วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้

วาสนาของบุรุษผู้นั้นที่อกหักสิบครั้งก็ไม่ยอมแพ้

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-16
Bahasa: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
49Bab
1.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทั่วทั้งแคว้นอ้ายคงมีเพียงบุรุษเช่นหัวหน้ากลุ่มต้าหยางเท่านั้นที่ยอมแต่งเข้าบ้านภรรยา เพราะนั่นมันเท่ากับว่าเขายอมอยู่ใต้บารมีของภรรยา และยอมให้ภรรยาเป็นใหญ่ ทว่าบุรุษที่อกหักมาสิบครั้งอย่างเขา ไม่อยากจะอกหักเป็นครั้งที่สิบเอ็ดแล้วนี่นา อีกทั้งคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางเองก็ใจตรงกัน เรื่องธรรมเนียมอะไรนั่นก็ช่างมันเถิด เทียนจื่อซานแทบจะถูกเรียกว่าเป็นบุรุษอาภัพในรัก ด้วยเพราะเวลาไปเกี้ยวสตรีบ้านไหน จุดจบก็หนีไม่พ้นการถูกปฏิเสธ จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับกู้หลินฟาง ไม่แน่ใจว่าเป็นเมตตาจากท่านเทพบนสวรรค์ หรือเทพมารต้องการให้เขาทำลายสถิติอกหักอีกครั้งกันแน่ แต่เขา... เทียนจื่อซานไม่ขอยอมแพ้ และจะเกี้ยวคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางอีกสักครั้ง

Lihat lebih banyak

Bab 1

ไปดูตัว

“สตรีอย่างเจ้าอย่างไรก็หาคนแต่งด้วยไม่ได้หรอก!

ดีแค่ไหนที่ข้ายอมมาดูตัวด้วย ยังจะมาดูถูกข้าอีก!” บุรุษผู้หนึ่งตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห

หญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมุ่นคิ้ว นางสะบัดพัดเก็บตบลงกลางฝ่ามือ

“ใครกันแน่ที่ดูถูกกัน ข้าเป็นสตรีทำการค้าแล้วอย่างไร เจ้าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาดูแคลนข้า หรือตระกูลของข้า!”

“คุณหนูกู้~ ท่านก็น่าจะรู้ว่าที่นี่แคว้นอ้าย รอบ ๆ นี้มีสักกี่แคว้นที่ยกย่องสตรีอย่างท่าน~”

เจ้าคนหยาบคาย!

“ขอบคุณคุณชายที่สละเวลา ข้าคงไม่รบกวนเวลาไปมากกว่านี้แล้ว”

กู้หลินฟางยืนขึ้นเต็มความสูง เดินออกมาจากห้องโดยไม่สนใจอีกฝ่าย มีเสียงเรียกตะโกนไล่หลังมา แต่นางก็หาได้หันหลังกลับไป

เมื่อออกมาพ้นร้านน้ำชา สาวใช้คนสนิทก็เอ่ยกับนางด้วยความอึดอัดใจ

“คุณชายคนนั้นนิสัยแย่เกินไปแล้วนะเจ้าคะ”

“ใช่เจ้าค่ะ ดีจริง ๆ ที่คุณหนูไม่ได้เกี่ยวดองกับคนแบบนั้น ขืนแต่งกันไปก็คงดูถูกดูแคลนคุณหนูทุกวันแน่”

กู้หลินฟางถอนหายใจ เหมือนนางเกิดมาผิดยุคผิดสมัย หรือไม่ก็ผิดแผ่นดิน ความคิดอ่านถึงได้ไปคนละทางกับคนแถวนี้

“ช่างเถอะ อาจจะไม่มีคนแบบนั้นที่แคว้นนี้ก็ได้” นางหมายถึงว่าที่คู่ครองที่เหมาะสมกับตน ถึงจะพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไรอย่างนั้น แต่นางก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ลึก ๆ เช่นกัน

