Partager

บทที่ 4

Auteur: กำลังดี
แม่ครับ ถ้าแม่มองภาพนั้นต่ออีกสักสามวินาที แล้วขยายภาพอีกนิด

แม่ก็จะเห็น…

ว่าหน้าอกผมไม่ได้ยุบขึ้นยุบลง

ทั้งที่อีกแค่นิดเดียว…

แม่ก็จะรู้ว่าผมได้ตายไปแล้ว

การสอบวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลง

พี่ชายเป็นคนแรกที่วิ่งออกจากห้องสอบ

“พ่อครับ แม่ครับ ผมทำข้อสอบได้ดีมาก ไม่น่ามีอะไรผิดพลาด รีบกลับบ้านไปบอกข่าวดีกับมู่มู่กันเถอะ!”

พ่อพยักหน้า ขณะสตาร์ตรถ ขอบตาก็แดงเรื่อ

“ได้ ๆ ทุกอย่างจบแล้ว เรากลับบ้านกัน น้องชายลูกอยู่บ้านคนเดียวมาตั้งสองวัน ป่านนี้น่าจะคิดได้แล้ว”

“พวกเรากลับไปรับเขา แล้วไปไหว้พระที่วัดด้วยกันทั้งครอบครัวเถอะ!”

แม่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ หยดน้ำตาไหลริน

“ที่ผ่านมา แม่เข้มงวดกับมู่มู่เกินไปจริง ๆ ขอแค่เขายอมแก้ไขตัวเอง หลังจากนี้ไม่ว่าเยี่ยนเยี่ยนได้อะไร เขาก็จะได้เหมือนกัน”

ผมลอยอยู่กลางห้วงความว่างเปล่า

รอยยิ้มของผมมันดูแย่กว่าตอนร้องไห้เสียอีก

พ่อครับ แม่ครับ

ผมรอวันนี้มาตลอดสิบแปดปี

แต่น่าเสียดาย ผมกลับอยู่ไม่ถึงวันนี้

ไม่นานรถก็กลับมาถึงบ้าน

พี่ชายวิ่งนำหน้าทุกคนไปเปิดประตู

แล้ว…

ในทันใดนั้น เขาก็หยุดเดิน

เขาเห็นว่า…

อาหารบนโต๊ะกินข้าวในครัวไม่ได้ถูกแตะต้องสักนิด จนมีราขึ้นแล้ว

เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

“มู่มู่... เขาไม่ได้ออกมาสองวันแล้ว!”

แม่ชะงักไปครู่หนึ่ง

ก่อนจะโกรธจนตาเขียวปัด

แม่พุ่งไปหน้าห้องแช่แข็ง แล้วเตะประตูเต็มแรง

“สวี่มู่! แกยังไม่เลิกดื้อด้านอีกใช่ไหม?”

“รู้ไหมว่าพี่ชายแกผ่านช่วงหลายวันนี้มายังไง? เขากินไม่ได้ นอนไม่หลับ แม้แต่ตอนสอบก็ยังเป็นห่วงแก! แล้วแกล่ะ? แกแกล้งตายอยู่ข้างในให้ใครดูไม่ทราบ?!”

พ่อเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน

เขาเดินเข้ามา พยายามข่มความโกรธในน้ำเสียงเอาไว้

“มู่มู่ แกทำให้พ่อผิดหวังเหลือเกิน”

“พ่อกับแม่อยู่ข้างนอกอุตส่าห์เป็นห่วงแกตั้งสองวัน! แล้วแกล่ะ? สำนึกบ้างสักนิดไหม?”

พี่ชายเข้ามาขวางพ่อกับแม่

เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย

“พ่อครับ แม่ครับ... มู่มู่ไม่มีทางทำตัวแบบนี้อย่างไม่มีเหตุผลแน่! เขาต้องเป็นอะไรไปแล้วแน่เลย!”

สีหน้าพ่อกับแม่แข็งค้างไปชั่วขณะ

ตอนนั้นเอง เสิ่นเนี่ยนก็เดินเข้ามา

เธอเดินมาที่หน้าห้องแช่แข็ง ชูโทรศัพท์ในมือขึ้น

“เมื่อกี้ครูประจำชั้นโทรมาหาหนูค่ะ ครูรู้ว่ามู่มู่พลาดสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติ ตอนนี้กำลังหาทางยื่นขอช่องทางพิเศษ เพื่อให้เขามีโอกาสเข้ารับการคัดเลือกพิเศษของมหาวิทยาลัยชิงหัวหรือไม่ก็มหาวิทยาลัยปักกิ่ง”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“สวี่มู่ นายเป็นคนบอกครูใช่ไหม? ทำไมนายต้องทำแบบนี้ด้วย?”

