เข้าสู่ระบบหัวใจสลายจนขาดใจตาย?
คำถาม : คิดว่าหลายคนคงเคยตั้งคำถามในใจว่า ‘โรคหัวใจสลาย’ มีอยู่จริงหรือ และมันรุนแรงมากจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้จริงหรือไม่?
คำตอบ : คงต้องบอกว่าในทุกเรื่องราวมักจะมีความจริงปนอยู่ ภาวะหัวใจสลาย ในทางการแพทย์มีชื่อเรียกอยู่หลายชื่อ...
ดวงตาคมกล้ากวาดสายตาไล่อ่านตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์ด้วยความเคร่งเครียด รายชื่อโรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาที่กรอกลงไป ก็มีมากมายจนคนหาคำตอบบางอย่างรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ก่อนชายหนุ่มจะทอดถอนหายใจอีกครั้ง ส่วนจะเป็นครั้งที่เท่าไรนั้นก็คร้านจะนับ แต่ถ้าหากนับว่าถอนหายใจหนึ่งครั้งอายุขัยจะลดลงหนึ่งปีอย่างที่ใครๆชอบพูดกัน มารุตก็เชื่อว่าตอนนี้ อายุขัยของเขาคงหมดวนไปสักสองรอบครึ่งได้แล้วกระมั้ง
คิ้วหนาได้รูปจะขมวดเข้ามากันอีกครั้งเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความในบรรทัดถัดจากเมื่อครู่
แต่มีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าในผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด (Stress hormone) ถูกหลั่งออกมาในระดับที่สูงมากทันทีทันใด ซึ่งจะไปมีผลต่อหลอดเลือดหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนบีบตัวได้น้อยลงหรือนิ่งไป
ดวงตาคมกล้าไหววูบอย่างไร้เหตุผลเมื่ออ่านจบประโยค มารุตถอนหายใจอีกครั้งพลางหมุนเก้าอี้ทำงานตัวโปรดที่นั่งอยู่ให้หันไปยังกระจกใสบานกว้างที่สามารถมองสะท้อนวิวทิวทัศน์ของตึกสูงระฟ้ามากมายในทันที ราวกับเนื้อความมากมายที่ตนเองค้นหาเมื่อครู่ไม่หลงเหลือความน่าสนใจให้เหลียวมองอีกต่อไป
ข้อเสนอที่ได้รับฟังเมื่อวานนี้ยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท มารุตยังนึกสงสัยว่า ถ้าหากการได้รับฟังเรื่องราวเหล่านั้นคือเงื่อนไขของการต้องคำสาป ตอนนี้ตัวเขาก็คงถูกสาปไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย
“น่าแปลกนะคะ ที่วันนี้พี่ลมเปิดคอม” เสียงใสของผู้มาใหม่เอ่ยทักอย่างรื่นรมย์
“อย่างน้อยก็น่าจะเคาะประตูหน่อยไหม” คนที่ปล่อยสายตาให้ทอดมองยาวไกลทั้งที่ไร้จุดมุ่งหมายเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะหมุนเก้าอี้ทำงานตัวเดิมที่นั่งอยู่ เพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่เร่งร้อนนัก
“พิงค์เคาะแล้วค่ะ พี่มัวแต่คิดอะไรอยู่ละถึงไม่ได้ยิน” รองประธานคนงามบอกเสียงหวาน ก่อนจะวางแท็บเล็ตคู่ใจลงบนโต๊ะทันที
“ก็คิดเรื่อยเปื่อย...ไม่ได้สำคัญอะไร” คนถูกถามบอกเรียบๆ ก่อนจะพับเก็บคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาลงทันที
“ไม่ได้แอบดูหนังโป๊ใช่ไหมคะ รีบเก็บขนาดนี้” กะรัตมองการกระทำนั้นพลางหรี่ตามองแกมจับผิด
“ไอ้บ้า! ของแบบนั้นเอาไว้ดูที่บ้านไหม” มารุตบอกกลั้วหัวเราะก่อนจะรับแท็บเล็ตที่ถูกส่งมาให้ในทันที
“ปีหน้า เราจะตั้งโรงงานที่เวียดนาม เพราะได้ข้อสรุปแล้วว่าจะให้ที่นั่นเป็นศูนย์กลางเก็บสินค้าสำหรับส่งออกทั่วเอเชีย พี่ลมลองเลือกดูนะคะ ว่าอยากได้บ้านพักที่ไหน โฮจีมิน หรือ ฮานอย” รองประธานคนงามแจ้งผลการประชุมใหญ่ของฝ่ายวางแผนที่เสร็จสิ้นลงเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วให้ชายหนุ่มทราบ ก่อนจะเอ่ยต่อ “พิงค์ว่าฮานอยก็ดีนะคะ ใกล้ที่เที่ยวด้วย พี่ลมน่าจะชอบ”
