INICIAR SESIÓNจินซื่อเห็นความร้อนใจในแววตาของบุรุษทั้งสามก็เอ่ยขึ้นมา “คลอดบุตรมิได้คลอดออกมาง่ายๆ สตรีบางคนเจ็บท้องข้ามวันยังไม่คลอดก็มี”“แต่ท่านแม่ คลอดอวี่เออร์ไม่ถึงชั่วยามเลยนะขอรับ”จินซื่อเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน “จริงหรือ มู่ซื่อโชคดียิ่งนัก” ตัวนางกว่าจะคลอดเถียนซีโหยว่ออกมาก็เจ็บท้องอยู่นาน ซ้ำเลือดยังออกจนเกือบหมดตัว ทำให้ร่างกายของนางย่ำแย่จนไม่อาจมีบุตรได้อีก“เห็นหัวเด็กแล้วเจ้าค่ะ แข็งใจเบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ” เสียงร้องของหมอตำแย ทำให้คนที่อยู่ด้านนอกเริ่มมีความหวังไม่นานเสียงเด็กทารกคนแรกก็ร้องดังขึ้น “อุแว้ อุแว้” ตามมาด้วยคนที่สองติดๆ ยังดีที่มีหมอตำแยหลายคน จึงรับตัวเอาไว้ได้ทัน“กว่าจะออกมาได้ พอออกมาก็แทบจะแย่งกันออก” มู่เหยียนปาดเหงื่อที่หน้าผากของนาง นางลุ้นเสียยิ่งกว่าตัวเองคลอดบุตรอีกหนิงอันให้กำเนิดบุตรชายสองคน พอนางเห็นว่าเด็กทั้งสองแข็งแรงสมบูรณ์ดีก็หมดสติไปทันที เถียนซีโหยว่มองหน้าบุตรชายทั้งสองเพียงครู่เดียวก็ส่งเด็กให้มู่หยวนและจินซื่อ ตนเองรีบเข้าไปดูหนิงอันภายในห้องคลอด“อันอันนางเป็นอันใดหรือไม่ขอรับ” ใบหน้าของนางซีดขาวจนแทบจะไร้สีเลือด ทำใ
บรรดาคุณหนูที่คิดอยากจะแต่งเป็นฮูหยินรองของเถียนซีโหยว่ก็เปลี่ยนใจทันที พอนึกย้อนถึงเรื่องของคุณหนูเฉียวที่ต้องการแต่งเป็นฮูหยินของเถียนซีโหยว่ ก็อดจะสั่นสะท้านไม่ได้ หากพวกนางยังคงดื้อรั้นคงมีชะตาชีวิตไม่ต่างจากคุณหนูเฉียวขุนนางทั้งหลายเมื่อรู้ว่าเถียนซีโหยว่เป็นบุตรเขยของเจ้าสำนักชวี่ สายตาที่มองก็เกิดความหวาดกลัวขึ้นมา บางคนรีบเข้ามาสร้างความสัมพันธ์อันดีไว้ ต่อไปเรื่องที่ตนซุกซ่อนเป็นความลับ หวังว่าเถียนซีโหยว่จะไม่ขุดขึ้นมาเอาความหลังจากวันนั้น พิธีศพของฮ่องเต้พระองค์ก่อนก็ไม่เกิดปัญหาใดขึ้นมาอีกเลย เถียนซีโหยว่ก็แทบจะไม่เคยพักอยู่ในอาราม หลังจากแยกย้ายเข้าห้องพัก เขาก็แอบหนีกลับไปนอนกอดเมียรักที่จวนตระกูลมู่ ต่อให้มีคนจับได้ แต่จะกล้าหาเรื่องเขาหรือไม่เล่าผ่านพ้นพิธีพระศพ สนามสอบซิ่วไฉก็เริ่มเปิดสอบ มู่หยางในวัยสิบสามหนาว เข้าร่วมการสอบในครั้งนี้ด้วย ภายในราชสำนักเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พอเปลี่ยนผู้นั่งบัลลังก์ ตำแหน่งขุนนางย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงหวงจื้อเจี้ยน เลื่อนขึ้นเป็นรองเจ้ากรมศาลต้าเยี่ย แทนรองเจ้ากรมที่ขยับขึ้นไปนั่งตำแหน่งเจ้ากรมแทนตระกูลหลี่เถียนซีโหยว่ นับว
