LOGINหญิงสาวจำหญิงสูงวัยผู้นี้ได้ไม่เคยลืม เพราะท่านเป็นทั้งผู้ให้ที่พักพิง ให้ทั้งเงิน เพื่อให้เธอกับน้องสาวได้เรียนต่อ และก็ยังเป็นคนที่ทำให้ต้องกลายเป็นนกไร้รังอีกครั้ง
แต่หากให้มาคิดอีกทีต้องของคุณด้วยซ้ำที่ทำให้ชีวิตเธอมีคุณภาพ และมีคุณค่ามากขึ้น เพราะหากไม่ใช่เพราะนาง ดีไม่ดีเธออาจจะยังคงเป็นแค่เด็กรับใช้ และคงไม่มี ดร.พริมาภา กับ เด็กหญิงพอวาในวันนี้ก็ได้
เธอมองหญิงสูงวัยที่ยังคงภูมิฐานเฉกเช่นเดิม แม้เวลาจะล่วงเลยมานานหลายปี ทว่าดูเหมือนว่านางยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง สายตาคู่สวยมองผ่านไปยังเจ้าตัวเล็กบนเวทีแล้วพลอยให้ยิ้มออกมาอีกครั้ง
“เด็กคนนั้นคือสายเลือดของคุณผู้หญิงนะคะ”
ริมฝีปากสวยได้รูปขยับเอ่ยขึ้นเบา ๆ ให้ได้ยินเพียงตัวเองเท่านั้น
ณ บ้านหลังใหญ่ คุณกิ่งกาญจน์เดินควงคู่กับกัญญ์ หรือ ‘กัญญ์ณรัณ’ ซึ่งเป็นบุตรสาว เข้าบ้านมาใบหน้ายิ้มแย้ม
“เดินยิ้มหน้าบานกันมาเชียวนะสองแม่ลูก”
คุณคะนึงนิตที่นั่งคุยกับบุตรชายเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
“คุณก็ช่างแซวนะคะ”
“ก็นาน ๆ จะเห็นคุณยิ้มหน้าบานแบบนี้”
“นั่นสิ ต้องมีเรื่องอะไรดี ๆ แน่ ๆ เลย”
‘คนาธิป’ ที่นั่งฟังอยู่เอ่ยขึ้น เพราะรู้สึกได้ไม่ต่างจากผู้บิดา
“คุณแม่ถูกอกถูกใจเด็กที่ได้รับทุนการศึกษาวันนี้ค่ะ เด็กอะไรก็ไม่รู้เก่ง ฉลาด น่ารักเป็นบ้าเลย นี่คุณแม่นะชมมาตลอดทางเลย ออที่สำคัญคุณแม่น้องเขาสวยมาก ๆ เลยค่ะ ขนาดกัญญ์เป็นผู้หญิงยังอดชมไม่ได้เลย”
กัญญ์ณรัณร่ายยาวเลยทีเดียว
“อ้าวแล้วคนที่ขึ้นไปบนเวทีนั่นไม่ใช่แม่เขาเหรอ แม่ก็คิดว่าเป็นแม่เด็กซะอีก แต่ดูก็ไม่มีเค้าสักเท่าไร”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“แล้วเราไปรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ใช่แม่”
คุณคะนึงนิตถามขึ้น
“ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะใช่หรอกค่ะ แต่เห็นน้องวิ่งไปหาหลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้วเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่จ๋า น่ารักนะคะเรียกแม่จ๋าด้วย”
หญิงสาวเล่าต่อ น้ำเสียงและแววตาที่ถ่ายทอดออกมาตอนนี้แสดงชัดเจนว่าชื่นชอบบุคคลที่กำลังกล่าวถึงอยู่มาก
