Partager

นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้
นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้
Auteur: สินปา

อารัมภบท

last update Date de publication: 2025-02-07 16:51:53

ขึ้นชื่อว่า ‘ป่า’ ล้วนมีอันตรายซุกซ่อนอยู่โดยเฉพาะเรื่องความอาถรรพ์และสิ่งลี้ลับที่น่าขนลุกเกินกว่าจะจิตนาการได้ ยิ่งสมบูรณ์มากเท่าไหร่เชื่อกันว่าผู้ปกปักษ์ผืนป่าแห่งนั้นยิ่งน่ากลัว จึงเป็นสาเหตุให้บางที่พื้นยากเกินความสามารถมนุษย์จะเข้าไปสำรวจเฉกเช่นพนาทั้งสี่ทิศที่โอบล้อมอยู่ภายนอกเขตอุทยานแห่งชาติพนาดร

หากใครเคยลองไปเยี่ยมชมครบทั้งสี่ทิศต้องห้ามพิศเพียงแค่ภายนอกจะพบว่าพืชพันธุ์ของผืนป่าทั้งสี่ไม่มีความคล้ายคลึงกันแม้เพียงนิดรวมไปถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้ทางหน่วยงานของรัฐภายใต้สังกัดของกรมป่าไม้เกิดความสนใจอยากทำการศึกษาวิจัยเผื่อค้นพบพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลกก่อนจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเรื่องอัตราการเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมนั้นๆต่อไป

ไม่ใช่ว่าไม่เคยส่งทีมนักสำรวจเข้าไปแต่ทุกครั้งช่วงทำพิธีเซ่นไหว้ด้วยของสดเพื่อเปิดป่ากลับพบว่า ‘ป่าปิด’ ไม่ยินยอมให้ผู้ใดย่างกรายเข้าไปหรือเป็นเพราะว่าจริงๆแล้วของไหว้ทำพิธีนั้นยังไม่ตรงตามความต้องการก็ไม่อาจทราบได้ ในคราแรกเมื่อประมาณสักห้าสิบปีที่แล้วเหล่าคนเมืองผู้ไม่มีความเชื่อเรื่องพิธีกรรมเติบโตมากับวิทยาศาสตร์พวกหลักการและเหตุผลมาทั้งชีวิตมองว่าเป็นเรื่องที่งมงายไร้สาระ

“ความเชื่ออะไรไร้สาระฉิบหายกูบอกแล้ว”

“เออแม่งกูไม่เห็นประตูสักบานเอาอะไรมาปิดวะ”

“งมงายว่ะก็แค่เดินเข้าไป”

เมื่อมีคนเปิดก็ย่อมมีคนตามในหัวข้อการสนทนานี้พอพูดจบบ้างก็พากันหัวเราะลั่นบางคนพอมีมารยาทหน่อยก็กลั้นไว้จนไหล่สั่นเบาๆ

“หากพวกคุณไม่เชื่อก็แล้วกันไปแต่อย่านำมาพูดล้อเล่นสนุกปากเช่นนี้เลยครับ”

พรานจักรถูกว่าจ้างให้นำทีมนักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการเพื่อนำทางเข้าไปด้วยค่าจ้างที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากไม่มีใครกล้ารับแม้กระทั่งผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าหรือว่าเป็นพรานป่ามากประสบการณ์เพราะก่อนหน้านั้นมีเรื่องเล่าขานตั้งแต่รุ่นปู่ย่า เคยมีพรานหนุ่มฝ่าฝืนเข้าไปล่าสัตว์ในป่านิลคีรีโดยที่ผู้ปกปักษ์ไม่ยินยอมให้ก้าวล้ำและหายตัวไปถึงเจ็ดวันหลังจากนั้นผู้เป็นแม่ได้ฝันเห็นลูกชายมายืนร้องไห้ในความมืดบอกว่าปวดท้องอยู่หน้าบ้านเสียงสะอื้นสั่นหวาดกลัวทั้งลุกลี้ลุกลนพร้อมกับการคำรามของสัตว์ใหญ่ที่น่าเกรงขามดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“แม่จ๋าพาฉันไปหาหมอหน่อยทรมานเหลือเกินปวดไปหมด”

“ขึ้นบ้านมาก่อนสิลูกแม่จะได้ให้พ่อดู”

