ログインเพราะคำว่า ‘ทรยศ’ จากคนที่เขาไว้ใจที่สุด ‘เพลิง’ พญาสิงห์แห่งวงการมาเฟียจึงเปลี่ยนความรักเป็นไฟแค้น! ในเมื่อพี่ชายของเธอหักหลังเขา... เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบหนี้ครั้งนี้ด้วยร่างกาย! “น้ำตาล... พี่ชายเธอมันสารเลว! ในเมื่อมันกล้าลองดีกับฉัน เธอก็ต้องอยู่ชดใช้กรรมแทนมันที่นี่!” จากผู้หญิงที่เขาเคยเอ็นดู กลับกลายเป็น ‘นางบำเรอขัดดอก’ ที่เขาจองจำไว้ด้วยความเกลียดชัง เขาขยี้หัวใจเธอ... เขาตราหน้าเธอ... แต่ยิ่งทำร้าย เธอกลับยิ่งสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขา กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างคือ ‘แผนร้าย’ ที่เขาเข้าใจผิด... หัวใจของน้ำตาลก็แหลกสลายไปพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์เสียแล้ว! “คุณเพลิง... พอสักทีเถอะค่ะ ตาลไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ต้นไม่ได้ทรยศคุณ!” ท่ามกลางสมรภูมิมาเฟียที่เดือดระอุ ไฟแค้นครั้งนี้จะดับลงด้วยหยาดน้ำตา หรือจะมอดไหม้ไปพร้อมกับหัวใจของคนทั้งคู่?
もっと見るกลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา
‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก “ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้” น้ำตาล สะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถัวมาที่นี่ มือเล็กที่ถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำ “ไม่รู้?” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนน้ำตาลต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบเอาข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค... มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้เหรอ!” เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ที่แสนดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกเหมือนอากาศหายใจกำลังจะหมดไป เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วแข็งแรง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน” “ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ฮือออ ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...” “ทำงานเหรอ!! เธอคิดว่าเธอต้องทำงานให้ฉันกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด!“เพลิงแสยะยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้วขาวผ่องลงมาจนถึงลำคอระหง “คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็น ‘ที่ระบายโทสะ’ ของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายของเธอจะโผล่หัวออกมา” “คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...” “จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา... เพราะไฟอย่างฉัน ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้ำหวานที่เป็นน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ!” ”เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้“ ”ครับนาย …แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ“ ”มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหนมึงก็พาไปไว้ห้องกูเลยสิ!” "มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหน มึงก็พาไปไว้ในห้องนอนกูเลยสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้ห๊ะ!" เพลิงตวาดเสียงกร้าวทำท่าจะยันโครมเข้าที่ยอดอกลูกน้องคนสนิท จนมันต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาลากแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้น น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม... ‘ห้องนอนของเขาเหรอ? นั่นมันคือที่ที่อันตรายสำหรับฉันชัดๆ!’ "ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือออ" เสียงหวีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาที่จ้องมองบานประตูนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น... และความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ ชายร่างสูงคนนั้นพาเธอเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาพาเธอขึ้นมาชั้นสองเปิดประตูและผลักเธอเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า “เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” ชายร่างสูงที่เป็นคนสนิทของเพลิงขู่เสียงเข้ม ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า ทันทีที่แผ่นหลังชนกับความเย็นเยียบของบานประตูที่ปิดสนิทลง น้ำตาลก็ทำได้เพียงยืนเคว้งอยู่กลางห้องที่กว้างขวางและหรูหราทันสมัยอย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย... แต่มันกลับเหมือนกรงขังราคาแพงมากกว่า ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง... ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ‘นายนะนาย... ปากก็บอกว่าแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น สงสัยคราวนี้จะมาแนวใหม่แฮะ ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือว่าพี่เพลิงของเราจะเปลี่ยนรสนิยมชอบแนวเด็กมหา’ลัยวะ?’ ไอ้แตมยิ้มกริ่มก่อนจะเดินนกหวีดไปตามทางเดิน ทิ้งให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพัง... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก น้ำตาลนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามมาหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีก่อน... เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ และเสียงรถยนต์บนท้องถนนได้ดี น้ำตาลในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ในหัวยังคิดถึงวิชาที่จะสอบและเมนูมื้อกลางวันที่จะกินกับเพื่อน แต่แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง แรงมหาศาลมหาศาลฉุดเธอให้เซถอยหลัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาพร้อมผ้าที่มีกลิ่นฉุนกึกจะโปะลงบนจมูกและปาก น้ำตาลพยายามดิ้นรน ขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้เสียง สติของเธอพร่าเลือนและดับวูบลงกลางแดดจ้าตรงนั้นเอง... ‘พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องทำกับตาลแบบนี้’ น้ำตาลคร่ำครวญในใจ หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนเธอแทบมองไม่เห็นทางชดใช้ ‘ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้ไอ้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากทีนี่นี่ได้ยังไง น้ำตาลเอ๊ย...’ ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากหยดลงบนชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำผึ้งที่บังเอิญปลิวไปตกลงกลางกองเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้กลายเป็นจุล… เพลิงเปิดประตูเข้ามาในห้องกลางดึก ด้วยความเหนื่อยล้า และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เขาได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิง ‘ตายยห่าแล้วไอ้เพลิง นี่กูเมาจนหูแว่วขนาดนี้เลยเหรอว่ะ’ พร้อมเห็นเงาตะคุ่มๆกอดเขาร้องไห้ตรงโซฟา เขาจึงรีบเปิดไฟ เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้ “เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!“ น้ำตาลตกใจจนตัวสั่น “อึก..พี่คนนั้นพามาค่ะ คุณเพลิงอย่าทำอะไรน้ำตาลนะคะ” “มารยา ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด” “มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางย่างสามขุมเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น กลิ่นเหล้าจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้น้ำตาลยิ่งขยับหนีจนหลังชนกับพนักโซฟา “ตาล... ตาลไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ คุณเพลิงปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัว...” เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า ภาพตรงหน้าทำเอาเพลิงที่กำลังมึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมันกระตุกแปลกๆ เมื่อเห็นผิวขาวผ่องของเด็กสาวในชุดนักศึกษามันตัดกับสีเข้มของโซฟาหนังในห้องนอนของเขา... และที่สำคัญ รอยแดงที่ข้อมือจากการถูกมัดมันยังเด่นหราเตือนใจว่าเขาทำรุนแรงกับเธอแค่ไหน “กลัวเหรอ? หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกไอ้เอลิค มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร!” เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกว้าง สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา “คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ” “ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันใจดี พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะ ‘ตรวจของ’ ดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้ทระยศนั่นได้บ้าง... มันคงไม่ผิดใช่ไหม?”ทันทีที่ถึงร้าน อั้มก็วิ่งปรี่เข้าไปหาเป้าหมายใหม่เมื่อเห็นปลัดวินยังทำหน้ายักษ์ใส่ "พี่แตมมม! พี่แตม มากินขนมนม... เอ้ย! ขนมเทียนเร็ว น้องอั้มเอามาเผื่อเยอะเลย!"แตม ที่กำลังจะแอบย่องหนีถึงกับสะดุ้งเฮือก "เอ่อ... น้องอั้มครับ พี่แตมยังช่วยนายจัดร้านไม่เสร็จเลยครับ แฮะๆ""เหรอคะ... งั้นน้องอั้มป้อนดีไหมคะ?" อั้มทำท่าจะแกะห่อขนมเดินเข้าไปหา ไอ้แตมถึงกับถอยหลังกรูด สยิวไปถึงกระดูกสันหลังจนต้องรีบปฏิเสธ"ไม่เป็นไรจ้ะ! พี่ยังไม่หิว! พี่ขอตัวไปช่วยนายก่อนนะ!" พูดจบมือขวามาเฟียก็โกยแน่บหายไปหลังร้านทันที"รักษามารยาทหน่อยดีไหมน้องอั้ม!" ปลัดวินคำรามลอดไรฟัน เดินเข้าไปกระชากต้นแขนยัยตัวแสบเบาๆ "มาที่นี่ในฐานะคนติดตามพี่ ทำตัวให้มันดูดีหน่อย""รักษาทำไมคะคุณปลัด? คนกันเองทั้งนั้น อั้มกับพี่แตม เราสนิทกัน คนที่กาสิโนเขารู้กันทั่ว!" อั้มเชิดหน้าตอบอย่างไม่เกรงกลัว"แต่ที่นี่เชียงใหม่! ไม่ใช่กาสิโน!" ปลัดวินเน้นเสียงเข้ม "ถ้ายังดื้อแบบนี้ พี่จะไม่ให้มาด้วยแล้วนะ จะให้นั่งรถสองแถวกลับไปคนเดียวเลยเอาไหม!"น้ำตาล เดิสออกมาจากหลังเคาน์เตอร์พร้อมรอยยิ้มละมุน แววตาที่สดใสของเธอทำเอาปลัดวินที่กำลังอาร