“อือ ... แต่จะว่าไปแล้วเด็กคนนี้ เก่ง ฉลาดนะพูดได้ตั้งสามภาษา หน้าตาก็เป็นเด็กไทย ชื่อก็ไทย ไม่มีแววว่าจะเป็นลูกครึ่งเลย แต่ภาษาอังกฤษนี่สำเนียงยังกับเด็กฝรั่งเลยทีเดียว”
“นั่นสิคะ”
“เดี๋ยวนี้เด็ก ๆ เก่ง ๆ ฉลาด ๆ กันจะตายไปคุณ”
คุณคะนึงนิตกล่าวขึ้นอีก
“ก็จริง ๆ ค่ะ ... ว่า แต่นี่แม่อิ่มไปไหนเนี่ย ตั้งแต่มายังไม่เห็นหน้าเลย”
นางกิ่งกาญจน์ถามหาแม่บ้านคนสนิท ที่ปกติแล้วจะต้องเห็นหน้าเกือบจะตลอดเวลา ทว่าวันนี้กลับยังไม่เห็นเสียอย่างนั้น
“ป้าอิ่มบ่นว่าปวดหัว ผมเลยให้ไปพักแล้วครับ”
คนาธิปบอกพลางวางหนังสือที่ถืออ่านอยู่ไว้บนโต๊ะ
“อ้าวเหรอ แล้วแล้วหาหยูกยาให้กันแล้วหรือยัง”
นางถามด้วยความเป็นห่วง นางอิ่มเอมอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนางนั่นแหละ จะอ่อนกว่าแก่กว่าก็ไม่เกินสองปีอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ลูกชายลูกสาวยังไม่เป็นหนุ่มเป็นสาวเต็มตัวกันเลย
“ผมให้จิ๋วจัดการให้เรียบร้อยแล้วครับ”
เขาบอกอีกครั้ง พร้อมกับขยับตัวจะลุกขึ้นยืน
“แล้วนั่นจะไปทำงานต่อแล้วหรือตาป้อง”
“ว่าจะเข้าไปดูงานอีกสักหน่อย”
“พรุ่งนี้ไปไหนหรือเปล่าละ”
“พรุ่งนี้ผมว่างครับ”
“โอ๊ย! ตายแล้วพรุ่งนี้ฝนต้องตกหนักแน่ ๆ พี่ชายกัญญ์ว่าง”
กัญญ์ณรัณรีบแซวสวนขึ้นมาทันควัน ก็นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งบริหารงานแทนบิดาเต็มตัว ก็ไม่เคยเห็นชายหนุ่มมีเวลาว่าง หรืออยู่บ้านในวันหยุดเลยสักครั้ง
‘คณาธิป’ นักธุรกิจหนุ่มที่กำลังมาแรงในวงการอสังหาริมทรัพย์ เกี่ยวกับบ้านจัดสรร และคอนโด ที่เวลานี้ขยายเติบโตในหลาย ๆ โครงการทั้งในกรุงเทพฯ และในจังหวัดใหญ่ ๆ ในประเทศ
และตอนนี้ยิ่งถูกเป็นที่จับตามองในแวดวงยานยนต์ เมื่อเขาเพิ่งเปิดตัวโชว์รูมรถหรูนำเข้า ซึ่งมีเป็นเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไปเมื่อไม่กี่เดือนนี้
“เวอร์ไปแล้วยายกัญญ์”
ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นเอ็ดน้องสาว
“แต่ก็ดีนะ ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็ว่าง ไปสมาคมกับแม่นะ”
ได้ทีคุณกิ่งกาญจน์รีบถือโอกาสนี้ชวนบุตรชายไปสมาคมด้วยเสียเลย
“ไม่ดีกว่าครับ”
ชายหนุ่มรีบปฏิเสธทันควัน
“ทำไมละ แม่จะได้แนะนำ ...”
