مشاركة

บทที่ 5

บทที่ 4

‘ถ้ายังไม่มีผู้ใดตายก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่’

.

.

“พี่หญิงรอง พี่หญิงรองเกิดเรื่องแล้ว!” เย่ซูเจินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในเขตเรือนของเย่ซูชางที่กำลังนั่งจัดดอกไม้อยู่ภายในศาลากลางสวน

“ถ้ายังไม่มีผู้ใดตายก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่” เย่ซูชางกล่าวเสียงนิ่งเรียบมือยังคงหยิบดอกไม้ขึ้นมาจัดแต่งใส่แจกันหยกใบงาม

“จะมีคนตายแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ท่านพี่หมิงซัวถูกพาไปที่คุกหลวงเห็นทีคงโดนโทษโบยเพราะฮ่องเต้ทรงไม่ยอมที่เขามาหมิ่นเกียรติท่าน”

เย่ซูชางที่ได้ฟังก็นิ่งเงียบลง ภายในใจเหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น “ข้าถือว่าข้าชดใช้ไปแล้ว ข้ายอมให้เขาหมิ่นเกียรติ ยามเดินไปไหนผู้คนก็นินทาเป็นตัวตลกขบขันแล้วจะให้ข้าทำสิ่งใดอีก ส่วนที่ต้องชดใช้ก็ชดใช้ไปแล้ว มันแค่ผิดตรงที่ว่าสิ่งที่หมิงซัวทำดันไปหมิ่นเกียรติฮ่องเต้เช่นกันเพราะฉะนั้นเขาก็ต้องรับโทษในส่วนนี้ด้วยตนเอง หาใช่ความผิดข้าเสียหน่อย”

“ตะ… แต่ว่านั่นท่านพี่หมิงซัวนะเจ้าคะ”

“แล้วอย่างไรหรือ?”

ผู้น้องที่ได้ฟังผู้พี่กล่าวก็ประหลาดใจเพราะยามปกติพี่สาวของนางมักจะตามตื๊อจางหมิงซัวตลอดเวลา และคอยยื่นมือเข้าไปช่วยเขาเสมอด้วยแม้นว่าทุกครั้งเขาจะไม่ต้องการก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องของจางหมิงซัวพี่สาวของนางย่อมไม่เคยปฏิเสธสักครั้ง

“ยามปกติถ้าเป็นเรื่องของท่านพี่หมิงซัวพี่หญิงรองจะไม่นิ่งเฉยเลย”

“เจินเอ๋อร์ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าแค่อยากพัก”

สีหน้าของเย่ซูชางคงจริงจังมากพอจนเย่ซูเจินก้มหน้าหลบสายตาด้วยความกลัวเล็กน้อย และรับรู้ได้แล้วว่าไม่ควรจู้จี้จุกจิกกับพี่สาวมากเกินไปเพราะยามจริงจังก็น่ากลัวเหลือเกิน

“ต่อจากนี้ข้าจะไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับหมิงซัวอีกแล้ว ต่างคนต่างอยู่เถิด ข้าเหนื่อยจะต้องพยายามในสิ่งที่ไร้ประโยชน์แล้ว”

“ข้าดีใจที่พี่หญิงรองคิดได้เช่นนี้เจ้าค่ะ” เย่ซูเจินแย้มยิ้มออกมา

เพราะนางเองก็ไม่เห็นด้วยที่พี่สาวจะต้องไปตามตื๊อตามตอแยบุรุษผู้เดียวที่ไม่เคยมีใจให้ มิหนำซ้ำยังชอบทำร้ายจิตใจเป็นการตอบแทนความรักของพี่สาวนางอีกด้วย เชื่อว่าสักวันเย่ซูชางจะต้องได้แต่งงานและครองคู่กับบุรุษที่ดีอย่างแน่นอน

……….

.