กู้หลินฟางเป็นบุตรีในตระกูลพ่อค้า ด้วยการเลี้ยงดูมาอย่างทัศนคติของผู้สืบทอด นางต้องหาบุรุษมาแต่งงานด้วย และต้องเป็นการแต่งเข้าเท่านั้น ซึ่งแนวคิดนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในแคว้นอ้าย ตอนวัยแรกปักปิ่นนางคิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้น แต่จากเรื่องที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่ามันล้มเหลว

หญิงสาวก็มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าบุรุษ บิดาให้ความรักและคาดหวัง ให้ความรู้แบบที่ผู้นำตระกูลควรมี

แต่ดูเหมือนความคิดเช่นนี้ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับพอ ๆ กับที่จะให้บุรุษแต่งเข้า พวกชาวเมืองไม่ได้มีปัญหาเมื่อกล่าวถึงเรื่องเช่นนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องของคนอื่น แต่หากจะให้บุตรชายตนเองแต่งเข้ามาอยู่ใต้อิทธิพลภรรยาก็แสดงออกชัดเจนว่า ยอมรับไม่ได้กันทั้งนั้น

“ข้าทำท่านพ่อผิดหวังแล้ว”

“โธ่คุณหนู คุณหนูไม่ผิดเสียหน่อยเจ้าค่ะ คนพวกนั้นดูถูกเรา ยอมไม่ได้นะเจ้าคะ”

“ช่างเถอะ ๆ พูดถึงไปก็อารมณ์เสีย ซื้ออะไรหน่อยค่อยกลับบ้านแล้วกัน”

“ล้มเหลวรึ?”

“พังไม่เป็นท่าเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ”

ประมุขตระกูลพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

กู้หยวนเป็นคนแคว้นอ้าย แต่ก็ไม่เหมือนคนแคว้นอ้าย เขาเกิดที่นี่ แต่เติบโตอยู่บนเรือสำเภา ไปมาหลายทวีป เจอผู้คนหลากหลาย พอบิดามารดาเข้าสู่วัยบั้นปลายจึงกลับมาบ้านเกิดที่กู้หยวนมีความทรงจำเพียงผิวเผิน

เขารู้ว่าที่แห่งนี้สตรียากจะโดดเด่นในฐานะผู้นำ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะขนาดนี้

ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้จนลูกสาวข้าโตก็ยังไม่เปลี่ยนคงพานางไปเรียนรู้บนเรือเสียนานแล้ว

“หรือลูกลองมองหาบุรุษจากเมืองอื่นไว้ดีหรือไม่”

กู้หยวนก็จนใจแล้วเช่นกัน

“ลูกยังไม่รีบร้อนหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ เรื่องนี้ค่อย ๆ คิดไปก็ได้ ว่าแต่เรื่องการเปิดเส้นทางการค้าใหม่จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ”

“เรื่องนั้นพ่อให้ลูกจัดการแล้วกัน”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ ลูกจะรีบหาวันเดินทาง”

สองพ่อลูกเงียบลงครู่หนึ่ง กู้หยวนมองหน้าบุตรสาวจนนางรู้สึกตัว บิดาทำสีหน้าลำบากใจก่อนเอ่ยออกมา

“หลินเอ๋อร์ เรื่องคู่ของลูกไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีฐานะใกล้เคียง หรือผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้นหรอกนะ

ถึงมีแล้วมันจะส่งผลต่อธุรกิจให้มากกว่า แต่ตระกูลกู้ไม่ได้ไร้หนทางเพียงเพราะเรื่องแค่นั้น เรามีดีกว่านั้นมากมาย คิดถึงความสุขและความต้องการของตัวเองเข้าไว้เถอะ”

“...” กู้หลินฟางชะงักนิ่งไปก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อย ๆ “ทราบแล้วเจ้าค่ะ ลูกจะจำไว้”

เมื่อคุยธุระเสร็จแล้วนางก็ออกมาจากห้องหนังสือ

กู้หลินฟางเดินผ่านเรือนใหญ่จะกลับเรือนนอนของตัวเอง ขณะนั้นก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าพุ่งเข้ามาหา

นางก้มมองเด็กหญิงตัวน้อย

“หรูอัน? ทำไมเจ้ามาอยู่ตรงนี้เล่า?”

