LOGIN“ที่บ้านจะมีอะไรกินน้า…”
ยี่หวานั่งตัวชิดกับพวงมาลัยรถพลันนิ้วเรียวก็เคาะลงบนอะไหล่กลม ๆ นั้นไปด้วย วันนี้เธอเลิกงานเลทตามปกติแต่ไม่รู้ทำไมรถถึงไม่ติดอย่างเช่นทุกวัน ทำให้เธอน่าจะถึงบ้านก่อนเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะอีกไม่ถึงสองกิโลเมตรพอพ้นไฟแดงนี้ไปก็จะได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านแล้ว
ในหัวของหญิงสาวมีแต่ของกินเต็มไปหมดเพราะตั้งแต่ช่วงกลางวันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยแม้แต่อย่างเดียว เลยได้แต่ภาวนาว่าพี่ชายเจ้าของบ้านจะทำอาหารรอเธอเหมือนที่เขาเคยทำทุกวัน…
ทันทีที่สัญญาณไฟจราจรแปรเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียวรถไฟฟ้าสี่ที่นั่งก็พุ่งทะยานออกไปเป็นคันแรก ยี่หวากดปลายเท้าเร่งเครื่องยนต์ เธอใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีก็ได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านหรูของจาเมลแล้ว สาวสวยรอให้รั้วไฟฟ้าเปิดออกแล้วถึงได้ถอยรถเข้าไปจอดข้างใน ไม่นานนักร่างบางก็ก้าวลงมาจากรถ
อืดด อืดดด ~
คนที่กำลังจะเอื้อมมือไปกดรหัสเข้าบ้านจำต้องชะงักการกระทำของตัวเองไปเมื่อโทรศัพท์ที่ถือไว้ในมือสั่นขึ้น ยี่หวาพลิกหน้าจอกลับมาดูถึงได้เห็นว่ามันกำลังเตือนความจำเธอว่าวันนี้มีนัดดูดวงส่วนตัวแบบรายปีกับหมอดูเจ้าประจำ
“…ข้าวฉัน”
เสียงหวานแผ่วลงอย่างคนเศร้า เธอดูเวลาบนหน้าจอยิ่งรู้สึกท้อใจเพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้นก็ถึงเวลานัดแล้ว หญิงสาวต้องยอมอดกินข้าวไปตามระเบียบ ไหล่บางห่อเข้าหากันก่อนที่เธอจะจิ้มรหัสเข้าบ้านแล้วเปิดประตูเข้าไปด้านใน ยี่หวามองโถงกลางของบ้านที่ไม่มีแม้แต่เงาของจาเมล และไม่มีกลิ่นอาหารหอม ๆ อย่างที่ควรจะเป็น เธอถึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาหน่อย
ถ้าท้องร้องขนาดนี้แล้วต้องเจอกับกลิ่นอาหารอีก มีหวังได้หิวตายแน่ ๆ
คนตัวเล็กคิดในใจแล้วเตรียมจะเดินขึ้นห้อง เท้าเรียวชะงักอีกหนเมื่อหางตาเห็นชายหนุ่มเจ้าของบ้านเดินออกมาจากครัว
“ทำไมวันนี้ถึงบ้านเร็ว…เพิ่งทำข้าวเอง”
จาเมลถามเสียงห้วน เขายืนใส่ผ้ากันเปื้อนถือตะหลิวอยู่ในมือแล้วใช้มันชี้เข้าไปในครัว
“รถไม่ค่อยติดเท่าไหร่ พี่กินก่อนเลยยี่หวามีนัดดูดวง”
“ดูดวง? นี่ยังไม่เลิกงมงายเชื่อเรื่องไร้สาระอีกเหรอ”
ใบหน้าของจาเมลฉายความเอือมระอาออกมา เขาพอจะรู้ว่ายี่หวาชอบดูดวงขนาดไหนเพราะคนตัวเล็กมักจะเอามาพูดกับเขาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่คิดว่าโตป่านนี้แล้วยี่หวายังจะเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่
“พี่ไม่ต้องมาบ่นผ่านสายตาเลย ไปละ อย่าเสียงดังล่ะ”
ยี่หวาตอบพร้อมออกคำสั่งอย่างคนรู้ทัน เธอตรงดิ่งขึ้นห้องแล้วพุ่งตัวไปหาคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมกดรับสายวีดิโอคอลจากหมอดูที่ได้ทำการนัดหมายเวลากันเอาไว้
