LOGINตอนที่2✅
“คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ” น้ำตาลถามเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก เมื่อใบหน้าคมกริบของเพลิงโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยฤทธิ์สุราจ้องมองเธอเหมือนเสือที่กำลังมองเหยื่อที่ไร้ทางสู้ “ฉันก็จะดูไง... ว่าน้ำตาลอย่างเธอ มันจะหวานสมชื่อ หรือจะเป็นแค่ยาพิษที่พี่ชายเธอส่งมาหลอกฉัน!” เพลิงไม่ได้พูดเปล่า มือหนาข้างหนึ่งเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามเรียวขาขาวผ่องที่โผล่พ้นกระโปรงพลีทนักศึกษา น้ำตาลสะดุ้งสุดตัว พยายามจะผลักอกแกร่งออกแต่เขากลับแข็งแกร่งดั่งหินผา “ฮึก... อย่าค่ะคุณเพลิง ตาลไหว้ล่ะ...” “เงียบ!” เพลิงตวาดเบาๆ แต่ทรงพลัง มือที่ลูบไล้ชะงักไปเมื่อปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบและความสั่นเทาของร่างกายหญิงสาว เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตากลมโตนั่นฉายแววหวาดกลัวสุดขีดจนเขาเผลอใจหาย ‘ทำไมกูต้องรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นเธอร้องไห้วะ’ เพลิงสบถในใจอย่างหัวเสีย ความเงียบเข้าปกคลุมห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ เพลิงจ้องมองริมฝีปากบางที่สั่นระริกนั่นครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจกระชากร่างเล็กให้ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเหวี่ยง ลงบนเตียงกว้างคิงไซส์! “นอนลงไป! แล้วห้ามขยับไปไหนจนกว่าจะเช้า!” น้ำตาลเบิกตากว้าง “คะ...คุณเพลิงจะทำอะไรคะ” “ถ้ายังไม่หยุดถาม ฉันจะเปลี่ยนใจจากการนอนเฉยๆ มาเป็นการ ‘ตรวจของ’ แบบละเอียดแทน! เลือกเอา!” เพลิงพูดจบก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ทำเอาน้ำตาลต้องรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมกายแล้วขดตัวสั่นอยู่มุมเตียง เธอได้แต่มองแผนหลังกว้างที่มีรอยสักจางๆ ของเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ... ‘คืนนี้รอดมาได้... แต่วันพรุ่งนี้ล่ะ น้ำตาลจะเจออะไรอีก‘ เพลิงเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกลิ่นสบู่หอมสะอาดที่ตัดกับกลิ่นบุหรี่ในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง หยดน้ำพราวเกาะตามแผงอกกว้างและลอนกล้ามท้องที่เรียงตัวสวยงามจนคนมองถึงกับลืมหายใจ น้ำตาลที่แอบมองอยู่ใต้ผ้าห่มถึงกับต้องรีบหลบสายตาพัลวัน พวงแก้มใสร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ‘ฮื้อออ... ถ้าไม่ติดว่าเป็นมาเฟียใจร้ายนะตาลเอ๊ย ผู้ชายงานดีในฝันของสาวๆ ชัดๆ ทำไมพระเจ้าต้องสร้างเขามาให้หล่อแต่ใจยักษ์ขนาดนี้ด้วยนะ’ “มองอะไร!” เสียงทุ้มดุถามขึ้นทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง “เปล่า... เปล่านะคะ ตาลไม่ได้มอง” “ไม่ได้มองแล้วหน้าแดงทำไม?” เพลิงแค่นยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้ามาใกล้เตียงเรื่อยๆ จนน้ำตาลต้องขยับตัวถอยหนีจนเกือบตกขอบเตียงอีกฝั่ง “นอนไปซะ... แล้วอย่าให้ฉันรู้ว่าเธอแอบหนีออกจากห้องกลางดึก เพราะถ้าฉันจับได้ คราวนี้ฉันจะไม่แค่ ‘เชยคาง’ เธอแน่” เขาพูดขู่ทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปดับไฟที่สวิตช์ข้างหัวเตียง ความมืดเข้าปกคลุมห้องทันที มีเพียงแสงสลัวจากภายนอกที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาพอให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกฝั่ง น้ำตาลนอนเกร็งจนแทบไม่กล้าหายใจ ความนุ่มของที่นอนราคาแพงไม่ได้ช่วยให้เธอหลับลงได้เลย กลิ่นกายชายหนุ่มที่ลอยมาแตะจมูกมันทำให้เธอรู้สึกกระวนกระวายจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เพลิงพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้างที่ปกติเขานอนคนเดียวจนชิน แต่คืนนี้กลับรู้สึกว่ามันแคบลงถนัดตา กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนน้ำผึ้งผสมกลิ่นแป้งเด็กจากร่างเล็กที่นอนขดอยู่ริมเตียงอีกฝั่งมันคอยแต่จะลอยมาเตะจมูก ปั่นประสาทให้เขานอนไม่หลับ ‘ยัยเด็กนี่... มานอนหายใจรดใจฉันแบบนี้ ใครมันจะไปหลับลงวะ!’ เขาสบถในใจพลางเหลือบมองเงาร่างบางในความมืด น้ำตาลเงียบไปแล้ว... คงจะเพลียจนหลับไปทั้งน้ำตา ‘ไอ้แตมนะไอ้แตม บอกให้เอาไปขัง ดันพามาไว้ในห้องนอนกู... วอนโดนเตะซะแล้วมึง พรุ่งนี้เหอะ กูจะจัดหนักให้ทั้งลูกพี่ลูกน้องเลย!’ เพลิงพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ พยายามข่มตาหลับและสั่งตัวเองให้เลิกสนใจคนข้างๆ แต่ในหัวกลับมีแต่ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนน้ำตาปนกับรอยแดงที่ข้อมือของเธอ ฝากไว้ก่อนเถอะน้ำตาล... พรุ่งนี้ฉันจะใช้งานเธอให้คุ้มกับที่ทำให้ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน!เวลาผ่านไปหลายเดือน... เด็กหญิงแฝด พะแพง และ พะพาย ในวัย 6 เดือนกำลังอยู่ในวัยจ้ำหม้ำน่ารักน่าเอ็นดูบรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่แล้วการกลับมาจากอเมริกาของ แก้วใจ ก็ทำเอาน้ำตาลถึงกับประหลาดใจ เมื่อน้าสาวไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง แต่กลับมีทารกน้อยวัย 3 เดือนอยู่ในอ้อมแขน!น้ำตาลรับเด็กน้อยตัวเล็กลงมาอุ้มไว้ในอ้อมอกอย่างเบามือ สายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูจับใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“น่ารักน่าชังเชียว... หลานอา”น้ำตาลช้อนสายตาขึ้นมองน้าสาวที่ดูซูบผอมลงไปเล็กน้อยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหนักใจ ก่อนที่น้ำตาลจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่ปิดไม่มิด“...แล้วพี่ต้นรู้ไหมคะว่า...”“ยังไม่รู้...” แก้วใจถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้าลำบากใจ “ฝ่ายนั้นเขาไม่ให้บอก”แม้จะมีคำถามและปมความจริงมากมายที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย แต่น้ำตาลก็ตระหนักดีว่าเด็กน้อยตรงหน้าบริสุทธิ์และต้องการความรักมากที่สุดในเวลานี้ เธอตบไหล่น้าสาวเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ทำให้คนฟังวางใจได้ทันที“ตาลจะเลี้ยงหลานเองค่ะ น้าแก้วสบายใจได้...”1สัปดาห์ผ่านไป “น้ำตาล ตอนเด็กๆก็โตพอที่จะพาเดินทางไปเที่ยว