“ฉันมาได้แป๊บเดียวเขาไม่ยอม ฮึก อยู่นิลคีรีแม่จ๋าพาฉันกลับบ้านนะ อ๊าก ผิดไปแล้ว ฉันขอโทษ ไม่หนีแล้ว ยะ อย่า”

เสียงครวญโหยหวนเจ็บปวดสะท้อนความสิ้นหวังของลูกชายตรึงลึกในความรู้สึกของผู้เป็นแม่ที่วิ่งลงบันไดบ้านไปช่วยลูกที่กำลังถูกตัวอะไรบางอย่างกัดฝังคมเขี้ยวเข้าที่เอวแล้วกระชากร่างหายไปท่ามกลางความมืดมิด เสียงกรีดร้องของผู้เป็นภรรยาปลุกให้สามีตื่นขึ้นมาพบว่าเพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากกว่ายี่สิบปีที่นอนข้างกันกำลังละเมอไขว่ขว้าอากาศร่ำไห้ปานจะขาดใจปากพร่ำเรียกแต่ชื่อของลูกชาย จึงเขย่าปลุกให้รู้สึกตัวสะดุ้งเฮือกพร้อมคราบน้ำตาที่เปียกปอนทั้งดวงหน้าที่มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาไปตามวัย

ม่านน้ำตาทำให้ภาพพร่าเบลอแต่ก็รีบผุดลุกทันทีทำให้หน้ามืดสามีค่อยๆช่วยประคองคนที่ยังสะอื้นไห้ขึ้นมาถามไถ่จึงเล่าให้ฟังเมื่อประคองสติได้ ลางสังหรณ์ที่เกิดจากความฝันกำลังบอกพวกเขาว่าลูกชายเพียงคนเดียวกำลังพบเจอกับอันตรายถึงชีวิตจึงตกลงกันว่าย่ำรุ่งจะพากันไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านแม้ร้อนใจมากเพียงใดแต่ยังไปกันไม่ได้อยู่ดีเพราะตอนนี้เป็นเวลาตีสองถึงจะข่มตาหลับไม่ได้แล้วก็ตาม

ยามเส้นขอบฟ้าเริ่มทอแสงเลือนลางก็รีบเดินทางไปหาผู้ใหญ่บ้านที่ห่างกันไม่มากนักราวหนึ่งกิโลเมตรได้หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวก็เกณฑ์พวกชาวบ้านมุ่งหน้าไปตามหายังผืนพนาต้องห้ามทางทิศใต้ไกลจากหมู่บ้านสิบกิโลเมตร พร้อมทั้งคิดว่าจะเข้าไปตามหาด้านในได้อย่างไรกลุ่มคนทั้งหมดจึงปรึกษากันตลอดทางเหมือนกับการโต้วาทีที่มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ความกังวลยิ่งฉายชัด

จนเมื่อเลี้ยวเข้าแค่ปากทางกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนคลื่นเหียนต้องดึงคอเสื้อขึ้นปิดทั้งจมูกปากราวกับมีสัตว์ใหญ่ตายอยู่บริเวณนั้นมาหลายวันแล้วก็พากันใจคอไม่ดี ยังไม่ทันลงจากรถกระบะสายตาคนทั้งหมดก็ปะทะต้นตอของกลิ่นทันทีที่เขตแนวกั้นของป่าจากฝูงแมลงวันหัวเขียวจำนวนมหาศาลบินตอมจนเกิดเสียงหึ่งชัด

แม้ด้านนอกแสงจากดวงอาทิตย์เริ่มสว่างมองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้รำไรแล้วแต่ไม่ใช่กับที่นี่เงาต้นไม้ใหญ่จากป่าฝั่งนิลคีรียังทาบทับทะมึนมืดดั่งภูตผีกำลังกวักเพรียก รวมกับหมอกที่ยังปกคลุมดูน่ากลัวราวกับคนละโลกแต่ใจคนเป็นแม่หาได้กลัวสิ่งอื่นใดอีกรีบวิ่งลงจากรถทันที เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างหญิงวัยกลางคนทรุดตัวลงร่ำให้ราวกับคนเสียสติ