“แม่จะได้แนะนำพี่ทรายให้รู้จัก”
บุตรสาวรีบพูดแทรกขึ้นก่อนที่มารดาจะพูดจบ เป็นผลให้นางต้องส่งค้อนวงใหญ่ให้ก่อนจะหันมายิ้มให้บุตรชาย ซึ่งแน่นอนว่า สายตาอีกฝ่ายที่มองกลับมานั้นเป็นการปฏิเสธชัดเจน
คุณกิ่งกาญจน์ รักลูกทั้งสองคนมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของผู้เป็นมารดา ที่อยากให้บุตรมีชีวิตที่ดี และได้ในสิ่งที่ดีที่สุด ทว่าเรื่องคู่ครองน่าจะเป็นเรื่องเดียวที่นางไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือควบคุมได้
“ไม่ครับแม่”
น้ำเสียงตอบกลับมานั้นทำเอานางถึงกับหันมองบุตรสาวและสามีหน้าเจื่อน ๆ ลง ก่อนหันมายิ้มแหย ๆ ให้กับเจ้าของคำตอบนั้นอีกครั้ง
“เมื่อเช้าผมบอกป้าอิ่มว่าผมเจอพรีม และเอารูปน้องพอวาให้ป้าอิ่มดู”“ป้าอิ่มว่ายังไงบ้างคะ”“ป้าอิ่มบอกแค่ว่า ไม่ให้ผมไปยุ่งกับสองแม่ลูก เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับคุณแม่ แค่นี้ผมก็มั่นใจแล้ว ไม่อย่างนั้นป้าอิ่มจะห้ามผมทำไม”“ค่ะ ... มีอะไรให้ขวัญช่วยก็บอกได้เลยนะคะ ขวัญยินดีค่ะ น้องพอวาเป็นเด็กน่ารัก เก่ง ฉลาด น้องพรีมดูแลดีมาก ๆ ขวัญชื่นชมเลยค่ะ”หญิงสาวชื่นชมอีกครั้ง“เย้ ไอติมของน้องพอวามาแล้ว”เสียงเจ้าตัวเล็กที่กำลังพูดถึงดังมาก่อนตัวจะมาถึงเสียอีก“น้าขวัญตักก้อนใหญ่พิเศษให้เลยนะคะ”ว่าแล้วหล่อนก็ช่วยขยับเก้าอี้ตัวเล็กให้ เพื่อจะได้ขึ้นนั่งได้สะดวกขึ้นแม้ว่าเพลงขวัญจะเพื่อนสนิทคณาธิป หากแต่เธอก็ยังอายุน้อยกว่าเขาประมาณสอง - สามปี“ขอบคุณค่ะ”“ทานดี ๆ อย่างให้เลอะเสื้อผ้านะคะ”พริมาภาเตือนบุตรสาวพร้อมเลื่อนถ้วยไอศกรีมเข้าใกล้เจ้าตัวเล็กอีกนิด“ต้องการอะไรเพิ่มบอกได้เลยนะคะ”“ขอบคุณมากค่ะ”พริมาภายิ้มให้อย่างคนวางตัวไม่ถูกสักเท่าไร ด้วยความสนิทของทั้งคู่ที่ได้เห็นเมื่อครู่ ทำให้กลัวว่าหล่อนจะเข้าใจผิดเรื่องเธอกับเขา“ขวัญขอตัวไปดูลูกค้าก่อนนะคะ”เพลงขวัญหันมาบอกชายหนุ่มอีกครั้งก่อนเ
“ชื่อมัดหมี่เหรอคะ ต้องกินเก่งเหมือนส้มๆ แน่ ๆ เลยถึงได้ตัวอ้วนขนาดนี้”“รับไอศกรีมอะไรดีค่ะ”เพลงขวัญเดินมาพร้อมกับเมนูที่เคลือบพลาสติกไว้อย่างดีให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ เด็กน้อย“น้องพอวาใช่ไหมคะ”เจ้าของร้านสาวได้เห็นหน้าชัด ๆ แล้วจำได้ เพราะหล่อนติดตามการประกวดโครงการนี้อยู่ และก็แอบชื่นชอบในความสามารถ อีกทั้งแอบเชียร์น้องพอวาอยู่เหมือนกัน“ใช่ค่ะ”พริมาภาเป็นฝ่ายตอบแทน“น้องเก่งมาก ๆ ต้องชื่นชมคุณแม่เลยค่ะ ตัวจริงน้องน่ารักมาก