ไม่ถึงสามนาทีก็มีสายโทรเข้ามา ยี่หวากดรับแล้วจ้องจอตาไม่กระพริบ ตรงหน้าเธอมีรูปดวงแบบโหราศาสตร์ไทยฉายใหญ่เต็มจอ เธอรู้ได้ทันทีว่าภาพตรงหน้าคือดวงที่หมอดูผูกมาให้เธอตามวันเวลาเกิดที่เธอเคยส่งให้ทางแชต
(สวัสดีค่ะ คุณยี่หวา ได้คุยกันอีกแล้วนะคะ)
“ค่ะ สวัสดีค่ะ…แหะ ๆ ต่อให้รู้แล้วแต่ก็ยังอยากอัปเดตเรื่อย ๆ ค่ะ เผื่อมีอะไรต้องระวัง”
เธอเอ่ยทักทายหมอดูที่ปีก่อนเคยใช้บริการไปแล้วครั้งหนึ่ง เลยค่อนข้างสนิทสนมกันอย่างที่เห็น
(อืมม งั้นเข้าเรื่องเลยนะคะ เดี๋ยวจะดูดวงของปีนี้ให้ค่ะ…จริง ๆ แล้วคุณยี่หวาเป็นคนดวงดีมากอยู่แล้ว ใช้คำว่าแมวเก้าชีวิตได้เลย ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรก็ผ่านมันไปได้หมดค่ะ)
“…ค่ะ”
ร่างบางนั่งฟังด้วยความตั้งใจ เธอกดอัดเสียงการทำนายไว้ด้วย เผื่อเอาไว้ฟังทีหลังกันลืม
(…จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลนะคะ เพราะเรื่องเลวร้ายที่หนักที่สุดในชีวิตมันผ่านไปแล้ว การเงินก็ดีไม่มีจุดด้อย การงานก็พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนความรัก…)
“…”
ใจดวงเล็กรู้สึกตื่นเต้นแปลก ๆ ที่อยู่ดี ๆ หมอดูปลายสายก็เว้นช่วงการพูดไป แต่เธอเลือกที่จะเงียบและรอฟังคำทำนายแบบใจจดใจจ่อ
(…อืม ความรักก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่อย่าไว้ใจคนมากเกินไป ดวงก็แอบมีศัตรูอยู่บ้าง หรือไม่ก็อย่าใจอ่อนสงสารคนแบบไม่มีเหตุผล)
“…อ๋อ ค่ะ”
เธอรับคำเสียงหวานเพราะพอจะเข้าใจสิ่งที่หมอดูต้องการจะสื่อความหมายกับเธอ
พี่จาเมลไว้ใจได้ไหมนะ ก็สนิทกับเขาอยู่คนเดียว…
“แล้วพี่ชายยี่หวาไว้ใจได้ไหมคะ?”
(เรามีพี่ชายด้วยเหรอ? ในดวงขึ้นแต่เนื้อคู่นะ ดาวจรปีนี้เรื่องคู่ก็ค่อนข้างเด่น…ถ้ามีพี่ชายก็ระวังกระทบกระทั่งกันเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ)
“ไม่มีค่ะ เป็นพี่ไม่แท้ แต่ค่อนข้างสนิทกัน”
(อ๋อ งั้นก็ระวังหน่อยเพราะปีนี้เสน่ห์เราค่อนข้างแรง คนรอบตัวถ้าได้อยู่ใกล้ก็จะตกหลุมรักได้ง่าย ๆ ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็รีบเอาตัวออกมาให้ห่าง)
“…ค่ะ”
(มีอะไรจะถามอีกไหมคะ)
“…เอ่อ จริง ๆ มีเรื่องนึงค่ะ เห็นครั้งก่อนก็พูดว่าผ่านเรื่องเลวร้ายมาได้ หมายถึงเรื่องอะไรเหรอคะ? เพราะตั้งแต่เกิดจนโตก็ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรหนัก ๆ เลยในชีวิต”
ยี่หวาถามในสิ่งที่ตนคาใจออกไป ครั้งแรกที่ดูดวงแบบส่วนตัวเธอจำได้ว่าได้ฟังคำทำนายแบบนี้เป๊ะ แล้วรอบนี้ก็ยังเหมือนเดิม เลยชักอยากจะรู้ขึ้นมา
(ดวงบอกว่าเกี่ยวกับคนใกล้ตัวนะ มันค่อนข้างรุนแรงและกระทบกระเทือนจิตใจ โดยจรรยาบรรณแล้วเขาจะไม่พูดกันมากกว่านี้ คุณยี่หวาคงพอจะเข้าใจนะคะ)
“…ค่ะ”
ภายในหัวของเธอตีกันยุ่งเพราะข้อมูลที่ได้มาก็ยังกว้างมากเกินกว่าที่เธอจะเอาไปปะติดปะต่อได้
(อยากถามอะไรอีกไหมคะ?)
