นใดก็ได้หรือ!”

จางหมิงซัวที่รักถังซีเยว่มากก็ไม่ยอมที่จะให้คนรักของตนเองต้องเจ็บตัวเปล่าโดยที่เรียกร้องความยุติธรรมไม่ได้เลยแล้วแบบนั้นเขาจะมีตำแหน่งเป็นแม่ทัพไปทำไม คุมคนนับร้อยนับพันในกองพลได้ ออกกรำศึกนับไม่ถ้วนอย่างกล้าหาญแต่แค่คนรักคนเดียวยังปกป้องไม่ได้

“แล้วอย่างไรหรือ บางทีการที่เจ้าไม่ใช้สมองคิดไตร่ตรองให้ดีว่าอะไรสมควรหรือไม่สมควรก็อาจจะนำพาความตายมาสู่เสี่ยวเยว่ก็ได้ หรือบางทีแม้แต่ชีวิตของเจ้ากับทุกคนในจวนหลังนี้ก็อาจจะไม่เหลือ เจ้าคิดหรือว่าถ้าเรื่องนี้ถึงพระกรรณฮ่องเต้แล้วพระองค์จะทรงยอมที่มีผู้ใดมาหมิ่นเกียรติท่านหญิงที่พระองค์ทรงแต่งตั้ง จุดประสงค์ที่พระองค์แต่งตั้งเย่ซูชางขึ้นเป็นท่านหญิงก็เพื่อไม่ให้ผู้ใดมารังแกนางได้ แต่เจ้ากำลังทำในสิ่งที่ฮ่องเต้ไม่ต้องการเจ้าคิดว่าพระองค์จะทรงยอมหรือ?”

“แต่นางกลับรังแกผู้อื่นได้หรือ?”

“พูดกับเจ้ายามนี้ก็ไร้ผล เพราะอารมณ์ของเจ้าไม่พร้อมจะฟังสิ่งใดเลย”

หยวนฉินรีบหันกลับมาอุ้มตัวของเย่ซูชางขึ้นมาเพื่อจะพากลับไปส่งที่จวนสกุลเย่ มือใช้เสื้อคลุมปิดหน้าของนางเอาไว้เพราะกลัวว่านางจะอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบในสิ่งที่เย่ซูชางกระทำแต่ก็ไม่ใช่คนใจดำอำมหิตที่จะรังแกนางที่เป็นเพียงสตรีบอบบางผู้หนึ่ง อีกอย่างตัวเขา เย่ซูชาง และจางหมิงซัวก็เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เยาว์วัย อายุเท่ากัน เติบโตมาด้วยกัน และได้พบผ่านพบเห็นทุกช่วงเหตุการณ์ในชีวิตของกันและกันมาตลอด ยังไงเสียก็ควรเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนที่มีต่อกันบ้าง

……….

.

เย่ซูชางนั่งเงียบมาตลอดทางภายในรถม้ากว้างขวางของรองเจ้ากรมพิธีการหนุ่มที่อิงตามนิยายนอกจากจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันแล้วยังเป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็กด้วย ในนั้นก็รวมพ่อพระเอกอย่างจางหมิงซัวอยู่ด้วย แต่นั่นแหละมันก็ตามสเต็ปนิยายทั่วไปที่วันหนึ่งก็ต้องแยกย้ายกันไปเติบโตและทิ้งวัยเยาว์จนหมดสิ้น

ทั้งสามคนก็เป็นเช่นนั้นเมื่อแยกย้ายกันไปเติบโตมันก็กลายเป็นความห่างเหินจากสหายวัยเยาว์ก็เหลือเพียงความทรงจำเท่านั้น พอกลับมาพบเจอกันอีกครั้งที่เมืองหลวงมันกลับไม่สนิทสนมเหมือนเมื่อครั้งก่อนอีกแล้ว ตัวเย่ซูชางหลงรักจางหมิงซัวหัวปักหัวปำจนทำลายมิตรภาพลง หยวนฉินก็หลงรักนางเอกจนกลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งกับเย่ซูชางที่ทำร้ายนางเอกบ่อยครั้งกลายเป็นว่าความสัมพันธ์แบบสหายวัยเยาว์ยิ่งห่างเหินจนตอนนี้ยากจะต่อติด