“ข้ามารับท่านพี่” นางแย้มยิ้มแล้วเอาหน้าซุกกับหน้าท้องของพี่สาว

กู้หรูอันเป็นคุณหนูเล็กของตระกูล สกุลกู้รุ่นปัจจุบันมีบุตรสาวสองคน แม้ห่างจากพี่สาวเพียงสามปี แต่นางก็ตัวเล็กมากเพราะป่วยง่ายตั้งแต่ยังเด็ก หากไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนคงนึกว่าพวกนางห่างกันหลายปีกว่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นไปกินขนมที่เรือนพี่กันเถอะ”

“เจ้าค่ะ” นางขานรับอย่างกระตือรือร้นพี่สาวจึงยิ้มกว้างขึ้น

ระหว่างเดินทางกลับก็ไปทักทายมารดา และแจ้งว่านางกลับมาแล้ว วันนี้คุณหนูใหญ่ออกไปแต่เช้าตรู่จึงไม่ทันได้ทักทายคนในครอบครัวก่อนไปเลย

“ดูจากสีหน้าเจ้า การดูตัววันนี้ก็ล้มเหลวสินะ”

“ปิดบังท่านแม่ไม่ได้จริง ๆ เจ้าค่ะ”

สองพี่น้องนั่งลงริมระเบียงข้างมารดา ฉู่หลานมองหน้าบุตรสาวทั้งสองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอเวลาที่บุตรสาวถูกปฏิเสธแค่เพราะว่านางเป็นบุตรีสกุลกู้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