ตรงหน้าเพียงไม่กี่ก้าวพบศพผู้ชายบวมอืดสภาพปริแตกน่าสะอิดสะเอียนจดจำไม่ได้ว่าเป็นใครถูกกัดทึ้งด้วยคมเขี้ยวขนาดใหญ่เข้าที่กลางลำตัวจนขาดออกสองท่อน ดวงตาทั้งสองกระเด็นหลุดออกจากเบ้าปากอ้ากว้างมีเลือดที่กระจุกแห้งเป็นก้อนอยู่ภายใน

ทั้งร่องรอยสะบัดขย้ำซ้ำจนเครื่องในไหลกองทะลักรวมถึงเศษเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ เลือดที่แห้งกรังจนดำเป็นทางยาวมีรอยลากออกมาจากด้านในตลอดทางมีเศษซากติดไปตามต้นไม้ใบหญ้าราวอนุสรณ์ย้ำเตือนส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แม้ศพจะไม่เหลือสภาพเดิมแต่ทั้งพ่อและแม่ก็จำชุดที่ลูกชายสวมใส่ตอนออกจากบ้านว่าจะมาล่าสัตว์ในป่านี้ได้แม้จะขาดวิ่นก็ตาม

ซึ่งนี่ไม่ใช่ศพสุดท้ายเพราะหลังจากนั้นก่อนประกาศเป็นเขตหวงห้ามเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นก็ยังมีพรานป่าอีกหลายคนที่อยากอวดอุตริคิดว่าตนเก่งมีวิชาแก่กล้ามากพอจึงเข้าไปล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าจนกลายเศษเนื้อไร้ลมหายใจเสียเอง

ในฐานะพรานป่ารุ่นหลังล้วนเคร่งครัดจำเป็นต้องตักเตือนแต่ครั้งนี้คงทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างเคร่งเครียดไปมาทั้งกำลังถูกความหวาดกลัวบีบรัดจิตใจจนแทบหายใจไม่ออก เรื่องอาถรรพ์ผืนป่าต้องห้ามไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันได้หากไม่ใช่เพราะว่าต้องใช้เงินรักษาลูกสาวที่ป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่วคงไม่รับงานนี้แน่นอน หรือควรปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตากันนะเขากลัวเหลือเกินว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้

กลุ่มนักสำรวจสิบคนกับพรานจักรพากันเดินเข้าไปข้างในและขาดการติดต่อนานถึงครึ่งเดือนจนวันหนึ่งอยู่ๆพรานผู้นำทางวิ่งล้มลุกคลุกคลานออกมาพูดจาไม่รู้ความ ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรังตามเนื้อตามตัวไม่เว้นกระทั่งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยบาดขีดข่วนเป็นแผลลึกทั้งเศษจากพวกกิ่งไม้ยังปักคา เลือดที่เคยไหลอาบเหลือเพียงร่องรอยแห้งกรังเกาะผิวหลังจากพาตัวไปรักษาทางการแพทย์เรื่องขาดสารอาหารอย่างรุนแรงระหว่างนั้นมีอาการเพ้อเผลอทำร้ายตัวเองจนต้องมัดติดกับที่กั้นเตียง พอออกจากโรงพยาบาลก็กลับมาทำพิธีเรียกขวัญตามความเชื่อโบราณจึงฟื้นคืนสติได้แม้ไม่เต็มร้อยก็ตาม

เมื่อเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตฝืนสำรวจพงไพรต้องห้ามกลับกลายเป็นว่าทีมกู้ภัยต้องเดินทางเข้ามาทำพิธีขอขมาผู้ปกปักษ์นิลคีรีโดยแลกกับสัตย์สาบานและเลือดจากกาย ปริมาณเท่ากับแก้วเป๊กเป็นเครื่องเซ่นบูชาเพื่อเข้าไปค้นหาผู้สูญหายเท่านั้นไม่ได้มาล่วงเกินใดๆ หากถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าต้องใช้อะไรคงตอบไม่ได้เพียงแค่อยู่ๆก็เกิดนิมิตรเป็นมโนภาพขึ้นในหัวของทุกคนในทีมค้นหาเมื่อถึงปากทางทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัตตัง

