LOGIN“…อือ”
คนตัวเล็กปรือตาตื่น ร่างกายของเธอหนักอึ้งและเมื่อรู้สึกตัว ความร้าวระบมก็แทรกเข้ามาทันที ยี่หวานอนนิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านพาดแขนไว้บนเอวเธอ กว่าค่ำคืนร้อนแรงจะผ่านพ้นไป ร่างเล็กก็บอบช้ำสะบักสะบอมอย่างที่เห็น
ร่างบางนอนนิ่งเป็นหินเพราะในหัวกำลังมึนงงกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยู่ดี ๆ พี่ชายไม่แท้ของเธอก็ข้ามเส้นรุกล้ำเกินกว่าคำว่าพี่เข้ามา แต่สิ่งที่แปลกยิ่งกว่านั้นเห็นจะเป็นความรู้สึกของเธอต่างหาก ที่มันกลับไม่ได้รังเกียจหรือผลักไสเขาอย่างที่ควรจะเป็น
“…”
ยี่หวาตัดสินใจยันแขนส่งตัวเองลุกจากที่นอน เธอหย่อนปลายเท้าลงข้างเตียงแล้วหันหน้ากลับไปมองผู้ชายที่ยังนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายอารมณ์
“…”
นัยน์ตาสวยไล่มองร่างแกร่งกำยำครู่หนึ่งแล้วถึงได้ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป เธอจัดการชำระล้างร่างกายและออกมาแต่งตัวด้วยความเงียบเชียบเพราะไม่ต้องการให้ชายเจ้าของบ้านตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากันตอนนี้
“ต้องกินยาคุมสินะ”
ริมฝีปากอวบอิ่มพึมพำพลางหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาพิมพ์บันทึกแทนการเตือนตัวเองว่าให้หาซื้อยาคุมกำเนิด ยี่หวาเลือกใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ และไม่แต่งหน้า แม้จะมีนัดกับไทก้าก็ตาม
เพื่อนเธอชิล ๆ อยู่แล้ว
เธอแง้มประตูห้องตัวเองอย่างเบามือแล้วแทรกตัวออกมาด้านนอก ขนาดเธอใช้เวลาแต่งตัวร่วมชั่วโมงจาเมลก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาเลย ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะเธอเองยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ ไม่พร้อมจริง ๆ
ขาเรียวก้าวลงบันไดด้วยความระมัดระวัง ทุกครั้งที่เท้าแตะพื้นความร้าวระบมก็แล่นปรี๊ดมาที่กลางตัวเธอทันที ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวกับความรู้สึกเจ็บแปล๊บ เธอเริ่มไม่มั่นใจว่าตรงนั้นจะใช้เวลาอีกกี่วันถึงจะหายดี…
คนตัวเล็กเดินลงมาถึงชั้นล่างของบ้านโดยใช้เวลามากกว่าปกติ เธอหมุนตัวหายเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรรองท้องแล้วกินยาแก้อักเสบ แต่พอหันกลับมาอีกครั้งสายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงเจ้าของบ้านเสียแล้ว
“…พะ พี่มาตอนไหน”
“เมื่อกี้ จะไปไหน?”
จาเมลตอบแล้วไล่ตามองร่างบางตรงหน้า น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบและกำลังรอคำตอบจากยี่หวาอยู่
“ยี่หวามีนัดกับ…ไทก้า”
“วันนี้ต้องวีดิโอคอลกับพ่อไม่ใช่เหรอ หรือจะยกเลิก?”
จริงสิ! ลืมไปเลย…
เธอนิ่งไปเช่นกันเพราะโดยปกติแล้วจะมีนัดคุยกับพ่อและแม่ทุกวันอังคาร แต่ดันลืมเสียได้ ยี่หวาเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับนัยน์ตาคม พอได้สบตากับเขาภาพความสัมพันธ์ลึกซึ้งเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็แทรกมาแทนที่ สาวสวยเลยเลือกเบี่ยงตาหลบมองเลยไปทางอื่นแทน
“ยังไง? จะให้ยกเลิกนัดกับพ่อไหม”
“…ไม่ต้อง เดี๋ยวยี่หวาเลื่อนนัดไทก้าไปก่อน”
เธอตอบทันควันเพราะไม่มีทางที่เธอจะเลือกคนนอกมาก่อนพ่อแม่ตัวเองแน่นอน ปกติแล้วครอบครัวของเธอก็ยุ่งในการทำธุรกิจจนแทบไม่มีเวลาได้คุยกันอยู่แล้ว ยังไงไทก้าก็คงเข้าใจ
“อืม”
จาเมลพยักหน้าเขาลอบสังเกตร่องรอยตามตัวยี่หวาที่ตนเองเป็นคนฝากเอาไว้ จากสภาพยี่หวาตอนนี้เท่าที่ประเมินด้วยสายตาเธอคงไม่สามารถออกไปเจอคนได้อีกสักสามสี่วันล่ะนะ
หึ…
สองหนุ่มสาวยืนหันหน้าเข้าหากัน แต่คงมีเพียงร่างแบบบางเท่านั้นที่กำลังรู้สึกกระอักกระอ่วนกับผู้ชายตรงหน้า เธอตัดสินใจเดินกลับขึ้นห้องไปเตรียมตัวรอรับสายจากที่บ้านโดยไม่ได้เอ่ยพูดคุยอะไรกับจาเมล และปล่อยให้เขายืนอยู่คนเดียวแบบนั้น
ปึง!
