LOGIN‘ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอตายหรอกนะ! ยายตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ’
หัวใจที่เต้นเร็วแรงจนเจ้าของทรวงอกรู้สึกเจ็บร้าวระบมราวกับหัวใจกำลังจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ กลับสงบนิ่งลงในบัดดลเหมือนต้องคำสาป ก่อนหัวใจจะลดระดับการเต้นลงอย่างรวดเร็วจนเจ้าของทรวงอกที่บรรจุมันไว้รู้สึกวูบโหวงและหายใจติดขัด และดูเหมือนยิ่งภาพสะท้อนในความทรงจำแจ่มชัดมากขึ้นเท่าไรหัวใจเจ้ากรรมก็กลับยิ่งเต้นช้าลงมากเท่านั้น แต่ในวินาทีที่การรับรู้เริ่มจืดจางจนเกือบจะเลือนราง เสียงของใครบางคนก็ดังก้องขึ้นในห้วงความรู้สึก พร้อมๆกับสติที่หวนคืนมาอย่างยากลำบาก
“พลอย! พลอยชมพู คุณได้ยินเสียงผมไหม”
“พี่ลม?” เสียงหวานแหบแห้งระคนเจ็บร้าวที่ไม่อาจสะกดกลั้นเอ่ยบางเบาราวกำลังจะขาดใจ ดวงตากลมหวานแสนสวยที่เคลือบม่านน้ำตาและแดงก่ำเพราะความเจ็บปวดที่เสียดแทงหัวใจ ช้อนมองคนที่ประคองร่างของตัวเองด้วยความรู้สึกพร่ามัว
“ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลนะ มองหน้าผมเอาไว้ แล้วค่อยๆหายใจ” มารุตบอกเสียงเครียด ขณะใช้มือข้างที่ว่างจากการประคองร่างบอบบางดึงรั้งดวงหน้าหวานที่กำลังหันเหความสนใจจากตนเองไปยังสิ่งรอบกายคล้ายกับคนที่ยังสับสน
“...ไหนบอกว่าไม่สนใจไงคะ” เสียงหวานที่อ่อนล้าเต็มทีเอ่ยถามพลางจับจ้องใบหน้าคมคายด้วยความรู้สึกอ่อนแรง
“ชอบมองอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง? ก็มองสิ แล้วห้ามละสายตาเข้าใจไหม ค่อยๆหายใจ ช้าๆ” มารุตบอกเสียงกระด้าง ก่อนจะหันไปสั่งรุ่นพี่คนสนิทให้นำรถออกทันที เพื่อนำร่างบอบบางของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบไปส่งโรงพยาบาล ก่อนจะช้อนอุ้มคนในอ้อมแขนไปยังรถยนต์ที่มาจอดรอรับทันที
ตลอดทางมารุตไม่อาจละสายตาจากคนในอ้อมแขนได้สักเสี้ยววินาที ภาพพลอยชมพูที่ร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาจำลองที่สูงกว่าสิบเมตรยังติดค้างอยู่ในความรู้สึก แม้อุปกรณ์ความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จนเธอไร้บาดแผลและรอยขีดข่วน แต่ร่างบอบบางที่สั่นสะท้านและเกร็งแข็ง จนตัวเขาที่หมายจะเข้าไปรับเธอใจหายวาบ เพราะดวงหน้าหวานที่ขาวอมชมพูน่ามองอยู่เสมอกลับซีดขาวราวกระดาษ และเมื่อเห็นมือบอบบางที่เกาะกุมอกข้างซ้ายของตัวเองไว้แน่นก็เข้าใจได้ทันทีว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้น
ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่มารุตอยากให้ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนร้ายกาจมีสายตาไว้เพียงเพื่อมองเขา แต่ในวันนี้เขาบอกได้ในทันทีว่าตัวเองโล่งใจแค่ไหน ที่พลอยชมพูยอมหยุดสายตามาไว้ที่เขา เพราะหากเธอไม่สนใจเพียงแค่เขา เมื่อครู่หัวใจเธออาจจะหยุดเต้นไปแล้วจริงๆอย่างที่เป็นกังวลก็ได้
ดวงตาสีนิลทอดมองรถยนต์สมรรถนะสูงที่หายลับไปจนสุดสายตาด้วยความรู้สึกหลายหลาย ภาพความทรงจำในอดีตที่ถูกกลบฝังย้อนกลับมาในวินาทีที่เธอสัมผัสมือบอบบางของพลอยชมพู ก่อนทุกอย่างจะถูกแทนที่ด้วยความตกใจ เมื่อร่างบอบบางร่วงหล่นลงไปต่อหน้าต่อตา นิลกาฬแหงนหน้ามองธงแห่งชัยชนะที่ยังปักอยู่จุดเดิม เพราะเธอไม่คิดจะหยิบมันลงมาด้วยรู้ดีอยู่แก่ใจว่า...
‘ชัยชนะนั้นไม่ใช่ของเธอ’
ดวงตาสีนิลไหววูบด้วยความรู้สึกมากมายที่เก็บซ่อนไว้ ในใจก็ทำได้เพียงภาวนาให้ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวาดกลัว
‘เพราะหากมันเป็นเช่นที่คิด...ประวัติศาสตร์ที่แสนเลวร้ายอาจจะต้องซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