เพียง 3 ชั่วโมงก็พบแล้วถึง 4 ศพ ในสภาพโดนพวกสัตว์ป่ากัดทึ้งเละเทะกระจัดกระจายเลือดสีแดงฉานที่เปลี่ยนเป็นสีดำแห้งติดไปตามต้นไม้ใบหญ้าส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง จดจำไม่ได้ว่าใครเป็นใครมีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่เท่านั้นเป็นเครื่องยืนยันอัตลักษณ์เบื้องต้นก่อนส่งไปแผนกนิติเวชเพื่อใช้ผลยืนยันทางนิติวิทยาศาสตร์คอนเฟิร์มอีกครั้งและอีก 6 ศพ ในสองชั่วโมงต่อมาสภาพที่ไม่ต่างกันจากอีกสองทีมที่แยกกันค้นหา

หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นอีกสามครั้งแต่คนละพื้นที่ทางหน่วยงานจึงยกเลิกภารกิจสำรวจไม่ส่งทีมไหนเข้ามาอีกเลยรับรู้แค่เพียงว่ารุธิระสิงขร นิลคีรี อารัญไศล และภูศิขรินทร์ เป็นเพียงผืนป่าต้องห้ามสี่ทิศที่อุดมสมบูรณ์ล้อมอุทยานแห่งชาติพนาดรที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเดินป่าชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิดพร้อมลานกางเต้นท์ปีละหนึ่งครั้ง โดยมีกฎเหล็กที่ต้องรู้คือห้ามเดินฝ่าแนวกั้นที่ทำไว้เด็ดขาดหากอยากมีชีวิตรอดกลับออกไปแบบมีลมหายใจ

ทั้งที่มีข้อห้ามชัดเจนแบบนั้นแต่ความอยากรู้อยากลองของมนุษย์ย่อมมีคนฝ่าฝืนเพียงคิดว่าแค่ลอดแนวกั้นยืนตรงนี้ไปไม่ไหนหรอกหรือแค่อยากถ่ายรูปโพสต์อวดในโซเชียลว่าครั้งหนึ่งก็เคยข้ามมาแล้วนะไม่เห็นจะตายอย่างเรื่องเล่าเลย

เสียงกรีดร้องท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงบกลับน่าแปลกที่ไม่มีใครนั้นได้ยินไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่อุทยานซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนักราวกับว่าไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้ามาก้าวก่าย

พบอีกครั้งกลับกลายเป็นศพโดยที่ลำตัวส่วนบนอยู่ฝั่งอุทยานและลำตัวส่วนล่างพาดอยู่กับแนวกั้นฝั่งผืนป่าต้องห้ามในสภาพไร้ซึ่งการถูกทำร้ายทรัพย์สินทุกอย่างอยู่ครบแต่ดวงตากลับเบิกโพรง เลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดจนเป็นที่โจษจันกันไปทั่วทำให้หลังจากนั้นนักท่องเที่ยวที่มาทุกคนต่างรู้ดีว่าอย่าแม้แต่จะคิดเพียงนิดที่อยากละเมิด

หากมีใครสักคนได้รับการยอมรับจากฝืนป่าก็จะรู้ว่าด้านในกลับปรากฏหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ที่นั่นมาช้านานเป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์ ครั้งหนึ่งเคยตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นต้นเหตุของการเผาป่าทั้งที่จริงแล้วรอยไฟที่จุดเป็นเพียงแสงเล็กๆเพื่อกำจัดใบไม้ที่เริ่มทับถมกระตุ้นผิวหน้าดินเท่านั้น

ผู้ที่กระทำจริงๆคือกลุ่มผู้มีอิทธิพลสั่งการให้มือปืนไล่ฆ่าไม่สนแม้กระทั่งผู้หญิง คนแก่ หรือเด็กเล็กเพราะอยากกวาดล้างออกจากเส้นทางลำเลียงไม้เถื่อนและขนส่งยาเสพติดซึ่งใช้พรมแดนธรรมชาติตรงนี้เลี่ยงสายตาเจ้าหน้าที่บ้านเมืองพร้อมกับเผาทำลายหลักฐานเกิดเป็นกลุ่มไฟป่าลามลุกไหม้