“ทำตัวไม่ถูกเลยฉัน”
ปากเล็กพูดกับตัวเอง เธอยืนพิงหลังอยู่ตรงประตูห้องแล้วมองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่ มันยับยู่ยี่ประหนึ่งผ่านศึกสงคราม…
ยี่หวารีบตรงปรี่เข้าไปถกผ้ายับเยินพวกนั้นออกแล้วเอามันไปซัก เธอจัดการทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่โดยไม่ลืมหลบหน้าชายเจ้าของบ้านในทุกครั้งที่ต้องออกจากห้อง ไม่นานนักเวลาก็ล่วงเลยไปช่วงบ่ายของวัน ยี่หวานั่งเล่นอยู่ตรงโต๊ะทำงานภายในห้อง เธอได้รับข้อความที่ถูกส่งเข้ามาจากพ่ออันเป็นที่รักของตนเอง นิ้วเรียวก็รีบกดเข้าแชตไปทันที
พ่อ : ว่างยังลูกสาวพ่อ เดี๋ยวอีกห้านาทีพ่อโทรไป
ยี่หวา : ว่างเสมอค่ะ พร้อมแล้วววว
ยี่หว่าพิมพ์ยุกยิกตอบกลับแบบไม่ต้องคิด เธอเด้งตัวลุกพรวดไปกดเปิดคอมพิวเตอร์พร้อมหูที่ได้ยินว่าชายหนุ่มห้องข้าง ๆ ก็เพิ่งเปิดประตูเข้าห้องนอนของตัวเองไปเช่นกัน…
ตื่อดือดึ๊ง ~
“คิดถึงจังเลยยย คิดถึงหนูไหม?”
ยี่หวากดรับสายตั้งแต่วินาทีแรกที่หน้าจอของเธอมีเสียงเรียกเข้าโทรเข้ามา ดวงตากลมโตแวววับเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นพร้อมส่งเสียงหวานทักทายด้วยความสดใส คนตัวเล็กจะดีใจแบบนี้ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าพ่อและแม่ที่โทรมาหาจากสวีเดน ริมฝีปากจิ้มลิ้มฉีกยิ้มกว้างแล้วทำหน้าตาออดอ้อนอย่างที่ทำเป็นประจำตั้งแต่เด็ก ๆ
(มาทำหน้าอ้อนใส่พ่อแกแบบนี้ อยากได้อะไรรึเปล่าเนี่ยลูกสาวแม่)
“โห แม่ก็ ทำไมมองหนูแบบนั้น แค่คิดถึงเฉย ๆ ต่างหาก…เมื่อไหร่จะกลับมาไทยคะ”
(…ธุรกิจที่นี่กำลังไปได้ดีเลยสาวน้อยของพ่อ อดทนรอหน่อยนะ)
“…ค่ะ แต่หนูรอมาหกปีแล้วนะ จนหนูโตเป็นสาวแล้วเนี่ย หนูบินไปหาพ่อกับแม่เองก็ได้”
ยี่หวาทำปากคว่ำ เธอพูดอย่างคนน้อยใจเพราะล่าสุดที่ได้เจอพ่อกับแม่ตัวเป็น ๆ คือตอนที่เธออายุสิบห้า หรือเมื่อหกปีก่อน มันนานมาก นานมาก ๆ แล้ว
(ไม่ต้องลำบากหรอกลูกพ่อ แค่ใช้ชีวิตดี ๆ มีความสุขให้มาก ๆ ขาดเหลืออะไรก็บอก)
“ขาดความรักค่ะ ยี่หวาขาดความรักจากพ่อกับแม่”
ทันทีที่หญิงสาวตอบกลับไปแบบนั้น ทั้งพ่อและแม่ของเธอก็นิ่งไป ท่านทั้งสองยังส่งยิ้มกลับมาให้แต่กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา
