ANMELDENทั่วทั้งแคว้นอ้ายคงมีเพียงบุรุษเช่นหัวหน้ากลุ่มต้าหยางเท่านั้นที่ยอมแต่งเข้าบ้านภรรยา เพราะนั่นมันเท่ากับว่าเขายอมอยู่ใต้บารมีของภรรยา และยอมให้ภรรยาเป็นใหญ่ ทว่าบุรุษที่อกหักมาสิบครั้งอย่างเขา ไม่อยากจะอกหักเป็นครั้งที่สิบเอ็ดแล้วนี่นา อีกทั้งคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางเองก็ใจตรงกัน เรื่องธรรมเนียมอะไรนั่นก็ช่างมันเถิด เทียนจื่อซานแทบจะถูกเรียกว่าเป็นบุรุษอาภัพในรัก ด้วยเพราะเวลาไปเกี้ยวสตรีบ้านไหน จุดจบก็หนีไม่พ้นการถูกปฏิเสธ จนกระทั่งเขาได้มาเจอกับกู้หลินฟาง ไม่แน่ใจว่าเป็นเมตตาจากท่านเทพบนสวรรค์ หรือเทพมารต้องการให้เขาทำลายสถิติอกหักอีกครั้งกันแน่ แต่เขา... เทียนจื่อซานไม่ขอยอมแพ้ และจะเกี้ยวคุณหนูใหญ่กู้หลินฟางอีกสักครั้ง
Mehr anzeigenนานครั้งจะได้หยุดพักวันนี้พวกเขาจึงออกมาตกปลาที่แม่น้ำนอกเมือง กู้หรูอันกับหยางอวี่พาบุตรชายวัยแปดเดือนมาเปลี่ยนบรรยากาศด้วยเช่นกัน เป็นวันธรรมดาแสนเรียบง่ายที่นานครั้งจะได้มีส่วนอีกคนก็อาสามาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก“อ้ายอวี่ เจ้าไหวแน่นะ” กู้หลินฟางหันมามองคนที่นั่งอยู่เสื่อปูพื้นเป็นระยะ“ไม่เป็นไรขอรับท่านพี่ ข้ารับมือไหว” เอ่ยบอกทั้งเหงื่อตก มือหนึ่งเขาอุ้มหลานคนเล็กไว้แนบอก อีกมือกำลังจับเสื้อหลานคนโตที่กำลังจะวิ่งไว้ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ว่าไม่เป็นไรเลยนะ“จริง ๆ นะขอรับ พวกท่านพี่พักผ่อนตามสบายเถอะขอรับไม่ต้องสนใจข้า”ในเมื่อเขายืนยันถึงขนาดนั้นแล้วนางจะหักหาญความตั้งใจก็ใช่ที่“ถ้าไม่ไหวก็เรียกข้าล่ะ”“ขอรับ” หลังนางหันกลับไปสนใจปลาในน้ำเขาก็มาวุ่นวายกับสองแสบนี่ต่อกู้อ้ายอวี่ต้องเอาเชือกมาผูกเอวหลานคนโตไว้กับเอวตัวเองไม่ให้นางวิ่งเล่นไปไกลหูไกลตามากเกิน เขาปล่อยหลานชายนอนกลิ้งเล่นบนเบาะที่เตรียมมา“ท่านน้า อวี้อวี้อยากไปเล่นน
