LOGINเฉินกวงไม่เท่าไร แต่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยรับฟัง เชื่อว่าชาวแดนใต้รู้เรื่องแหล่งน้ำดีที่สุดเพราะพวกเขาโตมากับน้ำไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นแนะนำ ซูเนี่ยนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้ม ไม่พูดจา
ไม่ผิดที่จะมั่นใจในความสามารถของตัวเอง
“หากไม่เชื่อ ก็ลองดูที่ใต้น้ำ” พูดจบหญิงสาวก็กลับเข้าไปในรถม้า ตอนนั้นเฉินกวงก็สั่งให้คนลงไปดูที่ใต้น้ำ
ไม่นานเขาก็โผล่ขึ้นมาด้วยความตกใจ “ศพ! มีศพเต็มเลยขอรับ!”
“แม่น้ำสายนี้ไหลมาจากแม่น้ำหวงจิงทางเหนือใกล้สนามรบ คุณหนูศึกษาเรื่องนี้เพื่อหาแหล่งน้ำสะอาดไว้ให้ชาวเมืองดื่มกิน พวกท่านคงไม่เคยเจอแต่พวกเราเจอมาเยอะแล้ว แม้จะมีปลาชุกชุม แต่สิ่งที่อยู่ใต้น้ำเป็นอาหารของพวกมันถ้าเรากินเข้าไปก็จะป่วยได้” จงเลี่ยงองครักษ์เพียงคนเดียวของซูเนี่ยนอธิบาย
ความจริงปลาพวกนี้ไม่ใช่ว่ากินไม่ได้เลย แต่อาหารของพวกมันคือศพมนุษย์ แค่คิดว่าต้องกินเข้าไปก็รู้สึกไม่ดีแล้ว
เฉินกวงฟังที่จงเลี่ยงอธิบายก็เข้าใจ รู้สึกดีกับคนตรงหน้ามากยิ่งขึ้น เขาพูดอย่างใจเย็นไม่เหยียดหยามหรือเยาะเย้ยที่คนของเขาไม่รู้เรื่องแล้วยังอวดเก่ง
หลังจากเห็นว่าใต้น้ำมีศพ เฉินกวงก็เลยทำตามคำแนะนำของซูเนี่ยนคือขึ้นเหนือไปอีกหน่อย ไม่หาปลาบริเวณนี้
และไม่ลืมพาจงเลี่ยงไปด้วย
พอพวกเขาไปแล้วซูเนี่ยนก็เปิดผ้าม่าน แม้ว่าเฉินกวงจะไม่อยู่แต่เขาก็วางกำลังทิ้งคนไว้ดูแลนางเป็นอย่างดี หญิงสาวมองไปที่แม่น้ำที่มีปลาแหวกว่าย ศพที่อยู่ใต้น้ำหากไม่ใช่พวกซากศพก็แสดงว่าเป็นเพียงคนที่ตายในสงครามแล้วกระแสน้ำพัดพามา แต่ถ้าเป็นพวกซากศพก็แสดงว่าพวกซากศพว่ายน้ำไม่เป็นถึงได้จมลงไป
ซูเนี่ยนเคยสู้กับซากศพหลายครั้ง วิธีจะฆ่าพวกมันได้มีเพียงทำลายที่หัว ต้องยิงธนูเข้าที่กลางหน้าผากหรือตัดศีรษะจนขาดออกจากกัน ต่อให้ตัดแขนตัดขาจนขาดหรือแทงทะลุหัวใจก็ไม่ตาย
แสดงว่าอาจจะมีวิธีอื่นที่ใช้จัดการกับพวกมันได้อีกแต่นางยังไม่รู้
“คุณหนูเจ้าคะ”
“อืม”
นอกจากจงเลี่ยง โส่วอี้กับซิ่นอี้คือคนที่ซูเนี่ยนพามาด้วย แม้ตอนแรกนางตั้งใจจะมาคนเดียว แต่ทั้งสามคนก็ขอร้องอ้อนวอน
ในความฝันที่ยาวนานสายตาของซูเนี่ยนมองดูแต่คนที่ไม่เห็นคุณค่าตอนนี้พอมองรอบตัว ถึงรู้ว่าจริง ๆ แล้วก็มีคนที่รักนางอยู่เช่นกัน
พวกเขารู้ว่าการเดินทางไปแดนใต้ครั้งนี้มันอันตราย อาจจะไปไม่ถึงที่หมายก็ได้ ไม่รู้ว่าชะตากรรมของนางจะเป็นเช่นไร แต่ก็ยินดีติดตามรับใช้ ด้วยเหตุนี้แววตาที่ทอดมองทั้งสามคนจึงอ่อนโยนมาก
“ดอกไม้สีน้ำเงินแปลกตายิ่งนักเจ้าค่ะ”
“หือ?” ซูเนี่ยนมองตามสายตาของซิ่นอี้ไป
“ดอกเสาะเวหา หากข้าจำไม่ผิดอาจารย์บอกว่านี่เป็นสมุนไพรหายาก ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี”
“เช่นนั้นข้าจะไปเก็บมาให้คุณหนูนะเจ้าคะ” โส่วอี้ขันอาสา ก่อนจะกระโดดขึ้นต้นไม้ท่าทางกระตือรือร้น
ชาวแดนใต้ตกใจ คิดว่าสาวใช้ที่ติดตามคุณหนูซูมาเป็นเพียงสตรีธรรมดาที่ไหนได้นางก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน หาไม่แล้วจะเหาะเหินได้อย่างไร ที่พวกเขาตกใจเพราะตลอดเส้นทางไม่มีใครมองออก ส่วนหนึ่งอาจเพราะว่าทั้งซูเนี่ยนและสาวใช้ทั้งสองไม่ได้ลงมาจากรถม้าเลย
โส่วอี้ไม่รู้ว่าทำให้ผู้อื่นตกใจ นางกับซิ่นอี้ช่วยกันเก็บดอกเสาะเวหามาให้คุณหนูอย่างตั้งใจ เมื่อเก็บได้มากแล้วก็ลงจากต้นไม้
“ได้แล้วเจ้าค่ะ”
“ช้าก่อน!”