ไฟโทสะของแม่ถูกจุดขึ้นมาในฉับพลัน

“สวี่มู่! พ่อกับแม่เลี้ยงแกมาสิบแปดปี แกตอบแทนพวกเราแบบนี้เหรอ? พอรู้ว่าตัวเองพลาดสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ตั้งใจใช้สารพัดวิธีเพื่อทำลายชีวิตพี่ชายแกใช่ไหม?!”

สีหน้าพ่อมืดทะมึนและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

“พี่ชายแกคอยปกป้องแกทุกเรื่อง แต่แกนี่นะ คิดแต่จะบีบให้เขาตายอยู่ตลอด! เสียแรงที่พ่อกับแม่อุตส่าห์รีบกลับมาจะพาแกไปไหว้พระ!”

“สวี่มู่ ฉันมีลูกชายแบบแกได้ยังไง?”

ทุกคนกำลังพิพากษาผม

มีเพียงพี่ชายที่พุ่งเข้ามาหมุนลูกบิดประตูห้องแช่แข็ง

“แม่! ประตูมันเย็นเกินไปแล้ว!”

ดวงตาแม่แดงก่ำ

“พอได้แล้ว!”

แม่พุ่งเข้ามา แล้วเอื้อมมือไปคว้าที่จับประตู

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 10

    ในคืนนั้นพี่ชายฟุบหลับอยู่บนเบาะนั่งสมาธิผมเดินเข้าไปในความฝันของเขานั่นเป็นครั้งแรกหลังจากผมตาย ที่พี่ชายมองเห็นผมผมสวมชุดนักเรียนขาวสะอาดหน้าผากไม่มีเลือด ใบหน้าไม่มีเกล็ดน้ำแข็งผมยืนอยู่กลางแสงสว่างเจิดจ้า ไม่ต่างจากตอนยังมีชีวิตพี่ชายตกตะลึงจากนั้นเขาก็วิ่งเข้ามา แล้วกอดผมแน่น“มู่มู่…”เขายื่นมือมาลูบหน้าผม ราวกับจะยืนยันว่าผมอยู่ตรงนี้จริง ๆ“มู่มู่ พี่ปกป้องนายไว้ไม่ได้ ทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง พี่น่าจะทำให้พ่อกับแม่เปิดประตูได้แล้วแท้ ๆ”“มู่มู่ นายหนาวไหม?”ผมยิ้มก่อนส่ายหน้าให้เขา“พี่ครับ ผมไม่หนาวนานแล้ว พี่อย่าเสียใจเลย”เขากอดผม ร้องไห้จนพูดไม่ออก“พี่ผิดเอง พี่รู้สึกมานานแล้วว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล พี่ควรกล้ากว่านี้ พี่น่าจะทุบประตูให้มันเปิดซะ”ผมจับมือเขา“พี่ครับ พี่ทำดีที่สุดแล้ว จริง ๆ นะ”“ตลอดสิบแปดปีนี้ ผมไม่เคยเสียใจแม้แต่วันเดียว ที่ได้เป็นน้องชายของพี่”“ถ้ามีชาติหน้า พี่มาเป็นพี่ชายของผมอีก ได้ไหมครับ?”เขากอดผมแน่นมาก แน่นเหลือเกินในความฝัน ร่างกายผมยังคงอุ่นพอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของพี่ชายก็มีแต่น้ำตาเขาเดินออกจากห้อง

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 9

    ตั้งแต่วันนั้น เสิ่นเนี่ยนก็เสียสติผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติของเธอออกแล้ว679 คะแนนมากพอจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ได้ที่เธอต้องการแต่ใบหน้าเธอไม่มีรอยยิ้มทุกวันเธอจะมาที่บ้านผม ยืนเคาะประตูห้องแช่แข็งที่ปิดสนิทซ้ำแล้วซ้ำเล่า“สวี่มู่ เปิดประตูสิ”“ฉันรู้ว่านายอยู่ข้างใน”“เลิกดื้อได้แล้ว ออกมาก่อนดีไหม? เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกัน?”“ฉันเอาเอกสารมาเยอะเลย เดี๋ยวจะช่วยนายทบทวนบทเรียน”แม่ของเธอร้องไห้บอกว่าผมไม่อยู่แล้วแต่เสิ่นเนี่ยนเหมือนไม่ได้ยินวันรุ่งขึ้นเธอก็มาอีกคราวนี้เธอยืนอยู่หน้าประตู หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“สวี่มู่ ฉันจะโทรหาคุณลุงคุณป้า ให้พวกเขาปล่อยนายออกมาเดี๋ยวนี้”“ใจเย็น ๆ นะ”“ฉันจะโทร ฉันจะโทรตอนนี้เลย”เธอยกโทรศัพท์แนบใบหู และรออยู่นานไม่มีใครรับสายเธอกำโทรศัพท์ ร้องไห้อยู่หน้าประตูตลอดบ่ายแล้วเธอก็ถูกพ่อแม่รับตัวกลับไปเธอไม่ได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยหยุดเรียนไปหนึ่งปีได้ยินว่าเธอขังตัวเองอยู่ในห้องทุกวัน นั่งร้องไห้อ่านข้อความเก่า ๆ ที่เราเคยคุยกันต่อมาพ่อแม่เธอก็พาย้ายไปอยู่ต่างเมืองหลังจากนั้น ก็ไม่มีใครพ

