LOGINพวกเขาพยายามกลับไปที่เฟิงหยวนให้เร็วที่สุด และนี่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุผลของการแต่งงานของนาง
นอกจากการเดินทางจะราบรื่น ซูเนี่ยนยังรู้สึกว่าเฉินกวงยอมรับนางมากยิ่งขึ้น คนของเขาก็ด้วย หากว่านางพูดเตือนอะไรจะรับฟังไม่ต่อต้าน ไม่รู้ว่านี่เกี่ยวกับที่นางเตือนเรื่องศพใต้น้ำไปแล้วเป็นจริง หรือเกี่ยวกับดอกเสาะเวหา
แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลใด การเดินทางครั้งนี้ของซูเนี่ยนก็สบายมาก ต่างจากที่คิดว่าอาจจะต้องพบเจอเหตุการณ์เลวร้าย
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาหนึ่งเดือนในที่สุดเบื้องหน้าก็มองเห็นกำแพงสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน นั่นคืออาณาจักรเฟิงหยวน หญิงสาวเปลี่ยนไปขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว มีทหารและคนมารอรับนางไม่น้อย
แม้ตาจะมองไม่เห็นเพราะมีผ้าคลุมศีรษะแต่ก็รับรู้ได้ด้วยเสียง
ที่ด้านหลังขบวนเจ้าสาวเป็นสินเดิมที่ครึ่งหนึ่งเป็นของนางอีกครึ่งเป็นฮองเฮาที่ประทานให้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยพบหน้าแต่เหตุผลใดจึงต้องทำเช่นนี้
แต่นี่ก็เท่ากับประกาศให้รู้ว่าพระชายาผู้นี้มีฮองเฮาหนุนหลัง
ซูเนี่ยนนั่งหลังตรงฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อ ในห้วงฝันนางก็มองเห็นการแต่งงานของตนเองแต่น่าหดหู่นัก ในขณะที่นางยินดี สีหน้าของเจ้าบ่าวกลับหม่นหมอง คิดมาถึงตรงนี้ความตื่นเต้นทั้งหมดก็มลายหาย
เหลือเพียงความสงบ
ขนาดบุรุษที่นางรู้จักมาทั้งชีวิตยังไม่ไยดีนาง
แล้วบุรุษที่ไม่เคยรู้จักเล่า จะเป็นเช่นไร
เมื่อเกี้ยวเจ้าสาวหยุดลงร่างบางก็ก้าวลงจากรถม้า มีสาวใช้ทั้งสองช่วยประคอง ไม่มีเจ้าบ่าวมารอรับ?
หรือนี่เป็นธรรมเนียมของชาวเฟิงหยวน ซูเนี่ยนสงสัยแต่ไม่รู้จะถามผู้ใด ยิ่งไม่รู้ว่าควรจะถามใคร จนกระทั่งนางถูกพาเข้ามาด้านในจวน
“ฮ่องเต้เสด็จ”
“ฮองเฮาเสด็จ”
เสียงแหลมเล็กของขันทีประกาศให้รู้ถึงการมาเยือนของผู้เป็นใหญ่ เสียงความวุ่นวายที่ได้ยินตอนแรกสงบลงทันที ในที่สุดพิธีแต่งงานที่รอคอยก็เริ่มขึ้น
“หนึ่ง คำนับฟ้าดิน”
“สอง คำนับบิดามารดา”
“สาม บ่าวสาวคำนับซึ่งกันและกัน”
ซูเนี่ยนทำพิธีทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยที่ไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ข้างกาย นี่แปลกมาก จนกระทั่งมารดาของแผ่นดินเดินมาหานางก่อนจะจับมือแน่น “ข้าจะพาเจ้าไป”
หญิงสาวถูกพาไปที่เรือนหนึ่ง ตลอดทางเงียบสงบ ไร้เสียงพูดคุยจอแจไม่รู้ทำไมซูเนี่ยนรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าตอนที่เข้าพิธีแต่งงาน
อาจเพราะไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ข้างหน้า ทั้งยังเคยได้ยินว่าชาวแดนใต้ชอบเซ่นสังเวย หรือเจ้าบ่าวของนางจะผิดปกติ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่หาสตรีจากที่อื่นมาแต่งงานด้วยเช่นนี้
ความกลัวเริ่มเกาะกิน
“ไม่มีอะไรน่ากลัว”
เสียงปลอบโยนของฮองเฮาทำให้ซูเนี่ยนสงบใจ คงเพราะอีกฝ่ายจับมือของนางไว้ถึงได้รู้ว่ามันกำลังสั่น
จนกระทั่งสตรีทั้งสองมาถึงเรือนหลังหนึ่งที่ด้านหน้ามีคนเพียงคนเดียวยืนเฝ้าอยู่ แต่ด้วยพลังยุทธ์ของเขา เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้อยู่เพียงลำพัง
ขั้นเจ็ด
สูงสุดของขอบเขตพลังคือขั้นเก้า
คนระดับนี้ไม่ควรจะมาเป็นบ่าวรับใช้ผู้ใดด้วยซ้ำ
“เปิดผ้าคลุมหน้าออกเถิด” เมื่อซูเนี่ยนถูกพาเข้ามาในเรือนก็สามารถปลดผ้าคลุมหน้าออกได้
ตามธรรมเนียมแล้วนี่เป็นหน้าที่ของเจ้าบ่าว นางมีคำถามมากมายในใจ จนกระทั่งปลดผ้าคลุมหน้าออกถึงได้กระจ่างแจ้ง เหตุใดเจ้าบ่าวไม่ได้ทำหน้าที่ของตน ไม่ได้ไปรับนางและไม่ได้อยู่ในพิธีกับนาง
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง
ร่างกายสูงใหญ่องอาจผิวพรรณคมเข้มสมชาย ขนาดว่าหลับใหลก็ยังรับรู้ได้ถึงพลัง
แต่ใบหน้าที่ซีดขาวนั้น บอกไม่ได้ว่าเป็นหรือตาย
“องค์ชายสี่สือหวนจง”
นั่นคือนามของเขา
การมาของซูเนี่ยนช่วยให้เมืองถงหรงกลับมาสงบสุขได้ทันที นางช่วยขับไล่สัตว์ป่าให้ถอยร่นไปแม้จะไม่ได้จากไปตลอดกาลอย่างไรก็กลับมาแต่นี่ก็ทำให้พวกเขามีเวลาได้พักหายใจและสร้างเกราะป้องกันเพิ่มป่าโดยรอบถูกถางออกทำให้ไม่มีพื้นที่ลับสายตา กำแพงถูกขยายกว้างและแข็งแรงขึ้น นอกจากนั้นหลังจากการมาของนางและการตอบโต้เอาคืนของเจียงเทียนอี เมืองหลวงไม่มายุ่งวุ่นวายกับเมืองถงหรงอีกรู้แล้วว่าไม่อาจแตะต้องได้นี่เป็นผลพวงที่พวกเขาได้รับจากการแต่งงานของซูเนี่ยนเจียงเทียนอีพับเก็บกระดาษ ซูเนี่ยนเขียนจดหมายมาหา กล่าวว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สามแล้ว ให้เขาเร่งหาภรรยาได้แล้ว แต่ชายหนุ่มตอนนี้ทุ่มเทแรงกายและใจปกป้องเมืองถงหรงเป็นอย่างดี ไม่มีเวลามองหาสตรีใดเขาเขียนจดหมายบอกนาง ทั้งเรื่องที่ตัวเองยังไม่คิดจะมีภรรยาและเรื่องที่ศิษย์พี่หญิงของนางกำลังจะแต่งงานกับศิษย์น้องสามกงเพ่ยจวินช่วยดูแลเย่วหลิงอันตลอดช่วงเวลาที่นางพักรักษาตัวจนเกิดเป็นความรัก ทั้งสองได้ครองคู่กันอีกเรื่องคือตอนนี้เว่ยชิงชานมีลูกแล้ว แต่ลูกคนแรกไม่ได้เกิดจากซูเจินเจินแต่เกิ