P JR
P JR
ตอนแรกอ่านชื่อเรื่องและคำโปรย ไม่ค่อยน่าสนใจเลย โหลดทิ้งไว้หลายเดือนไม่เปิดอ่าน แต่เพราะชอบเรื่องก่อนๆที่อ่านเลยลองเปิดใจ เลยได้เจอพ่อหนุ่มเจี๋ยมเจี้ยม ซื่อๆใสๆ ไมโครเวฟ เอ็นดูตลอดเรื่อง555 เรื่องบ้านๆ เบาๆใสๆไม่มีดราม่า ชาวบ้านธรรมดา ฟีลกู๊ด
2026-07-16 09:35:37
0
0
49 Bab
ไปดูตัว
“สตรีอย่างเจ้าอย่างไรก็หาคนแต่งด้วยไม่ได้หรอก! ดีแค่ไหนที่ข้ายอมมาดูตัวด้วย ยังจะมาดูถูกข้าอีก!” บุรุษผู้หนึ่งตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโหหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามมุ่นคิ้ว นางสะบัดพัดเก็บตบลงกลางฝ่ามือ“ใครกันแน่ที่ดูถูกกัน ข้าเป็นสตรีทำการค้าแล้วอย่างไร เจ้าเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาดูแคลนข้า หรือตระกูลของข้า!”“คุณหนูกู้~ ท่านก็น่าจะรู้ว่าที่นี่แคว้นอ้าย รอบ ๆ นี้มีสักกี่แคว้นที่ยกย่องสตรีอย่างท่าน~”เจ้าคนหยาบคาย!“ขอบคุณคุณชายที่สละเวลา ข้าคงไม่รบกวนเวลาไปมากกว่านี้แล้ว”กู้หลินฟางยืนขึ้นเต็มความสูง เดินออกมาจากห้องโดยไม่สนใจอีกฝ่าย มีเสียงเรียกตะโกนไล่หลังมา แต่นางก็หาได้หันหลังกลับไปเมื่อออกมาพ้นร้านน้ำชา สาวใช้คนสนิทก็เอ่ยกับนางด้วยความอึดอัดใจ“คุณชายคนนั้นนิสัยแย่เกินไปแล้วนะเจ้าคะ”“ใช่เจ้าค่ะ ดีจริง ๆ ที่คุณหนูไม่ได้เกี่ยวดองกับคนแบบนั้น ขืนแต่งกันไปก็คงดูถูกดูแคลนคุณหนูทุกวันแน่”กู้หลินฟางถอนหายใจ เหมือนนางเกิดมาผิดยุคผิดสมัย หรือไม่ก็ผิดแผ่นดิน ความคิดอ่านถึงได้ไปคนละทางกับคนแถวนี้“ช่างเถอะ อาจจะไม่มีคนแบบนั้นที่แคว้นนี้ก็ได้” นางหมายถึงว่าที่คู่ครองที่เหมาะสมกับตน ถึงจะ
Baca selengkapnya
คุณหนูสกุลกู้
ตอนที่ได้พบรักกับสามีนางก็ประหลาดใจกับเรื่องนี้เช่นกัน สกุลกู้นั้นแตกต่างจากครอบครัวอื่นในเมือง ด้วยกฎที่ว่าบุตรคนโตไม่ว่าหญิงหรือชายจะต้องเป็นผู้นำตระกูลรุ่นต่อไป ส่วนน้อง ๆ ก็จะคอยเป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นด้วยความที่แคว้นอ้ายยังไม่ได้เปิดรับกับเรื่องนี้พวกนางจึงถูกต่อต้านอยู่บ่อย ๆ นางเคยขึ้นเรือสำเภาไปกับสามีทำให้ได้เห็นโลกกว้าง และได้รู้ว่าบ้านเกิดของตนนั้นยังมีจุดบกพร่องอยู่มาก ถึงอย่างนั้นกำลังของคนไม่กี่คนไม่อาจพลิกผันสิ่งที่เชื่อ และทำตามกันมาอย่างเนิ่นนานได้ฉู่หลานได้แต่ภาวนาให้บุตรสาวทั้งสองได้พบคู่ครองที่จริงใจ และไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ ที่ผ่านมาเจอแต่คนเห็นแก่ตัวเพียงเพราะอยากอาศัยตำแหน่งในตระกูลของพวกนางกันทั้งนั้น ทำเอามารดาอย่างนางทั้งปวดหัวปวดใจไม่น้อยเลย“ท่านพี่ไม่ถูกใจกับว่าที่คู่หมั้นอีกแล้วหรือเจ้าคะ” นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่กู้หรูอันได้ยินเลย นางได้ยินมาจนเบื่อจนแทบแค้นใจด้วยซ้ำพี่สาววางมือบนศีรษะของผู้เป็นน้องแล้วลูบเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ยิ้มให้น้องสาวคลายกังวล เพราะนางหน้าหงอยลงทันทีที่ได้ยินเรื่องนี้ท่านพี่ของนางไม่ใช่คนนิสัยเลวร้าย หน้าตาก็ไม่ได้แพ้ใคร เหตุใดจึง