“…ล้อเล่นค่ะ ยี่หวารู้ว่าพ่อกับแม่รักยี่หวาขนาดไหน ไม่ต้องห่วงนะคะ ยี่หวาจะใช้ชีวิตอย่างดีเลย ไม่ดื้อไม่ซน”
เป็นเธอเองที่รีบเปลี่ยนคำพูดเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เพิ่งพูดออกไปคงทำให้พ่อแม่ของตนลำบากใจไม่น้อย พวกท่านต้องทำงานหนักเพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างที่เห็น
(น่ารักมากลูกสาวแม่ อย่าดื้อกับพี่จาเมลด้วยล่ะ…หลัง ๆ พี่เขาบอกว่าเราชอบเถียงเขา)
รอยยิ้มคล้ายคลึงกับเธอฉายขึ้นบนใบหน้าของหญิงวัยสี่สิบปลาย เสียงของแม่ยังคงอ่อนโยนและอบอุ่นเสมอ
“พี่จาเมลฟ้องแม่เหรอ หนูดื้อที่ไหน พี่เขานั่นแหละชอบบังคับแล้วก็ขี้บ่น”
เธอทำหน้าเง้างอนพลางยกแขนขึ้นกอดอกอย่างคนไม่ยอม พลันในหัวก็มีภาพของหนุ่มโปรแกรมเมอร์ข้างห้องผุดเข้ามา
พี่จาเมลต้องเอาเรื่องที่ฉันทำตัวไม่น่ารักไปฟ้องแม่แน่ ๆ จะทดไว้ในใจก่อนละกัน…
(เราก็อย่าไปดื้อกับพี่เขามาก ถ้าไม่ได้พี่เขาช่วยดูแล พ่อกับแม่จะมีกระจิตกระใจไหนทำงาน หื้ม?)
“รู้แล้วค่า ๆ หนูจะพยายามไม่เถียงพี่จาเมล จะพยายามค่ะ”
ยี่หวาตกปากรับคำอย่างไม่มีทางเลือก เธอไม่ต้องการให้พ่อหรือแม่ของเธอต้องมากังวลใจกับเธอมากนัก เพราะตอนนี้เธอก็ไม่ใช่สาวน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเมื่อหกปีก่อนแล้ว
(เงินพอใช้ไหมลูก อยากได้อะไรก็บอกพ่อนะ เราส่งข้อความคุยกันได้ตลอด รู้ใช่ไหม?)
(โอ้โห รายนี้ก็สปอยลูกเก่งจริง ๆ ดีนะที่ลูกเราไม่ใช่เด็กฟุ้งเฟ้อ)
เสียงของแม่ขัดขึ้นมาก่อนที่เธอจะได้ตอบออกไป ทำให้ใบหน้าของสาววัยยี่สิบเอ็ดมีรอยยิ้มฉายขึ้นกับภาพความน่ารักในจอที่พ่อกับแม่ของเธอกำลังจิ๊ปากใส่กัน
“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูทำงานหาเงินเองได้ พ่อกับแม่ใช้ไปเลย ไม่ต้องห่วงหนู ถ้าไม่พอเดี๋ยวไปไถพี่จาเมลเอา ฮ่า ๆ”
ยี่หวาพูดก่อนจะหัวเราะร่าออกมาเพราะเธอไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะอ้าปากขอเงินพ่อกับแม่ มีแต่ขอพี่ชายข้างห้องเท่านั้นแหละ อยากเก่ง และรวยดีนัก ชิ!
(เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปเข้าประชุมแล้ว ไว้คุยกันใหม่นะเด็กน้อย)
“ค่า รักพ่อกับแม่มาก ๆ นะ จู๊บบบบ!!”