ร่างบางถูกฉุดกระชากไม่นานก็ล้มลง รอบข้างเมื่อได้ยินว่านางว่าร้ายพระชายาก็เข้ามาผสมโรง บางคนก็ด่าทอ บางคนก็ขว้างปาข้าวของใส่การกระทำที่ไม่รู้จักคิด เพียงหึงหวง สุดท้ายชื่อเสียงของนางก็ป่นปี้ไม่ต่างอะไรจากเหยาลู่ลู่ฮูหยินผู้เฒ่าเหยาเป็นลมไปทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวหลานสาวของนางแต่ละคนล้วนใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น หญิงชราท้อใจนักกว่าที่ซูเนี่ยนจะได้ยินเรื่องราวนี้ก็ผ่านไปเกือบสามวันแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร เพียงไม่เข้าใจว่านางไปสร้างความขุ่นเคืองอะไรให้ทางนั้นจนกระทั่งคิดได้ว่า อาจจะเป็นเพราะสือหวนจงตอนนั้นหญิงสาวเริ่มโกรธเคือง ทั้งคุณหนูตระกูลเหยา หลิวชิ่นหรู หรงมู่ตาน ดูเหมือนสามีของนางช่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าคุณหนูเสียจริง คิดว่าหมดสิ้นแล้วหลังจากหลิวชิ่นหรูแต่งงานไป หรงมู่ตานก็เช่นกัน อีกทั้งความสัมพันธ์ของนางกับบิดาก็ย่ำแย่ เพราะเขารู้แล้วว่านางเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องชายต้องเจ็บตัว คุณชายหรงมีบาดแผลไฟไหม้กลายเป็นคนอัปลักษณ์ เหยาลู่ลู่เองก็ออกเรือนหลังจากนั้นไม่นาน นางไม่ได้แต่งเข้าราชวงศ์ดั่งหวัง แต่ได้แต่งกับนายกองผู้หนึ่ง ส
ตั้งแต่มาอยู่ที่แดนใต้ไม่บ่อยนักที่ซูเนี่ยนจะได้ต่อสู้ หนึ่งเพราะสือหวนจงหวงนางมากราวกับไข่ในหินและสองเหล่าทหารแดนใต้ล้วนแข็งแกร่ง ไม่มีเหตุจำเป็นเลยที่ซูเนี่ยนต้องออกไปสู้ด้วยตนเอง ถึงอย่างนั้นซูเนี่ยนก็ยังอยากมีส่วนช่วย นางเริ่มด้วยการสลักอักขระลงบนชุดเกราะให้เหล่าทหาร สนับสนุนเรื่องอาหารและสมุนไพร ดูแลอาชีพเพิ่มรายได้ ช่วยให้อยู่สุขสบายกันมากยิ่งขึ้นแม้ภายนอกจะมีพวกสัตว์ประหลาดที่เพิ่มจำนวนทุกวัน แต่พวกเขาก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกันพระชายาสี่เป็นที่รักของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่กำแพงใต้มาก ตั้งแต่นางมาอยู่ที่นี่ ก็ช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเมื่อมีหลายสายตาจับจ้อง คนที่ไม่ชอบนางก็ต้องมี“ช่วงนี้พระชายาสี่เดินทางไปที่ค่ายทักษิณแทบทุกวัน นี่รบกวนการฝึกของทหารเป็นอย่างมาก”“ผู้ใดบอกเจ้าว่ารบกวน?” เมื่อมีคนพูดก็มีคนหันมามองคนที่พูดก็คือคุณหนูตระกูลเหยา เหยาหลาน หลังจากที่เผิงลี่เหยียนล่วงเกินพระชายาสี่ ผลกระทบไม่ได้ตกที่เหยาลู่ลู่เพียงเท่านั้น นี่ทำให้คุณหนูตระกูลเหยาคนอื่นเสียชื่อเสียงไปด้วยเ
