LOGINรู้จักมาตั้งแต่เด็ก ดูแลมาตลอด บ้านก็อยู่หลังเดียวกัน ใครมันจะปล่อยให้หมาคาบไปแดx ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนสาเหตุที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เป็นเพราะไปปีนต้นไม้แล้วตกลงมาหัวฟาดน่ะสิ …นั่นคือเหตุผลที่พี่ชายไม่แท้อย่าง ‘จาเมล’ บอกกับเธอ หลังจากนั้น ‘ยี่หวา’ เลยต้องย้ายไปอยู่บ้านหลังเดียวกันกับเขาเพราะพ่อแม่เธอย้ายไปประจำที่สวีเดนกะทันหัน ทำให้ต้องขายบ้านทิ้งแล้วไปมุ่งมั่นทำบริษัทของตัวเอง แล้วเธอก็ไม่มีโอกาสได้เจอพวกท่านอีกเลย ยี่หวาต้องอยู่กับพี่ชายที่อายุห่างกันถึงหกปีแบบไม่มีทางเลือก…
View Moreโรงพยาบาลเอกชน
ก๊อก ก๊อก…
ร่างสูงในเสื้อฮู้ดตัวโคร่งลุกออกจากโซฟาที่เขาเปลี่ยนให้มันเป็นที่นอนชั่วคราวมาร่วมสัปดาห์เพื่อเดินตรงไปที่ประตูห้อง ‘จาเมล’ จับประตูแล้วเลื่อนมันออกไปด้านข้างเพื่อเปิดให้พยาบาลสาวที่เขาจ้างไว้ดูแล ‘ยี่หวา’ เดินเข้ามาด้านใน
ชายหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ดปีไม่ได้เอ่ยทักพยาบาลคนนั้น เขาทำเพียงมองตามพยาบาลชุดขาวเดินตรงไปหาเตียงผู้ป่วยกลางห้องสี่เหลี่ยมแล้วจัดการเปลี่ยนขวดน้ำเกลือพร้อมฉีดวิตามินบำรุงให้กับสาวร่างเล็กวัยเพียงสิบห้า ที่ยังเอาแต่นอนนิ่งไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักที
“…เรียบร้อยค่ะ ญาติสามารถเช็ดตัวได้เลยนะคะ วันนี้คุณหมอยังไม่เข้าตรวจค่ะ”
พยาบาลประจำตัวหันมาบอกกับหนุ่มหล่อวัยยี่สิบต้นที่ดูจะกระเป๋าหนักไม่น้อยแล้วถึงได้เดินออกจากห้องไป เมื่อเห็นว่าญาติคนไข้พยักหน้ากลับมาให้แทนคำตอบ
จาเมลดึงสายตากลับมาที่คนตัวเล็กทันที เขาก้าวขาเข้าไปหายี่หวา เด็กสาวที่เขาคุ้นเคยและเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ เนื่องจากพ่อแม่สนิทกัน มือของชายหนุ่มยื่นไปวางทับลงบนหลังมือของสาวสวยที่เอาแต่นอนหลับตาพริ้ม บนหน้าผากของเธอมีพลาสเตอร์ยาแปะเอาไว้กับรอยฟกช้ำเล็ก ๆ ทั่วตัว
“…นอนนานไปแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มตามประสาผู้ชายดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเรียบตึงของจาเมล เขายืนจ้องน้องสาวไม่แท้ของตนเองด้วยสายตาที่ยากเกินจะคาดเดา โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่นอนนิ่งมาโดยตลอดเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว
“…”
ภายในห้องเงียบสงัดเพราะชายหนุ่มเอาแต่ยืนไม่ไหวติง มือบางข้างที่ถูกเข็มแทงเข้าเส้นเลือดขยับช้า ๆ อยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนที่นิ้วเรียวจะกระดุกกระดิกตามพร้อมแพขนตางอนที่ค่อย ๆ เปิดขึ้นทำให้ร่างสูงสังเกตเห็นในที่สุด
“…ยี่หวา!”