จนมาเจอป่าใหญ่แห่งนี้ซึ่งผู้นำหมู่บ้านรุ่นแรกได้ทำข้อสัญญากับเจ้าอุรคแห่งผืนป่าแต่ละทิศที่ตนอยู่ว่าต้องจัดเครื่องเซ่นสังเวยให้ปีละหนึ่งครั้งเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมและสิ่งที่เอามาสังเวยต้องเป็นมนุษย์ตัวเป็นๆเท่านั้นเพียงหนึ่งคน

โดยเกณฑ์การเลือกในแต่ละปีจะให้แม่เฒ่าหรือพ่อเฒ่าผู้มีวิชาประจำหมู่บ้านประกอบพิธีกรรม ทำนายเลือกเหยื่อบูชายัญแน่นอนว่าทุกคนต่างภาวนาว่าในทุกๆปีนี้อย่าต้องเป็นตัวเอง

นิลคีรีพญางูใหญ่เจ้าแห่งป่าประจำทิศใต้ว่ากันว่าตัวสูงใหญ่กว่าต้นตาลมีเกล็ดสีดำมะเมื่อมดวงตาสีแดงเพลิงราวกับสีของทับทิมสยาม มีนิสัยเย่อหยิ่งเย็นชา และดุร้ายที่สุดในบรรดาผู้ปกปักษ์ทั้งสี่ทิศ ปรากฏตัวแค่ปีละหนึ่งครั้งที่ปากถ้ำในตอนมารับเครื่องเซ่นเท่านั้น

ชื่นชอบเสียงกรีดร้องที่น่าเวทนาจึงชอบเล่นสนุกกับความหวาดกลัวในใจมนุษย์แล้วค่อยจัดการเหยื่อตัวจ้อยทีหลัง แต่ไม่เคยมีใครเคยล่วงรู้ว่าเล่นแบบไหนหรือค่อยๆทรมานอย่างไร เพราะหลังจากที่มัดติดเสาด้านในปากถ้ำต่างก็รีบถอยออกมาก่อนที่เสียงทุกอย่างจะดังขึ้นอย่างน่าขนลุก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   รอยยิ้มบนคราบน้ำตา (End)

    โลหิตฉานไหลหลั่งชโลมพื้นคำรามครืนคลื่นสายประกายไหววชิระทัณฑ์พาดฟาดก้องไกลสองสายใยโยงเพริศกำเนิดพรายกุดั่นแก้วแวววับระยับแสงทิวาแรงแซงแทรกแหวกธารสายหมอกสีชาดร้อยรัดกระหวัดกลายโอบกำจายเวียนวนล้นคณาราตรีอันมืดมิดและหม่นหมองค่อยๆถูกแทนที่ด้วยแสงแห่งอรุณรุ่งเสียงแว่วหวานขับขานของสกุณาดังขึ้น ความเงียบเดิมถูกเหล่าสรรพชีวิตในผืนป่าเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันเป็นเรื่องปกติ บ้างออกล่าหาอาหาร บ้างลงเล่นน้ำในลำธารใส บ้างหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานแต่ไม่ใช่ที่ผืนพนาต้องห้ามทิศใต้อย่างนิลคีรีผลของทัณฑ์อสนีบาตจากฝีมืออรุคผู้ปกปักษ์นั้นทำให้เกือบทั้งป่าราบเป็นหน้ากลองสนั่นฟ้าสะเทือนดินลามไปจนสร้างความประหลาดใจไปถึงป่าต้องห้ามอีกสามทิศที่เหลือเกิดอะไรขึ้นที่นิลคีรี?สร้างความโกลาหลอย่างถ้วนทั่วทิ้งไว้เพียงเศษซากของต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจนหักโค่นลงจนล้มระเนระนาดบ้างก็ดำเป็นตอตะโกตายคาต้น รวมไปถึงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่เคยหนีตายกันจ้าละหวั่นมีส่วนน้อยไม่อาจรอดจากสายฟ้าได้กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณเพราะเพชรถวนาเคนทร์เปล่งประกายแสงคุ้มภัยทันเวลาไม่อย่างนั้นคงไม่เหลืออะไรให้ดูต่างหน้ากลายเป็นป่าที่ดับสูญก