เย่ซูชางเดินลัดเลาะมายังเขตเรือนของท่านอารองและครอบครัวเพื่อมาตามหาหยวนฉินเพราะบ่าวรับใช้บอกว่าเขามาที่จวน ในมือถือช่อดอกไม้ที่นางเพิ่งจัดเสร็จติดมาด้วยก่อนจะเห็นว่าเขากำลังคุยกับท่านอารองภายในเรือนหลังใหญ่สุด

“ท่านอารองข้านำดอกไม้มาจัดแจกันให้ท่าน” นางแสร้งทำเป็นมาที่นี่โดยบังเอิญเพื่อจะจัดแจกันดอกไม้ให้ผู้เป็นอาเมื่อเห็นว่าหยวนฉินอยู่ด้วยก็แสร้งทำเป็นตกใจ

“ขออภัย ข้าไม่คิดว่าท่านอารองจะติดธุระอยู่เจ้าค่ะ” นางโค้งหัวลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม

“คนกันเองทั้งนั้น อย่ามากพิธีเลยเจ้าเข้ามาเถิด” เย่ไป๋ อารองสกุลเย่หันมายิ้มให้หลานสาวอย่างอ่อนโยน

“ถ้าเช่นนั้นข้าขออนุญาตเจ้าค่ะ”

นางเดินเข้ามาภายในเรือนก่อนจะตรงไปยังแจกันเคลือบวาดลวดลายดอกโบตั๋นใบนี้ก็งดงามยิ่งนัก ดอกไม้ถูกวางลงบนโต๊ะก่อนที่มือเรียวจะเริ่มหยิบเสียบใส่แจกันอย่างอ่อนโยนท่ามกลางสายตาตะลึงของสองบุรุษต่างวัย เพราะตั้งแต่เกิดมาพวกเขาไม่เคยเห็นเย่ซูชางทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

“อาไม่เห็นรู้ว่าเจ้าจัดดอกไม้เป็นด้วย” เย่ไป๋เดินเข้ามาดูแจกันที่หลานสาวจัดด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกมันไปให้หยวนฉินดู “เจ้าดูสิ ชางเอ๋อร์มีฝีมือด้านนี้ไม่น้อย”

“งดงามมากขอรับ”

หยวนฉินตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ก็ยังประหลาดใจอยู่ดีที่เย่ซูชางลุกขึ้นมาจัดดอกไม้เช่นนี้ ถ้านางปาแจกันดอกไม้ทิ้งค่อยดูจะเหมาะสมเป็นนางมากกว่า

“ไว้ข้าจะจัดแจกันดอกไม้ให้ท่านดีหรือไม่?” นางพูดออกไปต่อหน้าของท่านอารองเพราะหยวนฉินต้องไม่กล้าปฏิเสธแน่นอน

“ถ้าท่านหญิงเมตตา ข้าก็ยินดีรับไว้ขอรับ”

พออยู่ต่อหน้าท่านอารองของนางก็นอบน้อมเชียวนะพ่อพระรองคนดี ลองอยู่กันสองคนสิแทบจะกินหัวนางอยู่แล้ว

………

.

“ไยเจ้าไม่ไปอีก” เสียงแข็งของหยวนฉินกล่าวขึ้นจนเย่ซูชางที่กำลังจัดเอกสารให้เข้าที่เข้าทางอยู่หันมาสบตากับเขา

“ข้าจัดเอกสารให้ท่านอารองอยู่ เจ้าไม่มีตาแหกมองหรือ?”

“วันนี้ผีตนไหนเข้าสิงเจ้าอีกถึงได้ขยันผิดวิสัยเช่นนี้”

'เห็นไหมล่ะ พออยู่กันสองคนก็ปากหาเรื่องเชียว'

นางวางเอกสารในมือลงก่อนจะเดินเข้ามาหาหยวนฉินที่นั่งคัดลอกบัญชีอยู่ แขนทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะจนชายหนุ่มตกใจ นางยกยิ้มเล็กน้อยยามเห็นสีหน้าเหลอหลาของเขาจึงอยากจะแกล้งอีกด้วยการเปลี่ยนเป็นยกตัวขึ้นนั่งบนโต๊ะแทน

“จะ… เจ้า เจ้าจะทำสิ่งใด?”