จาเมลรีบพุ่งตัวเข้าไปหาคนตัวเล็ก เขายื่นมือทั้งสองข้างไปจับไหล่บางเมื่อเห็นว่ายี่หวาทำท่าจะลุกขึ้นมา ชายหนุ่มค่อย ๆ ประคองสาวสวยขึ้นนั่งแล้วหันไปเทน้ำเปล่าใส่แก้วส่งให้คนที่นอนหลับมานานได้จิบ
“เดี๋ยวพี่ไปตามพยาบาลแปป…”
เสียงของจาเมลขาดช่วงไป เขาไม่ทันจะได้หมุนตัวก็ต้องหลุบตาลงมองคนที่ส่งมือมารั้งตนเองไว้เสียก่อน ยี่หวาคว้าข้อมือแกร่งเอาไว้ เธอทำตาแป๋วมองเขาแล้วดูดน้ำผ่านหลอดส่งเข้าลำคอด้วยสายตางุนงง
“…พะ พี่ จะ…จาเมล”
“กินน้ำก่อนเถอะ เสียงอย่างกับเป็ด”
ชายหนุ่มเอ่ยขัดเมื่อเห็นว่าสาววัยรุ่นพยายามคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ไหนจะริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ตอนนี้เริ่มมีเลือดซิบออกมาเพราะขาดการบำรุงมาหลายวัน
ถ้ากลับมาเป็นปกติยัยนี่ได้บ่นใส่แน่…
“…เจ็บปากอะ ยี่หวาอยู่โรงพยาบาลเหรอ!? ทำไมพี่ไม่ทาลิปมันให้อะ แสบชะมัด!”
กูว่าแล้ว
ตาคมจ้องใบหน้าสวยไม่วางตาก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ กับการคาดเดาที่แม่นยำ แม้จะเกิดขึ้นเร็วไปหน่อยก็ตาม
“มาเฝ้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังจะมาบ่นอีก”
ปากพูดแบบนั้นแต่แววตาของชายหนุ่มดูมีชีวิตชีวาขึ้นทันทีเมื่อสาวน้อยตรงหน้าได้สติฟื้นคืนกลับมา
“…แล้วนี่ยี่หวาไปเป็นลมล้มพับตรงไหนอีกล่ะ ทำไมครั้งนี้มันดูหนักจัง มีรอยอะไรเต็มไปหมด”
ร่างบางถามพี่ชายคนสนิทพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาสำรวจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองไปโดนอะไรมาเพราะปกติแล้วก็เป็นคนร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ หากตื่นเต้นหรือเหนื่อยมากไปบางทีก็อาจจะเป็นลมไปแบบไม่รู้ตัว
“…ตกจากต้นไม้ สูงอยู่ คราวหลังก็อย่าปีนขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้า…ดึกดื่นแบบนั้น”
ยี่หวามองใบหน้าหล่อเรียบตึงไร้ซึ่งสีหน้าใด ๆ แสดงออกมา เธอไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไรต่อเพราะกลัวจะถูกจาเมลบ่นมากกว่านี้
“ว่าแต่ยี่หวาปีนขึ้นต้นไม้ตอนดึกเนี่ยนะ!? ทำไมจำอะไรไม่ได้เลย…”
ท้ายที่สุดคนตัวเล็กก็อดถามด้วยความสงสัยออกมาไม่ได้เพราะนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าตัวเองจะปีนขึ้นต้นไม้ไปเพื่ออะไร
“จำได้สิแปลก ตกจากที่สูงขนาดนั้น หมอบอกว่าความจำจะหายไปบางส่วน”
จาเมลยังคงเอ่ยเสียงเรียบเขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกจากห้องไปตามพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ ปล่อยสาววัยรุ่นนั่งงงอยู่บนเตียงผู้ป่วย…
หกปีหลังจากนั้น
ก๊อก ก๊อก…!!!
“พี่จาเมล! นี่พี่ขโมยขนมที่ยี่หวาซื้อไปกินอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย…อย่ามาทำเงียบ ออกมาเลยนะ!”
ร่างบางทรวดทรงสวยสมส่วนรีบก้าวขาฉับขึ้นมาตามขั้นบันไดเมื่อเธอลงไปเปิดตู้เย็นควานหาขนมที่เพิ่งซื้อหลังจากกลับมาจากทำงานเมื่อวาน แต่กลับไม่พบมัน และมันจะเป็นใครไม่ได้เลยที่ขโมยไปเพราะบ้านหลังนี้มีแค่เธอกับจาเมลเท่านั้นที่อาศัยอยู่ด้วยกัน
คนตัวเล็กกำมือแน่นแล้วกระแทกมันลงที่ประตูบานใหญ่ เพื่อรอให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องโผล่หัวออกมา แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายคนสนิทของเธอจะไม่สนใจ มือเล็กทั้งสองข้างเริ่มขึ้นรอยแดงจากแรงปะทะ แต่เธอก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาเจ้าของห้องเลย
“พี่จาเมล ออกมาเลยนะ! พี่จะมาขโมยของของยี่หวาแบบนี้ไม่ได้ นี่! ออกมาสิ!!”