สายลมเย็นพัดผ่านพื้นที่อันกว้างขวางของไร่พราวตะวันเพลิง กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของโครงการรีสอร์ตแห่งใหม่ที่ใกล้จะเปิดให้บริการ โดยมีเด็กชายตัวน้อยเดินเตาะแตะจับมือผู้เป็นพ่อไว้ไม่ยอมห่างพล็อตเตอร์ทำหน้ามุ่ยพลางถอนหายใจยาวขณะมองต้นไม้รอบตัว ก่อนเงยหน้าพูดกับพ่อเสียงงอแง“แด็ดดี้... พล็อตเตอร์คิดถึงอาแตมครับ เมื่อไรอาแตมจะกลับ อาแตมไปกรุงเทพฯ หลายวันแล้วนะ พล็อตเตอร์ไม่มีเพื่อนเล่นเลย!”เพลิงก้มมองลูกชายแล้วหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดู ยามเห็นท่าทางงอแงเกินวัยของเจ้าตัวเล็ก“งั้นเดือนหน้าแด็ดดี้จะให้พล็อตเตอร์ไปโรงเรียน จะได้มีเพื่อนเล่นเยอะ ๆ ดีไหมครับ?”“ดีครับ!” พล็อตเตอร์ตอบรับทันควัน แววตาเป็นประกายวับ... แต่แล้วก็หรี่ตาลงนิดหนึ่งเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนเสนอเงื่อนไขใหม่พร้อมทำท่าจะวิ่งกลับเรือนพัก “...แต่ตอนนี้พล็อตเตอร์ขอเข้าไปทักทายน้อง ๆ ก่อนได้ไหมครับ““ไม่ได้ลูก! ไม่ได้!”เพลิงคว้าคอเสื้อตัวน้อยไว้แทบไม่ทัน ดึงลูกชายดื้อกลับมาอุ้มเข้าเอว พลางเอ็ดเสียงหลงด้วยความตกใจ“หม่ามี๊นอนพักอยู่ข้างใน ห้ามไปกวนเด็ดขาดเลยครับ! รออีกไม่กี่เดือนก็จะได้เจอหน้าน้องแล้ว!”พล็อตเตอร์ทำหน้ากวนใส่แด็
เช้าวันรุ่งขึ้น... ภายในห้องหอสุดหรูภายในโรงแรม อัศวธารากุลแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านมู่ลี่กระทบเตียงกว้าง น้ำตาลขยับกายยุกลยิกอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของสามีที่ยังคงตระกองกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“เฮียคะ... ปล่อยค่ะ”“จะรีบลุกไปไหนครับ” เพลิงเอ่ยเสียงทุ้มงัวเงีย ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมฟอดใหญ่“คิดถึงลูกสิคะ ป่านนี้ร้องหาตาลแล้ว ไม่ได้นอนกอดตั้งหลายวัน”“ฮึ... พล็อตเตอร์น่ะอยู่กับป๊ากับม้า หรือไม่ป่านนี้คุณตาก็พาเดินดูรอบโรงแรมแล้วครับ” เพลิงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดอย่างงอแง“แต่ตาลก็ยังห่วงลูกอยู่ดีนี่คะ” น้ำตาลพยายามดันแผงอกแกร่งออกเบา ๆ พลางอมยิ้มเป็นไปตามที่เพลิงคาดไว้ไม่มีผิด วันนี้พร้อมพัฒน์พาน้องพล็อตเตอร์เดินทัวร์ชมกิจการตั้งแต่เช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจยามแนะนำหลานชายกับพนักงาน“เห็นไหมพล็อตเตอร์... กิจการตรงนี้ใหญ่โตแค่ไหน” พร้อมพัฒน์เอ่ยเสียงอารมณ์ดี พลางก้มลงพูดกับหลานชายอย่างเอ็นดู “จำไว้นะลูก... อีกหน่อยโรงแรมนี้ก็ต้องเป็นของพล็อตเตอร์”เด็กชายตัวน้อยหยุดก้าวเดิน ใบหน้ากลมเอียงมองคุณตาพร้อมสั่นศีรษะเบา ๆ ด้วยท่าทางจริงจังเกินไว“ไม่ใช่ของพล็อตเตอร์ครับ แด็ด
บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองดำเนินไปอย่างชื่นมื่น แขกเหรื่อและนักธุรกิจชั้นนำต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวอย่างล้นหลาม เพลิงและน้ำตาลยังคงส่งยิ้มต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น ทว่า... ท่ามกลางความยินดีเหล่านั้น กลับมีรอยร้าวซ่อนอยู่เงียบ ๆ ‘ภรภัทร’ (ต้น) ที่ฝืนร่างกายมาร่วมงาน เดินเคียงคู่มากับ ‘แพทย์หญิงนรินทิพย์’ (น้ำฟ้า) ภรรยาตามกฎหมาย โดยมี ‘พร้อมพัฒน์’ ผู้เป็นพ่อเดินนำหน้า คอยแนะนำลูกชายและลูกสะใภ้ให้ผู้ใหญ่รู้จักอย่างภูมิใจ “นี่ตาต้นลูกชายผม ส่วนนี่หนูน้ำฟ้าลูกสะใภ้ครับ เป็นคุณหมอประจำโรงพยาบาล คู่นี้อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีเรื่องทายาทตามตาเพลิงกับยัยน้ำตาลมาติด ๆ เหมือนกันครับ” คำประกาศของคุณพ่อเรียกเสียงชื่นชมจากรอบข้าง ทว่าใบหน้าของภรภัทรกลับนิ่งสนิท ไร้ความยินดี ชายหนุ่มฝืนยิ้มตามมารยาท จนกระทั่งสบโอกาสเดินเลี่ยงออกมาบริเวณมุมอับสายตาด้านข้างฮอลล์ ทันทีที่อยู่กันลำพัง สายตาของภรภัทรกลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหิน ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าก่อนหันมากดเสียงต่ำใส่นรินทิพย์อย่างเย็นชา “คุณจะเดินตามผมอีกนานไหม!” “ฟ้าแค่อยากดูแลพี่นะ นะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความน้
ภายในห้องหออบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบขาว‘น้ำตาล’ ในชุดสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งเช็ดเครื่องสำอางหน้ากระจก โดยมี ‘เพลิง’ ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เดินมากอดซ้อนหลัง“เหนื่อยไหมครับหม่ามี๊” เพลิงกระซิบถามเสียงนุ่ม กดจมูกหอมแก้มเนียนซ้ำ ๆ ชดเชยเวลาที่ต้องแยกห้องนอนเมื่อคืน“เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” น้ำตาลเอียงหน้าหลบความสากของไรหนวดพลางยิ้มหวาน “แล้วเฮียล่ะคะ หายเวียนหัวหรือยัง แอบไปดมยาดมในงานตั้งหลายรอบ ตาลเห็นนะ”“เห็นเมียสวยขนาดนี้ แด็ดดี้หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” เพลิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจูงมือน้ำตาลมานั่งปลายเตียง “น้ำตาล... เฮียมีอะไรจะให้ดู”เพลิงเดินไปหยิบกล่องไม้มาส่งให้เธอ น้ำตาลมองสามีด้วยความสงสัย ก่อนเปิดฝากล่องออก ด้านในมีซองจดหมายเก่าซองหนึ่ง พอดึงกระดาษออกมา... มันคือรูปถ่ายแอบถ่ายจากระยะไกลเป็นภาพน้ำตาลในชุดนักศึกษา กำลังเดินยิ้มอยู่ใต้คอนโดหรูใกล้มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ“นี่มัน... คอนโดใกล้มหา’ลัยที่ตาลเคยอยู่นี่คะ รูปนี้มาได้ยังไง” น้ำตาลตาโตด้วยความประหลาดใจเพลิงกุมมือนุ่มของภรรยา แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความรักและความจริงใจทั้งหมดที่มี“คร