Baca selengkapnya
เทียนจื่อซาน 1
ปกติสาวบ่าวชายหรือสาวใช้จะไม่มีทางได้ออกไปไหนหากไม่ใช่การติดตามเจ้านาย แล้วเจ้านายส่วนใหญ่ก็ใช่ว่าจะมีงานที่ต้องเดินทาง การที่พวกนางได้เปิดหูเปิดตาต้องบอกว่าเป็นเพราะตระกูลกู้โดยแท้ เสี่ยวจูกับเสี่ยวลี่จึงคอยรับใช้อย่างภักดีเรื่อยมาการมาเยือนหอคุ้มภัยมักจะคุ้นเคยกับเสียงดังตั้งแต่ยืนอยู่หน้าประตู พวกเขาโบกมือแล้วโวยวายกันเป็นเรื่องปกติ เพราะมีโต๊ะนั่งให้กินดื่มเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่มารอรับงาน แต่พวกเขาไม่ใช่ร้านขายสุรา อย่างมากก็ยอมให้แค่คนละจอกพอชุ่มคอ เพราะถ้าสมาชิกหออาละวาดขึ้นมาหัวหน้าหอก็คงปวดหัวหนักแน่กู้หลินฟางเปิดประตูเข้าไปอย่างคุ้นเคย นางมาจ้างวานที่นี่บ่อยแล้ว ส่วนกลุ่มที่ได้รับการว่าจ้างก็เปลี่ยนไปตามจังหวะและเวลา นางเดินไปที่โต๊ะตัวยาวของแผนกจัดสรรงาน“ไปเมืองอู่ ทำสัญญาสองเที่ยว”“ต้องการคนจำนวนมากไหมเจ้าคะ”“รถม้าสามคัน”“ถ้าอย่างนั้นแนะนำเป็นกลุ่มคุ้มภัยที่มีสิบคนเป็นอย่างน้อยเจ้าค่ะ ถึงระยะทางไปเมืองอู่จะไม่ได้ยาวมาก ใช้เวลาไม่เกินสามวันก็ถึง แต่ระหว่างทางมีการพบเห็นสัตว์อสูรอยู่บ่อยครั้ง”“ตอนนี้มีกลุ่มที่เหมาะสมหรือเปล่า”“ตอนนี้ที่อยู่ที่นี่มีกลุ่มสิบคนขึ้นไป
Baca selengkapnya
เทียนจื่อซาน 2
“ทำไม! ทำไมถึงเป็นข้าทุกที” เขาร้องเสียงดังแล้วยกไหเหล้ายกซดจนไหลล้นออกจากมุมปากเลอะเสื้อไปหมด แต่เสียงร่ำร้องของเขาก็ยังสู้โต๊ะอื่นในร้านไม่ได้“ไม่ใช่ความผิดลูกพี่หรอกที่มีตาหามีแววไม่ ดูไม่ออกว่าสตรีคนไหนมีครอบครัวแล้วบ้าง”“ไม่นะ ข้าว่าลูกพี่แค่โง่เง่าเท่านั้น”“เกาเฟิงชุน! เจ้าเด็กนี่เอาอีกแล้วนะ ถ้าปากเจ้าว่างนั่งก็ยัดกับแกล้มเข้าไป” เสวียนหรงใช้ตะเกียบคีบ ๆ ยัดอาหารเข้าไปให้เต็มปากเจ้าตัวดี ก่อนจะพ่นอะไรไม่เข้าท่าออกมาอีกบุรุษอกสามศอกแทบน้ำตาร่วงเผาะ เพราะโดนลูกน้องจิกกัดด้วยความบริสุทธิ์ใจ เกาเฟิงชุนทำงานดีและเป็นเด็กดีของพี่ ๆ มาก มาเสียก็แต่เขาปากพล่อยไปหน่อย จึงโดนพี่ชายทั้งหลายตบให้เข้าร่องเข้ารอยเป็นประจำ“เอาน่าหัวหน้า อกหักแค่นี้ไม่ตายหรอก ลองใหม่ครั้งที่สิบเอ็ดก็ได้ ต้องมีสตรีสักคนที่ชอบพอท่านแน่”“เพราะข้าอ่อนแอเกินไปหรือ” เทียนจื่อซานเริ่มตัดพ้อกับทุกอย่าง“คนที่ตบสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าเอาอะไรมาอ่อนแอเล่า”“หรือท่าทางข้าน่ากลัวเกินไป?”“บุรุษที่ดูอ่อนน้อมเหมือนเต้าหู้อย่างท่านไม่มีอีกแล้วในแคว้นอ้าย”“ทำไมข้าไม่รู้สึกว่ากำลังโดนชมอยู่เลย” เขารู้สึกเหมือนโดนพี่น้องหลอ