ซูเนี่ยนแทบหลั่งน้ำตาไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางท้องง่ายเกินไป หรือเพราะสือหวนจงขยันเกินไป เขาทำทุกวันและทุกครั้งที่มีโอกาส นางแทบไม่ได้พัก แม้บางครั้งจะเป็นตัวนางที่เป็นฝ่ายกระทำ แต่เขาก็ทำมากกว่าซูเนี่ยนเคยคิดว่าสือหวนจงอยู่ใกล้ชิดกับนางมากไป เขาจะเบื่อหน่ายหรือไม่ จนกระทั่งมีลูกคนที่ห้าอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง และดูจะหนักหนากว่าเดิมองค์ชายสี่หวงแหนพระชายามาก จนเป็นที่เลื่องลือที่น่าเศร้ากว่านั้นลูกชายออกมาห้าคน เหมือนสามีนางทุกคนราวกับพิมพ์เดียว เด็ก ๆ ตัวใหญ่ได้พ่อมีร่างกายแข็งแรงกำยำ กระทั่งดวงตาก็ยังดุดันไม่แพ้กัน เดินเรียงมาห้าคนไม่มีผู้ใดเหมือนนางสักคน ซูเนี่ยนเริ่มน้อยใจ เด็กทั้งห้าล้อมหน้าล้อมหลังดั่งองครักษ์พิทักษ์นาง ผู้ใดก็เข้าใกล้ไม่ได้ มีสือหวนจงเป็นผู้นำทัพหน้าเหมือนไม่เท่าไรนิสัยยังเหมือนกันมากแต่สุดท้ายสวรรค์ก็เข้าข้าง ลูกคนที่หกคลอดออกมาเป็นสตรี ที่เหมือนกับซูเนี่ยนทุกประการทั้งหน้าตาผิวพรรณและความงามล้ำสือหวนจงตอนเห็นบุตรสาวถึงกับคิ้วกระตุก เตรียมฝึกวิชากระบี่ให้ลูกชายเพื่อจะได้ปกป้องน้องสาวให้ดี เขาหวงแหนพระชาย
ซูเนี่ยนฝันว่านางจะมีบุตรหกคน ตอนแรกคิดว่าเรื่องนั้นคงจะอีกยาวนานที่ไหนได้กลับมาจากถงหรงไม่กี่วัน หญิงสาวก็เป็นลมล้มพับไป หมอหลวงเร่งเดินทางมาที่จวนแม่ทัพ ทุกคนเป็นกังวลจนนั่งไม่ติดตั้งแต่นายยันบ่าวการที่จวนแม่ทัพมีพระชายา นี่เปลี่ยนความมืดมนให้สดใส พวกเขาไม่ต้องการสูญเสียพระนางไปสือหวนจงตอนที่ได้ยินว่าพระชายาเป็นลมหมดสติ เขาอยู่ที่ค่ายทหารสีหน้าของเทพสังหารเต็มไปด้วยความกังวลเคร่งเครียด ราวกับโลกถล่มไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าองค์ชายสี่ให้ความสำคัญกับพระชายามากที่สุด เมื่อเกิดเรื่องกับนางเขาพร้อมทิ้งทุกสิ่งและเดินทางกลับมาที่จวนแม่ทัพทันทีหมอหลวงที่มาตรวจอาการมือไม้สั่น เพราะสายตาของท่านแม่ทัพที่จับจ้องหากว่าเขาตรวจพบว่าพระชายาเป็นโรคร้ายจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่โชคดีที่สุดท้ายแล้วการเป็นลมของพระนางไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่เป็นเรื่องดี“ยินดีด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาสี่ทรงตั้งครรภ์แล้ว”ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสือหวนจงดีใจมากเพียงใด เขาตั้งใจมากที่จะมีลูกหกคนจึงขยันทำทุกวันในที่สุดก็สำเร็จและไม่ใช่เพียงเท่านั้นจากบุรุษที่ต่อต้า