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 8

    แม่ไล่อ่านลงไปทีละข้อความข้อความแรก[วันนี้ผลสอบออกแล้วแต่ฉันดีใจไม่ลง พี่ชายสอบได้ไม่ดีเท่าฉัน ฉันไม่กล้ากลับบ้าน ไม่รู้เลยว่าถ้าแม่ถามขึ้นมาจะตอบยังไง กลัวแต่ว่าจะขังฉันไว้ในห้องแช่แข็งอีกน่ะสิ]ข้อความที่สอง[สุดท้ายฉันก็ถูกขังจริง ๆ แม่ตบหน้าฉันตั้งหลายครั้ง เอาแต่คาดคั้นว่าทำไมฉันถึงต้องทำร้ายพี่ชาย ฉันเสียใจเหลือเกิน ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ห้องแช่แข็งหนาวมาก ฉันหิว โชคดีที่พี่ชายใส่ช็อกโกแลตไว้ในเจ้าหมี ถ้าได้กินอะไรหวาน ๆ ใจก็คงไม่ขมขื่นขนาดนี้ไหมนะ?]ข้อความที่สาม[วันแรกของเทอม ครูให้ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ฉันบอกว่าไม่เอา ฉันไม่กล้า ครั้งก่อนตอนฉันเป็นตัวแทนนักเรียนประจำวิชา พอแม่รู้ แม่ก็ไม่พูดกับฉันอยู่สามวัน ฉันเก่งกว่าพี่ชายไม่ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจ ทั้งที่ฉันเชื่อฟังขนาดนี้แล้ว ทำไมพ่อกับแม่ถึงรักฉันเหมือนที่รักพี่ชายบ้างไม่ได้สักนิด?]ข้อความที่สี่[พี่ชายสอบได้อันดับสามของระดับชั้น ฉันได้อันดับหนึ่ง คุณครูต่างก็ชมเราทั้งคู่ แต่ฉันไม่กล้ากลับบ้าน ได้แต่นั่งอยู่หน้าโรงเรียนจนฟ้ามืด พอกลับบ้าน พ่อก็ให้ฉันคุกเข่าในห้องนั่งเล่นตลอดทั้งคืน เช้าขึ้นมาเข่าบวมเป่งจนเดินไม่ไหว พ

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 7

    ไม่นานเรื่องของผมก็ทำให้เพื่อนบ้านแตกตื่นมีคนแจ้งตำรวจครึ่งชั่วโมงต่อมา ตำรวจก็มาถึงและขึงเทปกั้นพื้นที่ไว้ในบ้านร่างผมถูกยกขึ้นเปลหามแพทย์นิติเวชตรวจศพผมโดยละเอียดเมื่อรายงานผลชันสูตรถูกวางลงตรงหน้าพ่อกับแม่พวกเขาก็จ้องข้อความบนนั้น ได้แต่อ่านวนซ้ำไปซ้ำมา[ผู้ตายสวี่มู่ เสียชีวิตเพราะถูกน้ำแข็งกัด คาดว่าเสียชีวิตราวห้าวันก่อน]“ห้าวันก่อน... วันแรกของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย”พ่อพูดด้วยเสียงแผ่วเบาท่านจ้องมองข้อความนั้นอย่างเลื่อนลอย ภาพเหตุการณ์วันนั้นพลันผุดขึ้นมาในความทรงจำจากนั้น หัวไหล่ของท่านก็สั่นไหวอย่างรุนแรง“เช้าวันนั้นเขาคุกเข่าขอร้องผม โขกหน้าผากจนเลือดออก ขอให้ผมคืนบัตรเข้าสอบให้เขา”“ผมเอง ผมเป็นคนถีบเขาเข้าไป ให้เขาสำนึกผิดอยู่ข้างใน”ตอนนั้นเอง แม่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็ส่งเสียงคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวัง“เขาทุบประตู! เขาบอกว่าหนาว! ฉันนึกว่าเขาแกล้งทำ! ฉันได้ยินชัด ๆ แต่กลับคิดว่าเขาแกล้งทำ!”แล้วแม่ก็กระชากผมตัวเองอย่างคลุ้มคลั่ง“เขาทุบประตูตลอด! ทุบอยู่ตั้งนาน! เขาไม่ได้อาละวาด! แต่เขากำลังร้องขอความช่วยเหลือ!”ตำรวจเข้ามาห้ามแม่แม่ดิ้นรนขัดขืน ไม่

