LOGIN'พระสนม เจ้าเป็นสนมของเจิ้นใยเจิ้นจะทำเจ้าไม่ได้' ร่างบางพยายามยันร่างแกร่งของเขาอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ ซ้ำเขากลับรัดร่างเธอแน่นราวกับให้จมหายไปกับแผลงอกกำยำของเขาเสียให้ได้
View More“ว้าย!!! ช่วยด้วยค่าาา ช่วยด้วย!! มีคนตกน้ำ” เสียงสั่นสะเทือนจากผิวน้ำได้ยินแว่ว หากแต่ร่างที่จมกลับไม่สามารถที่จะดันตัวพุ่งขึ้นมาได้ ใครจะคิดว่าภายใต้ท้องน้ำแห่งนี้จะมีกระแสน้ำวนอยู่เบื้องล่าง เธอพยายามเต็มที่อย่างมีสติแต่กลับทำอะไรไม่ได้ลมหายใจที่เริ่มหมดแรงกลั้นถูกปล่อยออกมาเฮือกสุดท้ายก่อนจะหมดแรง
“หมายเลขต่อไป” เสียงเรียกลำดับแถวแม้น้ำเสียงจะราบเรียบไม่เปล่งตะโกน แต่กลับก้องกังวานราวกับลำโพงลูกใหญ่
“เจ้าเป็นอะไรตาย” ร่างขาวซีดยืนมองชายแก่หนวดยาวที่กำลังเอามือลูบไล้อย่างพอใจ ดวงตากลมเหม่อมองก่อนจะได้สติ
“ฉะ..ฉันตายแล้วหรือคะ” เธอถามชายแก่ที่ยังคงเอามือลูบเคราของเขา
“ก็ใช่นะซินังหนู เอ็งนะตายแล้ว”
“ฉันจำได้ว่า…..” หลิวหลิวยืนนึกถึงภาพสุดท้ายก่อนที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ เธอจำได้ว่าตอนนั้นเธอเดินไปเช่าหนังสือนิยายจากร้านใกล้ ๆ บ้านแต่เพราะเวลาใกล้ค่ำ เธอเลยรีบคว้าหนังสือเช่ากลับมาอ่านต่อ แต่ระหว่างทางต้องผ่านทางข้ามแม่น้ำเส้นหลักประจำ ซึ่งเธอเองก็ชอบมานั่งอ่านหนังสือเล่นแถว ๆ นี้ แต่ตอนนั้นช่วงที่เธอเดินผ่าน จำได้ว่ากำลังอ่านหนังสือนิยายอย่างตั้งใจเพียงเนื้อหากำลังเข้มข้น อยู่ ๆ ก็มีร่างใครบางคนวิ่งชนเข้ามาที่เธอเต็มแรงจนเสียหลักล้มถลาตกลงไปในแม่น้ำ
“ฉันจมน้ำ ใช่ฉันจมน้ำ” เธอรีบตอบชายแก่
“ไหนขอข้าเปิดดูชะตาเจ้าซิ ไอหย่า!! ซี่เลี่ยว!! ดวงชะตาเองยังไม่ถึงคาดสงสัยข้าจะพาดวงวิญญาณมาผิด” เสียงสูงของชายแก่ทำให้คิ้วเธอยกขึ้นเล็กน้อย
“ท่านว่ายังไงนะคะ”
“นังหนูเอาแบบนี้ไหม ข้าจะส่งเจ้ากลับห้วงความทรงจำสุดท้ายเจ้าดีหรือไม่” ชายแก่รีบหาทางแก้ไขให้เธอ เพราะเขาเองก็อาจจะต้องลำบากถูกลดดวงวิญญาณเทพไป หากเป็นเช่นนั้นการที่จะขึ้นไปอยู่ชั้นสวรรค์ก็คงเป็นไปได้ยากคงต้องอยู่เพียงแค่ทางส่งวิญญาณต่อไป
“ห้วงสุดท้าย..แล้วฉันจะไม่กลับไปตอนเป็นเด็กหรือยังไงท่าน”
“ก็ไม่แน่ ห้วงสุดท้ายเจ้าอาจจะตอนเป็นเด็ก หรืออาจจะเป็นตอนที่เจ้ากำลังจมน้ำอยู่ก็ได้”
“เดี๋ยว!!”