Baca selengkapnya
แรกพบ
หลังนางออกมาพ้นประตูร้านก็มีเสียงโวยวายอะไรสักอย่างตามมาพร้อม ๆ กับเสียงโครมคราม หญิงสาวไม่ได้สนใจมันมากนัก นางเสร็จธุระที่นี่แล้วก็กลับคฤหาสน์ตนเองสำนักคุ้มภัยมักตั้งอยู่ใกล้ประตูเมือง เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการหาคนคุ้มกันเวลาเดินทาง ห่างอย่างมากก็อยู่ระหว่างประตูเมืองกับใจกลาง และแน่นอนพื้นที่อยู่อาศัยสัมพันธ์กับรายได้ คนมั่งมีจึงไม่นิยมอาศัยอยู่แถวนี้ ยามกู้หลินฟางเดินกลับก็ต้องผ่านย่านชุมชนแออัดเช่นกันทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะไปหาเรื่องใครที่ไหน แต่ก็ห้ามให้คนอื่นมาหาเรื่องตัวเองไม่ได้“ใครกันล่ะเนี่ย คุณหนูกู้ผู้สูงศักดิ์มาทำอะไรที่ตลาดเล็ก ๆ กันล่ะ”“สวัสดีคุณชายเฉียว” นางทักกลับตามมารยาทแล้วเดินเลยไป“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว! คิดจะเมินกันไปแบบนี้ก็ได้เลยรึ!” ชายหนุ่มคนนั้นพยายามจะคว้าแขนนาง แต่ก็โดนสะบัดออก“ยังมีอะไรต้องพูดอีกเล่า หรือต้องให้ข้าพูดยกยอชื่นชมท่านจนตัวลอยไปถึงสวรรค์ก่อนถึงจะผ่านถนนเส้นนี้ได้” นางปรายตามองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างโจ่งแจ้ง จะไร้สมองแค่ไหนก็รู้ตัวว่าโดนดูถูกกู้หลินฟางไม่ทำนิสัยเสียแบบนี้กับใครก่อน แต่กับเฉียวเชียนนั้นเป็นอีกเรื่อง บุรุษผู้นี้ดูถูกนางตั
Baca selengkapnya
เดินทางร่วมกัน
เทียนจื่อซานเอามือวางรองไว้ท้ายทอยข้างหนึ่ง คุยกับคุณหนูกู้ได้สามคำก็หลบตาหนึ่งที ท่าทางดูทำตัวไม่ถูกอย่างมาก กู้หลินฟางมองเขาด้วยความงุนงง แต่คิดว่าคงเป็นนิสัยของเขาจึงไม่ได้ติดใจอะไรมากนางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วเดินจากไป พอนางหันหลังก็มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวตามมาอีกเหมือนเคยการเดินทางนี้มีรถม้าสามคัน คันหนึ่งเป็นที่นั่งโดยสารของเจ้านายและสัมภาระส่วนตัว คันที่สองเป็นตัวอย่างสินค้าและของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนคันสุดท้ายเป็นของผู้ติดตามและของจิปาถะอื่น ๆทันที่คุณหนูสั่งให้เดินทางรถม้าก็เคลื่อนออกไปถึงกู้หลินฟางจะชอบการค้าขายเป็นอย่างมาก แต่มีอย่างหนึ่งในองค์ประกอบนี้ที่นางไม่ชอบเลย นั่นคือการเดินทางเป็นเวลานาน ๆต่อให้นางหาวจนอยากหลับไปสักสามครั้งต่อวันก็ไม่อาจเร่งเวลาให้ไปถึงปลายทางได้เดี๋ยวนั้น มันคือช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดอย่างไม่อาจหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงได้“เสี่ยวลี่”“เจ้าคะ?”“น่าเบื่อจังเลย”“...”แล้วข้าจะทำอะไรได้เล่าเจ้าคะคุณหนู~คนถูกเรียกโอดครวญในใจ แต่ด้วยความภักดีนางก็อยากหาอะไรให้คุณหนูของตนทำแก้เบื่อเช่นกัน เสี่ยวลี่มองหาสัมภาระในรถม้าที่พอจะใช้ได้ แล้วสายตาก็ไปสะดุดก