การมาของซูเนี่ยนช่วยให้เมืองถงหรงกลับมาสงบสุขได้ทันที นางช่วยขับไล่สัตว์ป่าให้ถอยร่นไปแม้จะไม่ได้จากไปตลอดกาลอย่างไรก็กลับมาแต่นี่ก็ทำให้พวกเขามีเวลาได้พักหายใจและสร้างเกราะป้องกันเพิ่มป่าโดยรอบถูกถางออกทำให้ไม่มีพื้นที่ลับสายตา กำแพงถูกขยายกว้างและแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นหลังจากการมาของนางและการตอบโต้เอาคืนของเจียงเทียนอี เมืองหลวงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเมืองถงหรงอีกรู้แล้วว่าไม่อาจแตะต้องได้นี่เป็นผลพวงที่พวกเขาได้รับจากการแต่งงานของซูเนี่ยนเจียงเทียนอีพับเก็บกระดาษ ซูเนี่ยนเขียนจดหมายมาหา กล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สามแล้ว ให้เขาเร่งหาภรรยาได้แล้ว แต่ชายหนุ่มตอนนี้ทุ่มเทแรงกายและใจปกป้องเมืองถงหรงเป็นอย่างดี ไม่มีเวลามองหาสตรีใดเขาเขียนจดหมายบอกนาง ทั้งเรื่องที่ตัวเองยังไม่คิดจะมีภรรยาและเรื่องที่ศิษย์พี่หญิงของนางกำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องสามกงเพ่ยจวินช่วยดูแลเย่วหลิงอันตลอดช่วงเวลาที่นางพักรักษาตัวจนเกิดเป็นความรัก ทั้งสองได้ครองคู่กันอีกเรื่องคือตอนนี้เว่ยชิงชานมีลูกแล้ว แต่ลูกคนแรกไม่ได้เกิดจากซูเจินเจินแต่เกิ
ร่างบางถูกฉุดกระชากไม่นานก็ล้มลง รอบข้างเมื่อได้ยินว่านางว่าร้ายพระชายาก็เข้ามาผสมโรง บางคนก็ด่าทอ บางคนก็ขว้างปาข้าวของใส่การกระทำที่ไม่รู้จักคิด เพียงหึงหวง สุดท้ายชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ไม่ต่างอะไรจากเหยาลู่ลู่ฮูหยินผู้เฒ่าเหยาเป็นลมไปทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวหลานสาวของนางแต่ละคนล้วนใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น หญิงชราท้อใจนักกว่าที่ซูเนี่ยนจะได้ยินเรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเกือบสามวันแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพียงไม่เข้าใจว่านางไปสร้างความขุ่นเคืองอะไรให้ทางนั้นจนกระทั่งคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะสือหวนจงตอนนั้นหญิงสาวเริ่มโกรธเคือง ทั้งคุณหนูตระกูลเหยา หลิวชิ่นหรู หรงมู่ตาน ดูเหมือนสามีของนางช่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าคุณหนูเสียจริง คิดว่าหมดสิ้นแล้วหลังจากหลิวชิ่นหรูแต่งงานไป หรงมู่ตานก็เช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับบิดาก็ย่ำแย่ เพราะเขารู้แล้วว่านางเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บตัว คุณชายหรงมีบาดแผลไฟไหม้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ เหยาลู่ลู่เองก็ออกเรือนหลังจากนั้นไม่นาน นางไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ดั่งหวัง แต่ได้แต่งกับนายกองผู้หนึ่ง ส