เธอไม่พูดเปล่าเพราะกำลังทำไม้ทำมือส่งจูบไปให้คนในจอ ยี่หวาโบกไม้โบกมือยกใหญ่ กระทั่งจอตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำ
คิดถึงแล้ว…
ยี่หวารู้สึกเปล่าเปลี่ยวภายในใจ ทั้ง ๆ ที่สายจากครอบครัวเพิ่งตัดไปได้ไม่นาน แต่เธอกลับคิดถึงท่านทั้งสองสุดหัวใจ
“นี่นายนัดฉันมาเพราะอยากเจอ หรือนัดมาเพื่ออวดแฟนกันแน่?” ยี่หวาถาม เธอมองไทก้าป้อนอาหารให้แฟนสาวของเขาโดยไม่ได้สนใจเพื่อนอย่างเธอที่เขาเป็นคนชวนออกมากินข้าวเลยสักนิดเดียว “…อวด หยอก ๆ ก็คนมันคลั่งรักอะ” “จ้าาา” เธอจีบปากจีบคอก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้เนร่า แฟนสาวไทก้าที่ได้เธอเนี่ยแหละคอยให้คำปรึกษาไอ้หนุ่มลูกครึ่งจนชนะใจสาวใบหน้าสะสวยได้สำเร็จ ยี่หวาส่ายหน้าไปมาพร้อมอมยิ้มมุมปาก เมื่อเพื่อนสนิทของเธอได้มีความรักดี ๆ ที่เขาคู่ควร และเหมาะสม “ก่อนจะมาเป็นแฟนเนร่า ไทก้าต้องเจ้าชู้มาก ๆ เลยใช่ไหมคะ?” เนร่าถามเธอแล้วหันไปมองหน้าไทก้าด้วยสายตาจ้องจับผิด “ใช่ค่ะ ๆ เจ้าชู้มากกกกเลย” “เฮ้ย! ทำไมตอบงั้นอะยี่หวา ฉันไม่เคยทำตัวไม่ดีเลยนะ เนร่าอย่าไปฟัง” หนุ่มลูกครึ่งถลึงตาแล้วรีบยกมือปิดหูแฟนสาวตนเองไว้ เขาอ้าปากตำหนิเธอไม่ว่างเว้นส่วนยี่หวาก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาเสียงดังอย่างคนสะใจ “ฮ่า ๆ ล้อเล่นนะคะ…ไทก้าประพฤติตัวดีมาตลอดตั้งแต่รู้จักกันเลยค่ะ สบายใจได้” เธอรีบแก้ต่างแล้วพูดยืนยันหนักแน่นด้วยค
“ขอบคุณพี่มาก ๆ เลยนะ” ยี่หวาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่กำลังยืนล้างจานอยู่ในครัว เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วเอียงคอชะเง้อมองหน้าจาเมล “…ขอบคุณอะไรบ่อยขนาดนั้น” ใบหน้าหล่อหันกลับมาถามโดยที่มือยังไม่ละจากภารกิจตรงหน้า “…ขอบคุณทุกเรื่องเลย แต่ไม่รู้จะตอบแทนพี่ยังไง พี่รวยจนซื้อทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ยี่หวาเลยไม่รู้จะให้อะไรตอบแทนทุกสิ่งที่พี่ทำให้” เธอบอกเขาไปตามความรู้สึกที่มี คนตัวเล็กตื้นตันและรู้สึกอุ่นใจที่มีจาเมลคอยเคียงข้าง คอยช่วยเหลือ ถ้าไม่ได้เขาเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต เธอคงไม่สามารถผ่านมันมาได้อย่างแน่นอน ขนาดปัจจุบันที่เวลาล่วงเลยไปเป็นเดือนแล้วตั้งแต่ได้ความทรงจำกลับคืนมา แต่ในใจลึก ๆ เธอยังมีความเศร้าโศกหลงเหลืออยู่ จนบางครั้งที่ทนไม่ไหวยังแอบนอนร้องไห้คนเดียวเป็นประจำ “…มีสิ วิธีตอบแทนพี่น่ะ” นัยน์ตาสวยกำลังจะหม่นลงจากความคิดภายในใจ แต่เธอต้องละทิ้งความเจ็บปวดไปเมื่อจาเมลหันมาใช้มือเชยคาง มือเปียก ๆ ของเขาส่งต่อความเย็นลงบนใบหน้าสวย “วิธีไหน?” “…มาหาพี่ที่ห้องตอนสามทุ่ม เดี๋ยวจะบ
“ฮึก ฮึก…ฮืออ” มือหนากุมมือสาวน้อยข้างตัวไว้ตลอด เขาใช้มือเพียงข้างเดียวในการประคองรถพลันหน้าหล่อก็คอยหันมองคนตัวเล็กอยู่เป็นระยะด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ตลอดทางที่ชายหนุ่มพายี่หวากลับบ้านเขาได้ยินแต่เสียงสะอื้นไห้ออกมาจากเธอ จนบางครั้งเสียงเศร้าโศกที่จาเมลได้ยินก็พานทำให้ชายหนุ่มอดกังวลไม่ได้ว่ายี่หวาจะร้องไห้จนสลบไปเหมือนเมื่อสามวันก่อน “…อยากกินอะไรหน่อยไหม” จาเมลเอ่ยถามเมื่ออีกไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรข้างหน้าก็จะถึงซูเปอร์มาร์เก็ตหน้าหมู่บ้าน ยี่หวาไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมา เธอทำเพียงส่ายหน้าให้แทนคำตอบ ตาสวยบวมเป่ง เธอเริ่มปวดแสบเบ้าตาหลังจากร้องไห้มาเป็นระยะเวลานาน ยี่หวายกหลังมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออก เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพยายามกลั้นน้ำตาที่เหลือไว้ เธอช่วยชีวิตพ่อกับแม่ตัวเองไว้ไม่ได้ แต่อย่างน้อย ๆ เธอก็กำหนดชะตาชีวิตของฆาตกรได้… ใบหน้าสวยพยักช้า ๆ กับตัวเอง แม้จะไม่สามารถแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ แต่สิ่งที่จาเมลให้เธอได้ตัดสินใจด้วยตัวเองในวันนี้ ทำให้เธอเหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ “…พี่เราเรื่องทั้งหมดให้ฟังห
“รู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม” จาเมลถามยี่หวาที่กำลังตักโจ๊กเข้าปาก เขาไล่ตามองสังเกตใบหน้าสวยที่ตอนนี้กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง หลังจากที่คนตัวเล็กนอนซมไข้ไปสามวันตั้งแต่รู้ความจริงเรื่องคนในครอบครัว “…ทำไมพี่ไม่บอกยี่หวา” ตาคมจ้องนิ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนตรงหน้าถามเขาแบบนี้ และก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่จาเมลเลือกที่จะเงียบไม่ตอบอะไร “รักษาตัวเองให้หายดีก่อนแล้วจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง” คนตัวสูงพูดเสียงเรียบ เขาพยักเพยิดหน้าแทนการบอกให้ยี่หวาจัดการมื้อเช้าตรงหน้ากับยาลดไข้ที่วางอยู่ข้างตัวเสียก่อน “ยี่หวาหายดีแล้ว พี่พูดมาเลย” เธอยืนกรานเสียงแข็ง วันนี้เธอจะไม่ยอมให้จาเมลได้บ่ายเบี่ยงอีก “…โอเค กินโจ๊กนั่นให้หมดแล้วก็กินยา ทำอะไรเสร็จก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” ชายหนุ่มในเสื้อฮู้ดออกคำสั่ง เขาเห็นว่าสายตายี่หวายังมีอาการต่อต้านแสดงออกมา แต่ท้ายที่สุดร่างบางก็ยอมก้มหน้าก้มตากินมื้อเช้าของตนเอง ไม่นานนักคนตัวเล็กก็ตรงขึ้นห้องก่อนจะกลับลงมาในเวลาอันสั้น “เราจะออกไปข้างนอกเหรอ” ทันทีที่ปลายเท้าเรีย
“…ไม่จริงใช่ไหม คะ แค่ภาพหลอนรึเปล่า” ใบหน้าสวยอาบไปด้วยคราบน้ำตา เธอทิ้งตัวนั่งกับพื้นโดยที่มือพยายามจับประตูเอาไว้เพราะกลัวตัวเองจะหัวฟาดไปเหมือนเมื่อหกปีก่อน คนตัวเล็กไม่มั่นใจว่าความทรงจำที่เธอเพิ่งได้คืนกลับมา มันจะใช่เรื่องจริงหรือเปล่า อาจเป็นเพียงภาพหลอนก็ได้ หรือแค่เธอยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่านั้นเอง ยี่หวายกหลังมือเช็ดคราบน้ำบนหน้า ใบหน้าสวยพยักขึ้นลงกับตัวเองแล้วค่อย ๆ จับรั้งประตูเพื่อพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างแบบบางโอนเอนไม่เป็นปกติ เธอจับประตูไว้แน่นเมื่อรู้สึกถึงอาการหน้ามืดแทรกเข้ามา คนเดียวที่จะให้คำตอบเธอได้คงมีแต่จาเมลเท่านั้น ต้องกลับไปถามเขา… คิดได้ดังนั้นยี่หวาก็หมุนตัวเดินออกจากบ้าน เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีก ใจดวงเล็กยังไม่พร้อมเผชิญเรื่องราวเลวร้ายเพียงลำพัง “…พื้นที่ตรงนี้ไม่อนุญาตให้เข้านะครับ คุณใช่ลูกบ้านรึเปล่า?” เสียงผู้ชายดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ยี่หวาที่กำลังจะเปิดประตูรถต้องดึงมือออกแล้วหันหน้าไปตามทิศทางของเสียง เธอมองเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านกับจักรยานที่เขากำลังคร่อมมัน