“ข้าล่ะชอบหน้าตาเหมือนกระต่ายตื่นตูมของเจ้าตอนนี้จริง ๆ เลยพ่อรูปงาม”

นิ้วเรียวเชยคางหนาให้เงยขึ้นสบตากัน แต่เขาก็พยายามหันหน้าหนี นางเลยเปลี่ยนเป็นออกแรงบังคับบีบคางเขาเอาไว้แทน

“ที่เจ้าไม่อยากให้ข้าอยู่ในห้องนี้กับเจ้าเพราะกลัวว่าจะทนกับเสน่ห์อันน่าลุ่มหลงของข้าไม่ไหวหรือเปล่า?”

“อย่างข้าน่ะหรือจะหลงเสน่ห์เจ้า ต่อให้เหลือเจ้าผู้เดียวบนแผ่นดินข้าก็ไม่เอาเจ้าทำภรรยาหรอก”

“พูดจาทำร้ายจิตใจข้าเกินไปแล้ว”

นางขยับตัวลงจากโต๊ะก่อนจะเดินอ้อมมายังด้านหลังของเขาแล้วสอดแทรกแขนลูบไล้ไปยังด้านหน้าคล้ายท่ากอดเขาจากทางด้านหลังจนหยวนฉินตกใจพยายามจะดันตัวนางออกแต่นางก็กระซิบเสียงหวานข้างหูเขาจนเจ้าตัวหยุดชะงักเหมือนโดนสาปให้กลายเป็นหิน

“อาฉินที่รักของข้า เจ้าอย่าใจร้ายกับข้านักเลย”

“ใครที่รักเจ้ากัน!”

เขาปัดมือนางออกพร้อมทั้งออกแรงผลักมันทำให้เย่ซูชางเสียหลักจะหงายหลังจนต้องรีบหลับตาปี๋เพราะคิดว่ายังไงหัวก็ฟาดพื้นแน่ แต่จังหวะที่ร่างกายกำลังกระแทกพื้นกลับมีวงแขนอันอบอุ่นโอบกอดตัวนางเอาไว้ สัมผัสได้ว่าร่างกายหมุนวนคล้ายโดนเหวี่ยงและจบลงที่ใบหน้ากระแทกเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งแข็งและนุ่ม

“โอ๊ย!” เสียงเข้มร้องออกมามันทำให้เย่ซูชางรีบลืมตามองทันทีก็พบว่าตนเองกำลังนอนทับอยู่บนตัวของหยวนฉินและอ้อมแขนเมื่อครู่ก็เป็นแขนของเขาที่เข้ามารับตัวนางเอาไว้

“ดูสิอาฉินที่รัก ปากเจ้าบอกไม่รักข้า แต่เวลาที่ข้าเผชิญอันตรายก็เป็นเจ้าที่เข้ามาช่วยข้าไว้เสมอ เจ้าทนเห็นข้าเจ็บไม่ได้ขนาดนี้ก็ยอมรับว่ารักข้าเถิด”

นางแกล้งหยอกเย้าเขาด้วยรอยยิ้มทะเล้นเพราะชอบเวลาที่ทำให้หยวนฉินโมโหได้ ใบหน้าหงุดหงิดของเขามันช่างน่ากลั่นแกล้งยิ่งนัก พ่อพระรองที่เย็นชากับทุกคน แสนดีกับนางเอกแค่คนเดียว เห็นแล้วก็หมั่นไส้อยากทะลวงและทำลายกำแพงเย็นชานี้ลงเสียให้ย่อยยับไม่ต้องต่อติดอีกเลย

“ลุกออกไป ข้าหนักเหมือนโดนหินทับ”