“ใครบอกว่าพี่จะไป?” มารุตเอ่ยถามเสียงเรียบ รู้สึกขุ่นใจขึ้นมาเสียเฉยๆกับคำถามของรุ่นน้องคนสนิท
“คุณพ่อค่ะ ก็คุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ?” คนถูกถามเอ่ยถามกลับเรียบๆ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตจากมือชายหนุ่มกลับคืน เพื่อเลื่อนหาภาพถ่ายบ้านพักในเวียดนามที่ถูกส่งมา แล้วเอ่ยต่อ “บ้านที่ฮานอยก็สวยดีนะคะ พี่ลมดูสิ”
“ไอ้พิงค์! แกก็รู้เรื่องนี้ด้วยหรอ” มารุตเอ่ยถามกลับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมาตงิดๆที่รุ่นน้องคนสนิทไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ทั้งที่ตัวเขาเองรู้สึกกระวนกระวายใจมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยง
“อือหื้อ ต้องรู้อยู่แล้วสิค่ะ...แล้วนี่สรุปจะเลือกที่พักที่ไหนคะ พิงค์ต้องกลับไปดีลกับช่างทางโน้นด้วยนะ” เธอตอบตามจริง ก่อนจะเอ่ยถามหาคำตอบสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ต่อไป โดยไม่คิดจะใส่ใจท่าทีของรุ่นพี่คนสนิทแม้แต่น้อย
“ไอ้พิงค์ พี่ไม่ขำอย่ากวน” มารุตตำหนิเสียงขุ่นกับท่าทีเรียบเรื่อยที่เหมือนต้องการกระตุ้นต่อมโมโหของเขาจากคนตรงหน้า
“ก็แค่หกเดือนเอง พี่ลมจะอะไรนักหนา” กะรัตเอ่ยพลางถอนใจคล้ายรำคาญเสียเต็มประดา
“แล้วทำไมฉันต้องทำ?” มารุตสวนกลับเสียงขุ่น ยิ่งเห็นท่าทีไร้ความสนใจของคู่สนทนาก็ยิ่งชวนให้หงุดหงิดอย่างไร้เหตุผล
“แล้วทำไมถึงจะไม่ทำ ในเมื่อไม่ได้คิดจะรักกันอยู่แล้วก็แค่ทำตัวเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือทำให้เขาเกลียด มันจะยากตรงไหนคะ” กะรัตบอกเรียบๆ แม้ในน้ำเสียงติดจะเยาะหยันอยู่จางๆก็ตามที
“มันไม่เหมือนกันไหม! แกไม่เข้าใจพี่” มารุตตอบกลับอย่างไม่เต็มเสียงนัก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเมื่อสบดวงตาคู่สวยของคู่สนทนา
“อย่ากั๊กดิพี่ลม เมื่อไม่คิดจะรักกันพี่ก็แค่ให้ความร่วมมือกับเรา เรื่องก็มีแค่นั้น” กะรัตบอกเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อ”ถ้ารู้ว่าเขาไม่เข้มแข็งพอที่จะตัดใจได้เองแน่ๆ พี่ก็แค่ช่วยทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น มันก็เท่านั้นเอง”
“...แกอยากให้เขาเกลียดพี่จริงๆเหรอ?” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง มารุตก็เอ่ยถามสิ่งที่ตกค้างในความรู้สึกออกมา
“มันต่างกันตรงไหน? ในเมื่อทุกวันนี้พี่ลมก็ทำแบบนั้นอยู่แล้ว” คนฟังระบายยิ้มก่อนเอ่ยตามความเป็นจริง
“แกก็รู้ว่ามัน ‘ต่าง’ ”
“ไม่เลยค่ะ...คนที่จะรู้ได้ว่ามัน ‘ต่าง’ ก็คงมีแค่ตัวพี่ลมเท่านั้นละ” เธอตอบโต้ ก่อนจะถอนใจเล็กน้อยแล้วพูดต่อ”เอาเป็นว่าพิงค์จะรอฟังคำตอบของพี่ละกันค่ะ ส่วนบ้านพักก็เลือกที่ฮานอยไว้ก่อนก็แล้วกัน”
แม้จะไม่ตอบแต่สุดท้ายมารุตก็พยักหน้าในที่สุด หลังรองประธานคนงามออกไปแล้ว มารุตก็ทำได้เพียงหลับตาลงเพื่อข่มอารมณ์มากมายหลายอย่างที่กำลังปะทุอยู่ในความรู้สึกให้ดับมอดลง
เคยได้ยินคำพูดไว้ว่า...
‘เมื่อเราต้องเลือกบางสิ่ง เราก็จำต้องทิ้งบางอย่างเช่นกัน’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