ซูเจินเจินคิดว่าที่เว่ยชิงชานเปลี่ยนไปเป็นเพราะว่าซูเนี่ยนกลับมา หากว่าซูเนี่ยนจากไปแล้ว เขาก็จะกลับมารักนางเช่นเดิม แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เว่ยชิงชานเป็นเพียงบุรุษเห็นแก่ตัวคนหนึ่งเท่านั้นความจริงแล้วเขาไม่คู่ควรกับใคร“เจินเจิน”“ใช่หรือไม่พี่ใหญ่”แม้จะรู้สึกไม่ดีที่ซูเจินเจินดีใจที่ซูเนี่ยนจากไปขนาดนี้ แต่เห็นท่าทางเลื่อนลอยของนางก็โกรธไม่ลง ซูเจินเจินคาดหวังเรื่องเว่ยชิงชานมาก หากต้องผิดหวังนางอาจจะทนรับไม่ได้นี่เป็นอีกผลพวงที่พวกเขาคอยตามใจนาง ซูเจินเจินไม่เคยเผชิญหน้ากับความผิดหวังในขณะที่ซูเนี่ยนพวกเขาปล่อยให้นางล้มและลุกขึ้นมาด้วยตัวเองซูเจินเจินไม่เคยล้ม เมื่อเจอเรื่องผิดหวังนางจึงไม่อาจรับมือได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็สมหวังได้แต่งเข้าจวนอ๋องจริง ๆเพียงแต่ไม่ใช่ในฐานะชายาเอกอย่างที่นางต้องการแต่เป็นชายารองเช่นความฝันของซูเนี่ยนเมืองถงหรงก็ไม่ได้ล่มสลายไปและคงอยู่อย่างแข็งแกร่งเว่ยชิงชานตัดสินใจแต่งกับสตรีอื่นที่เก่งกาจและมีความสามารถ เหมาะสมจะเป็นชายาของเขา เมื่อเอาซูเนี่ยนเป
เฉินกวงไม่เท่าไร แต่คนอื่น ๆ ไม่ค่อยรับฟัง เชื่อว่าชาวแดนใต้รู้เรื่องแหล่งน้ำดีที่สุดเพราะพวกเขาโตมากับน้ำไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นแนะนำ ซูเนี่ยนเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ้ม ไม่พูดจาไม่ผิดที่จะมั่นใจในความสามารถของตัวเอง“หากไม่เชื่อ ก็ลองดูที่ใต้น้ำ” พูดจบหญิงสาวก็กลับเข้าไปในรถม้า ตอนนั้นเฉินกวงก็สั่งให
ซูจงหมินพอเห็นว่าซูเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร เขาก็พูดไม่ออกเช่นกัน แม้ไม่ได้รักนางเท่ากับเจินเจินแต่ก็ไม่ได้คาดหวังที่จะต้องส่งนางไปตาย ไม่รู้เลยว่าเส้นทางต่อจากนี้จะเป็นเช่นไร ซูเนี่ยนจะรอดไปถึงอาณาจักรเฟิงหยวนหรือไม่ก็ยังไม่รู้“รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี”“ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย”นี่คงเป็นคำพูดเดียวที่เข
เมื่อออกจากเมืองถงหรง เกี้ยวเจ้าสาวก็ต้องเปลี่ยนเป็นรถม้าเพื่อความสะดวกในการเดินทาง แดนตะวันออกไปแดนใต้ต้องใช้เวลาเดินทางนานนับเดือน และกว่าจะถึงอาณาจักรเฟิงหยวน นี่ยังไม่พูดถึงถ้าหากว่าเจออุปสรรคอย่างเช่นพวกซากศพหรือสัตว์ดุร้ายมาขวางทาง หรือเจอสภาพอากาศที่เลวร้ายย่ำแย่บางทีอาจจะใช้เวลามากกว่าที่คิ
นางก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนก ซูหนานไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงเดินจากมา ไม่นานคนของท่านอ๋องก็มาตามให้เขาไปดูศัสตราวุธที่ได้รับจากอาณาจักรเฟิงหยวน ทั้งหมดล้วนเป็นของชั้นดีที่จะช่วยให้เมืองถงหรงแข็งแกร่งขึ้นกระนั้นแววตาของเจ้าสำนักฉือหงก็ไร้แววยินดีเพราะอาวุธที่ได้รับนี้อาจจะแลกมาด้วยชีวิตของลูกสาวของเข