เขาพยายามจะดันตัวนางออกแต่คนแบบเย่ซูชางก็ไม่ยอมโดยง่าย เปลี่ยนเป็นนั่งคร่อมทับบนหน้าท้องเขาแทน ไม่พอยังจับแขนกำยำทั้งสองข้างกดไว้ข้างหัวในท่วงท่าเหมือนจะขืนใจพ่อพระรองรูปงามจนเขาตาโตด้วยสีหน้าตื่นตกใจ เห็นแล้วก็ตลก

“ข้าตัวบางร่างน้อยขนาดนี้จะเอาอะไรมาหนัก ต่อให้เจ้าอุ้มข้ากระเตงไปกระเตงมาจะไปมุมไหนของเรือนก็ไม่ทำเจ้าหมดแรงหรอก”

“พูดจาไร้ยางอาย”

“ข้าก็ไม่ใช่คนมียางอายอยู่แล้ว”

“เจ้ามันใจโลเลยิ่งนัก สรุปเจ้าจะชอบผู้ใดกันแน่ ข้าหรือหมิงซัวหรือเจ้าจะเอาทั้งสอง ถ้าหลายใจขนาดนี้เจ้าไม่กินรวบทั้งเมืองไปเลยเล่า”

หยวนฉินกล่าวออกมาด้วยความหงุดหงิดอย่างไม่ปกปิด มันเหมือนว่าตอนนี้เย่ซูชางกำลังเล่นตลกกับความรู้สึกของเขา มาหยอกเย้ากันด้วยถ้อยคำและท่าทางล่อแหลมส่อไปเรื่องรักใคร่เช่นนี้จะไม่ให้ผู้ใดหวั่นไหวบ้าง เขาก็เป็นเพียงปุถุชนคนหนึ่งไม่ใช่รูปปั้นที่จะไร้ความรู้สึก โดนนางถึงเนื้อถึงตัวไม่พอยังมาหยอดคำหวานใส่กันเช่นนี้ ถ้าเขายังไม่รู้สึกสิ่งใดก็ละทางโลกแล้วไปบวชเป็นพระเถิด

“ยังไม่ทันเป็นอะไรกันเลย เจ้าก็หึงหวงข้าแล้วหรือ?”

นางลูบมือไปตามแก้มหนาด้วยรอยยิ้มหวานเพราะแววตาของเขามันฉายชัดถึงความไม่พอใจ เขาไม่ใช่ไม่พอใจที่นางมาหยอกเย้าเขาแต่ไม่พอใจที่นางไม่ชัดเจนใจโลเลต่างหาก การที่เขากล่าวแบบนี้มันก็แปลว่ามีความรู้สึกให้นางเหมือนกันถูกไหม ถึงได้อยากให้นางเลือกให้ชัดเจน

หยวนฉินจับตัวเย่ซูชางให้พลิกลงไปนอนด้านล่างแทนจนนางเองก็ตกใจเมื่อถูกเขาคร่อมทับอยู่ด้านบนกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำเสียเอง แล้วเขายังเอาคืนด้วยการรวบแขนนางเอาไว้เหนือหัวจนดิ้นไม่หลุดอีกต่างหาก

“มันเหมือนเจ้ากำลังเห็นข้าเป็นตัวตลก เจ้าตามตื๊อจางหมิงซัวอย่างหน้าไม่อายมาตลอดแต่พอเขาไม่สนใจ เจ้าก็เปลี่ยนใจมาหาข้าแทน มันทำให้ข้าเองก็สับสนว่าเจ้าจะเอายังไงกันแน่”

เย่ซูชางก็ยังติดสนุกยกยิ้มทะเล้นหยอกเย้าเขาต่อ “งั้นเจ้าก็ลองจูบข้าดีหรือไม่ ถ้าจูบแล้วเจ้าอยากจูบข้าต่ออีก มันก็แปลว่าเจ้ามีใจให้ข้าเสียแล้ว”