Baca selengkapnya
กลุ่มต้าหยางกับอสูรหมูป่า
“พวกเขายังต้านไว้ได้” หญิงสาวพยายามใจเย็นเทียนจื่อซานหันหลังมองเป็นครั้งคราว ถึงสัตว์อสูรตัวนี้จะมีขนาดใหญ่ แต่ด้วยจำนวนคนของพวกเขามากกว่าทำให้ล้มมันได้ไม่ยาก หัวหน้ากลุ่มต้าหยางสะบัดดาบไล่คราบเลือดเดินยิ้มแป้นมารายงาน“เรียบร้อยแล้วขอรับคุณหนู พวกข้าจะตรวจตราแถวนี้อีกสักครู่ พวกนั้นจะแล่เนื้อออกมาด้วย ระหว่างนี้คุณหนูกับผู้ติดตามนั่งพักกันก่อนเถอะขอรับ”“เข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมาก” นางค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเทียนจื่อซานยิ้มกว้างค้างไว้อย่างนั้นโดยไม่รู้ตัว เดินกลับไปหาพี่น้องจนคนอื่นมองมาด้วยสายตาแปลก ๆ ถึงได้พึ่งรู้สึก“ลูกพี่…นี่ข้าคงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม”“คิดอะไร?”พวกพี่น้องมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ปล่อยเทียนจื่อซานงงงวยอยู่คนเดียว พวกเขาเฉไฉไปเรื่องอื่นแล้วตั้งหน้าตั้งตาแล่เนื้อสัตว์อสูร หัวหน้ากลุ่มต้าหยางไม่ได้ติดใจอะไรในท่าทีของสมาชิกจึงเดินไปสำรวจรอบ ๆ กับผู้ติดตามจากสกุลกู้กู้หลินฟางมองตามคนนู้นคนนี้ดูพวกเขาทำงานอย่างเพลิดเพลิน นางปล่อยใจลอยแล้วนั่งเหม่อ มีสาวใช้ปูผ้าตั้งโต๊ะของว่างให้อยู่ข้าง ๆ เดินทางอีกวันครึ่งถึงสองวันก็น่าจะถึงที่หมาย ต้องหาที่ค้างแรมก่อ
Baca selengkapnya
ตกหลุมรักอีกแล้ว
เทียนจื่อซานรู้สึกร้อนวูบวาบในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาคุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้ แต่ครั้งนี้มันดูต่างออกไป ซึ่งเขาก็ยังให้คำอธิบายเกี่ยวกับมันไม่ได้ รู้แค่ว่ามันทำให้เขาว้าวุ่นเป็นอย่างมากหัวหน้ากลุ่มคุ้มภัยต้าหยางรู้สถานะของตัวเองดี พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเขาก็ต้องเตรียมใจอกหักแล้วแรกเริ่มมันมาจากความประทับใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ทำให้เขาถลำลึกลงไปเทียนจื่อซานคิดหนัก ยกมือลูบใบหน้าของตัวเองด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง รู้ว่าตัวเองตกหลุมรักง่ายด้วยความอ่อนไหว แต่ก็ไม่ควรอ่อนไหวจนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นแบบนี้สิ หัวใจไม่ใช่เต้าหู้เสียหน่อย จะอ่อนไปไหนกัน“เฮ้อ…” บุรุษร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กลางวงคือกองไฟที่กำลังลุกไหม้ และคนอื่น ๆ ก็กำลังพูดคุยเรื่องไร้สาระกันอย่างสนุกสนาน ทันทีที่ได้ยินเสียงถอนหายใจราวกับมีเรื่องหนักอก ทุกคนก็หันมองต้นเสียงเป็นตาเดียว“เป็นอะไรหรือท่าน” คนที่ถามขึ้นก่อนคือหนึ่งในผู้ติดตามของสกุลกู้ หลังร่วมกันปราบสัตว์อสูรพวกเขาก็สนิทกันมากขึ้นแล้ว“ข้าเหนื่อย ข้าท้อ ข้าอยากรวย”“...อันสุดท้ายดูไม่เกี่ยวกันเท่าไร แต่ก็ช่างมันเถอะ เรื่องของเรื่องคือท่านหั