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ฤทัยร้อยชลาสินธุ์

    โครมอุกร่างสูงใหญ่ที่คล่อมทับร่างบางที่เหลือแค่โจงนุ่งเป็นปราการสุดท้ายที่กำลังจะถูกถอดก็มีเสียงดังขึ้นจากทางหน้าต่างพร้อมพรรวินท์ลอยหวือไปกระแทกพื้นปรากฏเชือกพันธนาการรอบตัวหมัดหนักถูกกระแทกเข้าที่ใบหน้าพร้อมกลางอกถูกถีบจนล้มกลิ้งไปกับพื้นอีกครั้ง “พี่อยู่นี่”ร่างสูงของอุรคหนุ่มตรงเข้าไปหยิบแพรผืนใหญ่คลุมกายโอบกอดชายคนรักที่กำลังร้องไห้เนื้อตัวสั่นเทาแน่น“ทะ..ท่านจะรังเกียจข้าหรือไม่ ฮึก”มือหนาเช็ดน้ำตาบนแก้มนวลกุมใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมอง“ฟังพี่หนาคนที่น่ารังเกียจคือไอ้ยูงทองชั่วนั่นต่างหาก น้ำตาของเจ้านั้นกำลังทำให้พี่นั้นเจ็บปวดใจยิ่ง”พูดจบปากหยักสีอ่อนจรดทาบทับกลีบปากอิ่มนุ่มนวลก่อนผละออกไปกระทืบตัวต้นเรื่องด้วยสถานะของอีกฝ่ายจึงได้เพียงแค่สั่งสอน ทั้งที่ฆ่ามันได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือแต่นิลคีรีเลือกที่จะสะกดกลั้นความเดือดดาลของตน เพราะมันจะกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างฝั่งเหนือกับฝั่งใต้ทันทีนำพาความเดือดร้อนมาสู่ผู้บริสุทธิ์จึงทำได้แค่สั่งสอนให้หนักและเนรมิตให้รอยช้ำหายไปหลังจากเสร็จสิ้นก็ถีบส่งพรรวินท์เข้าห้องตัวเองไปเดินทางออกนอกนครฝั่งเหนือเมื่อใดวันนั้นคือวันตายของพวกเจ้าทั้

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ยูงทองน้อยผู้งดงาม

    เมื่ออุรคหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากภายในถ้ำอสนีสีหนาทก็พบว่าด้านนอกนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากโข ในความทรงจำเมื่อหนึ่งพันสองร้อยปีก่อนไม่รกครึ้มและเต็มไปด้วยเถาวัลย์น้อยใหญ่ถึงเพียงนี้ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาช้านานแล้วนิลคีรีหลับตาเพ่งสมาธิดูก็พบอีกอย่างว่าอุรคที่เคยอาศัยยังป่าหิมพานต์ได้ย้ายออกไปด้านนอกจนหมดไม่หลงเหลือผู้ใดแล้วก็คงมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นงูเพียงหนึ่งเดียวอีกทั้งด้านนอกดูแปลกตาไปหมดหอมนักเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใดกันทันทีที่หายตัวออกมาถึงด้านหน้าพ้นป่าที่รกชัฏกลับได้กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยลมมา“สมน้ำหน้า เจ้าพวกกินนรนิสัยไม่ดีชอบรังแกผู้อื่นดีนัก”ปึก “อ๊ะ”ในขณะที่นิลคีรีกำลังหาต้นตอของกลิ่นอยู่นั้นก็ถูกร่างอรชรของยูงทองหนุ่มที่วิ่งหนีพวกกินนรเกเรสามตน หลังจากไปแอบขว้างก้อนหินใส่ตอนที่กำลังรุมแกล้งกินนรผู้หนึ่งอยู่จนพวกมันหัวแตกเลือดอาบแต่ไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยชนเข้าเต็มอกของอุรคหนุ่ม วงแขนแกร่งคว้าเอวบางทันท่วงทีก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”คนที่รู้สึกราวกับว่าชนกำแพงเหล็กเงยหน้าขึ้นถามคนตัวโตเพราะเขาเป็นคนผิดที่ไม่มองทางเองตึกหั