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 6

    ประตูห้องแช่แข็งเปิดออกเต็มความกว้างร่างของผมแข็งค้างอยู่ตรงนั้น ลำตัวงอลงครึ่งหนึ่งใบหน้าครึ่งซีกเปรอะเลือดที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งมีเพียงมือขวา ที่ยังค้างอยู่ในท่าทุบประตูแม่ทรุดฮวบลงนั่งกับพื้นทันทีแม่พยายามลุกหลายครั้งแต่ลุกไม่ขึ้น สุดท้ายจึงต้องคลานเข้ามาแม่คุกเข่าลงในน้ำเย็นจัดที่ไหลนองบนพื้น ค่อย ๆ คลานมาจนถึงข้างศพผมแม่ยื่นมือมาจะจับมือผมแต่ปลายนิ้วกลับสัมผัสได้เพียงเนื้อหนังที่แข็งกระด้างเพราะถูกแช่แข็ง“มู่มู่... ทำไมถึงเป็นแบบนี้...”แม่พึมพำด้วยเสียงที่สั่นอย่างไม่อาจควบคุม“ฉันไม่ได้เปิดระบบทำความเย็นไว้นี่... มู่มู่ มู่มู่ของแม่...”ตอนนั้นเองสายตาแม่ก็ค่อย ๆ เลื่อนไปยังแผงควบคุมอุณหภูมิบนผนังติดลบ 30 องศาเซลเซียสตัวเลขนั้นมีสีแดงเหมือนสีเลือดลำคอแม่เหมือนมีก้อนสำลีอุดตัน จนเปล่งเสียงอะไรไม่ออกอีกแล้วแม่ได้แต่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นเทาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าพ่อพุ่งเข้ามาหาผมราวคนเสียสติเขาอยากอุ้มผมขึ้นมาเขาอยากช่วยผมพ่อกอดร่างผมไว้แน่น แล้วออกแรงยกขึ้นสุดกำลังแต่ร่างผมไม่ขยับเขยื้อนสักนิด

  • น้องชายผู้โชคร้าย   บทที่ 5

    “ก็บอกไปแล้วนี่ว่ากุญแจอยู่ไหน! ที่ไม่ออกมา คงเพราะตั้งใจรั้นให้ถึงที่สุดมากกว่า”แม่กระชากพี่ชายออกจากที่จับประตูเสียงพี่ชายแหบพร่า“แม่ครับ มู่มู่ยังอยู่ข้างในนะ! เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะกลับมารับเขาไปไหว้พระ…”แต่แม่ไม่สนใจพี่ชายที่พยายามขัดขืน ร่วมมือกับพ่อลากตัวเขาออกไป“ในเมื่อมันอยากอยู่ในนั้นนัก ก็อยู่ซะให้พอใจ ดูสิว่าจะดื้อด้านได้ถึงไหน! พวกเราไปกันเถอะ!”ประตูถูกปิดกระแทกอย่างแรงแกร๊กทุกอย่างกลับมาเงียบงันอีกครั้งผมลอยคว้างอยู่กลางความว่างเปล่าใบหน้าผมเปียกชุ่มด้วยน้ำตาแม่ครับทั้งที่แม่อยู่ห่างจากความเป็นจริงแค่ประตูบานเดียวอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นแม่ก็จะเห็นผมแล้วแท้ ๆ…พ่อแม่พาพี่ชายออกไปเที่ยวสามวันพวกเขาไปไหว้พระที่วัดบนภูเขาอธิษฐานให้พี่ชายผ่านวัยสิบแปดปีไปได้อย่างปลอดภัยพวกเขากราบไหว้และจุดธูปอธิษฐานให้พี่ชายสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆพี่ชายเองก็ก้มกราบด้วยความศรัทธาแต่เขากำลังขอเครื่องรางคุ้มภัยให้ผมเขาพนมมือ อธิษฐานด้วยใจศรัทธา“เพราะคำทำนายนั่น มู่มู่ถึงต้องลำบากมาตลอดสิบแปดปี ผมไม่สนว่าตัวเองจะสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ หรือเปล่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status