[ร้านอาหารสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา - กรุงเทพฯ]ขนมผิง นั่งใจสั่นรอการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทที่หายหน้าไปเรียนต่ออเมริกาถึง 2 ปี เธอพยายามแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แต่หัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ทันทีที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเดินเข้ามา เธอก็แทบหยุดหายใจ"ผิง! ยัยผิง!" ธันวา ตะโกนเรียกด้วยรอยยิ้มกว้างที่ทำให้โลกทั้งใบของผิงสว่างไสว "คิดถึงแกจังเลยว่ะ มาให้กอดทีนึงดิ้!"ไม่รอให้ผิงอนุญาต ธันวาก็ก้าวเข้าไปรวบตัวเพื่อนสาวมากอดไว้แนบอกจนผิงตัวแข็งทื่อ กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวธันวาทำให้ผิงหน้าร้อนผ่าวจนเกือบจะเก็บอาการแอบรักไว้ไม่อยู่"ธัน... พอแล้ว คนมองหมดแล้วเนี่ย" ผิงบ่นพึมพำทั้งที่ไม่อยากให้อ้อมกอดนี้จบลงเลย"มองก็มองไปดิ เพื่อนกันกอดกันผิดตรงไหน" ธันวาผละออกพลางขยี้หัวผิงอย่างเอ็นดู (แหม... เพื่อนที่ไหนเขากอดกันแน่นขนาดนี้คะธันวา! 555) "ว่าแต่... ช่วงนี้แกดูเครียดๆ นะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?""ก็เรื่องพี่เพลิงนั่นแหละ... ฉันรู้สึกผิดที่ทำให้พี่สะใภ้เข้าใจผิดจนหนีไป พี่เพลิงแทบเป็นบ้าตามหาจนวุ่น" ผิงถอนหายใจ "ผิงกะว่าจะขึ้นไปพักผ่อนที่เชียงใหม่สัปดาห์หน้า พี่เพลิงกำ
[ The Little Potter ]เช้านี้อั้มตามปลัดธาวินมาที่ร้านคาเฟ่ด้วยท่าทางแง่งอน"พี่วินตอบมาสิ! มันเล็กใช่ไหม? พี่ต้นถึงไม่ชอบอั้ม... แล้วถ้าเป็นพี่แตม เขาจะรังเกียจอั้มหรือเปล่า" อั้มยังคงคาดคั้นไม่เลิก พลางจงใจยืดอกขึ้นเล็กน้อยให้คนมาดนิ่งตรงหน้าต้องเบือนหน้าหนีปลัดวินพยายามมองไปทางอื่น ใบหน้าแดงเถือกไปถึงลำคอ "อั้ม! เลิกถามเรื่องนี้เดี๋ยวนี้! มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แต่มันเกี่ยวกับกาลเทศะ!""กาลเทศะกินไม่ได้ค่ะ! แต่อกเล็กนี่มันเรื่องใหญ่ระดับชาตินะคะ!" อั้มเถียงคำไม่ตกฟากพลางช้อนตาใสซื่อมองปลัด "พี่วินเป็นผู้ชาย พี่วินต้องตอบอั้มตรงๆ สิคะ... ที่เห็นอยู่นี่น่ะ มัน... มันดูเหี่ยวแห้งจนไม่มีเสน่ห์เลยเหรอคะ?""อั้ม!!!" ปลัดวินคำรามเรียกชื่อยัยตัวแสบเสียงหลง "พี่ไม่ได้บอกว่ามันเหี่ยว... เอ๊ย! พี่ไม่ได้บอกว่ามันไม่สวย แต่พี่บอกว่าอย่ามาถามผู้ชายในที่สาธารณะแบบนี้!""แสดงว่ามันสวยใช่ไหมคะ? แสดงว่ามันไม่เล็กใช่ไหม?" อั้มยิ้มกริ่ม เริ่มได้ใจที่เห็นคนมาดนิ่งสติหลุด "งั้นพี่วินช่วย 'ประเมิน' หน่อยสิคะว่าถ้าเทียบกับยัยคนนั้น... ของอั้มดู 'น่ามอง' กว่าใช่ไหม?"ปลัดวินถึงกับกุมขมับ เขาซ
น้ำตาลนอนหอบถี่จนหน้าอกอวบกระเพื่อมไหวตามแรงหายใจ แววตาปรือปรอยมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ถอนนิ้วที่มีน้ำหวานของเธอเคลือบอยู่ออกมา... แล้วส่งมันเข้าปากชิมรสชาติอย่างช้าๆ ราวกับมันคือของหวานที่เลิศรสที่สุดในโลก“คนบ้า! ลามก... ยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะคะ” น้ำตาลเอ็ดเสียงสั่น หน้าแดงซ่านด้วยความอายเพลิงไม่สนคำประท้วง เขาจัดการชักรูดตัวตนอันร้อนผ่าวที่แข็งขึงชูชันขึ้นสองสามครั้งเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะรวบขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกออกกว้าง แล้วจ่อส่วนหัวที่หยาดเยิ้มไปที่ปากทางรักที่กำลังเชื้อเชิญ“ไม่มีถุง... ตาลไม่ให้ใส่! ห่างกันตั้งสองปี... สะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้” มือเรียวรีบดันหน้าท้องแกร่งไว้ทันทีเพลิงชะงักไปนิดก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยด้วยแววตาจริงจังปนทะเล้น “นอกจากตาลแล้ว... สองปีที่ผ่านมาเฮียก็มีแค่ ‘แม่นางทั้งห้า’ นี่แหละที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้ที่สุด สุขภาพเฮียดีเยี่ยม เครื่องเคราสะอาดเอี่ยมเพราะเก็บไว้ให้ตาลใช้คนเดียว... เชื่อใจเฮียนะจ๊ะเมียจ๋า”พูดจบเขาก็ไม่รอให้เธอได้อนุญาตซ้ำซ้อน เพลิงกดสะโพกสอบเข้าหาความนุ่มหยุ่นเบาๆ เพื่อให้เธอได้เริ่มคุ้นชินกับขนาดที่ดูจะใหญ่โตขึ้นกว่าเมื่อส
レビュー