แต่สิ่งที่เย่ซูชางไม่คิดมันก็เกิดขึ้นเมื่อหยวนฉินก้มลงประกบปากจูบนางจริง ๆ จนหัวใจแทบจะหยุดเต้น มือไม้อ่อนแรงไปหมดเหมือนว่าจะหายใจหายคอลำบาก มันแทบจะหยุดหายใจเลยดีกว่าเพราะนี่มันเป็นจูบแรกของนาง ก่อนจะทะลุมิติเข้ามาก็ยังไม่เคยมีแฟนสักหน่อย แต่ตอนนี้พระรองกำลังขโมยจูบแรกของนางร้ายไป ตอนแรกก็แค่จะหยอกเย้าเขาให้โมโหเล่นเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเขาจะบ้าจี้จูบนางจริง ๆ แถมยังจูบไม่ค่อยเป็นอีกต่างหากแต่ก็ยังพยายามจะจูบ ตะบี้ตะบันบดขยี้ริมฝีปากลงมาจนเจ็บแปล๊บจนอยากจะถีบให้หงายหลัง

“พวกเจ้าทำอะไรกัน!”

เสียงเข้มตวาดขึ้นจนเสียงดังลั่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจของผู้พูดได้อย่างชัดเจน มันทำให้หนุ่มสาวทั้งสองคนที่กำลังจูบกันอยู่รีบผละตัวออกจากกันทันทีแยกย้ายกันไปอยู่คนละมุมก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาของเย่ไป๋เพราะได้กระทำเรื่องผิดลงไปแล้ว เดิมทีชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันลำพังสองต่อสองด้วยซ้ำ การจับมือถือแขนก็นับว่าผิดจารีตประเพณีแล้ว แต่นี่กลับมานอนกอดจูบกันภายในบ้านมันจะไม่ให้คนเป็นอาโกรธได้อย่างไรที่เห็นหลานสาวของตนกระทำตัวไร้ยางอายเยี่ยงนี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 45

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางเปิดกล่องเครื่องประดับออกก่อนจะหยิบเอาปิ่นปักผมสีทองอร่ามออกมาทาบลงบนผมเพื่อดูว่าปิ่นอันไหนเหมาะสมกับตนเอง ของเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องประดับที่หยวนฉินซื้อให้นางซะเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ซื้อเองนักหรอก เวลาเขาเห็นเครื่องประดับสวย ๆ งาม ๆ ก็มักจะซื้อมาฝากนางเสมอ ยิ่งต

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 44

    บทที่ 20‘ตอนจบของนิยาย’..เย่ซูชางดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เจ้าแฝดที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้วเพราะวันทั้งวันเอาแต่วิ่งเล่นตกกลางคืนเลยอ่อนเพลียหลับง่ายเป็นธรรมดา นางหันตัวเดินออกมานอกห้องก่อนจะปิดประตูแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนลูกทั้งสองสายตามองไปยังห้องตำราก็เห็นมีแสงสว่างอยู่ แปลว่าหยวนฉินยังไม่กลับเร

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 43

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..“หมายความเช่นไรเจ้าคะ?”“เจ้าไม่รู้อะไร การมีฝูอ๋องอยู่ในเมืองหลวงคอยช่วยงานฮ่องเต้ นอกจากจะคอยค้านอำนาจฝ่ายองค์รัชทายาทแล้ว ยังช่วยขับเคลื่อนองค์รัชทายาทให้เอางานเอาการสนใจงานบ้านเมืองด้วย เพราะถ้าไม่สร้างผลงานไม่ทำให้ฮ่องเต้พอใจก็อาจจะถูกแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทไปก็ได้

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 42

    บทที่ 19'พระกระโดดกำแพง'..เสียงมีดหั่นลงบนเขียงดังก้องภายในโรงครัวที่มีควันลอยฟุ้งจากเตาถ่านที่ถูกจุดเอาไว้ บนเตามีหม้อที่กำลังตุ๋นเนื้อหมูสามชั้นให้นุ่มจนเข้าเนื้อ เย่ซูชางหันไปหยิบปลิงทะเลและหอยเป่าฮื้อมาหันเป็นชิ้นพอดีคำ“พี่หญิงรองทำสิ่งใดอยู่เจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาภายในครัวเมื่อได้กลิ่