เสียงหวานหวีดสูงขึ้น เธอตั้งใจแหกปากส่งเสียงดังเพื่อที่โปรแกรมเมอร์ระดับโลกอย่างจาเมลจะได้เสียสมาธิในการทำงานและออกมาคุยกับเธอ และมันก็ได้ผลเพราะตอนนี้ประตูห้องที่เธอทุบมือใส่มันหลายนาทีถูกคนด้านในเปิดออกมาแล้ว
“…มาแหกปากโวยวายอะไรตรงนี้”
จาเมลอ้าประตูกว้างจนเห็นห้องมืดสนิทด้านในที่มีแสงจากจอคอมพิวเตอร์สามสี่จอสว่างวาบออกมา เขายกแขนขึ้นกอดอกแล้วเอนตัวพิงประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ
“พี่ขโมยขนมยี่หวา เมื่อวานยี่หวาซื้อแยมโรลมาสองอัน มันหายไปอันนึง”
“อืม เท่าไหร่เดี๋ยวโอนไปให้”
จาเมลไม่ได้ปฏิเสธ เขาสอดมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าหน้าเสื้อฮู้ดแล้วหยิบเอาโทรศัพท์มือถือออกมา นิ้วแกร่งเตรียมกดโอนเงินให้สาวน้อยที่มายืนทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า
“คิดว่ารวยแล้วจะหยิบของคนอื่นไปกินได้ตามใจชอบเหรอ ยี่หวาไม่อยากได้เงินพี่หรอก แต่อย่ามาหยิบของยี่หวาไปกินโดยไม่บอกก่อนอีกนะ”
ใบหน้าสวยได้รูปรับไปกับผมหยักศกธรรมชาติร่ายยาวออกมา เธอยกแขนขึ้นก่อนอกอย่างที่ผู้ชายตรงหน้าทำก่อนจะยื่นมือไปดันมือจาเมลให้เก็บโทรศัพท์ของเขาไป
รู้อยู่หรอกว่าพี่จาเมลรวยขนาดไหนถึงได้ซื้อบ้านหลังโตพร้อมรถหรูได้ตั้งแต่ตอนอายุยังไม่ถึงยี่สิบ แต่ที่เธอมายืนโวยวายเพราะไม่ชอบให้คนอื่นมาหยิบของของตัวเองไปโดยไม่บอกกล่าวต่างหาก ไม่ได้อยากได้เงินเขาสักหน่อย
“ขอกินบ้างไม่ได้รึไง ทีพี่ยังไม่เห็นหวงอะไรเราเลย ถ้าไม่พอใจอยากจะออกไปอยู่ข้างนอกเองไหมล่ะ!?”
“…พี่ให้ไปจริงเหรอ?”
ยี่หวารีบถามย้ำ เธอแปลกใจไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาเธอขอเขาออกไปเช่าคอนโดอยู่เองมาตลอด แต่จาเมลก็ไม่เคยให้สักครั้ง
“จริง เพราะบัตรนี่อยู่กับพี่”
“โอ๊ย! ถ้างั้นจะพูดทำไมล่ะ เอาไปตอนไหนเนี่ย!”
ยี่หวาชักสีหน้าแล้วสะบัดผมอย่างคนหัวเสีย สวนทางกับร่างสูงที่ยืนพิงประตูห้อง เขากำลังอมยิ้มเล็ก ๆ แล้วโบกบัตรเครดิตที่เป็นแหล่งเงินแหล่งทองของยี่หวาไปมาอย่างผู้ชนะ
ฟึบ วืดดด ~
“เอามานี่เลยนะ นั่นเงินพ่อแม่ยี่หวานะ!”