ฮ่องเต้เห็นสายตาของมู่เหยียนที่มองมาก็รีบเดินยิ้มมาหานาง ขุนนางที่อยู่ด้านในที่ไม่รู้เบื้องหลังก็ตกตะลึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงได้สนิทสนมกันเช่นนี้“หากเจิ้นจัดการเองก็ดูจะไม่เป็นธรรม ถึงได้เชิญพี่เหยียนมาตัดสิน”“เหอะ ข้าจะได้เผาวังหลังของเจ้าให้สิ้นซาก โทษฐานปล่อยให้คนของเจ้ารังแกอันอันของข้า”ฮ่องเต้สะดุ้งตกใจ เพราะดูรู้ว่ามู่เหยียนนางไม่ได้พูดเล่น ตอนที่ออกราชโองการตำหนิหนิงอันก็มิได้คิดว่าจะทำให้นางเสียชื่อเสียง เพียงอยากส่งนางกลับไปพักที่จวนและอีกอย่างก็เพื่อหาทางปลอบขวัญ โดยเลื่อนตำแหน่งให้เถียนซีโหยว่"ท่านคลายโทสะก่อนดีหรือไม่ เช่นนั้น...เจิ้นจะออกราชโองการปลอบขวัญที่เข้าใจมู่ซื่อผิด เลื่อนตำแหน่งให้ใต้เท้าเถียนดีหรือไม่”“มิได้พ่ะย่ะค่ะ มู่ซื่อกระทำผิดจริง นางอยู่ในที่ที่ไม่สมควร โอ๊ยยยย”มู่เหยียนถีบเข้าอกของเจ้ากรมหลี่ ที่ปากไม่มีหูรูดพูดไม่หยุด “ผู้ใดกันแน่ที่อยู่ในที่ที่ไม่สมควรอยู่ บุตรของเจ้าประเสริฐอยู่เพียงผู้เดียวหรือ!!!” มู่เหยียนด่าไปก็ทุบตีไปด้วย ขุนนางที่เหลือได้แต่นิ่งอึ้งทำอันใดมู่ถูกในเมื่อฮ่องเต้ไม่มีรับสั่งขัดขวางพวกตนจะเข้ามาช่วยให้ถูกทุบตีอีกหรือ และคนที่อ
แต่ผู้ที่รู้เรื่องย่อมสะใจที่เห็นคนจะโดนเล่นงานเช่นที่ตนเองเคยโดนมาแล้ว เถียนซีโหยว่ที่อยู่ด้วยก็มีใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงสิ่งใดออกมา ภายในอกเขาย่อมยินดีที่หนิงอันนางจะถูกส่งตัวกลับ เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างลำบาก กินแต่อาหารเจราชโองการถูกประกาศออกไป สร้างความตกใจและยินดีในความโชคร้ายของสองสามีภรรยาตระกูลเถียนเป็นอย่างยิ่ง หวงอวี้หลินเมื่อรู้เรื่องก็นึกโมโหหลี่เฟยจนอยากให้คนไปตามนางมาลงโทษ“หลินหลิน เจ้าจะโกรธแค้นนางไปเพื่ออันใด ต้องขอบใจนางถึงจะถูกที่ทำให้ข้าได้กลับไปนอนที่จวนอย่างสบาย” พออยู่กันตามลำพังหวงอวี้หลินไม่ยอมให้หนิงอันนางเรียกตนเองว่าฮองเฮา“เหอะ ข้าก็นึกดีใจที่เจ้าจะได้อยู่ข้างกาย ได้พูดคุยเล่นกันเสียหน่อย ดีนัก...