“เดี๋ยวอะไรนังหนู”
“แล้วไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือไร รู้ไหมว่าการที่จมน้ำมันทรมานเพียงใด” เธอรีบกล่าวเพราะวินาทีที่จมน้ำมันช่างทรมานสุด ๆ
“เอาล่ะ..ลองเสี่ยงดู เจ้าหลับตานึกถึงห้วงเวลาสำคัญที่เจ้ากังวลมากที่สุดเพราะมันจะนำพาดวงวิญญาณเจ้าไปถึงร่างได้ มิเช่นนั้นดวงวิญญาณเจ้าก็จะไปตกที่ใดก็ไม่รู้ด้วย” พูดจบชายแก่ก็เสกพัดออกมาก่อนจะพาตัวเธอปลิวไปตามแรงลมพัดนั่น
‘ตาแก่นั่นให้ฉันกลับมาทรมาณอีกจนได้’ หลิวหลิวพยายามดันตัวเองให้โผล่พ้นน้ำอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แรงเธอกับยังปกติดีอยู่ อาจจะเริ่มหมดลมบ้างแต่ก็ยังคิดว่าน่าจะทันพ้นน้ำ ยังไม่ทันที่เธอจะดันร่างตัวเองมือใครบางคนดึงร่างเธอขึ้นก่อนที่สติเธอจะหลุดลอยไป
'อ้า~นี่ฉันอยู่ในสรวงสวรรค์หรืออย่างไรทำไมถึงเห็นเทพเซียนอยู่ตรงหน้าได้'
หลิวหลิว มองร่างสูงตรงหน้าที่กำลังยืนมองเธออย่างนิ่งเงียบใบหน้าเรียวคิ้วเข้มเฉียงขึ้นดังกระบี่ผิวขาวราวหยกชั้นดี ใบหน้างดงาม หากแต่เครื่องแต่งกายกลับดูแปลกตา เธอเหม่อมองเขาอย่างเลือนลาง
"ทูลฝ่าบาทพระสนมทรงพระอาการดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"เช่นนั้นเจิ้นก็กลับตำหนักหลันเป่าเสียที"
'หะ...ไปง่ายอย่างนี้เลยเหรอ ท่านเทพท่านอย่าเพิ่งไปเลยนะคะให้ฉันได้มองหน้าท่านนาน ๆ กว่านี้หน่อยซิ'
❀ตอนพิเศษ เอาใจเจ้า❀เรือนไม้หลังใหญ่ถูกแบ่งสัดส่วนไว้อย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่หรูหราดังวังหลวง แต่เรือนไม้นี่ก็นับได้ว่าโอ่อ่าพอ ๆ กับจวนขุนนางชั้นสูง แม้เขาและเธอจะปฏิเสธที่จะรับ แต่ฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงที่จะมอบให้พี่ชายผู้เป็นที่รักอยู่ดี"ท่านพี่ข้าว่าจิวฉิงคงตามหาแล้วกระมัง" หลิวเซียงเอ๋อร์กำลังจะขยับกายลุก แต่ร่างแกร่งกลับคว้าเอวเธอไว้อีกครั้ง"ไม่หลอก...ฉิงฉิงคงกำลังเล่นกับน้องอยู่เช่นเดิมนั่นแหล่ะ เจ้าไม่รู้หรือว่าฉิงฉิงดีใจแค่ไหนที่มีน้อง" หนานรั่วหานกดปลายจมูกซุกลงต้นคอเธอ ลิ้นร้อนค่อย ๆ ไล่ลงตามเนื้อผิวละเอียด ปลายนิ้วก็ไล่เกลี่ยยอดถันสีชมพู หลิวเซียงเอ๋อร์ไม่รู้จะทำอย่างไรกับผู้เป็นสามีดี เขารักเธอถนอมเธออย่างดีก็จริง แต่เขาแทบไม่ยอมให้เธอห่างกายเลย "อ่ะ!!...