ตั้งแต่มาอยู่ที่แดนใต้ไม่บ่อยนักที่ซูเนี่ยนจะได้ต่อสู้ หนึ่งเพราะสือหวนจงหวงนางมากราวกับไข่ในหินและสองเหล่าทหารแดนใต้ล้วนแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุจำเป็นเลยที่ซูเนี่ยนต้องออกไปสู้ด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นซูเนี่ยนก็ยังอยากมีส่วนช่วย นางเริ่มด้วยการสลักอักขระลงบนชุดเกราะให้เหล่าทหาร สนับสนุนเรื่องอาหารและสมุนไพร ดูแลอาชีพเพิ่มรายได้ ช่วยให้อยู่สุขสบายกันมากยิ่งขึ้นแม้ภายนอกจะมีพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มจำนวนทุกวัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันพระชายาสี่เป็นที่รักของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่กำแพงใต้มาก ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเมื่อมีหลายสายตาจับจ้อง คนที่ไม่ชอบนางก็ต้องมี“ช่วงนี้พระชายาสี่เดินทางไปที่ค่ายทักษิณแทบทุกวัน นี่รบกวนการฝึกของทหารเป็นอย่างมาก”“ผู้ใดบอกเจ้าว่ารบกวน?” เมื่อมีคนพูดก็มีคนหันมามองคนที่พูดก็คือคุณหนูตระกูลเหยา เหยาหลาน หลังจากที่เผิงลี่เหยียนล่วงเกินพระชายาสี่ ผลกระทบไม่ได้ตกที่เหยาลู่ลู่เพียงเท่านั้น นี่ทำให้คุณหนูตระกูลเหยาคนอื่นเสียชื่อเสียงไปด้วยเ
ซูเนี่ยนแทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางท้องง่ายเกินไป หรือเพราะสือหวนจงขยันเกินไป เขาทำทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาส นางแทบไม่ได้พัก แม้บางครั้งจะเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายกระทำ แต่เขาก็ทำมากกว่าซูเนี่ยนเคยคิดว่าสือหวนจงอยู่ใกล้ชิดกับนางมากไป เขาจะเบื่อหน่ายหรือไม่ จนกระทั่งมีลูกคนที่ห้าอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และดูจะหนักหนากว่าเดิมองค์ชายสี่หวงแหนพระชายามาก จนเป็นที่เลื่องลือที่น่าเศร้ากว่านั้นลูกชายออกมาห้าคน เหมือนสามีนางทุกคนราวกับพิมพ์เดียว เด็ก ๆ ตัวใหญ่ได้พ่อมีร่างกายแข็งแรงกำยำ กระทั่งดวงตาก็ยังดุดันไม่แพ้กัน เดินเรียงมาห้าคนไม่มีผู้ใดเหมือนนางสักคน ซูเนี่ยนเริ่มน้อยใจ เด็กทั้งห้าล้อมหน้าล้อมหลังดั่งองครักษ์พิทักษ์นาง ผู้ใดก็เข้าใกล้ไม่ได้ มีสือหวนจงเป็นผู้นำทัพหน้าเหมือนไม่เท่าไรนิสัยยังเหมือนกันมากแต่สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง ลูกคนที่หกคลอดออกมาเป็นสตรี ที่เหมือนกับซูเนี่ยนทุกประการทั้งหน้าตาผิวพรรณและความงามล้ำสือหวนจงตอนเห็นบุตรสาวถึงกับคิ้วกระตุก เตรียมฝึกวิชากระบี่ให้ลูกชายเพื่อจะได้ปกป้องน้องสาวให้ดี เขาหวงแหนพระชาย
ซูเนี่ยนฝันว่านางจะมีบุตรหกคน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงจะอีกยาวนานที่ไหนได้กลับมาจากถงหรงไม่กี่วัน หญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไป หมอหลวงเร่งเดินทางมาที่จวนแม่ทัพ ทุกคนเป็นกังวลจนนั่งไม่ติดตั้งแต่นายยันบ่าวการที่จวนแม่ทัพมีพระชายา นี่เปลี่ยนความมืดมนให้สดใส พวกเขาไม่ต้องการสูญเสียพระนางไปสือหวนจงตอนที่ได้ยินว่าพระชายาเป็นลมหมดสติ เขาอยู่ที่ค่ายทหารสีหน้าของเทพสังหารเต็มไปด้วยความกังวลเคร่งเครียด ราวกับโลกถล่มไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ให้ความสำคัญกับพระชายามากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับนางเขาพร้อมทิ้งทุกสิ่งและเดินทางกลับมาที่จวนแม่ทัพทันทีหมอหลวงที่มาตรวจอาการมือไม้สั่น เพราะสายตาของท่านแม่ทัพที่จับจ้องหากว่าเขาตรวจพบว่าพระชายาเป็นโรคร้ายจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่โชคดีที่สุดท้ายแล้วการเป็นลมของพระนางไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องดี“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาสี่ทรงตั้งครรภ์แล้ว”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสือหวนจงดีใจมากเพียงใด เขาตั้งใจมากที่จะมีลูกหกคนจึงขยันทำทุกวันในที่สุดก็สำเร็จและไม่ใช่เพียงเท่านั้นจากบุรุษที่ต่อต้า