พื้นระเบียงเปียกน้ำเป็นทางยาว ฝ่าเท้าเล็ก ๆ วิ่งหนีพี่เลี้ยงไปทั่วเรือน เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากของเด็กหญิงวัยสี่ขวบเป็นดั่งดอกไม้บานในสวนของฤดูใบไม้ผลิกู้จื่ออวี้เป็นคุณหนูน้อยที่ซุกซนเสียจนต้องมีพี่เลี้ยงตามประกบใกล้ชิด ไม่อย่างนั้นแม่สาวน้อยคงได้พาแขนขาเล็ก ๆ ของตัวเองปีนขึ้นต้นท้อแล้วห้อยโหนอยู่บนนั้น ทำมารดากับท่านน้าหัวใจวายวันละหลายรอบคุณหนูน้อยกำลังคึกได้ที่ถูกคว้าตัวไว้อุ้มค้างต่องแต่ง พอเห็นว่าคนที่มาขัดจังหวะการป่วนพี่เลี้ยงเป็นใครนางก็เอ่ยเรียกเสียงสดใส“ท่านพ่อ!” มือน้อย ๆ ไขว่คว้าจับชุดขนสัตว์ของเขาด้วยความเคยชิน แต่เทียนจื่อซานก็ไม่ให้ลูกเข้าใกล้“พ่อพึ่งกลับมา อาบน้ำแล้วค่อยมาเล่นกับเจ้านะ”“ไม่เอา!” บุตรสาวตัวน้อยหน้าบูดบึ้ง แก้มพองเหมือนยัดผลพลับเข้าไปทั้งลูกเขายิ้มแหย ลูกสาวงอนเสียแล้ว ใช่ว่าจะหายง่ายเสียด้วย แต่เขาจะแตะตัวลูกก็ไม่ได้เหมือนกัน บนตัวมีแต่กลิ่นเลือดสัตว์ ไหนจะดินฝุ่นที่ไปกลิ้งทับมาอีก“แม่นม” เขาเรียกนางมาแล้วส่งจื่ออวี้น้อยคืน
“ทำหน้าฮึกเหิมเชียว มีอะไรดี ๆ อย่างนั้นหรือ”“ไม่มี ข้าแค่คิดว่าจะช่วยงานหลินหลินได้อย่างไรบ้างน่ะ”“แปลว่าคิดออกแล้วสิ ยิ้มกว้างขนาดนั้น”“อื้อ!” เขาขานรับอย่างกระตือรือร้นแล้วบอกความคิดของตนให้นางฟังเวลาที่เดินกลับบ้านนี้อยากให้ยาวนานขึ้นอีกหน่อย เสียงของเขานุ่มนวลยามเมื่อเอ่ยถึงอนาคตที่มีนางอยู่ด้วย เทียนจื่อซานยังคงเหมือนวันแรกที่นางได้ทำความรู้จักกับเขา บางทีการถูกถอนหมั้นสองครั้ง และยกเลิกการหมั้นหนึ่งครั้งอาจเพื่อโชคชะตานี้หลายเดือนต่อมาสิ่งที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของแคว้นอ้ายก็ไม่ใช่เพียงการค้าขายแต่เป็นระบบขนส่งที่นำหน้าใครก็ตามในแผ่นดินใหญ่นี้ ใครก็ตามที่เคยปรามาสสกุลกู้ไว้ต้องกลืนน้ำลายตัวเองและสงบปากสงบคำให้ดี เพราะไม่อย่างนั้นอาจเป็นพวกนอกคอกที่ถูกสั่งห้ามขึ้นขบวนรถก็เป็นได้ ถึงสกุลกู้ผู้มีใจกว้างขวางจะไม่เคยคิดห้ามใครใช้งานมันแต่ก็มีคนที่หวั่นเกรงจากเรื่องราวในอดีตอยู่ดีก่อนที่พาหนะเหล็กนี่จะได้อวดโฉมผู้คนต่างดูถูกดูแคลนทุกสิ่งที่หญิงสาวผู้นั้นกระทำ แม้แต่สามีของนา