“อืม ไม่มีแล้วค่ะ งาน เงิน สุขภาพดี ก็โอเคแล้วค่ะ”
(ไม่ต้องกังวลนะคะ จากที่ดูชีวิตหลังจากนี้จะสดใสมาก ๆ เลย ตัวคุณยี่หวาก็แข็งแกร่งมาก ๆ ด้วย)
“ขอบคุณนะคะ ถ้ามีอะไรกังวลจะทักไปขอคำปรึกษาอีกค่ะ”
(ยินดีมาก ๆ เลยค่ะ)
นัยน์ตาสวยมองจอตรงหน้าดับลงหลังจากที่เธอกดวางสายโดยไม่ลืมกดหยุดการบันทึกเสียงในโทรศัพท์มือถือตนเองด้วย คนตัวเล็กนั่งนิ่งคิดทบทวนถึงคำทำนายที่เพิ่งได้ฟัง ไม่มีเรื่องไหนที่เธอติดใจเลยนอกจากเรื่องเลวร้ายที่หมอดูคนนั้นพูดถึง มันคาอยู่ในใจตลอดจริง ๆ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก…
เฮือก!
เธอสะดุ้งเฮือกอย่างคนตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ ก็มีเสียงคนเคาะประตูดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน ร่างบางลุกขึ้นแล้วเดินไปปลดล็อกประตู ทันทีที่ประตูแง้มออกเธอก็เห็นจาเมลยืนถือจานข้าวอยู่ในมือ
“…ดูดวงเสร็จยัง วางรอจนเย็นละ”
จาเมลมองสาวน้อยตรงหน้าแล้วยื่นจานมาม่าผัดส่งไปให้ กลิ่นหอมของมันโชยเตะจมูกยี่หวาทันที
“ขอบคุณค่าพี่ชาย…”
เธอขอบคุณเขาด้วยน้ำเสียงกระดี๊กระด๊าลืมความสงสัยเมื่อสักครู่ไปเสียสนิท แต่พอหญิงสาวเงยหน้ากลับขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาคม เธอกลับรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขาสองคนแบบนี้
“…แล้วดูดวงเป็นไงบ้าง? หมอดูหลอกอะไรอีก”
“จิ๊! ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องถามสิ”
ยี่หวาจิ๊ปากส่งสายตาตำหนิไปให้จาเมล
“ก็จริงนี่ สมัยก่อนที่ยี่หวาดูแล้วเขาเตือนว่าจะมีเรื่องไม่ดีเราก็รีบวิ่งมาร้องไห้กับพี่เป็นใหญ่เป็นโต ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรเลย…แบบนี้ไม่โดนหลอกแล้วจะเรียกว่าอะไร?”
“…คนแก่ความจำดีกว่าที่คิดแฮะ”
“เดี๋ยวเถอะ”
จาเมลหรี่ตาลงเมื่อสาวสวยตรงหน้ากล้าว่าเขา ชายหนุ่มไล่ตามองทั่วกรอบหน้าเรียวพลันสายตาก็หลุบลงไปมองหน้าอกของยี่หวาตามสัญชาตญาณ
“…ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้วก็ออกไป ยี่หวาจะกินข้าว”
ปึง!