“ถึงข้าจะไม่ชอบในสิ่งที่เจ้ากระทำกับเสี่ยวเยว่ แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่หมิงซัวทำกับเจ้าเหมือนกัน” สุดท้ายผู้ที่เปิดปากพูดก่อนก็เป็นหยวนฉิน เขายื่นผลส้มที่ปอกเปลือกแล้วให้นาง

“เจ้าจะตอกย้ำข้าหรือ?” นางเงยสบตากับเขาที่ทำสีหน้างง แต่เหมือนจะคิดได้เลยรีบชักมือกลับทันที

“ขออภัย ข้าไม่ได้คิดจะตอกย้ำหรือเย้ยหยันเจ้า เพียงแต่กลัวเจ้าจะหิว ส้มนี่หวานนักจึงปอกให้เจ้ากิน”

“ข้ารู้แล้วว่ามันหวาน” มือเล็กสางเศษส้มออกจากผมของตนเองแล้วหันไปสบตากับพ่อพระรองคนดี “ข้าได้ชิมจนรู้รสมันแล้วว่าหวานเพียงใด”

“ขออภัยที่ทำให้เจ้ารู้สึกไม่ดี ข้าจะไปสั่งสอนหมิงซัวแทนเจ้าเอง เขาเป็นถึงแม่ทัพอย่างน้อยก็ควรรู้แก่ใจว่าไม่ควรรังแกสตรีที่อ่อนแอกว่า”

“ขอบคุณน้ำใจของเจ้า แต่ช่างเถิด ให้เรื่องมันจบแค่นี้ดีกว่า ข้าเหนื่อยแล้ว”

นางถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพิงหัวซบไปกับผนังรถม้า สายตาทอดมองออกไปยังวิวข้างทางที่มีผู้คนมากมายเดินกันพลุกพล่านก็ได้แต่ปลงใจ

พระรองต้องแสนดีทุกเรื่องเลยหรือไง ส่วนพระเอกเรื่องนี้ทำไมใจร้ายนักแต่ก็ต้องพยายามเข้าใจว่าเกิดเป็นนางร้ายมันต้องเป็นสิ่งที่พระเอกไม่ชอบหน้าอยู่แล้วเป็นธรรมดา ยิ่งไปทำคนรักของเขาก็ยิ่งสร้างความชิงชังมากกว่าเดิม มันก็สมคำที่ว่าพระเอกเป็นของนางเอก ส่วนพระรองเป็นของทุกคน

นางหันไปมองหยวนฉินที่กำลังนั่งแกะส้มกินอยู่จนตอนนี้แยกไม่ออกเลยว่ากลิ่นส้มที่กระจายออกมามันมาจากเปลือกส้มที่เขากำลังแกะหรือว่ากลิ่นจากตัวนางกันแน่

‘ยอมยกพระเอกให้เป็นของนางเอกก็ได้ แต่พระรองเป็นของนางร้ายแบบนางจะได้ไหม นางก็อยากมีคู่เหมือนกัน คนมันเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ (。•́︿•̀。) '

……….

.

พระตำหนักเฉียนชิงกง , พระราชวัง

เพล้ง!

จานฝนหมึกถูกปาลงบนพื้นโดยพระหัตถ์ขององค์ฮ่องเต้ที่ได้รับฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเย่ซูชางบุตรสาวของเย่ชิงเต๋อแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นสหายของตนที่เสียสละชีพตนเองในสนามรบขับไล่พวกซีหมานจนออกไปจากแผ่นดินได้ ทำให้สกุลเย่เหลือเพียงบุตรสาวสองคนตนจึงพระราชทานยศท่านหญิงให้เย่ซูชางเพื่อให้ผูัอื่นเกรงใจและไม่กล้ารังแกนางและสกุลเย่ที่มีสตรีบอบบางปกครอง

“เจ้าส่งคนไปบอกให้จางหมิงซัวมาพบเราพรุ่งนี้”