ท่านพี่" หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องอุทานเบา ๆ เพราะกลัวบ่าวไพรที่อยู่ด้านนอกจะได้ยิน ปลายนิ้วที่ดุนดันรอดผ่านช่องทางรักของเธอค่อย ๆ ขยับส่งให้น้ำหวานไหลเยิ้ม "ของเจ้านี่ยังคับแน่นดีจัง ไหนข้าดูซิ" เอ่ยจบใบหน้าคมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำพร้อมกับลิ้นร้อนที่ค่อยเลียชิม "อ่ะ..ท่านพี่ ท่านรังแกข้าเกินไปแล้วนะ" หลิวเซียงเอ๋อร์สั่
"ท่านแม่...ข้ากำลังยุ่งอยู่ ท่านเร่งข้าจัง" แววตากลมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ มุ่ยปากหน้าเง้าหน้างอ"ฉิงเอ๋อร์ ท่านพ่อรอเจ้านานแล้วนะ เจ้ากำลังทำอะไร" หลิวเซียงเอ๋อร์ปราบบุตรสาวที่กำลังรื้อกล่องไม้ลายดอกเหมย"ข้ากำลังเตรียมของไปฝากท่านอาเออร์หลง" "ฉิงเอ๋อร์ แม่บอกเจ้าแล้วว่าต้องเอ่ยเรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ ""แต่...." เด็กน้อยก้มหน้ามองกล่องไม้ราวรู้สึกผิด ปนเศร้าใจ"ไม่มีแต่" หลิวเซียงเอ๋อร์หยิกแก้มกลมขาวๆ อย่างหยอกเย้า มองดูแววตาใสของบุตรสาวที่เริ่มเติบโตอย่างช้า ๆ "ฉิงเอ๋อร์..เจ้าถืออะไรไปฝากท่านอารึ" หนานรั่วหานอุ้มบุตรสาวแนบอก มองดูตุ๊กตาไม้ที่นางถือ"ท่านพี่...ท่านให้ท้ายจิวฉิงแบบนี้เดี๋ยวนางก็เคยตัวกันพอดี" หลิวเซียงเอ๋อร์มองค้อนผู้เป็นสามีก่อนจะเดินไปนั่งที่รถม้า แม้หนานรั่วหานจะสละฐานันดร แต่ความผูกพันของฮ่องเต้หนานเออร์หลงก็ยังคงเป็นเช่นเดิม วันเวลาผ่านไปนานหนานเออร์หลงขึ้นครองราชย์แทนผู้เป็นพี่ชาย ส่วนฟู่หยาเย่ฟานก็พ้นตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงหญิงผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมืองตระกูลฟู่หยายกสมบัติตระกูลให้แก่ราชวงศ์ก่อนที่นางจะปลีกตัวไปอยู่เมืองเล็ก ๆทางหัวเมืองเหนือ หนานชินอ
"ไท่ซางหวงโฮ่ว..ทำเช่นไรดีเพคะ หากไม่นำเด็กออกดูเหมือนจะไม่รอดทั้งพระสนมและทารกนะเพคะ" เหลียนมามาเอ่ย ใบหน้าซีดดูไร้เลือดลมไม่มีใครรู้ได้เลยว่าในยามนี้เธอต้องพบกับสิ่งใดบ้าง//หลิวซูเฟย...