เธอปิดประตูใส่หน้าเขาเต็มแรง โดยไม่สนใจว่าคนตัวสูงจะถอยตัวหลบทันหรือไม่ ก็ใครให้เขาใช้สายตาแบบนั้นมามองหน้าอกเธอกันล่ะ ดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้…
“นี่นายนัดฉันมาเพราะอยากเจอ หรือนัดมาเพื่ออวดแฟนกันแน่?” ยี่หวาถาม เธอมองไทก้าป้อนอาหารให้แฟนสาวของเขาโดยไม่ได้สนใจเพื่อนอย่างเธอที่เขาเป็นคนชวนออกมากินข้าวเลยสักนิดเดียว “…อวด หยอก ๆ ก็คนมันคลั่งรักอะ” “จ้าาา” เธอจีบปากจีบคอก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เนร่า แฟนสาวไทก้าที่ได้เธอเนี่ยแหละคอยให้คำปรึกษาไอ้หนุ่มลูกครึ่งจนชนะใจสาวใบหน้าสะสวยได้สำเร็จ ยี่หวาส่ายหน้าไปมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก เมื่อเพื่อนสนิทของเธอได้มีความรักดี ๆ ที่เขาคู่ควร และเหมาะสม “ก่อนจะมาเป็นแฟนเนร่า ไทก้าต้องเจ้าชู้มาก ๆ เลยใช่ไหมคะ?” เนร่าถามเธอแล้วหันไปมองหน้าไทก้าด้วยสายตาจ้องจับผิด “ใช่ค่ะ ๆ เจ้าชู้มากกกกเลย” “เฮ้ย! ทำไมตอบงั้นอะยี่หวา ฉันไม่เคยทำตัวไม่ดีเลยนะ เนร่าอย่าไปฟัง” หนุ่มลูกครึ่งถลึงตาแล้วรีบยกมือปิดหูแฟนสาวตนเองไว้ เขาอ้าปากตำหนิเธอไม่ว่างเว้นส่วนยี่หวาก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาเสียงดังอย่างคนสะใจ “ฮ่า ๆ ล้อเล่นนะคะ…ไทก้าประพฤติตัวดีมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันเลยค่ะ สบายใจได้” เธอรีบแก้ต่างแล้วพูดยืนยันหนักแน่นด้วยค
“ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยนะ” ยี่หวาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วเอียงคอชะเง้อมองหน้าจาเมล “…ขอบคุณอะไรบ่อยขนาดนั้น” ใบหน้าหล่อหันกลับมาถามโดยที่มือยังไม่ละจากภารกิจตรงหน้า “…ขอบคุณทุกเรื่องเลย แต่ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไง พี่รวยจนซื้อทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ยี่หวาเลยไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนทุกสิ่งที่พี่ทำให้” เธอบอกเขาไปตามความรู้สึกที่มี คนตัวเล็กตื้นตันและรู้สึกอุ่นใจที่มีจาเมลคอยเคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้เขาเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต เธอคงไม่สามารถผ่านมันมาได้อย่างแน่นอน ขนาดปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยไปเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ได้ความทรงจำกลับคืนมา แต่ในใจลึก ๆ เธอยังมีความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่ จนบางครั้งที่ทนไม่ไหวยังแอบนอนร้องไห้คนเดียวเป็นประจำ “…มีสิ วิธีตอบแทนพี่น่ะ” นัยน์ตาสวยกำลังจะหม่นลงจากความคิดภายในใจ แต่เธอต้องละทิ้งความเจ็บปวดไปเมื่อจาเมลหันมาใช้มือเชยคาง มือเปียก ๆ ของเขาส่งต่อความเย็นลงบนใบหน้าสวย “วิธีไหน?” “…มาหาพี่ที่ห้องตอนสามทุ่ม เดี๋ยวจะบ
“ฮึก ฮึก…ฮืออ” มือหนากุมมือสาวน้อยข้างตัวไว้ตลอด เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการประคองรถพลันหน้าหล่อก็คอยหันมองคนตัวเล็กอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตลอดทางที่ชายหนุ่มพายี่หวากลับบ้านเขาได้ยินแต่เสียงสะอื้นไห้ออกมาจากเธอ จนบางครั้งเสียงเศร้าโศกที่จาเมลได้ยินก็พานทำให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ว่ายี่หวาจะร้องไห้จนสลบไปเหมือนเมื่อสามวันก่อน “…อยากกินอะไรหน่อยไหม” จาเมลเอ่ยถามเมื่ออีกไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้าก็จะถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าหมู่บ้าน ยี่หวาไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมา เธอทำเพียงส่ายหน้าให้แทนคำตอบ ตาสวยบวมเป่ง เธอเริ่มปวดแสบเบ้าตาหลังจากร้องไห้มาเป็นระยะเวลานาน ยี่หวายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออก เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ เธอช่วยชีวิตพ่อกับแม่ตัวเองไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็กำหนดชะตาชีวิตของฆาตกรได้… ใบหน้าสวยพยักช้า ๆ กับตัวเอง แม้จะไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ แต่สิ่งที่จาเมลให้เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองในวันนี้ ทำให้เธอเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ “…พี่เราเรื่องทั้งหมดให้ฟังห