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   อุรคน้อยผู้ต่ำต้อย

    บ่ายวันหนึ่งในแดนหิมพานต์ฝั่งทิศตะวันออกเปลือกไข่สีครีมใบสุดท้ายถูกกระเทาะออกจนเกิดเป็นรอยร้าวและแตกในที่สุด สิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋วค่อยๆเผยดวงตาสีแดงใสแจ๋วโผล่พ้นออกมางูน้อยตัวสีดำสนิทได้ลืมตาขึ้นเป็นวันแรกในป่าหิมพานต์ แต่สีกลับผิดแผกจากบรรดาพี่น้องตนอื่นที่มีดวงตาสีมรกตรับกับสีเกล็ดที่ขาวสว่างนวล จากวันแรกเด็กน้อยแสนสดใสเพราะได้เห็นโลกกว้างมองดูสิ่งมีชีวิตอื่นในป่าหิมพานต์ต่างพากันเล่นสนุกสนานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ผิดจากเขาที่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีผู้ใดอยากเล่นด้วยเพียงเพราะว่ามีเกล็ดสีดำจึงถูกมองว่าตัวกาลกิณีนำพาความโชคร้ายมาสู่ตน ไม่เว้นแม้กระทั่งในครอบครัวที่ถูกเลือกปฏิบัติราวกับคนแปลกหน้า บรรดาพี่น้องทั้งห้าตนที่สีเดียวกันต่างเลือกเล่นกันเองโดยไม่สนใจและกีดกันงูน้อยตัวจิ๋วสีดำที่มองด้วยสายตาเศร้าสร้อยออกจากวงโคจร“ท่านแม่กลับมาแล้ว” “ต่อไปห้ามเรียกข้าว่าแม่ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังผู้อื่น” แม้กระทั่งที่ไม่มีสิทธิ์เรียกผู้ให้กำเนิดว่าแม่เลยด้วยซ้ำเพราะในใจอุรคสูงใหญ่ตรงหน้าคิดว่าคงมีงูตนใดแอบเอามาใส่ไว้เป็นแน่เขาผิดหรือที่กำเนิดมาไม่เหมือนใคร ฮึก เหตุใดพวกท่านจึงไม่รักข้าบ้

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ดวงใจองค์นาเคนทราช

    มหาสมุทรฝั่งตะวันออกอยู่ในการปกครองขององค์จักเรศวรนาคราชกษัตริย์นักรบตระกูลกัณหาโคตมะผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปรีชาและเก่งกาจชำนาญการรบมามากมาย มเหสีคู่พระทัยเพียงหนึ่งเดียวก็คือพระนางจันทราภาวดีนาคราชสีทองตระกูลวิรูปักษ์ ทั้งสองมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ที่เกิดแบบโอปปาติกะที่เปรียบดั่งลูกไม้ใต้ต้นถอดแบบผู้เป็นบิดามาแทบทั้งหมดทั้งความปรีชาและยึดมั่นในรักเดียว“เจ้าพี่ท่านทำสิ่งใดอยู่หรือ”“คันศรอันใหม่จากหินศิลากาฬที่เจ้าอยากได้อย่างไรเล่า”“ทำไมถึงตามใจข้าอยู่เรื่อยเลยจนข้าเสียนิสัยแล้วรู้หรือไม่”หนึ่งใบหน้าคมคายสันกรามชัดคิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับตาคมดุจเหยี่ยวสีรัตติกาลที่กำลังมองคนตรงหน้าด้วยความเอื้อเอ็นดูปากหยักยกยิ้มยามเห็นอีกฝ่ายบ่นว่าเขาตามใจจนเสียนิสัยแต่กลับตาเป็นประกายทุกครั้งที่ได้ของถูกใจ “งั้นคราวนี้เจ้าต้องให้รางวัลพี่แทนแล้วหนา”“ท่านประสงค์สิ่งใดหากข้าหาได้ย่อมไม่อิดออดเป็นแน่ สัญญา”หนึ่งใบหน้ารูปไข่ทั้งงดงามและสลักเสลาในคนๆเดียวคิ้วเข้มรับกับแพขนตาหนาดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจมูกโด่งรั้นปากอิ่มสีชมพูอ่อนเอื้อนเอ่ยรับปากคนพี่“เป็นสิ่งที่เจ้านั้นหาได้ง่ายมาก” “จริงหรือ งั้นเจ

