เข้าสู่ระบบประตูห้องพิเศษถูกเคาะสองสามครั้งตามมารยาทก่อนจะถูกเปิดออกด้วยมือนุ่มนิ่มของพลอยชมพู ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานกว้างคนที่เพิ่งมาถึงก็ต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อพบว่าบิดาและมารดาของตนเองเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว
ท่านทั้งสองมองมายังบุตรสาวคนโตด้วยแววตาที่ยากจะอ่าน เพียงเสี้ยววินาทีทุกอย่างภายในห้องพักเงียบสนิทเหมือนสับสวิตช์ จะมีก็เพียงแต่เสียงดนตรีในท่วงทำนองแว่วหวานที่น้องสาวของเธอชอบเท่านั้น ที่ยังบรรเลงเสียงเพลงต่อไปตามหน้าที่ของมัน
“คุณพ่อ คุณแม่..” พลอยชมพูพึมพำเสียงเบา ก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในห้องพักผู้ป่วยด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในหัวใจ
หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะเดินเข้าไปกอดบุพการีทั้งสองได้โดยสนิทใจไม่ว่าตนเองจะก่อเรื่องร้ายแรงสักเพียงไหน แต่เวลานี้แค่รู้ว่าตัวเองมีส่วนทำให้น้องสาวต้องบาดเจ็บ หัวใจของเธอก็ปวดร้าวและหวาดกลัวว่าจะถูกผลักไสเช่นเดียวกับที่มารุตทำกับเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
“พลอยชมพูอย่าก้มหน้า...เงยหน้าขึ้นมาคุยกัน ลูกรู้หรือเปล่าว่าตัวเองทำให้น้องกับหลานเกือบตายนะ” เสียงทุ้มของไพฑูรย์เอ่ยเรียบๆ เมื่อเห็นบุตรสาวคนโตเดินไปนั่งเงียบๆที่มุมห้องโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
คนฟังก้มหน้าเงียบไม่ตอบโต้สิ่งใด รู้สึกเหมือนหัวใจจะฉีกเป็นชิ้นๆเพราะกลัวถ้อยคำตำหนิที่บิดาจะเอ่ยขึ้นต่อจากนี้
“ลูกเห็นหรือเปล่า...ว่าความเอาแต่ใจ ใช้แต่อารมณ์ มันทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายลงแค่ไหน”
ไพฑรูย์รับรู้เรื่องราวของบุตรสาวคนโตที่เกิดข้อพิพาทบาดหมางกับนิลกาฬบุตรสาวของเพื่อนสนิทมาโดยตลอด แต่เพราะต้องการให้พลอยชมพูเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง จึงฝากให้บุตรสาวคนเล็กที่มีความรับผิดชอบสูงอย่างกะรัตคอยดูแลอยู่ห่างๆ จึงพอรู้ได้ ว่าเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในเวลานี้คงไม่พ้นความเอาแต่ใจของบุตรสาวแสนรักเป็นแน่
“พลอยขอโทษนะคะ” หยดน้ำตาเม็ดกลมที่ร่วงหล่นออกมา พร้อมๆกับคำขอโทษที่ได้ยินไม่บ่อยนักจากบุตรสาวที่แสนเอาแต่ใจ ทำให้บุพการีทั้งสองต้องถอนใจออกมาอย่างง่ายดาย
“พลอยชมพู...รู้ด้วยเหรอว่าที่ทำไปมันผิด” คนเป็นแม่เอ่ยถามเสียงเรียบ ก่อนจะเดินเข้าไปหาบุตรสาวที่นั่งนิ่งอยู่มุมห้องแล้วลูบเรือนผมสวยอย่างเบามือ
ตอนที่ทราบข่าวว่าบุตรสาวคนเล็กผลัดตกบันไดที่โรงแรมจนต้องคลอดก่อนกำหนดคนเป็นแม่ก็แทบใจสลาย และยิ่งได้รับรู้ว่าที่มาของอุบัติเหตุในครั้งนี้ เกิดจากการวิวาทของพลอยชมพูและนิลกาฬก็อดไม่ได้ที่จะคาดโทษและโกรธเคืองบุตรสาวคนงาม แต่เมื่อเห็นท่าทีอ่อนล้าและอ่อนแรงของพลอยชมพู ก็รู้ได้ทันทีว่าค่ำคืนที่ผ่านมาคงเป็นประสบการณ์ที่หนักหนาเกินกว่าที่คนเป็นพ่อแม่จะสามารถจินตนาการได้ถึง สุดท้ายถ้อยคำตำหนิที่คิดไว้ก็มลายหายไปอย่างง่ายดาย
“พลอยรู้แล้วค่ะแม่ พลอยขอโทษที่ทำให้น้องกับหลานเกือบตาย...ถ้าพลอยไม่เดินเข้าไปหาเรื่องผู้หญิงคนนั้น เรื่องร้ายๆแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น” เสียงสะอื้นที่มาพร้อมคำขอโทษ ทำให้คนเป็นแม่ต้องซับหยาดน้ำตาออกจากสองข้างแก้มของบุตรสาวคนโตอย่างปลอบประโลม
“จำไว้เป็นบนเรียนนะลูก คราวนี้ยังถือว่าโชคดีที่น้องกับหลานไม่เป็นอะไรไป ต่อไปเวลาจะทำอะไรต้องคิดให้ดี อย่าเอาอารมณ์นำชีวิตแบบที่ผ่านมา เข้าใจไหม” นพเก้าบอกเสียงอ่อน พลางดึงบุตรสาวแสนรักเข้าสู่อ้อมแขนอย่างปลอบประโลม
ไม่มีคำตอบใดๆจากคนที่ถูกสอน มีเพียงอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้นเท่านั้นที่ทำให้นพเก้ารู้ว่า...พลอยชมพูได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