หากท่านต้องการร่างท่านคืนเรายินดี แต่ขอเพียงอย่างเดียวขอให้ท่านรักเด็กคนนี้ราวกับเป็นตัวตนของท่านได้หรือไม่// ร่างสีขาวโปร่งพยักหน้ารับ หากแต่มีชายแก่หนวดเครายาวปกคลุมริมฝีปากของเขาจนมิดปรากฎต่อคนทัั้งสอง หลินหลินจดจำชายแก่ผู้นี้ได้ดี เขาคือผู้ที่นำพาดวงจิตของเธอมาตกสู่ร่างสนมผู้นี้/สนมหลิวซูเฟย ท่านหมดกรรมแล้วใยมิไปผุดไปเกิด เที่ยวมายื้อแย่งกายหยาบทำไมกัน/เสียงชายชราดังก้อง แม้จะดูเหมือนเป็นการเปล่งเสียงเบา ๆ//ท่านตาข้าทำไม่ได้ ข้าทิ้งคนที่ข้ารักไม่ได้// หลิวเซียงเอ๋อร์ร้องห่มร้องไห้ราวใจจะขาดนางรักหนานรั่วหานมานาน แม้เขามิเคยชายตามองเลยก็ตาม แต่ด้วยเพราะความรักที่ฝังลึกในจิตใจยากที่จะให้นางลืมได้ ชายชราได้ยินก็โบกพัดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยครั้งสุดท้าย/หลิวเซียงเอ๋อร์ ร่างนี้มิใช่ของเจ้าอีกต่อไป หากเจ้าต้องการความรักจากคนที่เจ้ารัก ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังสักครั้ง/ ชายชราเอ่ยจบร่างโปร่งก็พัดปลิวหายไป หล
ฝุ่นบนพื้นดินคละคลุ้งกำลังพลที่กำลังขับเคลื่อนเร่งมุ่งหน้าสู่ชายแดน ไม่นานกองกำลังจากวังหลวงก็มาสมทบ หนานชินอ๋องกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวหมอกพร้อมโน้มศีรษะลงให้กับคนบนหลังอาชาตัวโหญ่ "ถวายบังคมฝ่าบาท" "ทหารจากแคว้นสุ่ยยังมาไม่ถึง เราจะช่วยท่านพี่ยื้อกำลังพลไว้เสียก่อน""แต่ฝ่าบาท....หูเป่ยกำลังพลมากกว่าเป่ยหรงเท่าตัว หากแคว้นสุ่ยมาไม่ทันวันมะรืนกระหม่อมเกรงว่า..." หนานชินอ๋องน้ำเสียงลู่ลงพลางสีหน้าก็ถอดราวกังวลใจ"เราต้องวางแผนกันเสียใหม่ กำลังพลเราน้อยกว่าก็จริง แต่หากวางตำแหน่งรบไว้ดีเราก็สามารถลดทอนกำลังพลเราได้ ท่านพี่ให้เหล่าทหารได้อิ่มหนำสำราญกันเสียเถิด และคอยเฝ้าระวังศัตรู ม่อซีเจ้าจงแฝงตัวไปยังกองกำลังหูเย่วเสียเพื่อสืบดูสถานการณ์ในยามนี้" หนานรั่วหานชี้แจงเสร็จก็โดดลงจากหลังอาชามุ่งหน้าเข้าสู่กระโจมที่พักชั่วคราว เสี้ยวใจหนึ่งอดกังวลถึงหลิวเซียงเอ๋อร์ไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้นางต้องเป็นห่วงจึงเร่งออกจากวังหลวงโดยไม่เอ่ยลา***เวลาผ่านไปราวกับลมพัดหลิวเซียงเอ๋อร์นั่งปักผ้าผืนเล็ก ๆ ที่จะตัดทำชุดให้เจ้าก้อนกลมในครรภ์ ใบหน้าอมยิ้มอย่างมีความสุข หากแต่ไม่นานความสุขสบายก็คลื่นกา






reviews