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   หวนคืนสู่ทิวากาล

    หลังจากอสูรกายปีซอดับสูญบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเจ้าของตำหนักราพณาลัยจากตอนแรกที่มองดูผลงานหลังจากฟาดแส้ใส่นิลคีรีด้วยความสะใจ ในระหว่างที่รออสูรกายใต้อาณัติไปพาตัวชายหนุ่มเจ้าของดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนมาเล่นสนุกแต่แล้วอยู่ๆก็รู้สึกปวดร้าวขึ้นที่เบ้าตาขวาอย่างรุนแรง “อึก ไอ้งูเวรมึงทำอะไรกู อ๊าก”ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่ที่ถือแส้อาลัมพายน์ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นหน้าตาบิดเบี้ยวเส้นเลือดข้างขมับปูดโปนเด่นชัด เสียง‘โพล๊ะ’ดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ยกกุมที่ตาข้างขวาเลือดสีแดงฉานทะลักอาบย้อมเปรอะเปื้อนเล็ดลอดออกมาตามง่ามนิ้วไหลยาวลงไปตามหลังมือไม่มีทีน่าว่าจะหยุดง่ายๆ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นยิ่งเมื่ออยู่ภายในถ้ำปิดไร้ช่องลมด้วยแล้วกลับยิ่งสะท้อนหนักดังก้องกว่าปกติ สายใยที่ถูกสะบั้นจึงรับทันทีรู้ว่าอสูรกายที่ตนส่งไปยังเป้าหมายถูกทำลายแล้วสิ้นจนเป็นฝุ่นผงไม่เหลือเศษเสี้ยววิญญาณแม้แต่น้อย หากเป็นในยามปกติแล้วนั้นเมื่อใดที่กายสามานย์ถูกทำลายจนดับสูญจิตวิญญาณย่อมแตกสลายแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงถูกชำระจนสะอาดใสได้เช่นนี้ส่วนกระแสจิตที่เชื่อมใส่เมื่อใดที่ตัดสะบ

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ข้าสัญญา

    นับแต่นี้มิมีวาสนาได้เคียงข้างเพราะดวงจิตแลวิญญาณพี่จักต้องแตกสลายไร้การเวียนว่ายสู่สังสารวัฏ ฮึก ไม่ฟังข้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้นไปเถิดมันจักต้องมีสักวิธีอย่าร้องไห้ไปเลยหนาน้ำตาของเจ้ากำลังทำให้พี่เจ็บปวดทำไมต้องเป็นท่านเหตุไฉนไม่เป็นข้าเล่าถวดีภัทรนาทอย่าลืมเลือนพี่ออกจากใจเจ้าได้หรือไม่ข้าสัญญา

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   วิชาศิลเปรอะ

    เอ่อ..ตอนนี้ชลทิตย์กำลังอยากจะทึ้งหัวตัวเองเป็นอย่างมากติดแค่ว่าถ้าขยับคนที่เขาทาบทับต่างที่นอนจะรู้ตัวทันทีฉิบหายละเผลองีบไปแป๊บเดียวเป็นแบบงี้ได้ไงวะ ไหนว่าให้กลับพร้อมเพลินพาไงแล้วเพลินพาหายไปไหนทำไมถึงไม่ปลุกเขาเล่า!หลังจากที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาภาพแรก

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   เพชรถวนาเคนทร์

    หืม? อะไรเช้านี้ชลทิตย์ตื่นมาบนเตียงนุ่มพอพลิกกายฝ่ามือไปสัมผัสกับความนุ่มลื่นขนาดเล็กข้างตัวลองแตะๆคลำๆดูก็ยิ่งแปลกใจ เปลือกตาสีอ่อนเปิดขึ้นแล้วกระพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสพบกับเจ้างูน้อยสีดำสนิทขนาดเท่าข้อมือความยาวกะจากสายตาน่าจะประมาณหนึ่งเมตรม้วนขดเป็นก้อนกลมลองเอานิ้วช

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   สับเปลี่ยนเครื่องเซ่น

    “กำลังจะมีงานเลี้ยงกันเหรอครับ”ชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสงสัยมาหลังจากเข้ามาด้านในก็เห็นว่ามีการรวมตัวของชาวบ้านมากมายตรงลานกว้างซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นจุดศูนย์กลางประกอบพิธีกรรมของหมู่บ้านมีการแบ่งหน้าที่ของใครของมัน อย่างพวกชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงหน่อยก็ช่วยกันแบกแท่นขนาดใหญ่มาตั้งไว้ตรง

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status