นางทำเสียเรื่องหมด ข้าจะจำความแค้นครั้งนี้เอาไว้” หวงอวี้หลินก็เพิ่งจะได้มาอยู่อารามหลวงไม่กี่วัน เพราะนางต้องอยู่ไฟหลังคลอดบุตร“เจ้าไม่ได้ยินที่ฝ่าบาทตรัสหรือ ให้คนไปส่งข้าพร้อมกับบอกท่านแม่ของข้า เจ้าคิดว่าตระกูลหลี่จะเป็นเช่นใด”หวงอวี้หลินพอคิดตามสิ่งที่หนิงอันพูดก็ยิ้มกว้างออกมา “คงสนุกกว่างิ้วที่ข้าได้ดู”หนิงอันพูดคุยกับหวงอวี้หลินอีกเพียงไม่กี่ประโยคก็บ
มู่เหยียนกับจินซื่อออกไปจากเรือนของหนิงอัน เพื่อให้นางได้พักผ่อนคนของมู่เหยียนไปส่งข่าวให้เถียนซีโหยว่รู้แล้ว เพียงแต่เขายังไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ ความร้อนใจปรากฏออกทางสีหน้าของเขา จนฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นแล้วเรียกตัวไปสอบถาม“เจ้าเป็นอันใดอาโหยว่ เกิดเรื่องใดขึ้นหรือไม่”“ท่านแม่ยายกระหม่อม ส่งคนมาแจ้ง...ภรรยากระหม่อมตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ”“หึหึ ไปเถิด อันอันนางคงอยากให้เจ้าอยู่ข้างกายนาง พรุ่งนี้เช้าเจ้าค่อยกลับมาจัดการเรื่องงานต่อ”“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เถียนซีโหยว่ถวายบังคมเสร็จก็เร่งรีบออกจากวังหลวงเถียนซีโหยว่กลับมาถึงจวนได้ไม่นาน ฮ่องเต้และฮองเฮาก็พระราชทานของบำรุงครรภ์มาให้ถึงสามคันรถม้า หวงจื้อเจี้ยนก็ให้คนของเขาส่งมาให้อีกหนึ่งคันรถม้าเช่นกัน“ข้าจะกินหมดหรือไม่” หนิงอันถอนหายใจออกมา สมุนไพรพวกนี้มีรสขม เพียงแค่คิดว่านางต้องกินจนกว่าจะคลอดก็เบื่อหน่ายเสียแล้ว“เจ้ามิได้ตั้งครรภ์เพียงแค่หนเดียวเสียหน่อย เก็บเอาไว้บำรุงได้อีกนาน”“เหอะ ท่านจะไม่ให้ข้าพักเลยหรือเจ้าคะ” นางดึงหูคนหน้าหนาที่ต้องการให้นางคลอดบุตรจนเหมือนแม่หมูเถียนซีโหยว่ได้แต่นึกขำกับท่าทางพองขนของนาง “หึหึ ข้าจะทำเ
เถียนซีโหยว่มิได้ปกปิดวิธีการคิดเอาไว้ เขาสอนทุกคนในกรมคลังด้วยความเต็มใจ นอกจากจะตรวจสอบบัญชีว่าถูกต้องหรือไม่ เถียนซีโหยว่ยังมอบหลักฐานการยักยอกเงินในกรมคลังและกรมอื่นที่มาเบิกเงินให้เจ้ากรมคลังอีกด้วย คนที่ถูกจัดการกว่าครึ่งล้วนเป็นคนของเหลียงอ๋อง“ท่านลงมือเร็วเช่นนี้ จะไม่เกิดเรื่องร้ายหรือเจ้าคะ” หนิงอันที่รู้ทุกอย่างที่สามีนางทำก็อดเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาไม่ได้“ย่อมต้องมีคนใจกล้า แต่เจ้าไม่ต้องห่วง