Baca selengkapnya
อสูรหมูป่าทั้งฝูง
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างสงบเรียบร้อยได้ครึ่งทางเทียนจื่อซานก็ตื่นมาเปลี่ยนเวรเฝ้ายาม เขาเดินมาประจำจุดก่อนจะเลิกคิ้วมองคนที่ไม่ยอมไปนอนเสียที“มีอะไร?”“ข้าแค่สงสัยว่าทำไมครั้งนี้เจ้าทำตัวแปลก ๆ ““แปลกอย่างไร”“ปกติคงทุบสถิติอกหักครั้งที่สิบเอ็ดแล้ว”เทียนจื่อซานถอนหายใจใส่หน้าจนเสวียนหรงยืนงง ครั้งนี้สหายเขาแปลกไปจริง ๆ ด้วย ในกลุ่มต้าหยาง เสวียนหรงกับเทียนจื่อซานเป็นผู้อาวุโสที่สุด และคบหาเป็นสหายมานานที่สุดด้วยเช่นกัน“ข้า…” ถอนหายใจอีกเฮือกเขาจึงเอ่ยต่อ ท่าทางหนักอกหักใจมากจริง ๆ“ข้าคงไม่สมหวังอีกแน่ ครั้งนี้ข้าเลยเลือกที่จะไม่บอก”เสวียนหรงมองหน้าสหายแล้วอมยิ้มเล็กน้อย บางทีครั้งนี้อาจต่างไปจากเดิมก็ได้“ทำไมคิดว่าจะไม่สมหวังล่ะ”“นางเป็นคนสูงส่งกว่าข้า” พูดแล้วก็หงอยลงทันทีถึงจะเดาไว้แล้ว แต่พอพูดออกมาอย่างนี้เสวียนหรงก็ยืนยันแล้วว่า อีกฝ่ายใช่คนที่เขาคิดอยู่หรือไม่ และเขาไม่เห็นด้วยกับพี่น้องคนนี้สักเท่าไรเรื่องนี้ยังไม่พูดออกมาจะดีกว่า หมดธุระแล้วเสวียนหรงก็เดินไปนอนรวมกลุ่มกับพี่น้อง อีกไม่กี่ก้าวก็จะได้ล้มตัวลงนอนอยู่แล้ว แต่พริบตานั้นแผ่นหลังทั้งสองก็เย็นวาบพวกเขาหันไปมอ
Baca selengkapnya
การเจรจาล้มเหลว
ก่อนเขาจะได้ทำอะไร กู้หลินฟางก็ปิดม่านกระโจมแล้ว หัวหน้ากลุ่มต้าหยางยิ้มเก้อก่อนบอกให้พี่น้องช่วยกันจัดการร่างหมาป่า ฝังพวกมันไม่นานก็ถึงเวลาเช้ามืด พวกเขาได้นอนกันไปคนละนิดคนละหน่อยก็ได้เวลาตื่น ส่วนเทียนจื่อซานที่ยืนยามสุดท้ายก็นอนพักต่อบนรถวันที่สองของการเดินทางไม่ได้รับมือกับอะไรนอกจากโจรกระจอกกลุ่มเล็ก ๆ เย็นวันนั้นก่อนพระอาทิตย์ตกดินในที่สุดพวกเขาก็เห็นกำแพงเมืองอยู่ตรงหน้า“ขอบคุณที่ใช้งานกลุ่มต้าหยางของเรา แล้วพบกันอีกสองสามวันนะขอรับคุณหนู” หลังกู้หลินฟางประทับตรายืนยันภารกิจเรียบร้อย สมาชิกกลุ่มต้าหยางก็ยิ้มร่า“ขอบคุณมาก แล้วพบกันในอีกสามวันให้หลัง”เทียนจื่อซานโค้งลงแล้วนำใบภารกิจไปรับเงินค่าจ้างตามสัญญาที่หอคุ้มภัยสาขาประจำเมืองกู้หลินฟางเปิดโรงเตี๊ยมพัก และตรวจสอบของที่นำมาก่อนจะออกไปพบคู่ค้าในวันพรุ่งนี้การเดินทางนั้นเหน็ดเหนื่อยจนนางไม่มีแรงเหลือจะลุกไปเดินเที่ยว คุณหนูกู้เข้านอนแต่หัววันด้วยความอ่อนเพลีย ในใจภาวนาให้วันพรุ่งนี้การเจรจาสำเร็จลุล่วงกู้หลินฟางรับรู้ได้ว่า ตนเองมีบางอย่างแปลกไปจากปกติ ซึ่งนางก็ตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร ด้วยความที่สีหน้าของนางยามปกติค่อน
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status