“จางหมิงซัวเป็นแม่ทัพนะพ่ะย่ะค่ะ” หวังกงกงกล่าวเสียงแผ่วเบา

“แล้วอย่างไร จางหมิงซัวเป็นแม่ทัพ แต่เย่ซูชางเป็นท่านหญิง ถ้าเราปล่อยให้ท่านหญิงถูกแท่ทัพรังแกเหยียดหยามแล้วจะมีบรรดาศักดิ์ไปทำไม ต่อไปผู้อื่นคงไม่เคารพเราด้วยเหมือนกันถ้าปล่อยผ่านเรื่องนี้”

หวังกงกงที่ได้ฟังก็เงียบไม่กล้ากล่าวสิ่งใดอีกเพราะฮ่องเต้ทรงมีโทสะอยู่มาก ดีไม่ดีหัวของตนจะหลุดจากบ่าด้วยถ้ากล่าวสิ่งใดไม่เข้าหู

“เย่ซูชางเปรียบเหมือนพระราชนัดดาของเรา แม่ทัพจางก็พานางเข้าวังหลวงบ่อยครั้งและเราก็เอ็นดูนางมาตั้งแต่เยาว์วัย ที่พระราชทานบรรดาศักดิ์ท่านหญิงให้นางนอกจากจะปกป้องนางแล้วยังให้เพราะความรักอีกด้วย ใครทำร้ายนางก็เหมือนทำร้ายเราเช่นกัน แล้วเจ้าจะให้เราปล่อยผ่านเรื่องนี้หรือ แค่เรื่องที่จางหมิงซัวปฏิเสธนางต่อหน้าขุนนางก็หักหน้ากันเกินพอแล้ว เราทนเรื่องนั้นมาแล้วหนึ่งครั้งเพราะเห็นแก่คุณงามความดีของแม่ทัพจาง แต่ครั้งนี้เราจะไม่ทนเพราะยิ่งทนเหมือนยิ่งได้ใจนัก”

ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปยังดาบที่วางอยู่บนแท่นอย่างสง่างาม มือลูบไปตามลวดลายสีทองอร่ามของมันจนมาถึงด้ามจับที่สลักชื่อเจ้าของเอาไว้ชัดเจน เย่ชิงเต๋อ สหายรู้ใจที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เยาว์วัย ช่วยเขากอบกู้ราชบัลลังก์ จัดการขุนนางชั่ว ปราบกบฏ ขับไล่พวกซีหมานให้พ้นแผ่นดินจนตัวตาย ทำให้บัลลังก์ตนมั่นคงมาถึงทุกวันนี้ คุณงามความดียิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้เขาจะทอดทิ้งไม่ดูดำดูดีบุตรของสหายได้อย่างไร เย่ซูชาง เย่ซูเจิน ล้วนเป็นเหมือนหลานของเขา และตำแหน่งท่านหญิงก็ไม่ควรถูกใครมาลบหลู่ง่าย ๆ ด้วย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 45

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบเอาปิ่นปักผมสีทองอร่ามออกมาทาบลงบนผมเพื่อดูว่าปิ่นอันไหนเหมาะสมกับตนเอง ของเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องประดับที่หยวนฉินซื้อให้นางซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อเองนักหรอก เวลาเขาเห็นเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็มักจะซื้อมาฝากนางเสมอ ยิ่งต

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 44

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เจ้าแฝดที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะวันทั้งวันเอาแต่วิ่งเล่นตกกลางคืนเลยอ่อนเพลียหลับง่ายเป็นธรรมดา นางหันตัวเดินออกมานอกห้องก่อนจะปิดประตูแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนลูกทั้งสองสายตามองไปยังห้องตำราก็เห็นมีแสงสว่างอยู่ แปลว่าหยวนฉินยังไม่กลับเร

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 43

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..“หมายความเช่นไรเจ้าคะ?”“เจ้าไม่รู้อะไร การมีฝูอ๋องอยู่ในเมืองหลวงคอยช่วยงานฮ่องเต้ นอกจากจะคอยค้านอำนาจฝ่ายองค์รัชทายาทแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนองค์รัชทายาทให้เอางานเอาการสนใจงานบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าไม่สร้างผลงานไม่ทำให้ฮ่องเต้พอใจก็อาจจะถูกแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปก็ได้