ๆ เลยนะคะ”หญิงสาวชื่นชมจากใจจริง“ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ พรีมเองก็ตกใจเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าน้องจะคว้ารางวัลมาได้เหมือนกันค่ะ”“ต้องบอกว่าสายเลือดเขาดีครับ”“นี่คุณ”สิ้นเสียงชายหนุ่มพริมาภาถึงกับหันมาเบรก น้ำเสียงออกไปทางดุ ๆ กลัวเขาจะพูดอะไรมากไปกว่านี้เพลงขวัญได้ยินแล้วมองหน้าทั้งคู่สลับไปมา พลางยิ้มให้ฝ่ายชายเหมือนกำลังบอกให้รู้ว่า หล่อนพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว“ทานไอศกรีมอะไรดีคะ น้องพาวาชอบ ช็อกโกแล็ต สตรอว์เบอร์รี หรือรสอะไรคะ”“แม่จ๋าวันนี้น้องพอวาขอกินรสช็อกโกแล็ต 2 ลูกได้ไหมคะ”เด็กน้อยบอกพลางยิ้มหวานแล้วเอียงศีรษะพิงที่ไหล่มารดา หากไม่ติดว่าในมือมี
“ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกผมจริง ๆ พรีมก็ไม่ใช่เด็กรับใช้นะป้าอิ่ม"พูดจบร่างสูงใหญ่ก็เดินออกจากเรือนหลังเล็กไป“คุณป้อง”นางอิ่มเอมได้แต่ร้องเรียกเขาไว้เท่านั้นหากแต่ก็คงห้ามอะไรไม่ได้‘ความลับไม่มีในโลกจริง ๆ’นางคิดได้เพียงแค่นี้ แล้วหญิงสูงวัยผ่อนลมหายใจออกมาไม่ใช่ว่าโล่งใจ หากแต่กลับเพิ่มความกังวลใจเสียมากกว่า เพราะลงเป็นอย่างนี้เจ้านายหนุ่มคงไม่ปล่อยสองแม่ลูกไปแน่ ๆ และไม่มีทางที่คุณหญิงท่านจะยอมรับได้“น้องพอวาไม่มีพ่อ”เธอสะบัดเสียงเล็กน้อย พอถึงเวลาจริง ๆ หญิงสาวกลับรู้สึกกลัว และไม่กล้าที่จะพูดความจริงขึ้นมาเสียอย่างนั้น“แม่จ๋าไปกันเถอะค่ะน้องพอวาหิวแล้ว”เสียงเด็กน้อยดังมาก่อนตัวเลยทีเดียว“สวัสดีคุณลุงก่อนค่ะ เราจะได้ไปกันค่ะ”ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็ยอมทำตามคำบอกอย่างว่าง่าย“คุณลุงมีร้านไอศกรีมแสนอร่อยแนะนำนะคะ”ในเมื่อแม่ยังใจแข็ง ก็คงต้องใช้ไม้นี้แหละเขาพอจะเดาได้ว่าลูกน่าจะเป็นจุดอ่อนของเธอ“แม่จ๋า คุณลุงมีร้านไอศกรีมอร่อยด้วยค่ะ”เด็กก็คือเด็กแค่ได้ยินว่ามีร้านอร่อย เด็กน้อยก็ตาวาวขึ้นมาทันที“นี่คุณ!”“ถ้าวันนี้เราไม่ได้คุยกัน ผมก็จะตามพรีมกับน้องพอวาไปทุกที่”เขาคุมน้ำเสียง
“แม่จ๋าว่าเรากลับกันเถอะค่ะ”หญิงสาวรีบตัดบทการสนทนาของทั้งคู่“แล้วน้าพลอยละคะ ไม่รอน้าพลอยเหรอคะ”“น้าพลอยไปทำธุระแล้วค่ะ วันนี้เราต้องกลับกันสองคนค่ะ”“วันนี้เราไม่ต้องไปหาป้านกแล้วเหรอคะ”ริมฝีปากจิ้มลิ้มถามต่อ“ไม่ต้องแล้วค่ะ ป้านกโทรมาเลื่อนกับน้าพลอยแล้วค่ะ”“เย้ ๆ ... ถ้าอย่างนั้นแม่จ๋าพาน้องพอวาไปกินไอติมได้ไหมคะ น้องพอวาอยากกินมาก ๆ เลยค่ะ”เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองมารดา สีหน้าและแววตาอ้อนเสียจนคนเห็นถึงกับปฏิเสธไม่ลง“ไปลาคุณครูก่อนค่ะ”“เย้ ๆ แม่จ๋าใจดีที่สุดเลยค่ะ”แม้จะได้ไม่ได้คำตอบ แต่ผู้เป็นมารดาก็ไม่ได้ปฏิเสธแสดงว่าการอ้อนครั้งนี้สำเร็จ เด็กน้อยจึงรีบวิ่งไปหาคุณครูที่ยืนอยู่ริมสระ“ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”คณาธิปรีบบอกทันทีที่ร่างเล็กวิ่งไปหาคุณครูที่ยืนอยู่ด้านนอก“แต่พรีมไม่มีอะไรจะคุยแล้วค่ะ ... ขอตัวนะคะ”ว่าแล้วร่างเล็กก็เบี่ยงตัวจะเดินแยกจากเขา“ยังไม่กลับเหรอคะคุณแม่น้องพอวา”เสียงมารดาน้องเกรซก็ดังขึ้น ทำเอาร่างเล็กต้องหยุดและยิ้มให้อย่างมีไมตรี“กำลังจะกลับพอดีค่ะ”“คุณแม่สวย คุณพ่อก็หล่อแบบนี้นี่เอง น้องพอวาถึงได้น่ารัก มิน่าวันนี้ดูน้องพอวาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เพราะ
ณ โรงเรียนสอนว่ายน้ำ“เกรซ ... แม่จ๋าเกรซมาแล้วค่ะ”เด็กน้อยเห็นเพื่อนสนิทก็ส่งเสียงเรียกทันทีน้องเกรซเป็นเพื่อนสนิทของน้องพอวาที่เรียนห้องเดียวกัน ทั้งคู่มักทำกิจกรรมอะไรคล้าย ๆ กัน เพราะส่วนมากแล้วจะชวนกันทำ หรือเรียน แล้วก็พร้อมใจกันมาขออนุญาตผู้ปกครอง“สวัสดีค่ะน้องพอวา วันนี้พาคุณแม่คนสวยมาด้วยเหรอคะ น้องเกรซสวัสดีคุณน้าหรือยังคะ”ว่าแล้วเด็กน้อยก็ยกมือขึ้นไหว้ พริมาภายกมือรับไหว้เช่นกัน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ วันนี้คุณแม่น้องพอวาว่างหรือคะ”มารดาของเด็กน้อยถามเหมือนเป็นการชวนคุยเสียมากกว่า“ช่วงนี้เคลียร์งานได้ เลยมาดูสักหน่อยว่าดื้อกับคุณครู หรือเกเรเพื่อน ๆ บ้างหรือเปล่า”พูดไปมือก็ลูบศีรษะบุตรสาวไปด้วย“น้องพอวาไม่ดื้อเลยนะคะ เกรซก็ไม่ดื้อค่ะ”คนโดนพูดถึงรีบบอกเสียงใสพร้อมกับคว้ามือเพื่อนสนิทที่โรงเรียนเอาไว้ด้วย ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมกันทันที“ใช่ค่ะ น้องพอวากับน้องเกรซไม่เคยดื้อกับคุณครูเลยค่ะ”เด็กน้อยอีกคนรีบสนับสนุนคำเพื่อนอีกครั้ง“ไม่ดื้อก็ไม่ดื้อค่ะ แต่ตอนนี้ได้เวลาเรียนแล้วไปเปลี่ยนชุดก่อนเลยค่ะ คุณครูรอแล้ว คุณแม่ขอตัวพาน้องไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”มา