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 41

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..“เจ้านี่ยังปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย”หยวนฉินโน้มลงไปจูบริมฝีปากเอิบอิ่มด้วยความมันเขี้ยวจนเย่ซูชางตกใจจะดันเขาออกแต่ก็ถูกมือใหญ่รวบแขนเอาไว้จนไร้ทางขัดขืนได้แต่จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง“เจ้าทำบ้าอะไร สติเพี้ยนไปแล้วหรือ ถึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้”“เรื่องบัดสีอะไรกัน ข้า

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 40

    บทที่ 18'ฉีฉีชิงชิง'..ห้าปีต่อมาเมืองหนานตูเสียงเด็ก ๆ วิ่งกันเจื้อยแจ้วไปตามถนนของเมืองที่ครึกครื้นไปด้วยผู้คนมากมายที่แวะเวียนมาค้าขายตามประสาของเมืองท่าติดทะเลที่มีเรือขนส่งมากมายมาจอดเทียบท่า ผู้คนล้วนมีความสุขกับการใช้ชีวิตภายใต้เมืองที่เงียบสงบไร้เหตุร้ายเพราะทุกคนล้วนมีงานทำมีเงินใช้จึง

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 32

    บทที่ 14‘การร่วมมือกันของอาหลาน’..“พี่หญิงรองท่านจะไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ?” เย่ซูเจินเดินเข้ามาสวมกอดพี่สาวด้วยท่าทางออดอ้อนเพราะไม่อยากให้พี่จากไปไกล เหลือกันอยู่สองคนพี่น้องจึงไม่อยากแยกกัน“เมืองหลวงไม่ปลอดภัยสำหรับข้า ข้าเบื่อที่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเลยหนีปัญหาดีกว่า” นางหันมาพูดกับน้องสาวด้ว

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 28

    บทที่ 12‘ไม่อดทนวันนี้ วันหน้าก็ต้องอดทน’..“จะ… เจ็บ”“โอ๊ย!”เย่ซูชางร้องออกมาเมื่อหยวนฉินเอายาสมุนไพรมาทาลงบนแผลของนางจนแสบสันน้ำตาเล็ด ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากันแน่นแต่ก็ไม่สามารถข่มกลั้นความเจ็บปวดได้จนต้องร้องออกมาเสียงหลง มือเล็กจิกลงบนไหล่หนาของหยวนฉินที่นั่งอยู่ที่พื้น“เจ้าอยู่เฉย ๆ หน่อย

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 26

    บทที่ 11'ความคับแค้นใจ'..“เสด็จแม่”องค์หญิงสี่เซียวซิงหยารีบพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดพระราชมารดาด้วยแววตาเจิ่งนองไปด้วยคราบน้ำตาจนฉีฮองเฮาตกใจที่เห็นบุตรสาวเข้ามาหาตนเช่นนี้“หยาเอ๋อร์เจ้าเข้ามาได้อย่างไร?”“หม่อมฉันติดสินบนทหารหน้าประตูเพคะ”“ไยเจ้าถึงทำเยี่ยงนี้ ถ้าเสด็จพ่อของเจ้ารู้จะต้องลงโทษเจ้า

  • นางร้ายเหนื่อยแล้ว   บทที่ 25

    “องค์รัชทายาท องค์ชายรอง องค์ชายสามให้นั่งคุกเข่าสำนึกผิดเช่นนั้นไปให้ครบหนึ่งวันจะได้รู้เสียบ้างว่ายามขามันเจ็บเป็นเช่นไรจะได้ไม่ต้องไปรังแกผู้อื่นอีก ส่วนเจ้าฮองเฮากลับไปสำนึกผิดในตำหนักของเจ้าหนึ่งเดือนห้ามออกไปไหนทั้งนั้นและห้ามผู้ใดเข้าพบเจ้าด้วย”“ฝะ… ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วยเพคะ” ฉีฮองเฮารีบก้มกร

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status