เธอกระโดดโหยงเหยงกระเถิบตัวเข้าไปหาชายหนุ่มเจ้าของบ้านแล้วพยายามแย่งมันมาจากเขา แต่ด้วยสรีระและความว่องไวที่แตกต่างกัน ทำให้ยี่หวาไม่สามารถแย่งบัตรสี่เหลี่ยมกลับคืนมาได้
“ก็ใช่อยู่ แต่ตอนนี้พี่เป็นผู้ปกครองยี่หวา เพราะฉะนั้นอย่ามาโวยวายใส่พี่แบบนั้นอีก”
น้ำเสียงของจาเมลยังปกติแต่แววตาของเขากำลังบอกกับเธอว่าเขาหมายความตามที่พูดจริง ๆ ทำให้ร่างบางนิ่งไปแล้วยอมพยักหน้าให้อย่างไม่มีทางเลือก พ่อแม่ของเธอปักหลักทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ ทำให้จาเมลเป็นคนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ และไม่ควรทำตัวดื้อกับเขามากจนเกินไป
“…งั้นยี่หวาไปทำงานก่อนละกัน วันนี้น่าจะกลับช้า”
คนตัวเล็กสลดลง เธอยอมแพ้และเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน
“เอาไป ห้ามเอาไปซื้อคอนโดล่ะ พี่ไม่อนุญาตให้ย้ายไปไหนทั้งนั้น”
“…ค่ะ”
เธอรีบรับบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินมาจากจาเมลแล้วหย่อนมันลงไปในกระเป๋า โดยไม่ลืมฉีกยิ้มกว้างให้กับหนุ่มหล่อตรงหน้าแล้วรีบวิ่งลงบันไดออกมานอกบ้าน
ติ๊ด!
ยี่หวากดปลดล็อกรถไฟฟ้าที่จาเมลเป็นป๋าเปย์ซื้อให้เธอ มันส่งเสียงดังแล้วกระพริบไฟออกมา เธอฉีกยิ้มกว้างกับความสะดวกสบายที่นอกจากพ่อแม่ของตนเองแล้วก็มีพี่ชายคนสนิทอย่างเขาเนี่ยแหละที่อาสาดูแลมาตลอด
แบบนี้ใครจะโง่ย้ายไปอยู่ที่อื่นล่ะ แม้จะอยากลองออกไปใช้ชีวิตคนเดียวข้างนอก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเสียดายเงินเก็บเหลือ ๆ ของตัวเองเพราะอยู่กับจาเมลเธอแทบไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยน่ะสิ เว้นเสียแต่จะมีแฟนนั่นแหละ คงได้ออกไปอยู่ข้างนอกจริง ๆ
“นี่นายนัดฉันมาเพราะอยากเจอ หรือนัดมาเพื่ออวดแฟนกันแน่?” ยี่หวาถาม เธอมองไทก้าป้อนอาหารให้แฟนสาวของเขาโดยไม่ได้สนใจเพื่อนอย่างเธอที่เขาเป็นคนชวนออกมากินข้าวเลยสักนิดเดียว “…อวด หยอก ๆ ก็คนมันคลั่งรักอะ” “จ้าาา” เธอจีบปากจีบคอก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เนร่า แฟนสาวไทก้าที่ได้เธอเนี่ยแหละคอยให้คำปรึกษาไอ้หนุ่มลูกครึ่งจนชนะใจสาวใบหน้าสะสวยได้สำเร็จ ยี่หวาส่ายหน้าไปมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก เมื่อเพื่อนสนิทของเธอได้มีความรักดี ๆ ที่เขาคู่ควร และเหมาะสม “ก่อนจะมาเป็นแฟนเนร่า ไทก้าต้องเจ้าชู้มาก ๆ เลยใช่ไหมคะ?” เนร่าถามเธอแล้วหันไปมองหน้าไทก้าด้วยสายตาจ้องจับผิด “ใช่ค่ะ ๆ เจ้าชู้มากกกกเลย” “เฮ้ย! ทำไมตอบงั้นอะยี่หวา ฉันไม่เคยทำตัวไม่ดีเลยนะ เนร่าอย่าไปฟัง” หนุ่มลูกครึ่งถลึงตาแล้วรีบยกมือปิดหูแฟนสาวตนเองไว้ เขาอ้าปากตำหนิเธอไม่ว่างเว้นส่วนยี่หวาก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาเสียงดังอย่างคนสะใจ “ฮ่า ๆ ล้อเล่นนะคะ…ไทก้าประพฤติตัวดีมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันเลยค่ะ สบายใจได้” เธอรีบแก้ต่างแล้วพูดยืนยันหนักแน่นด้วยค
“ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยนะ” ยี่หวาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วเอียงคอชะเง้อมองหน้าจาเมล “…ขอบคุณอะไรบ่อยขนาดนั้น” ใบหน้าหล่อหันกลับมาถามโดยที่มือยังไม่ละจากภารกิจตรงหน้า “…ขอบคุณทุกเรื่องเลย แต่ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไง พี่รวยจนซื้อทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ยี่หวาเลยไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนทุกสิ่งที่พี่ทำให้” เธอบอกเขาไปตามความรู้สึกที่มี