เห็นกู้หลินฟางเดินมาแต่ไกลหัวหน้ากลุ่มต้าหยางก็ออกมารับนาง ฝากที่เหลือให้เสวียนหรงดูแล“หลินหลิน” เขาฉวยมือนางไปจับแนบไว้ ยิ้มพออกพอใจออกนอกหน้าชวนหมั่นไส้“ไปเดินในเมืองกันไหม”“ได้เลย”การจับมือถือแขนเช่นนี้โดนผู้คนมองตามจนเหลียวหลังและนินทา แต่ทั้งสองไม่ได้สนใจเทศกาลใบไม้ผลิที่คู่รักจะได้เพลิดเพลินและเคยสัญญากับอ้ายอวี่ไว้ว่าจะไปด้วยยังไม่ทันเกิดพวกเขาก็จะแต่งงานแล้ว นึกถึงแล้วก็ชวนขบขันที่อะไร ๆ ก็ดูไม่เป็นไปตามแผนเลยแม้แต่อย่างเดียวตั้งแต่ต้นปี ราวกับเป็นช่วงมรสุมชีวิตถาโถมอย่างไรอย่างนั้น พอมาถึงจุดนี้ก็เริ่มสำเร็จลุล่วงไปทีละอย่าง กาลข้างหน้าอันใกล้คงมั่นคงแล้ว“หลินหลินอยากไปที่ใดหรือ”“ข้าอยากไปดูอะไรแถวท่าเรือหน่อยเลยให้ท่านมาเป็นเพื่อน”ดูเหมือนคนรักของเขาจะแอบมาทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ อีกแล้ว ก็ดีที่นางเลือกพาเขาไม่ใช่มาลำพังกับลู่ไป๋ที่ไม่รู้แอบอยู่ตรงไหน“ข้าต้องทำอะไรหรือเปล่า”“หากถูกเจอแค่ตีเนียนไปกับข้าก็พอ&rdq
“ลำบากท่านหัวหน้าแล้ว ขอบคุณจริง ๆ นะ”“ข้าเต็มใจช่วยเหลือคุณหนูทุกอย่าง” เขาโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วตามขุนนางใหม่ผู้นั้นไปกู้หลินฟางมองส่งพวกเขาจนกระทั่งรถม้าหายไปจากสายตาของนางตนจึงกลับโรงเตี๊ยมบ้าง“คุณหนูขอรับ”ไม่ต้องให้ลู่ไป๋พูดซ้ำนางก็แบมือรอ ถุงเงินปักลายหมู่ตานกลับคืนมาสู่มือนางอีกครั้งด้
“เส้นทางการค้าใหม่”“เอาละ ข้าไม่ได้หูฝาดจริง ๆ แต่คุณหนูจะทำอย่างไรล่ะ แล้วทำไมต้องเป็นสกุลหม่าของเรา”“คุณชายรู้จักพาหนะที่ไม่ใช้ม้าใช้วัวเทียมไหม”“ไม่ใช้ม้าใช้วัว? เรื่องเช่นนั้นเป็นไปได้ด้วยหรือ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน&
“คุณหนูก็อิสระนี่ขอรับ”“ทำไมท่านคิดอย่างนั้นล่ะ” เป็นคำตอบที่ชวนให้นางรู้สึกประหลาดใจอยากฟังคำอธิบาย“ที่ตัวข้าและคุณหนูทราบดีว่า สตรีในแผ่นดินนี้ล้วนถูกตีกรอบประเพณีตั้งแต่เกิด เรื่องการจะทำกิจการใหญ่โตนั้นไม่มีทางเลย แต่คุณหนูก็ทำสำเร็จลุล่วงมาได้หลา
ทั้งที่ยังเสียงดังกันอยู่จนถึงก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้เสียงเขากลับเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน หญิงสาวอมยิ้มเล็กน้อย รู้สึกอยากแกล้งจนไม่อาจหักห้ามใจได้ ช่างเป็นความปรารถนาที่น่ากลัวจริง ๆกู้หลินฟางกระแอมไอ ปรับน้ำเสียงเป็นปกติ“ไม่นึกว่าจะพบพวกท่านที่นี่ มาเที่ยวเล่นหรือ”


















Rezensionen