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 42

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..เสียงมีดหั่นลงบนเขียงดังก้องภายในโรงครัวที่มีควันลอยฟุ้งจากเตาถ่านที่ถูกจุดเอาไว้ บนเตามีหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อหมูสามชั้นให้นุ่มจนเข้าเนื้อ เย่ซูชางหันไปหยิบปลิงทะเลและหอยเป่าฮื้อมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ“พี่หญิงรองทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาภายในครัวเมื่อได้กลิ่

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 41

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..“เจ้านี่ยังปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย”หยวนฉินโน้มลงไปจูบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยความมันเขี้ยวจนเย่ซูชางตกใจจะดันเขาออกแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนเอาไว้จนไร้ทางขัดขืนได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง“เจ้าทำบ้าอะไร สติเพี้ยนไปแล้วหรือ ถึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”“เรื่องบัดสีอะไรกัน ข้า

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 40

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..ห้าปีต่อมาเมืองหนานตูเสียงเด็ก ๆ วิ่งกันเจื้อยแจ้วไปตามถนนของเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาค้าขายตามประสาของเมืองท่าติดทะเลที่มีเรือขนส่งมากมายมาจอดเทียบท่า ผู้คนล้วนมีความสุขกับการใช้ชีวิตภายใต้เมืองที่เงียบสงบไร้เหตุร้ายเพราะทุกคนล้วนมีงานทำมีเงินใช้จึง

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 9

    บทที่ 6‘เข้าเฝ้าฉีฮองเฮา’..“เจ้าว่าอย่างไร ความคิดของข้าเป็นเช่นไรบ้าง?” ฉีฮองเฮาถามด้วยรอยยิ้มคล้ายจะเป็นมิตรแต่ประสงค์ร้าย“พระองค์ว่าเช่นไร หม่อมฉันก็ว่าเช่นนั้น ความคิดของพระองค์ย่อมหวังดีต่อหม่อมฉันอยู่แล้วเพคะ” นางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่ฝืนอยู่ไม่ใช่น้อยเลย‘เจ๊ว่าไงหนูก็ว่างั้นแหละ หนูจ

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 8

    บทที่ 6‘เข้าเฝ้าฉีฮองเฮา’พระตำหนักคุนหนิง , พระราชวังสายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่ถูกเปิดโล่งเอาไว้จนกลิ่นหอมของมวลบุปผาล่องลอยเข้ามาจนชวนให้รู้สึกสบายใจแต่ไม่ใช่ทุกคนหรอก หนึ่งในนั้นคือเย่ซูชางที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าของฉีฮองเฮาที่กำลังจ้องมองนางด้วยรอยยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจส

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 7

    บทที่ 5‘ทำดีไม่มีใครเห็น’..เย่ซูชางต้องพยายามอย่างมากที่จะข่มอารมณ์ของตนเองเอาไว้เพราะถ้าไปหาเรื่องนางเอกอีกคงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต มีหวังพระเอกที่นอนรักษาตัวจากการถูกโทษโบยได้ลุกมาเอาเรื่องนางแบบลืมเจ็บลืมตายเป็นแน่“เจ้าควรจะดีใจที่ข้าไม่ไปยุ่งกับหมิงซัวอีก จะได้ไม่ต้องไปตบตีหรือทะเลาะเบาะแว้งก

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 6

    บทที่ 5‘ทำดีไม่มีใครเห็น’..ข่าวเรื่องการหมั้นหมายของเย่ซูชางกับหยวนฉินดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองจนชาวบ้านต่างนินทาซุบซิบกันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ไม่นึกสงสัยเพราะมักจะเห็นหยวนฉินเข้าออกจวนสกุลเย่เป็นประจำ บ้างก็นึกสงสัยว่าตอนแรกเย่ซูชางตามตื๊อจางหมิงซัวมาหลายปี มิหนำซ้ำยังลดตัวไปทะเลาะตบตีกับสตรีจากหอนา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status