คนตัวเล็กตื้นตันและรู้สึกอุ่นใจที่มีจาเมลคอยเคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้เขาเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต เธอคงไม่สามารถผ่านมันมาได้อย่างแน่นอน ขนาดปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยไปเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ได้ความทรงจำกลับคืนมา แต่ในใจลึก ๆ เธอยังมีความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่ จนบางครั้งที่ทนไม่ไหวยังแอบนอนร้องไห้คนเดียวเป็นประจำ “…มีสิ วิธีตอบแทนพี่น่ะ” นัยน์ตาสวยกำลังจะหม่นลงจากความคิดภายในใจ แต่เธอต้องละทิ้งความเจ็บปวดไปเมื่อจาเมลหันมาใช้มือเชยคาง มือเปียก ๆ ของเขาส่งต่อความเย็นลงบนใบหน้าสวย “วิธีไหน?” “…มาหาพี่ที่ห้องตอนสามทุ่ม เดี๋ยวจะบ
“ฮึก ฮึก…ฮืออ” มือหนากุมมือสาวน้อยข้างตัวไว้ตลอด เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการประคองรถพลันหน้าหล่อก็คอยหันมองคนตัวเล็กอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตลอดทางที่ชายหนุ่มพายี่หวากลับบ้านเขาได้ยินแต่เสียงสะอื้นไห้ออกมาจากเธอ จนบางครั้งเสียงเศร้าโศกที่จาเมลได้ยินก็พานทำให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ว่ายี่หวาจะร้องไห้จนสลบไปเหมือนเมื่อสามวันก่อน “…อยากกินอะไรหน่อยไหม” จาเมลเอ่ยถามเมื่ออีกไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้าก็จะถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าหมู่บ้าน ยี่หวาไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมา เธอทำเพียงส่ายหน้าให้แทนคำตอบ ตาสวยบวมเป่ง เธอเริ่มปวดแสบเบ้าตาหลังจากร้องไห้มาเป็นระยะเวลานาน ยี่หวายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออก เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ เธอช่วยชีวิตพ่อกับแม่ตัวเองไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็กำหนดชะตาชีวิตของฆาตกรได้… ใบหน้าสวยพยักช้า ๆ กับตัวเอง แม้จะไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ แต่สิ่งที่จาเมลให้เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองในวันนี้ ทำให้เธอเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ “…พี่เราเรื่องทั้งหมดให้ฟังห
“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม” จาเมลถามยี่หวาที่กำลังตักโจ๊กเข้าปาก เขาไล่ตามองสังเกตใบหน้าสวยที่ตอนนี้กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง หลังจากที่คนตัวเล็กนอนซมไข้ไปสามวันตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องคนในครอบครัว “…ทำไมพี่ไม่บอกยี่หวา” ตาคมจ้องนิ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าถามเขาแบบนี้ และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จาเมลเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไร “รักษาตัวเองให้หายดีก่อนแล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง” คนตัวสูงพูดเสียงเรียบ เขาพยักเพยิดหน้าแทนการบอกให้ยี่หวาจัดการมื้อเช้าตรงหน้ากับยาลดไข้ที่วางอยู่ข้างตัวเสียก่อน “ยี่หวาหายดีแล้ว พี่พูดมาเลย” เธอยืนกรานเสียงแข็ง วันนี้เธอจะไม่ยอมให้จาเมลได้บ่ายเบี่ยงอีก “…โอเค กินโจ๊กนั่นให้หมดแล้วก็กินยา ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดออกคำสั่ง เขาเห็นว่าสายตายี่หวายังมีอาการต่อต้านแสดงออกมา แต่ท้ายที่สุดร่างบางก็ยอมก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าของตนเอง ไม่นานนักคนตัวเล็กก็ตรงขึ้นห้องก่อนจะกลับลงมาในเวลาอันสั้น “เราจะออกไปข้างนอกเหรอ” ทันทีที่ปลายเท้าเรีย