“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม” จาเมลถามยี่หวาที่กำลังตักโจ๊กเข้าปาก เขาไล่ตามองสังเกตใบหน้าสวยที่ตอนนี้กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง หลังจากที่คนตัวเล็กนอนซมไข้ไปสามวันตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องคนในครอบครัว “…ทำไมพี่ไม่บอกยี่หวา” ตาคมจ้องนิ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าถามเขาแบบนี้ และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จาเมลเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไร “รักษาตัวเองให้หายดีก่อนแล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง” คนตัวสูงพูดเสียงเรียบ เขาพยักเพยิดหน้าแทนการบอกให้ยี่หวาจัดการมื้อเช้าตรงหน้ากับยาลดไข้ที่วางอยู่ข้างตัวเสียก่อน “ยี่หวาหายดีแล้ว พี่พูดมาเลย” เธอยืนกรานเสียงแข็ง วันนี้เธอจะไม่ยอมให้จาเมลได้บ่ายเบี่ยงอีก “…โอเค กินโจ๊กนั่นให้หมดแล้วก็กินยา ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดออกคำสั่ง เขาเห็นว่าสายตายี่หวายังมีอาการต่อต้านแสดงออกมา แต่ท้ายที่สุดร่างบางก็ยอมก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าของตนเอง ไม่นานนักคนตัวเล็กก็ตรงขึ้นห้องก่อนจะกลับลงมาในเวลาอันสั้น “เราจะออกไปข้างนอกเหรอ” ทันทีที่ปลายเท้าเรีย
“…ไม่จริงใช่ไหม คะ แค่ภาพหลอนรึเปล่า” ใบหน้าสวยอาบไปด้วยคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวนั่งกับพื้นโดยที่มือพยายามจับประตูเอาไว้เพราะกลัวตัวเองจะหัวฟาดไปเหมือนเมื่อหกปีก่อน คนตัวเล็กไม่มั่นใจว่าความทรงจำที่เธอเพิ่งได้คืนกลับมา มันจะใช่เรื่องจริงหรือเปล่า อาจเป็นเพียงภาพหลอนก็ได้ หรือแค่เธอยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นเอง ยี่หวายกหลังมือเช็ดคราบน้ำบนหน้า ใบหน้าสวยพยักขึ้นลงกับตัวเองแล้วค่อย ๆ จับรั้งประตูเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างแบบบางโอนเอนไม่เป็นปกติ เธอจับประตูไว้แน่นเมื่อรู้สึกถึงอาการหน้ามืดแทรกเข้ามา คนเดียวที่จะให้คำตอบเธอได้คงมีแต่จาเมลเท่านั้น ต้องกลับไปถามเขา… คิดได้ดังนั้นยี่หวาก็หมุนตัวเดินออกจากบ้าน เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก ใจดวงเล็กยังไม่พร้อมเผชิญเรื่องราวเลวร้ายเพียงลำพัง “…พื้นที่ตรงนี้ไม่อนุญาตให้เข้านะครับ คุณใช่ลูกบ้านรึเปล่า?” เสียงผู้ชายดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ยี่หวาที่กำลังจะเปิดประตูรถต้องดึงมือออกแล้วหันหน้าไปตามทิศทางของเสียง เธอมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านกับจักรยานที่เขากำลังคร่อมมัน
รถไฟฟ้าขับพ้นบ้านหรูมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เธอคุ้นเคยดีสมัยเมื่อหกปีก่อน ยี่หวาเงียบตลอดทางในหัวเธอตีกันยุ่งจนไม่สามารถจับต้นชนปลายอะไรได้ มีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่มันกำลังส่งเสียงออกมาท่ามกลางความเงียบ หน้าสวยไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ฉายบนใบหน้า เธอไม่ได้เร่งรีบหรือร้อนใจอย่างที่ควรจะเป็น แต่ใจของสาวน้อยกลับนิ่งเสียจนน่ากลัว กลัวว่ามันจะช็อกไปดื้อ ๆ เธอพยายามทำใจให้สงบแล้วไม่คิดฟุ้งซ่านกับสิ่งต่าง ๆ ที่เธอได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า แขนเรียวหักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปตามถนน ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็พาเธอขับเข้าไปในหมู่บ้านที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขของครอบครัวเธอ สิ่งเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเรื่องที่เธอเพิ่งรู้เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ คงมีเพียงบ้านเก่าที่จาเมลบอกว่าครอบครัวเธอปล่อยขายไปแล้วตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ตัดสินใจย้ายไปประจำที่สวีเดน หรืออย่างน้อย ๆ เธอคงได้รู้เรื่องราวจากบ้านหลังข้างเคียงบ้างว่าเมื่อหกปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่… ยี่หวาขับผ่านบ้านหลังต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ เธอมองบรรยากาศรอบตัวที่ดูอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก แถมบางหลังยั