เช้าวันเดียวกันคณาธิปได้รับข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งมาจากพิมพ์รดา เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอะไรอย่างนี้มาก่อนจะว่าเป็นเรื่องแปลกก็ใช่ เพราะเรื่องระหว่างเขากับพริมาภา นอกจากความสัมพันธ์ลึกซึ้งในวันนั้น ทว่าความผูกพันอื่นที่นอกเหนือไปจากความเอ็นดูที่เป็นเด็กในบ้านคนหนึ่งก็ไม่เคยเกิดขึ้นแต่ทำไมเขากลับรู้สึกอยากเจอ อยากดูแล อยากใกล้ชิด และที่สำคัญมันทำให้เขาหวนคิดถึงความไร้เดียงสาของเธอในคืนนั้น เพียงแค่ได้เจอกันอีกครั้งหรือจะเพราะหน้าตา หรือบุคลิกแรกเห็น หรือจะเป็นเด็กคนนั้น ทุกอย่างมันเป็นคำถามวนเวียนในหัวเขาตลอดเวลา[วันนี้น้องพอวามีเรียนว่ายน้ำตอน 10.00 น. พี่พรีมไปกับพี่พลอยด้วยค่ะ หลังเรียนเสร็จน้องพอวาต้องไปคุยงานที่โมเดลลิง คุณป้องเมมเบอร์ และแอดไอดีไลน์พี่พลอยไว้นะคะ พิมพ์บอกพี่พลอยให้แล้วค่ะ พิมพ์ช่วยได้เท่านี้ขอให้คุณป้องโชคดีนะคะ พิมพ์เป็นกำลังใจให้ค่ะ]พิมพ์รดาส่งข้อความพร้อมสถานที่ เบอร์โทร และไอดีไลน์ของพลอยณิศาให้เรียบร้อยชายหนุ่มกวาดสายตาอ่านข้อความทั้งหมด แล้วรีบจัดการเซฟเบอร์โทรศัพท์ และแอดไลน์ตามที่บอกในข้อความไว้ทันที“พี่ป้องจะไปไหนคะ”กัญญ์ณรัณเ
“คุณลุงช่วยกดให้เอาไหมคะ”เด็กน้อยพยักหน้าให้อีกครั้ง พร้อมกับยื่นมือไปรองรับเจลล้างมือ แล้วจัดการถูกับมือตัวเอง จากนั้นก็กดน้ำทำความสะอาดมือด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง“กระดาษทิชชูค่ะ”“ขอบคุณค่ะ”เจ้าตัวเล็กรับกระดาษชำระจากมือชายแปลกหน้า แล้วจัดการเช็ดมือตัวเองจนแห้ง เรียบร้อยแล้วก็นำกระดาษในมือทิ้งลงถ
บรรยากาศภายในร้านอาหาร วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ร้านอาหารทะเลร้านนี้ค่อนข้างมีชื่อ และอยู่ใกล้กรุงเทพฯทำให้ลูกค้าค่อนข้างเยอะพอสมควร“ไม่ทราบว่าจองโต๊ะไว้หรือเปล่าคะ”เด็กในร้านรีบเดินมาให้การต้อนรับ เมื่อเห็นลูกค้ากำลังมองหาโต๊ะที่วางอยู่“โต๊ะคุณกฤตธนัชค่ะ”กฤตธนัช ชายหนุ่มเจ้าของแบรนด์เครื่อง
พริมาภานั่งอ่านข่าว และดูคลิปการประกวดของบุตรสาวตัวเองที่ผ่านมา ยิ่งได้อ่านข่าว ได้อ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ แล้วก็อดปลื้มใจในความสามารถของบุตรสาวตัวเองไม่ได้“แม่จ๋า”เสียงแจ๋วของเด็กน้อยที่กำลังแอบชื่นชมอยู่คนเดียวเมื่อครู่ดังมาแต่ไกล ก่อนจะวิ่งมาพร้อมกับตุ๊กตากระต่ายหูยาวตัวโปรดเรียกสติเธอให้กลับมา“กล
บรรยากาศภายในงานประกาศผลรางวัล โครงการ ‘ส่งเสริมให้เด็กได้โชว์ศักยภาพ และความสามารถ เพื่อชิงทุนการศึกษา’ ของบริษัทผลิตนมผงคุณภาพระดับพรีเมียมของประเทศซึ่งได้มีการประกวดและตัดสินในบางส่วนไปบ้างแล้ว สำหรับวันนี้เป็นวันที่ประกาศผลว่าเด็กคนไหนจะคว้าทุนการศึกษาหนึ่งล้านบาทไปได้เสียงที่ดังเจื้อยแจ้วขอ