สามีเจ้าในตอนนี้มิใช่บัณฑิตไร้เรี่ยวแรงแม้แต่ไก่ก็ฆ่าไม่ได้อีกแล้ว”“ถึงอย่างนั้นท่านก็ต้องระวังตัวนะเจ้าคะ ออกนอกจวนก็พาคนไปมากเสียหน่อย” ตอนนี้เถียนซีโหยว่ออกจากจวนตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับมาถึงจวนฟ้าก็มืดแล้ว นอกจากงานในกรมคลัง เขายังต้องไปหารือที่ตำหนักอ๋องอยู่บ่อยครั้ง“ข้าฟังเจ้า” เขาโอบตัวนางเข้ามาสวมกอด เพราะรู้ดีว่าหนิงอันนางเป็นห่วงเขามากเพียงใด “ข้าฟังเจ้าแล้ว...เจ้ามีรางวัลให้ข้าหรือไม่”หนิงอันรู้ดีว่ารางวัลที่เขาต้องการคือสิ่งใด นางจับใบหน้าของเขาเอาไว้ ก่อนจะดึงรั้งต้นคอเข้ามาหาเพื่อรับจุมพิตที่เร่าร้อน บางครั้งหนิงอันนางก็สงสัยว่าสามีของนางลุกไปทำงานไหวได้อย่างไร ในเม
หนิงอันเองก็เริ่มเจ็บแล้วเช่นกัน แม้จะเคยเดินขึ้นเขา ทำงานอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่เคยต้องเดนมากถึงเพียงนี้ รองเท้าฟางที่สวมใส่ก็แทบจะป้องกันหินกรวดตามทางไม่ได้ ทำให้ถูกทิ่มแทงจนเป็นแผลไม่น้อยเลย“อีกเพียงครึ่งทางเท่านั้น หากเจ้าไม่ไว้พี่จะแบกเจ้าเอง”“มะ ไม่ต้องขอรับ” พี่สาวก็เหนื่อยและเจ็บเท้า เข
หนิงอันให้ฝูหยางไปล้างตัวก่อน ส่วนนางเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็น เนื้อที่เถียนซีโหยว่นำมาแบ่งให้พอลงไปอยู่ในท้องของสองพี่น้องแล้ว ความขุ่นเคืองที่ฝูหยางมีต่อเถียนซีโหยว่ก็หายไปจนสิ้นคืนนั้นสองพี่น้องเข้านอนในห้องเดียวกันเหมือนตอนที่อยู่ในเรือนตระกูลฝู อย่างแรกเป็นเพราะความเคยชิน อย่างที่สองเพราะกลัว
“ข้าไม่ได้ขโมยนะเจ้าคะ” นางร้องออกมาอย่างร้อนตัว“ข้ายังไม่ได้กล่าวหาว่าเจ้าขโมยเลย แล้วเจ้ารู้หรือว่ามันคือสิ่งใด”“ก็...โสมแดงอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“อืม...” เขามองนางอย่างสงสัยเพราะเมื่อครู่สอบถามมาจากฝูหยาง เขาตอบอย่างสับสนด้วยไม่รู้ว่าพี่สาวพาเดินมาไกลถึงเพียงนี้เพื่อหาสิ่งใด หากนางต้องการหาของกิ
หนิงอันเกาแก้มเพื่อหาข้อแก้ตัวดีๆ “วันนี้ข้าโชคดีที่ออกมาจากเรือนตระกูลฝูได้ หากเปลี่ยนเส้นทางเดิน อาจจะพบเรื่องดีก็ได้ เจ้าอย่าได้ถามมาก ตามข้ามาเถิด ไม่มีอันตรายใดแน่นอนเชื่อข้า” นางจับมือน้องชายเอาไว้แน่น เพื่อให้เขาอุ่นใจสองพี่น้องเดินเข้าไปในป่าลึก หนิงอันนางอาศัยความจำจากนิยายที่นางเขียนเอาไ







