Mag-log inเพราะคำว่า ‘ทรยศ’ จากคนที่เขาไว้ใจที่สุด ‘เพลิง’ พญาสิงห์แห่งวงการมาเฟียจึงเปลี่ยนความรักเป็นไฟแค้น! ในเมื่อพี่ชายของเธอหักหลังเขา... เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบหนี้ครั้งนี้ด้วยร่างกาย! “น้ำตาล... พี่ชายเธอมันสารเลว! ในเมื่อมันกล้าลองดีกับฉัน เธอก็ต้องอยู่ชดใช้กรรมแทนมันที่นี่!” จากผู้หญิงที่เขาเคยเอ็นดู กลับกลายเป็น ‘นางบำเรอขัดดอก’ ที่เขาจองจำไว้ด้วยความเกลียดชัง เขาขยี้หัวใจเธอ... เขาตราหน้าเธอ... แต่ยิ่งทำร้าย เธอกลับยิ่งสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขา กว่าจะรู้ว่าทุกอย่างคือ ‘แผนร้าย’ ที่เขาเข้าใจผิด... หัวใจของน้ำตาลก็แหลกสลายไปพร้อมกับลูกน้อยในครรภ์เสียแล้ว! “คุณเพลิง... พอสักทีเถอะค่ะ ตาลไม่ได้ทำอะไรผิด พี่ต้นไม่ได้ทรยศคุณ!” ท่ามกลางสมรภูมิมาเฟียที่เดือดระอุ ไฟแค้นครั้งนี้จะดับลงด้วยหยาดน้ำตา หรือจะมอดไหม้ไปพร้อมกับหัวใจของคนทั้งคู่?
view moreกลิ่นบุหรี่ราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของกาสิโนหรู แสงไฟสลัวเรืองรองจากตึกระฟ้าภายนอกหน้าต่างบานยักษ์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวหนา
‘เพลิง’ หรือที่ใครต่อใครขนานนามว่า อสุรกายแห่งโลกสีเทา กำลังจ้องมองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาจนน่าขนลุก “ฮึก... คุณเพลิงคะ ตาลไม่รู้เรื่องจริงๆ ค่ะ ตาลไม่รู้ว่าพี่ต้นไปทำอะไรไว้” น้ำตาล สะอื้นจนตัวโยน ร่างบางสั่นเทาในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยจากการถูกลูกน้องของเขาฉุดกระชากลากถัวมาที่นี่ มือเล็กที่ถูกมัดด้วยเคเบิลไทร์บวมแดงจนเห็นรอยช้ำ “ไม่รู้?” เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าแต่ทรงพลังจนน้ำตาลต้องก้มหน้าหนี “ไอ้พี่ชายสารเลวของเธอ มันคาบเอาข้อมูลลูกค้าระดับวีไอพีของฉันไปประเคนให้พวกไอ้เอลิค... มันทำให้ฉันเกือบพินาศ แล้วเธอยังกล้าบอกว่าไม่รู้เหรอ!” เขาลุกขึ้นเดินช้าๆ อ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่ที่แสนดุดันแผ่ซ่านจนน้ำตาลรู้สึกเหมือนอากาศหายใจกำลังจะหมดไป เขาเชยคางมนขึ้นด้วยนิ้วแข็งแรง บีบแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “ในเมื่อมันหนีไป... เธอก็ต้องเป็นคนชดใช้แทน” “ตาลไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกค่ะ... ฮือออ ให้ตาลทำอะไรก็ได้ ตาลจะทำงานใช้หนี้...” “ทำงานเหรอ!! เธอคิดว่าเธอต้องทำงานให้ฉันกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมด!“เพลิงแสยะยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่นวลแก้วขาวผ่องลงมาจนถึงลำคอระหง “คนอย่างเธอจะทำอะไรได้ นอกจากการเป็น ‘ที่ระบายโทสะ’ ของฉัน... จนกว่าไอ้พี่ชายของเธอจะโผล่หัวออกมา” “คุณเพลิง! อย่าทำอะไรตาลเลยนะคะ ตาลขอร้อง...” “จำไว้ น้ำตาล...” เพลิงโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของไฟตามชื่อของเขา “นับตั้งแต่วินาทีนี้ ชีวิตเธอเป็นของฉัน ห้ามตาย ห้ามหนี และห้ามอ้อนวอนขอความเมตตา... เพราะไฟอย่างฉัน ไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะน้ำหวานที่เป็นน้องสาวของคนทรยศอย่างเธอ!” ”เอาตัวไปขัง อย่าให้หนีไปได้“ ”ครับนาย …แต่จะให้เอาไปขังที่ไหนครับ“ ”มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหนมึงก็พาไปไว้ห้องกูเลยสิ!” "มึงไม่รู้จะเอาไปขังที่ไหน มึงก็พาไปไว้ในห้องนอนกูเลยสิ! หรือต้องให้กูถีบมึงก่อนถึงจะฉลาดขึ้นมาได้ห๊ะ!" เพลิงตวาดเสียงกร้าวทำท่าจะยันโครมเข้าที่ยอดอกลูกน้องคนสนิท จนมันต้องรีบกุลีกุจอเข้ามาลากแขนน้ำตาลที่ตัวสั่นงันงกให้ลุกขึ้น น้ำตาลเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม... ‘ห้องนอนของเขาเหรอ? นั่นมันคือที่ที่อันตรายสำหรับฉันชัดๆ!’ "ไม่นะ! คุณเพลิง... ปล่อยตาลไปเถอะค่ะ ฮือออ" เสียงหวีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวถูกกลืนหายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงสนิท ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น แววตาที่จ้องมองบานประตูนั้นวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น... และความปรารถนาบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ ชายร่างสูงคนนั้นพาเธอเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาพาเธอขึ้นมาชั้นสองเปิดประตูและผลักเธอเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า “เข้าไป! นายสั่งให้อยู่ในนี้ อย่าคิดหนีเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” ชายร่างสูงที่เป็นคนสนิทของเพลิงขู่เสียงเข้ม ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปในห้องนอนอันโออ่า ทันทีที่แผ่นหลังชนกับความเย็นเยียบของบานประตูที่ปิดสนิทลง น้ำตาลก็ทำได้เพียงยืนเคว้งอยู่กลางห้องที่กว้างขวางและหรูหราทันสมัยอย่างที่ชีวิตนี้เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ความสวยงามนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลย... แต่มันกลับเหมือนกรงขังราคาแพงมากกว่า ขณะเดียวกันที่หน้าห้อง... ไอ้แตมเกาหัวแกรกๆ พลางมองบานประตูห้องนอนเจ้านายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ‘นายนะนาย... ปากก็บอกว่าแค้นนักแค้นหนา แต่ไหงสั่งให้เอามาขังไว้ในห้องนอนตัวเองซะงั้น สงสัยคราวนี้จะมาแนวใหม่แฮะ ปกติเห็นส่งไปขังโกดังหลังบ่อนตลอด... หรือว่าพี่เพลิงของเราจะเปลี่ยนรสนิยมชอบแนวเด็กมหา’ลัยวะ?’ ไอ้แตมยิ้มกริ่มก่อนจะเดินนกหวีดไปตามทางเดิน ทิ้งให้น้ำตาลเผชิญความเงียบสงัดเพียงลำพัง... จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงกลางดึก น้ำตาลนั่งกอดเข่าซุกหน้าลงกับท่อนแขน ปล่อยให้เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องนอนกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้ายังคงตามมาหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วินาทีก่อน... เธอยังจำกลิ่นแดดอ่อนๆ และเสียงรถยนต์บนท้องถนนได้ดี น้ำตาลในชุดนักศึกษาเรียบร้อยกำลังเดินอยู่บนฟุตบาทมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัย ในหัวยังคิดถึงวิชาที่จะสอบและเมนูมื้อกลางวันที่จะกินกับเพื่อน แต่แล้ว... ทุกอย่างก็พังทลาย จู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง แรงมหาศาลมหาศาลฉุดเธอให้เซถอยหลัง ก่อนที่ฝ่ามือหนาพร้อมผ้าที่มีกลิ่นฉุนกึกจะโปะลงบนจมูกและปาก น้ำตาลพยายามดิ้นรน ขัดขืน และร้องขอความช่วยเหลือ แต่มันกลับไร้เสียง สติของเธอพร่าเลือนและดับวูบลงกลางแดดจ้าตรงนั้นเอง... ‘พี่ต้น... พี่ไปทำอะไรไว้ ทำไมเขาต้องทำกับตาลแบบนี้’ น้ำตาลคร่ำครวญในใจ หนี้แค้นที่เธอไม่ได้ก่อ แต่มูลค่ามันมหาศาลจนเธอแทบมองไม่เห็นทางชดใช้ ‘ต้องถูกรางวัลที่หนึ่งกี่งวดถึงจะใช้หนี้ไอ้มาเฟียจอมโหดนั่นหมด... แล้วฉันจะออกไปจากทีนี่นี่ได้ยังไง น้ำตาลเอ๊ย...’ ยิ่งคิด น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากหยดลงบนชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหยดน้ำผึ้งที่บังเอิญปลิวไปตกลงกลางกองเพลิงที่พร้อมจะเผาไหม้เธอให้กลายเป็นจุล… เพลิงเปิดประตูเข้ามาในห้องกลางดึก ด้วยความเหนื่อยล้า และฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เขาได้ยินเสียงสะอื้นของผู้หญิง ‘ตายยห่าแล้วไอ้เพลิง นี่กูเมาจนหูแว่วขนาดนี้เลยเหรอว่ะ’ พร้อมเห็นเงาตะคุ่มๆกอดเขาร้องไห้ตรงโซฟา เขาจึงรีบเปิดไฟ เห็นน้ำตาลในชุดนักศึกษานั่งกอดเข่าร้องไห้ “เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง!“ น้ำตาลตกใจจนตัวสั่น “อึก..