ซูเจินเจินคิดว่าที่เว่ยชิงชานเปลี่ยนไปเป็นเพราะว่าซูเนี่ยนกลับมา หากว่าซูเนี่ยนจากไปแล้ว เขาก็จะกลับมารักนางเช่นเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เว่ยชิงชานเป็นเพียงบุรุษเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นความจริงแล้วเขาไม่คู่ควรกับใคร“เจินเจิน”“ใช่หรือไม่พี่ใหญ่”แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ซูเจินเจินดีใจที่ซูเนี่ยนจากไปขนาดนี้ แต่เห็นท่าทางเลื่อนลอยของนางก็โกรธไม่ลง ซูเจินเจินคาดหวังเรื่องเว่ยชิงชานมาก หากต้องผิดหวังนางอาจจะทนรับไม่ได้นี่เป็นอีกผลพวงที่พวกเขาคอยตามใจนาง ซูเจินเจินไม่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังในขณะที่ซูเนี่ยนพวกเขาปล่อยให้นางล้มและลุกขึ้นมาด้วยตัวเองซูเจินเจินไม่เคยล้ม เมื่อเจอเรื่องผิดหวังนางจึงไม่อาจรับมือได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะชายาเอกอย่างที่นางต้องการแต่เป็นชายารองเช่นความฝันของซูเนี่ยนเมืองถงหรงก็ไม่ได้ล่มสลายไปและคงอยู่อย่างแข็งแกร่งเว่ยชิงชานตัดสินใจแต่งกับสตรีอื่นที่เก่งกาจและมีความสามารถ เหมาะสมจะเป็นชายาของเขา เมื่อเอาซูเนี่ยนเป
เพราะร่างกายอ่อนล้าจากการเดินทางเมื่อมาถึงยังต้องเข้าพิธีแต่งงานตั้งแต่เช้าจรดเย็น ผสมกับความเครียดและความอ่อนแอทำให้ซูเนี่ยนเผลอหลับไปทั้งน้ำตาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่แย่กว่านั้นคือนางกอดเจ้าบ่าวแน่นใช้เสื้อเขาเป็นผ้าเช็ดน้ำตา พึ่งพาเขาในเวลานั้นแม้อีกฝ่ายจะไม่มีสติ แต่ที่นางกล้าทำก็เป็นเพราะว่
“ก่อนหน้านี้เจ้าสี่ปะทะกับพวกซากศพที่กลางป่า แม้จะเอาชนะได้แต่โชคไม่ดีเจอเข้ากับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ รูปร่างมันคล้ายกระทิงมีเรี่ยวแรงมหาศาล หมอทุกคนรวมทั้งผู้รักษา ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารักษาไม่ได้แล้วเขาไม่มีทางรอด มีเพียงคนเดียวที่กล่าวว่าลูกชายข้าจะรอดก็คือท่านโหรหลวง”เขาทำนายดวงชะตาขององค
พวกเขาพยายามกลับไปที่เฟิงหยวนให้เร็วที่สุด และนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลของการแต่งงานของนางนอกจากการเดินทางจะราบรื่น ซูเนี่ยนยังรู้สึกว่าเฉินกวงยอมรับนางมากยิ่งขึ้น คนของเขาก็ด้วย หากว่านางพูดเตือนอะไรจะรับฟังไม่ต่อต้าน ไม่รู้ว่านี่เกี่ยวกับที่นางเตือนเรื่องศพใต้น้ำไปแล้วเป็นจริง หรือเกี่ยวกับดอกเ
สตรีทั้งสามชะงักแล้วหันมองไปในทิศทางเดียวกันเป็นเฉินกวงที่กลับมาพร้อมกระต่ายป่าหลายตัว ด้านหลังเขาคือจงเลี่ยงที่ถือหน้าไม้ไว้ในมือมีเลือดเลอะเล็กน้อยแต่คิดว่าเป็นเลือดสัตว์ “ดอกไม้นั่น...”จู่ ๆ คนที่สุภาพมาตลอดทางก็ตะโกนถามเสียงดัง จงเลี่ยงรีบขยับตัวมาปกป้องคุณหนูของตนเอง“ขออภัยคุณหนูซู” พอเห็นสาย