หลังฝ่าด่านประตูเงินประตูทอง ขบวนขันหมากก็ก้าวเข้าสู่พิธีด้านใน บานประตูห้องแต่งตัวเปิดออกช้า ๆ แก้วใจ ผู้เป็นน้าเดินเข้าไปประคองรับตัวหลานสาวออกมา ส่งมอบต่อให้กับเจ้าบ่าวยามที่ น้ำตาล ในชุดไทยศิวาลัยประยุกต์สีชมพูกลีบบัวก้าวออกมา เพลิงยืนนิ่งตะลึง สายตาจับจ้องมองเมียรักตาไม่กะพริบ ด้วยความรักและภาคภูมิใจจนลืมสูดยาดมในมือไปชั่วขณะพิธีการยามเช้าดำเนินไปอย่างสงบ คู่บ่าวสาวร่วมกันตักบาตร นั่งเคียงคู่รับศีลรับพร ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสวมแหวนหมั้น เพลิงบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของภรรยา จากนั้นน้ำตาลก้มกราบลงบนตักแกร่งของสามีอย่างอ่อนช้อย แล้วสวมแหวนคู่ให้เพลิงที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน ท่ามกลางเสียงยินดีและแสงแฟลชของแขกเหรื่อเมื่อเสร็จพิธีรดน้ำสังข์ จึงเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือตามประเพณีล้านนา เพื่อรับพรจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมพัฒน์คุณพ่อของน้ำตาลก้าวเข้ามาผูกข้อมือให้ลูกเขยเป็นคนแรก ใบหน้าสูงวัยเต็มไปด้วยรอยยิ้มตื้นตัน “พ่อฝากน้ำตาลด้วยนะตาเพลิง... ดูแลน้องและหลาน ๆ ให้ดี ๆ นะลูก”“ผมสัญญาครับคุณพ่อ” เพลิงน้อมรับคำด้วยสายตาหนักแน่นตามด้วย ‘ก้องเกียรติ’ พ่อของเพลิงที่ก้า
ณ โกดังร้างหลังกาสิโน เพลิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าไอ้นิคที่ถูกมัดติดเก้าอี้ แววตาคมกริบจ้องมองคนทรยศเหมือนมองซากศพที่ไร้วิญญาณ เขาไม่ได้ลดตัวลงไปแตะต้องมันแม้แต่นิดเดียว แต่รังสีอำนาจที่แผ่ออกมากลับกดดันจนไอ้นิคแทบหายใจไม่ออก "มึงรักการใช้ปืนมากใช่ไหมนิค... มึงใช้มือคู่นี้ทำลายเพื่อนที่ซื่อสัตย์ท
"คุณเพลิง... เดี๋ยวค่ะ ตาลยังไม่พร้อม" น้ำตาลประท้วงเสียงสั่น พยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวออกห่าง แต่ยิ่งดันเขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น "เซ็นสัญญาแล้ว... ห้ามเบี้ยว" อัคคีกระซิบเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ทำให้ความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลง ร่างบางถูกผลักให้นอนร
“คุณเพลิงคะ ตาลขอแวะไปเอาของที่ห้องได้มั้ยคะ” “ไม่ได้!นี่เธอคิดจะตุกติกกับฉันเหรอ” “ตาลแค่จะแวะไปเอาของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ” ”เมื่อเช้าฉันสั่งให้เธอจดให้ไอ้แตมแล้วไม่ใช่เหรอ!“ค่ะใช่ค่ะ..แต่มันของส่วนตัวของผู้หญิงจริงๆ“ เพลิงสั่งแตมออกรถทันที “ไอ้แตม!ออกรถ!” “จะไปไหนครับนาย” “ไอ้นี่!กลับบ้าน
น้ำตาลจำใจให้เขาไปส่งหน้าตึก ขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถตู้คันหรู “เดี๋ยวก่อน!ห้ามตุกติกนะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอคิดไม่ซื่อ ฉันจะจับเธอขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย คอยดู!” “ตาลสัญญาค่ะ” “ไอ้แตม เอาโทรศัพท์ มึงมาซิ เธอใช้ของไอ้แตมไปก่อน แล้วเอาของเธอมานี่ เธอไม่มีสิทธิ์ใช้มัน ฉันจะโทรเชค ทุกชั่วโมง“