พี่คนนั้นพามาค่ะ คุณเพลิงอย่าทำอะไรน้ำตาลนะคะ” “มารยา ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด” “มารยา! ฉันเกลียดน้ำตาผู้หญิงอย่างเธอที่สุด หยุดร้องเดี๋ยวนี้!” เพลิงตวาดเสียงกร้าวพลางย่างสามขุมเข้าไปหา ร่างสูงโปร่งในสภาพเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเม็ดบนออกจนเห็นแผงอกตึงแน่น กลิ่นเหล้าจางๆ ที่ติดตัวเขามาทำให้น้ำตาลยิ่งขยับหนีจนหลังชนกับพนักโซฟา “ตาล... ตาลไม่ได้มารยาจริงๆ นะคะ คุณเพลิงปล่อยตาลไปเถอะ ตาลกลัว...” เธอยกมือไหว้ปลกๆ ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า ภาพตรงหน้าทำเอาเพลิงที่กำลังมึนศีรษะถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างมันกระตุกแปลกๆ เมื่อเห็นผิวขาวผ่องของเด็กสาวในชุดนักศึกษามันตัดกับสีเข้มของโซฟาหนังในห้องนอนของเขา... และที่สำคัญ รอยแดงที่ข้อมือจากการถูกมัดมันยังเด่นหราเตือนใจว่าเขาทำรุนแรงกับเธอแค่ไหน “กลัวเหรอ? หึ! ตอนพี่ชายเธอคาบข่าวไปบอกไอ้เอลิค มันเคยคิดไหมว่าเธอจะต้องมาเจออะไร!” เขาโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับโซฟา กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกว้าง สายตาที่เคยดุดันเริ่มวูบไหวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และอารมณ์บางอย่างที่พลุ่งพล่านขึ้นมา “คุณเพลิง... จะทำอะไรคะ” “ในเมื่อไอ้ลูกน้องโง่ๆ ของฉันมันใจดี พาเธอมาส่งถึงเตียงขนาดนี้...” เพลิงกระซิบเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มใส “ถ้าฉันจะ ‘ตรวจของ’ ดูหน่อยว่ามีอะไรดีพอจะใช้หนี้แทนไอ้ทระยศนั่นได้บ้าง... มันคงไม่ผิดใช่ไหม?”พร้อมพัฒน์ถอนหายใจยาว แววตาคมทอดมองออกไปไกลคล้ายกำลังนึกย้อนกลับไปในอดีตที่เต็มไปด้วยรอยเลือดและหยาดน้ำตา“เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว... พ่อถูกบังคับให้หมั้นหมายกับมุกดา ครอบครัวของพวกเราเป็นตระกูลใหญ่ คุณหญิงพุฒซ้อนย่าของแกต้น เป็นคนจัดการหาคู่ครองที่คู่ควรให้ลูกทุกคน ลุงพงษ์พัฒน์แต่งงานกับคุณจอมขวัญ ลูกสาวของเจ้ารัตนา มีเชื้อสายเจ้าทางเหนือเป็นตระกูลใหญ่เหมือนกัน ซึ่งก็คือพ่อแม่ของภาคินและธาวินในตอนนี้...”ชายวัยกลางคนเว้นจังหวะ เลื่อนสายตามามองลูกชายอย่างภรภัทร“ส่วนพร้อมพงษ์... ตอนนั้นกำลังคบหาดูใจกับพัชรา ทายาทตระกูลดังจากกรุงเทพฯ ก่อนจะมีเรื่องเข้าใจผิดจนต้องเลิกรากันไป... ก็เหลือแค่ฉันคนเดียวที่ยังไม่ได้บอกคุณย่าของแกว่ามีครอบครัวแล้ว คุณย่าเลยจะบังคับให้ฉันหมั้นกับมุกดา ลูกสาวของเสี่ยทรงศักดิ์ผู้มีอิทธิพลใหญ่แห่งเชียงใหม่ในยุคนั้น... แต่ในวันหมั้น พ่อตัดสินใจปฏิเสธงานแต่งทั้งหมด พร้อมกับพาแก้วตาที่กำลังท้องน้ำตาลและแกมาเปิดตัวต่อหน้าทุกคน”น้ำเสียงของพร้อมพัฒน์สั่นเครือเมื่อนึกถึงเมียรักผู้ล่วงลับ“พอคุณย่าเห็นว่ามีหลาน และท่านเองก็สงสารแก้วตาอยู่ลึก ๆ จึงยอมใจอ่อนยกเลิกงานหมั้น
ณ ห้องรับแขกหรูเรือนใหญ่ ความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ทันทีที่เพลิงและภรภัทรก้าวเท้ากึ่งวิ่งลงบันไดมาถึงห้องรับแขกชั้นล่างสายตาของหญิงสติฟั่นเฟือนที่ชื่อวุ่นซึ่งนั่งตัวสั่นงันงกแอบอยู่ข้างหลังป้าภาด้วยความหวาดกลัว พลันตวัดเลื่อนไปสบเข้ากับใบหน้าคมเข้มของภรภัทรเข้าอย่างจัง หญิงบ้าชะงักกึก... แววตาที่ลนลานพลันสั่นระริกพรูน้ำตาไหลพรากออกมาในทันที“น้องต้น!! น้องต้นของน้า... ฮือ ๆ... น้องต้นปลอดภัยแล้ว... ฮือ ๆ”ภรภัทรชะงักกึก ร่างสูงใหญ่ถึงกับซวนเซไปก้าวหนึ่ง มือหนายกขึ้นกุมขมับทันทีอาการเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้าสู่ศีรษะราวกับภาพความทรงจำในอดีตยามเด็กกำลังจะก่อตัวตอกย้ำ ทว่าชายหนุ่มก็พยายามข่มมันเอาไว้“ต้น! มึงเป็นอะไรมากไหมวะ ไหวหรือเปล่า... นั่งลงก่อน” เพลิงรีบเข้าไปประคองเพื่อนรักให้นั่งลงบนโซฟาหรูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“กูไหว... แค่มึน ๆ หัวนิดหน่อยมึง” ภรภัทรเค้นเสียงตอบพยายามสูดหายใจเข้าลึกเพลิงพยักหน้ารับ รู้ดีว่าสถานการณ์ตรงนี้ตึงเครียดและอันตรายเกินกว่าจะให้เด็กเล็กและคนสติไม่ดีอยู่ร่วมห้อง มาเฟียหนุ่มหันไปตวัดสายตาคมกริบสั่งการบอดี้การ์ดคู่ใจแยกย้ายทันที“ไอ้แตม! มึงอุ้มตาหนูพล
ทางด้านบ้านพักของแพทย์หญิงนรินทิพย์...“หมอฟ้าครับ! หมอน้ำฟ้า!” เสียงของเขตต์ตะโกนเรียกชื่อคุณหมอสาวลั่นมาแต่ไกลในสภาพที่วิ่งสับเกียร์หมาหอบแฮก ๆ จนตัวโยน“มีอะไรไอ้เขตต์! วิ่งหน้าตาตื่นมาเชียว ใครเป็นอะไรฮะ!” ภรภัทรรีบเดินออกมาถามด้วยความตกใจ“คุณ... คุณน้ำตาลเป็นลมครับลูกพี่! นายเลยสั่งด่วนที่สุดให้ผมมาตามหมอน้ำฟ้าไปดูอาการด่วนเลยครับ!”“ใช้งานน้องกูจนเป็นลมแล้วยังจะกล้ามาตามเมียกูไปดูอาการอีกเหรอวะ! ทำไมไม่พาส่งโรงพยาบาลไปเลยล่ะฮะ! รู้ไหมว่าหมอน้ำฟ้าแค่คอยดูแลกูคนเดียวเนี่ยก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว!”ภรภัทรที่นั่งอยู่บนโซฟาแสร้งส่งเสียงบ่นกะปอดกะแปดเสียงดัง ลอยหน้าลอยตาพาดพิงประชดประชันไปถึงเพื่อนรักอย่างเพลิงทันควันตามประสาคนขี้หวงเมียและหวงน้องสาว“ไม่ใช่ย่างงั้นครับพี่ต้น! นายไม่ได้ทำอะไรคุณน้ำตาลเลยครับ แต่พอดีมันมีนังวุ่น หญิงบ้าที่เป็นหลานป้าภาน่ะสิครับ จู่ ๆ มันก็คลุ้มคลั่งถลันวิ่งเข้ามาจะทำร้ายคุณน้ำตาล เธอตกใจช็อกขวัญเสียก็เลยล้มพับเป็นลมไปครับ!” ไอ้เขตต์รีบโบกไม้โบกมืออธิบายละล่ำละลักหน้าตาตื่น“เอ้า! เป็นงั้นไป แล้วไอ้เพลิงมันปล่อยให้คนบ้าหลุดเข้ามาถึงในบ้านได้ยังไงกัน...”