รถไฟฟ้าขับพ้นบ้านหรูมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เธอคุ้นเคยดีสมัยเมื่อหกปีก่อน ยี่หวาเงียบตลอดทางในหัวเธอตีกันยุ่งจนไม่สามารถจับต้นชนปลายอะไรได้ มีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่มันกำลังส่งเสียงออกมาท่ามกลางความเงียบ หน้าสวยไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ฉายบนใบหน้า เธอไม่ได้เร่งรีบหรือร้อนใจอย่างที่ควรจะเป็น แต่ใจของสาวน้อยกลับนิ่งเสียจนน่ากลัว กลัวว่ามันจะช็อกไปดื้อ ๆ เธอพยายามทำใจให้สงบแล้วไม่คิดฟุ้งซ่านกับสิ่งต่าง ๆ ที่เธอได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า แขนเรียวหักพวงมาลัยรถเลี้ยวไปตามถนน ไม่นานนักรถไฟฟ้าก็พาเธอขับเข้าไปในหมู่บ้านที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขของครอบครัวเธอ สิ่งเดียวที่จะยืนยันได้ว่าเรื่องที่เธอเพิ่งรู้เป็นเรื่องจริงหรือเท็จ คงมีเพียงบ้านเก่าที่จาเมลบอกว่าครอบครัวเธอปล่อยขายไปแล้วตั้งแต่ตอนที่พ่อกับแม่ตัดสินใจย้ายไปประจำที่สวีเดน หรืออย่างน้อย ๆ เธอคงได้รู้เรื่องราวจากบ้านหลังข้างเคียงบ้างว่าเมื่อหกปีก่อนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่… ยี่หวาขับผ่านบ้านหลังต่าง ๆ ภายในหมู่บ้านขนาดใหญ่ เธอมองบรรยากาศรอบตัวที่ดูอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก แถมบางหลังยั
“พ่อคะ เดี๋ยวยี่หวาต้องวางสายแล้วน้า” ยี่หวาส่งเสียงออดอ้อนไปให้คนในหน้าจอ เธอมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อส่งยิ้มกลับมาพลันตาสวยก็หยีขึ้นกว่าเดิม (จะไปนอนแล้วเหรอเรา) “เปล่าค่ะ ยี่หวามีนัดดูดวง แหะ ๆ” เธอยกมือขึ้นเกาหัว แม้จะไม่อยากบอกความจริงเพราะคนรอบตัวไม่มีใ
03:00น. ก๊อก ก๊อก…ก๊อก ก๊อก คนตัวเล็กถูกปลุกจากฝันหวานกลางดึก เสียงที่ดังมาจากประตูห้องทำให้สาวสวยต้องจำใจตื่นขึ้นมา ยี่หวายันตัวนั่งแล้วมองไปที่ประตูห้องนอนตนเอง ใบหน้าสวยฉายความงุนงงไม่น้อยเมื่อเห็นเวลาบนหน้าจอมือถือที่เพิ่งเข้าเช้าวันใหม่มาไม่กี่ชั่วโมง แต่เธอก็ยอมลุกออก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “…ขอโทษค่ะ” คนตัวเล็กสะดุ้งแล้วรีบถลึงตัวลุกขึ้นยืนก้มหัวให้กับภาสกร เธอมองมือชายสูงวัยวางอยู่บนโต๊ะ หลังจากที่เขาเพิ่งเคาะมันลงบนโต๊ะทำงานแทนการเรียกเธอ เมื่อเห็นว่าสาวสวยเอาแต่จดจ่ออยู่กับงานจนไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว “ขอโทษที่ตัวเองตั้งใจทำงานเหรอเร
“…พี่จาเมล” แม้ตาเธอจะเริ่มหยาดเยิ้มจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่กำลังซึมเข้าร่างกายการมองเห็นเลยค่อนข้างพร่ามัว แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของยี่หวายังทำงานได้ดี ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายที่มายืนขวางทางอยู่คือจาเมล พรึบ! “กลับบ้าน” จาเมลแย่งกุญแจรถออกมาจากมือไท