ในขณะที่ทุกคนภายในคฤหาสน์หลังงามกำลังพูดคุยปรับความเข้าใจกันอย่างมีความสุขสนุกสนาน... คุณก้องเกียรติและเพลิงจึงถือโอกาสพาลูกชายตัวน้อยอย่างน้องพล็อตเตอร์และคุณพ่อพร้อมพัฒน์ เดินเลี่ยงออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์พลางดูความคืบหน้าของโครงการรีสอร์ทที่กำลังก่อสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียง ทว่ายังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นเขตเรือนใหญ่ เสียงตะโกนเอะอะโวยวายระคนตื่นตระหนกก็ดังลั่นขึ้นมาจากทางหลังบ้านขัดจังหวะความชื่นมื่นกะทันหัน!“นังวุ่น!! นังวุ่น!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ... แกจะเข้าไปข้างในไม่ได้นะวุ่น!” เสียงของแวว คนงานในบ้านตะโกนไล่หลังมาอย่างสุดเสียง“หนี!! ต้องหนี! กลัว... กลัวแล้ว! พวกมันจะฆ่าให้ตาย... ฮือ ๆ อย่าทำฉันเลย ยอมแล้ว!”ร่างของหญิงวัยกลางคนสภาพผมเผ้ารุงรัง แววตาฉายรังสีความหวาดกลัวขยับกายวิ่งพรวดพราดเข้ามา ท่ามกลางเสียงห้ามปรามโกลาหล“เกิดอะไรขึ้นน่ะแวว!เอะอะโวยวายอะไรกัน... แล้วนี่ป้าภาไปไหน ทำไมไม่ดูแลญาติตัวเองให้ดี ๆ ปล่อยให้สติแตกมาวิ่งเพ่นพ่านในเขตบ้านใหญ่แบบนี้ได้ยังไงกันฮะ!” อักษราภัค ขมวดคิ้วเดินออกมาดุคนงานเสียงเข้มด้วยความไม่พอใจ“คือ... คือป้าภาแกไปซื้อของที่ตลาดในเมืองกับไอ้โชคยังไม่
ในขณะที่สองหนุ่มกำลังยืนสนทนากันด้วยบรรยากาศมาคุอยู่นั้น แหล่งทำลายความตึงเครียดก็ทำงานทันที กริ๊งงงงง! กริ๊งงงงง! เสียงสัญญาณวิดีโอคอลจากโทรศัพท์มือถือของอั้มดังขัดจังหวะขึ้น หญิงสาวรีบกดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นน้องสาวตัวดี “ไงยะ ยัยอุ้ม! เรียนจบแล้วทำไมไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ทำตัวเป็นคนไม่มีบ้านไ
เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก ปลัดหนุ่มก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าเมียหมาดๆของเขาแอบมุดช่องรั้วหลังบ้านกลับเรือนตัวเองไปเสียแล้ว ธาวินจึงเดินไปกดกริ่งที่หน้าบ้านพักนายอำเภอ รออยู่ไม่นานนักอั้มก็เดินมาเปิดประตูให้ หญิงสาวอยู่ในชุดใหม่อย่างเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบาย ๆ ที่เธอชอบใส่เป็นประจำ ธาวินวางถุงกับข้าวลงบนโต
ธาวินกระซิบเสียงพร่า พลางกดจูบปลอบโยนที่ริมฝีปากบางและพวงแก้มเนียนอย่างรักใคร่ สะโพกหนาแช่นิ่งค้างไว้สักพักรอให้ร่างบางเบื้องล่างปรับตัวรองรับความยิ่งใหญ่ของเขา เมื่อเห็นอั้มเริ่มผ่อนคลายและแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการอันมากล้น ปลัดหนุ่มจึงเริ่มขยับสะโพกหนาขับเคลื่อนบทเพลงรักทันทีพั่บ... พั่บ... พั่บ
“แต่ถ้าพี่วินไม่ให้อั้มนอนที่นี่... อั้มจะโทรตามให้พี่แตมมาอยู่เป็นเพื่อนแทน ป่านนี้พี่แตมน่าจะขับรถกลับใกล้ถึงเชียงใหม่แล้วล่ะค่ะ” ยัยเป็ดน้อยงัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาขู่ฟ่อ ๆ “ไม่ต้อง!!” ธาวินโพล่งขัดขึ้นมาเสียงหลงทันควันจนหน้าตาตื่น ยอมรับเลยว่าพอได้ยินชื่อคู่อริหน้ากวนอย่างไอ้แตม ความรู้สึกหวงก้
Rebyu